Prince Part
ปึ๊ก!
เสียงโทรศัพท์ที่ผมโยนลงบนโต๊ะเลคเชอร์ดังขึ้น เรียกความสนใจของเพื่อนๆที่ตอนนี้กำลังเตรียมเอาชีท และอุปกรณ์ต่างๆที่จะใช้เพื่อเรียนในวิชา่บ่ายกันได้เป็อย่างดี ทุกสายตาหันมามองที่ผม ทำให้ผมต้องเอ่ยขอโทษเพื่อนๆที่ทำตัวเสียมารยาทออกไป พวกเพื่อนๆบางคนที่ได้เห็นรูปตอนที่ผมไปหาไอ้คิงมันที่สนามบาส หันมามองผมแล้วหันกับไปซุบซิบอะไรกันก็ไม่รู้ ผมที่เห็นแบบนั้นก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปอีก แต่ก่อนที่ผมจะโมโหและก็หัวเสียไปมากกว่านี้ เสียงเปิดประตูห้องเรียนก็ดังขึ้นมาเสียก่อน อาจารย์ที่จะเข้ามาสอนพวกผมใน่บ่ายได้เข้าห้องเรียนมา เพื่อที่จะทำการสอนพวกผมกันแล้ว
“ เอาล่ะ วันนี้อาจารย์ก็ขอจบการสอนแต่เพียงเท่านี้ก่อนแล้วกันนะ หากสอนไปมากกว่านี้กลัวว่านักศึกษาจะรับกันไม่ไหว แล้วจะไม่เข้าใจกันเปล่าๆ ”
พอสิ้นเสียงอาจารย์แกก็เดินออกจากห้องเรียนไป พวกเราเหล่านักศึกษาทันตแพทย์ที่เข้ามาเรียนรวมกับคณะแพทย์ก็เตรียมตัวเก็บของกลับไปพักผ่อนกัน แต่จู่ๆก็มีผู้ชายคนนึงเดินเข้ามาทักผมซะก่อน
“ เอ่ออ…. หวัดดี ปริ้นซ์ใช่ป่ะ เราหมอกนะ ”
ผมที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋าตัวเองอยู่ ก็ต้องหันหน้าขึ้นมามองผู้ที่เข้ามาทักทายผม
“ อ่าา ใช่เราปริ้นซ์ มีอะไรกับเรารึเปล่า ” ผมตอบกลับอีกออกฝ่ายไปเพื่อที่จะได้ไม่เป็การเสียมารยาท
“ คือพอดีเราจะมาชวนนายไปที่ห้องซ้อมดาวเดือนด้วยน่ะ เราเองก็เป็เดือนของคณะแพทย์เหมือนกัน พอเห็นนายก็เลยว่าจะชวนเดินไปท่ี่ห้องซ้อมด้วยกัน ”
“ อ่อ ได้ดิ เดี๋ยวเราขอเก็บของแปปนะ จะเสร็จละ จะได้รีบไปกันเดี๋ยวคนอื่นจะรอ ”
พอผมเก็บของใส่กระเป๋าของผมจนเสร็จหมดแล้ว ก็มีผู้หญิงอีกสองคนเดินเข้ามาหาผมกับหมอก นั่นก็คือ ส้มส้มกับกุ๊กไก่ สองสาวที่เป็ดาวคณะทันตะแพทย์กับดาวของคณะแพทย์ พวกเราสี่คนเดินไปที่ห้องซ้อมดาวเดือนด้วยกัน โดยที่ระหว่างกำลังเดินอยู่นั้น ก็จะมีสายตาหลายคู่ มองมาที่พวกเราทั้งสี่คน ผมรู้สึกได้ว่าสายตาที่มองมาทางเราสี่คนนั้นส่วนใหญ่จะมองมาด้วยสายตาที่กำลังมีความสงสัยอะไรบางอยู่
“ ชิ! ” ผมสบถออกเบาๆ แต่ก็ดังพอที่จะทำให้ทั้งสามคนที่เดินมาด้วยกันกับผมหันมามองผม
“ ปริ้นซ์ นายเป็ไรรึเปล่า เราว่านายไม่ต้องไปสนใจคนพวกนั้นหรอก รีบเดินไปให้ถึงห้องซ้อมเถอะ ”
พวกเราทั้งสี่คนก็เดินมาถึงห้องห้องหนึ่ง ที่อยู่ใต้อาคารเรียนรวมแห่งหนึ่งของมหาลัย โดยห้องที่ใช้ซ้อมดาวเดือนอยู่ติดกับห้องที่เขียนป้ายติดไว้บนประตูว่า ห้องสโมสรนิสิตมหาวิทยาลัย พวกเราเปิดประตูเข้าห้องไป ก็พบว่ามีเพื่อนนักศึกษาบางส่วนที่คาดว่าน่าจะเป็ดาวเดือนแต่ละคณะ เข้ามานั่งรอฟังรุ่นพี่อดีตดาวเดือนปีก่อนหน้ากันบางแล้ว ทุกสายตาจับต้องมาที่พวกเรา พวกเราไม่รอช้าเลยรีบเข้าไปรวมกับดาวเดือนของคณะอื่นที่มานั่งอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
“ เอาล่ะคะน้องๆ ก่อนอื่นเลยพวกพี่ต้องขอต้อนรับน้องๆทุกคนเข้าสู่ครอบครัวดาวเดือนของมหาวิทยาลัยกาญจนาพาณิชนะคะ ไม่ทราบว่าตอนนี้พวกน้องๆที่เป็ดาวเดือนมากันครบหรือยังคะ ”
“ พี่คะ! น่าจะยังไม่ครบนะคะ เดือนคณะวิศวะยังไม่มาคะ พอดีตอนเลิกคลาสสุดท้ายก่อนที่จะมาที่นี่ พวกเราแยกย้ายกันไปพักผ่อนกัน แล้วก็นัดจะมาเจอกันที่นี่เลย แต่ตอนนี้ยังไม่มาคะ ” เสียงของผู้หญิงที่คาดว่าน่าจะเป็ดาวคณะวิศวะ เอ่ยบอกกับรุ่นพี่ออกมา
ปึ้ง!
เสียงเปิดประตูเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับร่างของผู้ชายใส่เสื้อช็อปที่สะพายกระเป๋าข้างเดียวเข้ามา
“ เอ่อ ผมขอโทษทุกคนด้วยครับที่มาสาย พอดีผมลืมไปน่ะครับ ว่าวันนี้พวกพี่ๆนัดกันมาซ้อมประกวดดาวเดือน ” ไอ้คิงมันเอ่ยขอโทษทุกคน พวกรุ่นพี่ไม่ได้ว่าอะไรมัน แต่บอกให้มันรีบเอากระเป๋าไปวางแล้วรีบมารวมกับเพื่อนๆ
ตอนนี้พวกเรารุ่นน้องเหล่าดาวเดือนทุกคณะ ต่างก็มานั่งรวมกัน แล้วพวกรุ่นพี่ก็เริ่มให้ทุกคนแนะนำตัวกันทีละคน จนมาถึงผม ผมเองรู้สึกประหม่าเล็กน้อย ตอนนี้ทุกสายตาหันมามองที่ผมกันเป็จุดเดียว ผมรวบรวมความกล้าแล้วพูดแนะนำตัวออกไป
“ เอ่อ สวัสดีครับ ผมนายนครินทร์ แพทดอริกซ์ เรียกสั้นๆว่าปริ้นซ์ก็ได้ครับ ” ผมบอกชื่อแนะนำตัวเองไปกับทุกคน ซึ่งทุกคนก็ทำท่าทีเหมือนกับว่ารู้จักผมมาก่อนหน้านี้แล้วเป็อย่างดี
“ อ่อ? ชื่อปริ้นซ์เองหรอครับ ” เสียงของไอ้คิงมันพูดขึ้นมา ทุกคนใช้สายตามองมาที่ผมกับมัน สลับไปมา ผมเห็นไอ้คิงมันยกยิ้มที่มุมปาก มันคงคิดจะแกล้งผมแน่ๆ ผมเองที่พอแนะนำตัวเสร็จแล้วก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรมันออกไป รีบกลับเข้ามานั่งอยู่ข้างๆไอ้หมอกทัน
“ ปริ้นซ์ เราถามจริงๆนะ นายกับคิง มีปัญหาอะไรกันรึเปล่า ” หมอกที่นั่งอยู่ข้างผมเอี้ยวตัวมากระซิบถามผมเื่ไอ้คิง ที่ดูเหมือนตอนนี้พวกรุ่นพี่เองก็ยังใช้สายตามองสลับผมกับไอ้คิงไปมาอยู่เหมือนกัน
“ เปล่า ไม่มีอะไร มันคงไม่ชอบขี้หน้าเราละมั้ง ”
“ หรอ? แต่ก็อาจจะเป็ไปได้นะ เพราะตอนนี้เื่ของนายกับคิง กำลังเป็ที่ถูกพูดถึงกันอยู่นะ เราเองก็พอจะได้ยินมาบ้าง แต่เราขอโทษนะที่ถามปริ้นซ์ออกไปแบบนั้นน่ะ ”
“ ไม่เป็ไร ช่างมันเถอะ ”
“ เอาละคะ คนต่อไปแนะนำตัวกันต่อเลยเนอะ ” รุ่นพี่ที่ให้พวกเราแนะนำตัวรีบเอ่ยแก้ไชสถานการณ์ที่เหมือนจะเกิดการเดทแอรืไปเมื่อสักครู่ ตอนที่ไอ้คิงมันพูดหลังจากผมแนะนำตัวเสร็จ ตอนนี้ทุกคนก็แนะนำตัวมาจนจะครบแล้ว จนมาถึงคนสุดท้าย นั่นก็คือไอ้คิง
“ สวัสดีครับ ผมคิง ราเชนทร์ กาญจนาพาณิชกุล เดือนคณะวิศวะครับ ” ไอ้คิงมันเอ่ยแนะนำตัวออกมา แต่สายตามันยังหันมามองที่ผมผมเองรู้สึกแปลกตอนที่เผลอไปสบตากับมัน ทำให้ผมต้องหันหน้าหนีมัน
หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จพวกรุ่นพี่ก็ได้แจ้งเื่สำคัญๆต่าง ไม่ว่าจะเป็เื่การถ่ายแบบโปรโมทการประกวดนอกสถานที่ เื่ที่ต่อไปจะมีรุ่นพี่คณะตัวเองที่เป็ดาวเดือนปีที่แล้วเข้ามาดูแลพวกผม เพราะวันนี้ทางพี่ๆสโมได้ทำการนัดพวกดาวเดือนของคณะต่างๆ มาแจ้งกำหนดการกันอย่างคราวๆก่อน แล้วจะแจ้งให้กับทางรุ่นพี่คณะที่เป็พี่เลี้ยงมาดูแลพวกเราอีกที
พวกเราที่ได้รับทราบเื่สำคัญต่างๆที่ต้องรู้แล้ว รุ่นพี่สโมก็ได้ปล่อยให้พวกเราแยกย้ายกันกลับไปพักที่หอของตัวเอง
ผมเองที่พอแลกไลน์เบอร์โทรกับเพื่อนๆอย่าง หมอก ส้มส้ม กุ๊กไก่แล้ว ก็มีเพื่อนดาวเดือนจากคณะอื่นๆมาทักทายและแลกไลน์กันไว้ พร้อมกับสร้างกลุ่มดาวเดือนในไลน์กันด้วย แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นต้องมีไลน์ของไอ้คิงแน่นอน
ผมที่พอกลับมาถึงหอพักของตัวเอง ก็รีบเดินขึ้นมาที่ห้องของตัวเองทันที
“ โว้ย! นี่มันเื่บ้าอะไรวะเนี่ย เหนื่อยชะมัดเลย ” ผมะโเสียงดันลั่นห้อง หลังจากที่กลับมาจากการไปเรียนวันแรก
ผมกลับมาถึงห้องก็โยนกระเป๋าไปไว้บนเตียงตัวเองทันที แล้วหันหลังทิ้งตัวลงนอนเหมือนคนหมดแรง หลับตาลงแล้วกำลังคิดถึงเื่เมื่อ่ก่อนพักเที่ยง ที่ผมได้เดินจากคณะตัวเองไปที่คณะวิศวะที่อยู่แสนไกลเกือบจะสุดหลังมอ เพื่อที่จะไปตามหาไอ้คู่กรณีของผมอย่างไอ้คิงที่มันได้ทำเื่งามหน้าทิ้งไว้ให้ผมต้องพบเจอกับสายตาของคนอื่นที่มองมาแล้วก็ซุบซิบกันทั้งวัน
หลังจากที่ทางเพจของมหาลัยได้โพสต์รูปภาพที่มีผมเดินไปหาไอ้คิงมันที่สนามบาสหลังมอ แล้วเหมือนจะมีคนุ่ายคลิปและก็ภาพที่ดูเหมือนจะเป็การทะเลาะกัน แต่จู่ๆก็กลับมีภาพที่ผมดันพลาดท่าเซล้มไปอยู่ในอ้อมกอดของไอ้คิงมัน ก็เลยกลายเป็ประเด็นใหม่ขึ้นมาอีกที่ว่า หรือลึกๆแล้วผมกับไอ้คิงอาจจะมีซัมติงอะไรกันบางอย่าง การที่เป็ตัวแทนคณะมาประกวดแข่งขันกันอาจจะเป็เื่ที่เอาไว้บังหน้ากันก็ได้ โน่น! คนเราก็ช่างจะคิดกันได้เนอะ จากเดิมที่ผมไม่ได้รู้สึกอะไร จนตอนนี้มันทำให้ผมรู้สึกจะไม่ชอบขี้หน้าไอ้คิงมันแล้ว ผมเองคงต้องหาทางทำอะไรบางอย่างเพื่อให้คนอื่นๆเลิกเข้าใจผมแบบผิดๆสักที
ผมที่ตอนนี้กำลังรู้สึกปวดหัวกำลังคิดเื่ในวันนี้อยู่ จู่ๆก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องเข้ามา ผมว่าผมก็ล็อคห้องแล้วนะ แต่ทำไมประตูห้องมันถึงเปิดเองได้ละ ผมรีบลืมตาแล้วลุกนั่งหันไปมองที่ประตูทันที ปรากฏว่าคนที่ไขเปิดประตูเข้ามา คืนคนที่ตอนนี้ผมกำลังคิดหาทางจัดการอยู่ ไอ่คิง! มันไขเปิดประตูเขามา มันปิดประตูแล้วยืนหันหน้ามามองที่ผม ซึ่งตอนนี้มันยังไม่ได้ก้าวเดินไปไหน แต่ยังอยู่ที่หลังประตูภายในห้องนั่นเอง
“ ทำไมมึงถึงกลับไม่รอกู ” จู่ๆไอ้คิงมันก็เอ่ยขึ้นมา
“ ห้ะ? " ผมเองที่พอได้ยินก็เกิดอาการงงขึ้นมา ที่จู่ๆมันก็ถามเื่ที่ไม่น่าถามออกมา
“ กูถามว่าทำไมมึงไม่รอกลับมาที่ห้องพร้อมกับกู ” ไอ้คิงมันถามย้ำกลับมาที่ผม
“ เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมกูต้องรอกลับพร้อมมึงด้วยไม่ทราบ ”
“ ก็แล้วทำไมถึงกลับพร้อมกับกูไม่ได้ล่ะ หรือว่า… มึงกลัวกู ”
“ เชี่ย! มึงจะทำอะไร ถอยออกไปห่างๆกูนะเว้ย ” ผมเองที่มีอาการใรีบยกมือทั้งสองข้างดันหน้าอกของไอ้คิงให้ออกห่างจากตัวเอง จู่ๆ ไอ้คิงมันก็เดินมาที่เตียงของผม ที่ผมกำลังนั่งอยู่ แล้วก็โน้มตัวลงมาให้แขนทั้งสองข้างยันกับเตียงผม โดยที่มันใช้ตัวของมันค่อมตัวผมเอาไว้
“ ทำไม? มึงเกลียดกูมากนักหรอ มึงอย่าบอกนะว่ามึงเกลียดกูเพราะว่ากูคือคู่แข่งของมึงที่จะประกวดเดือนมหาลัยปีนี้น่ะ ”
“ ชะ ชะ ใช่ กูไม่ชอบมึง เพราะฉะนั้นมึงก็อยู่ให้ห่างๆกู และก็เลิกทำตัวให้คนอื่นเอาไปพูดถึงกับกูสักที กูไม่ชอบ! ”
“ ห้ะ? นี่มึงพูดจริงหรอ แค่เื่นี้เนี่ยนะ มึงถึงกับเกลียดกูเลยหรอ กูว่ามึงคงถูกคนอื่นปั่นหัวมากไปแล้วนะ ”
“ จะยังไงก็ช่าง มึงก็ต้องอยู่ให้ห่างจากกู และก็อย่ามาทำอะไรที่ทำให้คนอื่นเห็นแล้วเอาไปพูดถึง แค่นั้นก็พอ!”
" หึหึ " ไอ้คิงมันหัวเราะในลำคอออกมา มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกไม่พอใจมันมากกว่าเดิม
“ ถ้าอย่างนั้น มึงคิดว่ากูที่เป็ศัตรูมึง ถ้ารู้กว่ามึงที่ไม่ชอบให้กูเข้าไปยุ่งกับมึง แล้วมึงจะหงุดหงิด โมโห แล้วก็โกรธ กูควรที่จะเลิกยุ่งกับมึงไหมล่ะ "
“ มะ มะ มึงหมายความว่าไง ”
“ หึ! จากนี้ไปมึงเตรียมตัวเกลียดกูให้มากกว่านี้ได้เลย เพราะต่อไปนี้เป็ต้นไป กูจะทำให้มึงเกลียดกูจนมึงไม่มีวันที่จะลืมคนที่มึงเกลียดอย่างกูได้เลยล่ะ องค์ชายน้อย ”