กว่าการถ่ายแบบจะจบลงล่วงเข้าไปถึงสามทุ่มตรงทีมงานในส่วนออกแบบตกแต่งบ้านทยอยกลับไปก่อนหน้าั้แ่เย็นมีอยู่สองสามคนที่โผล่หน้ามาดูตอนที่จอมพธูกำลังถ่ายแบบอยู่บ้างแต่ส่วนใหญ่นั้นเห็นจะเกรงใจเป็หลักส่วนอานนท์ก็ไม่ได้โผล่หน้ามาใน่บ่ายอย่างที่บอกแต่แรกโทรศัพท์มาบอกในขณะที่จอมพธูยังคงง่วนอยู่หน้ากล้องรายนั้นจึงไม่รู้รายละเอียดสักนิดเดียว ถึงการพลิกผันในชีวิตหล่อน
ส่วนพิภูที่พี่ลูกเจี๊ยบพูดถึงก็ไม่ได้มาปรากฏตัวแต่อย่างใดซึ่งจอมพธูมารู้ทีหลังว่าพี่ลูกเจี๊ยบเพียงแค่ต่อสายรายงานความคืบหน้าในการขอเลือกจอมพธูมาเป็นางแบบแทนมาเรียเท่านั้นส่วนเื่ที่แจ้งว่าพิภูจะแวะมาที่สตูดิโอฯนั้นเป็แค่การลวงให้อัมพุชินีอยู่ในความสงบและไม่วุ่นวายไปมากกว่านี้และมันก็ใช้ได้ผลทีเดียว
ทีมงานของนิตยสารมาดามทยอยกลับไปพร้อมกับรถตู้ก่อนกลับพี่ลูกเจี๊ยบได้แจงถึงระบบการทำงานของนิตยสารให้ฟังโดยคร่าวบอกถึงค่าเหนื่อยของวันนี้ และจะให้ฝ่ายการเงินจ่ายเช็คอีกไม่กี่วันส่วนเื่การวางแผงของนิตยสารพี่ลูกเจี๊ยบชี้แจงทิ้งท้ายไว้ให้จอมพธูได้ตื่นเต้นว่า
‘ไม่แน่นะคะแฟชั่นเซ็ทนี้ที่เคยวางไว้แต่แรกจะให้อยู่ปกใน บางทีอาจจะมีเซอร์ไพร์ส กลายเป็ปกหน้าก็เป็ได้ถ้าพี่เสนอที่ประชุมผ่าน และอาจจะได้ลัดคิวมาวางในฉบับหน้าเลยก็เป็ได้’
ฟังแค่นี้จอมพธูก็แทบตัวลอย ได้แต่ยิ้มรับและขอบคุณจากใจ พอคล้อยหลังรถตู้ออกไปแล้วผู้ที่เดินออกมาจากในบ้านนำหน้ามาคือชุมสาย เขายิ้มร่ามาแต่ไกล
“ผมดีใจจริงๆครับที่มีโอกาสเห็นคุณจอมได้เป็นางแบบวันนี้ เพราะว่าคุณจอมสวยมากเสียจน...”ผู้พูดปรายตาไปยังช่างภาพหนุ่มที่เดินมาสมทบจากทางด้านหลัง “ตากล้องยังมือสั่น”
“นินทาอะไรวะ...รู้สึกว่าวันนี้นายจะพูดมากเป็พิเศษ”
คนถูกตำหนิหัวเราะร่วนไม่ะเืในคำต่อว่า แถมยังเปลี่ยนเื่หน้าตาเฉย ด้วยการเอ่ยปากชวนแกมบังคับว่า“เดี๋ยวพวกเราจะออกไปทานข้าวกันยังไงคืนนี้คุณจอมอยู่ทานข้าวเย็นเป็เพื่อนสักมื้อนะครับถือว่าเป็การฉลองกับตำแหน่งว่าที่นางแบบคนใหม่ที่จะโด่งดังเป็พลุแตกแห่งวงการ”
“คุณชุมก็พูดยกยอกันเกินไป...มันดึกมากแล้วจอมว่าขอตัวเป็วันหลังดีกว่าค่ะ”
ชุมสายยังคงอิดออด “ได้ยังไงล่ะครับคุณจอมเห็นแก่มิตรภาพของเพื่อนใหม่เถอะครับ เดี๋ยวผมเป็เ้ามือเองครับ”
เมื่อจอมพธูมีสีหน้าลำบากใจคุณนามซึ่งยืนมองอย่างเงียบๆ ก็พูดรวนไม่เข้าหูขึ้น “นายจะไปคะยั้นคะยอคุณจอมทำไมกันเขาก็ต้องมีเวลาอยู่กับคนรักของเขาบ้าง วันนี้ก็ไม่เห็นมาทำงานด้วยกันทั้งวันบางทีเขาอาจมีนัดกันไว้เรียบร้อยแล้ว”
จอมพธูเข้าใจความหมายนั้นในทันที...คุณนามเข้าใจว่าหล่อนเป็แฟนกับอานนท์นั่นเองจึงพูดกระแนะกระแหน แต่หล่อนเห็นว่าไม่ควรจะต่อความ จึงทำเป็เงียบ ส่งผลให้เสือยิ้มยากที่ว่าพูดน้อยในสายตาคนอื่นพูดแขวะขึ้นอีก
“เราอย่าไปกวนเวลาอันมีค่าของนางแบบดังเลยไปกินกันตามลำพังคนไม่มีใครคบดีกว่า”
เห็นทีหล่อนคงต้องแย้งขึ้นบ้าง “ถ้ากลับดึกมากเดี๋ยวพ่อกับแม่ฉันจะเป็ห่วง”
คุณนามพูดลอยๆขึ้นอีก “โตเป็สาวขนาดนี้น่าจะปล่อยเป็อิสระได้แล้วมั้งคุณ”
การชักชวนยังไปไม่ถึงไหนเสียงแหลมๆของอัมพุชินี ซึ่งโผล่มาจากในบ้าน หลังเข้าห้องน้ำอยู่นานก็โพล่งขึ้น “ไปกันรึยังคะนาม...ได้ยินว่าจะออกไปทานข้าวดีเลยค่ะ...งั้นเดี๋ยวนามพาบัวไปร้าน Lyon แถวซอยร่วมฤดีเถอะค่ะ บัวอยากทานฟัวกราหอยเชลล์ผักโขมอบชีส แล้วก็เนื้อปูอบชีส แค่คิดก็หิวแล้วค่ะ”
อัมพุชินีแสดงความจงใจเข้าไปคล้องแขนคุณนามอย่างสนิทสนมและรั้งให้ร่างชายหนุ่มเดินตาม โดยที่ไม่คิดจะญาติดีกับชุมสายสักเท่าไหร่สำหรับจอมพธูยิ่งแล้วใหญ่ ดูเหมือนจะเป็เพียงแค่อากาศธาตุที่หล่อนเมินไม่อยากมอง
“เดี๋ยวบัวไปรถนามนะคะ”
คุณนามเดินตามแรงฉุดของฝ่ายนั้นแม้จะเหลียวมาเป็ครั้งคราวชุมสายได้แต่ส่ายหน้าแสดงความเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัดเขาก้าวขาจะออกตามคนทั้งคู่ แต่ก็ยังมีน้ำใจหันมาชวนหล่อนทางสายตาอีกครั้ง
แล้วความคิดหมั่นไส้คู่ชายหญิงตรงหน้าก็พุ่งขึ้นมาจึงะโเรียกออกไป “เดี๋ยวก่อนค่ะ...ฉันกำลังหิวอยู่เหมือนกันเปลี่ยนใจขอไปด้วยคนนะคะ”
แวบหนึ่งที่คุณนามหันมาจอมพธูเห็นรอยยิ้มพึงใจท่ามกลางแสงไฟส่องทางและทันเห็นริมฝีปากบางของอัมพุชินีที่กดเม้มเรียบเป็เส้นตรงไม่พอใจจนออกนอกหน้า...ส่วนคนที่ยิ้มกว้างกว่าใครอื่น ก็คือชุมสาย
“ผมขออาศัยรถคุณจอมไปได้ไหมครับ...ี้เีขึ้นไปนั่งคันนั้น”ชุมสายหันไปพูดเสียงดังใส่เพื่อนหนุ่มต่อท้ายว่า “ี้เีไปเป็ก้างขวางคอ”
ยิ้มที่เหมือนเป็ต่อของจอมพธูจึงหุบลงทันใด!
..................................................จบตอนที่ 8