บทที่ 5
เกิดใหม่อีกครั้ง
ดวงิญญาของเลี่ยงซูและหยางฮุ่ยเจียงในเครื่องแต่งกายแตกต่างกันตามยุคสมัยที่ทั้งคู่จากมา จับมือกันแน่นเดินตามแผ่นหลังค้อมของผู้คุมสูงสุดแห่งโลกหลังความตายตรงไปยังบ่อกำเนิด ก่อนที่ทั้งสามคนจะหยุดเดินเมื่อตรงหน้าเป็บ่อกำเนิดโลกมนุษย์
“ขอบคุณมากนะฮุ่ยเจียง ฉันสัญญาว่าจะใช้ชีวิตให้ได้ที่สุดเลย จะแก้แค้นคนพวกนั้นแทนเธอ แล้วพบกันใหม่เมื่อโชคชะตาของพวกเรากันอีกครั้ง”
“ข้าเองก็ต้องขอบคุณเ้าเช่นกันเลี่ยงซูแล้วพบกันใหม่”
หยางฮุ่ยเจียงน้ำตาร้อนคลอเบ้าดวงตาทั้งสองข้าง ก่อนจะค่อย ๆ รินไหลออกมาอาบพวงแก้มอย่างกลั้นไม่อยู่เมื่อเลี่ยงซูมิตรแท้ในโลกหลังความตายคว้าร่างของเธอเข้าไปกอดเอาไว้แน่น
ความอบอุ่นจากมิตรภาพที่นางไม่เคยได้ัั ความกล้าหาญ ความเด็ดเดี่ยว นางล้วนได้รับมาจากสหายผู้นี้ทั้งสิ้น
ภาพที่ผู้คุมสูงสุดเห็นเช่นเดียวกับผู้คุมคนอื่น ๆ ก็คือดวงิญญาของหญิงสาวที่มาจากต่าง่เวลาและยุคสมัยกำลังกอดกันแน่น
ฮุ่ยเจียงอยู่ในชุดแต่งงานสีแดงแบบจีนโบราณ ส่วนเลี่ยงซูนั้นอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวและกางเกงยีนส์สีเข้ม ช่างเป็ภาพที่ดูแตกต่างอย่างลงตัว
นับว่าเป็เหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในโลกหลังความตายแห่งนี้มาก่อนเลยก็ว่าได้ จึงถือได้ว่าพวกนางนั้นมีวาสนาต่อกัน
ผู้คุมสูงสุดใช้คฑาในมือร่ายไปยังบ่อกำเนิดโลกมนุษย์ เพื่อกำหนดให้เป็่เวลาที่หยางฮุ่ยเจียงยังอยู่ใน่อายุเกือบสิบห้าขวบปี ซึ่งถือว่าเป็เวลาก่อนพิธีปักปิ่นตามที่ได้ทำข้อตกลงกับเลี่ยงซูเอาไว้
เมื่อชายชราร่ายคาถาเสร็จเรียบร้อยแล้ว แสงสีทองสว่างจ้าก็พุ่งออกมาจากบ่อกำเนิดโลกมนุษย์ทำเอาทุกคนในที่นั้นถึงกับต้องใช้มือบังดวงตาของตัวเองเอาไว้
“เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว เ้าลงไปในบ่อกำเนิดได้ แล้วก็ใช้ชีวิตใหม่ของเ้าให้ดี อย่าให้การแลกชะตาครั้งนี้จะต้องสูญเปล่า”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะท่านผู้คุมสูงสุด”
เลี่ยงซูหันกลับมาส่งยิ้มสดใสทั้งปากทั้งตาให้หยางฮุ่ยเจียงอีกครั้ง ก่อนจะเดินตรงเข้าไปโค้งให้ผู้คุมสูงสุดอย่างนอบน้อมก่อนจะะโลงไปในบ่อกำเนิดโลกมนุษย์ด้วยรอยยิ้มกว้าง
เมื่อร่างบางในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์ะโลงไปในบ่อกำเนิดเรียบร้อยแล้ว ลมหอบใหญ่ก็พัดเข้ามาจนกระดิ่งลมที่ห้อยอยู่ในห้องโถงแห่งนั้นดังกังวานไปทั่ว
“โชคชะตาบทใหม่ของแม่นางเลี่ยงซู ในร่างของแม่นางหยางฮุ่ยเจียงได้เริ่มขึ้นแล้วสินะ”
ยามเช้ามาเยือนบ้านสกุลหยางอีกครั้งเสียงนกนานาพันธุ์ที่ออกจากรังเพื่อหากินร้องดังไปทั่วบริเวณบ้าน
เสียงร้องของนกทำเอาคนที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงอย่างแสนสบายจนชายกระโปรงแทบไม่เป็ทรง ถึงกับต้องกลิ้งพลิกกายไปมาด้วยความรำคาญใจกับเสียงที่มาก่อกวนการนอนหลับของตน
ร่างบางของหญิงสาวที่ในอีกไม่กี่วันจะต้องเข้าพิธีปักปิ่นแล้ว นอนดิ้นไปมาบนเตียงไม้ในห้องนอนจนผ้าปูที่นอนและผ้าห่มยับยู่ยี่ กระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณหนูเ้าคะ คุณหนูตื่นหรือยังเ้าคะ เดี๋ยวหนิงเอ๋อจะเอาน้ำมาให้ล้างหน้านะเ้าคะ”
“หนิงเอ๋อ”
“หนิงเอ๋อ”
“หนิงเอ๋อ!”
ร่างขาวที่ตอนแรกนอนคว่ำกางแขนกางขาไม่สมเป็กุลสตรีกระเด้งกายลุกพรวดขึ้นมานั่งบนเตียงทันทีที่ได้สติ หญิงสาวรีบก้มหน้าใช้ดวงตากลมโตมองสำรวจร่างกายตัวเองทันที
“ไม่น่าเชื่อ เหลือจะเชื่อ แม่เ้าโว้ย วู้ว ๆ นี่ฉันย้อนเวลามาได้จริง ๆ ”
ความทรงจำของหยางฮุ่ยเจียงในวัยสิบสี่ย่างสิบห้าปีไหลบ่าเข้ามาในห้วงสำนึกของดวงิญญาเลี่ยงซู
ในเวลาเดียวกันกับความทรงจำของเลี่ยงซู หญิงสาวดวงตาพราวระยับ ริมฝีปากแย้มยิ้มกว้างมองเนื้อตัวของตัวเองด้วยความตื่นเต้นชอบใจ
“ฮ่า ๆ นี่มันคือเื่จริง โอ๊ย ฉันย้อนเวลามาจริง ๆ ”
ิญญาเลี่ยงซูในร่างของหยางฮุ่ยเจียงหัวเราะออกมาเสียงดังขณะเดียวกันก็ะโโลดเต้นไปมาอยู่บนเตียงไม้ด้วยความดีใจเป็ที่สุด
เคร้ง! ซ่า
เสียงสิ่งของบางอย่างหล่นกระทบพื้นจากด้านหน้าประตูเรียกสติของหญิงสาวที่อยู่ในอารามดีใจได้ชะงัด
“คะ คุณหนูเป็อะไรหรือเ้าคะ”
“หนิงเอ๋อ เอ่อ เปล่า ๆ พอดีข้าฝันดีมากน่ะ ไปตักน้ำมาใหม่สิ”
“เ้าค่ะ”
เลี่ยงซูได้สติรีบเก็บอาการดีใจของตัวเองไว้ให้มิดก่อนที่หนิงเอ๋อสาวใช้คนสนิทของหยางฮุ่ยเจียงจะใไปมากกว่านี้แล้วคิดว่าตัวเธอนั้นเป็บ้าไปเสียก่อน
“คุณหนูสบายดีนะเ้าคะ”
หนิงเอ๋อที่ยังคงมีท่าทางแปลกใจ มองจ้องหน้าคุณหนูของตัวเองที่กำลังแต่งหน้าแต่งตัวไม่หยุด จนเลี่ยงซูนั้นชักจะเครียดขึ้นมาเสียแล้ว
ยัยเด็กนี่ช่างขี้สงสัยเสียจริง
“ข้าไม่ได้เป็อะไรจริง ๆ ข้าแค่ฝันดีน่ะ อ้อ วันนี้ข้าจะต้องไปเรียนวิชาสอนหญิงกับท่านอาจารย์เซียวแล้วใช่ไหม”
แม้จะไม่ง่ายแต่เลี่ยงซูก็พยายามแสดงกิริยาอาการให้เรียบร้อยเหมือนที่เคยเห็นหยางฮุ่ยเจียงปฏิบัติตัวอย่างสุดความสามารถ
เธอจะต้องพยายามไม่กระโตกกระตากให้คนรอบตัวพาลใกันไปเสียก่อน
ตอนนี้เธอเองก็ไม่รู้ว่ายุคสมัยนี้จะมีพวกหมอผีหรือคนทรงทำอะไรป่าเถื่อนไหม ถ้าพวกนี้คิดว่าเธอผีเข้าจับเธอไปหาหมอผีจะยุ่งไปกันใหญ่
“เ้าค่ะคุณหนู”
จำไว้นะเลี่ยงซู ตอนนี้เธอคือหยางฮุ่ยเจียง เธอคือหยางฮุ่ยเจียงแล้ว!