ตะวันวาด

    46

            สวนเล็กหลังบ้านของสินธพ

            เสียงไฟสลัวจากโคมไฟบนพื้นดินสะท้อนให้ตะวันวาดมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายราง ๆ อันธกานต์สีหน้านิ่งขรึม ชายหนุ่มยังคงนิ่งเงียบไม่พูดอะไรตั้งแต่พบหน้าเธอ

            ตะวันวาดสูดลมหายใจเข้าลึก

            “เรื่องคอนโด..”

            นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มตวัดสบมองอีกฝ่าย

            “ฉันเข้าใจว่าเธอไม่อยากเจอฉันแล้วซะอีก”

            แล้วฉันมีทางเลือกหรือไง.. ตะวันวาดตะโกนตอบอยู่ในใจ

            “ตะวันรู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะขอร้องอะไรได้ แต่พี่ธันไม่ขายคอนโดได้มั้ยคะ” ตะวันวาดพูดอย่างรัวเร็วติดกันด้วยความร้อนรน

            ถ้าคอนโดถูกขาย พ่อแม่เธอต้องเสียใจมาก แถมเธอเองก็ยังไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรต่อไปดี..

            อันธกานต์เลิกคิ้ว

            พี่ธัน.. ร่างสูงแทบจะหลุดหัวเราะเยาะออกมา.. ความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้ซึ่งคำบรรยาย..

            พี่ธัน.. เด็กผู้หญิงตรงหน้าเรียกเขาอย่างที่เขาต้องการมาตลอด.. แต่เธอทำมันเพื่อที่จะแลกกับสิ่งที่เธอต้องการ.. คำเรียกอย่างป้อยอทำให้เขานึกถึงบุหลันรังสรรค์!

            เห็นบอกว่าจะคุณจินอยากให้ไปทำงานด้วย.. คำพูดของสินธพลอยเข้ามาในห้วงความคิดอีกระลอกเป็นเชื้อเพลิงที่เติมเข้ากองไฟอย่างดีทีเดียว

            อันธกานต์คิดมาตลอดว่าตะวันวาดไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น.. ไม่เหมือนพี่สาวของเธอ.. เด็กผู้หญิงใบหน้ารูปไข่ รอยยิ้มที่สดใสไร้มลทิน แถมยังเชื่อในความรักบ้า ๆ บอ ๆ ตั้งแต่เด็ก.. เธอทำให้เขาเชื่อว่าผู้หญิงที่จริงใจ ไร้จริตมารยา ไม่หวังผลประโยชน์ยังคงมีอยู่บนโลกนี้..

            แต่ดูเหมือนเขาจะคิดผิด..

            ตะวันวาดไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้ชายตรงหน้าเธอมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ.. ลำคอระหงเกร็งขึ้นอย่างผิดปกติ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มวาววับจ้องเขม็งมาที่เธอ

            “ทำไมเธอถึงลาออก” เสียงทุ้มถามขึ้นมาโดยไร้ซึ่งบริบทใด ๆ คำถามที่เขาเคยถามไปแล้วทำให้ตะวันวาดขมวดคิ้ว

            “ฉันเคยบอกไปแล้วนี่คะว่าเหตุผลส่วนตัว” เสียงเล็กตอบ

            “จะไปทำงานกับอัศวะนัยก็บอกตรง  ๆ ก็ได้” เสียงทุ้มตะคอก

            ตะวันวาดผงะ.. ร่างบางตั้งรับกับอารมณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของอันธกานต์แทบไม่ทัน หญิงสาวกลืนน้ำลายอึก  ใบหน้าหวานซีดลงเล็กน้อย เธอตอบเขาอย่างใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้

            “ค่ะ.. ตะวันจะไปทำงานที่โรงแรมภูธเรศ”

            แม้ว่าตอนแรกเธอจะไม่ได้ตั้งใจเช่นนั้น.. แต่ว่าเมื่อช่วงกลางวันเธอก็ตกปากรับคำภูจินดาไปเรียบร้อยแล้ว..

            “แต่เรื่องนี้..” ไม่ได้เกี่ยวกับ… หญิงสาวพูดไม่จบและยังไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเรื่องคอนโดที่พัทยา..

            “เธอเป็นคนบอกฉันเองไม่ใช่เหรอว่าอย่าเจอกันอีก.. แล้วเธอมาที่นี่อีกทำไม? ” อันธกานต์ถามต่อ ร่างสูงก้าวขึ้นมาประชิดเธอมากขึ้น

            ตะวันวาดพูดไม่ออก.. คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกสมเพชตัวเองขึ้นมาทันใด..

            “ค่ะ.. ฉันยอมรับว่าฉันเป็นคนพูดแบบนั้น.. แต่เรื่องคอนโด..” ร่างเล็กเดินถอยออกห่างจากเขาเล็กน้อย

            “เธอไม่คิดว่าตัวเองเรียกร้องมากไปหรือไง? เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร? ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่เธอคาดหวังงั้นเหรอ?”

            ตะวันวาดยังไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดอีกฝ่ายจึงมีฉุนเฉียวขึ้นมาราวกับผู้หญิงมีประจำเดือน เธอสูดลมหายใจเข้าลึก.. คำพูดที่ได้รับฟังนั้นเหมือนโดนอีกฝ่ายตบหน้าเข้าอย่างจัง

            “ตะวันไม่ได้..”

            “พี่น้อง..ไม่ต่างกันสักนิด” ประโยคสุดท้ายอันธกานต์เหมือนจะสบถกับตัวเองมากกว่าบอกตะวันวาด

            “ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ.. ทำทุกอย่างได้เพื่อเงิน”

            นัยน์ตากลมจ้องมองอีกฝ่าย คิ้วเรียกขมวดตัวเข้าหากัน

            “ฉันไม่เข้าใจว่าคุณหมายความว่าอะไร”

            อันธกานต์สะบัดมองเธอ

            “หึ.. เมื่อกี้เธอไม่ได้เพิ่งเรียกฉันว่า “พี่ธัน” หรือไง? ”

            ตะวันวาดมองอีกฝ่ายด้วยความยิ่งงุนงง

            “นี่คุณโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพราะฉันเรียกคุณแบบนั้นเหรอคะ? ฉันขอโทษที่หลุดปากเรียกไป ต่อไปฉันจะไม่เรียกแบบนั้นอีก”

            “ฉันไม่ได้โกรธที่เธอเรียกฉันแบบนั้น! ฉันโกรธที่เธอเรียกฉันแบบนั้นเพราะคิดว่าจะทำให้ฉันใจอ่อนยอมไม่ขายคอนโดใช่ไหม!? ”

            ตะวันวาดหัวเราะแห้ง เธออ้าปากค้างน้อย ๆ อย่างไม่เข้าใจ..

            “ฉันไม่ได้เรียกคุณแบบนั้นครั้งแรกสักหน่อย เวลาฉันสติหลุดฉันก็เรียกคุณแบบนั้นตลอด คุณคิดว่าฉันชอบตัวเองแบบนั้นหรือไง? ” มือเรียวยกขึ้นปัดเส้นผมบนใบหน้า.. เธอรู้สึกรุ่มร้อนขึ้นมาด้วยความโกรธ

            บทสนทนานี่มันไปกันใหญ่แล้ว.. หญิงสาวคิด เธอพ่นลมหายใจออกทางปาก ยกมือพัดตรงหน้าอย่างโมโห

            อันธกานต์นิ่ง.. สิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั้น.. เขาไม่เคยสังเกตมาก่อน..

            ร่างบางถอนสายตาจากอันธกานต์หันไปมองความมืดที่ปกคลุมอยู่รอบข้าง.. ตะวันวาดสูดลมหายใจเข้าลึก

            “ฉันขอโทษนะคะที่มารบกวนเวลาของคุณ ฉันคิดผิดจริง ๆ ที่คิดว่าเราคงจะคุยกันได้ ฉันไม่ควรคาดหวังความเข้าใจหรือความเห็นใจอะไรจากคนที่แย่งแฟนคนอื่น แถมยังแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รักแบบคุณ”

            เสียงหวานเอ่ยนิ่ง.. น้ำเสียงเย็น ลำคอเล็กตั้งตรง ใบหน้ารูปไข่เชิดขึ้น ประโยคยาวนั้นเป็นเหมือนชนวนจุดระเบิดชั้นเยี่ยมให้กับอันธกานต์ที่มีไส้ฉนวนแสนสั้น..

            ร่างสูงหยุดห้วงความคิดของตัวเอง เขาตวัดสายตามองเธอ

            “ตะวันวาด” เสียงทุ้มคำรามเรียกชื่ออีกฝ่าย มือใหญ่คว้าหมับเข้าที่บ่าเล็ก แรงกดนั้นมากพอที่จะทำให้ตะวันวาดรู้สึกเจ็บ คนตัวเล็กย่อลงเล็กน้อย

            ใบหน้าเล็กหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ข่มความเจ็บปวดเอาไว้

            “เรื่องคอนโด.. คุณจะขายก็ขาย ฉันจะซื้อเอง!”

            ว่าแล้วตะวันวาดก็ใช้มือแกะมือของอีกฝ่ายออกจากบ่าของเธอ ก่อนจะหันหลังกลับเดินไปในตัวบ้านของสินธพโดยไม่หันมองอันธกานต์อีกเลย.. หญิงสาวยกมือไหว้อัญญาที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น กล่าวลาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายถามอะไรทั้งสิ้น

            เพียงไม่ถึงหนึ่งนาที อันธกานต์ก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องนั่งเล่นเช่นกัน

            อัญญามองหลานชายที่ตอนนี้ใบหน้านิ่ง แต่จ้องเขม็งไปยังแผ่นหลังบางที่หายจากไปราวกับพายุ.. คนเป็นป้ามองตามสายตานั้นไปและหันกลับมามองหลานชายอีกครั้ง

            “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าจ๊ะ? ”

            อันธกานต์หันมองอัญญา

            “เปล่าครับ” คนโกหกหน้าตายตอบ ก่อนจะเดินหายลับไปอีกคน..


            3 ชั่วโมงต่อมา..

            “ย๊ากกกก” ตะวันวาดตะโกนอยู่คนเดียวภายในห้องนอนของเธอ ผ้าห่มที่คลุมโปงอยู่นั้นไม่สามารถช่วยเก็บเสียงได้แม้แต่น้อย คนตัวเล็กโผล่ออกมาจากผ้าห่ม ก่อนจะยกมือขึ้นทึ้งผมของตัวเองเป็นรอบที่เท่าไหร่เธอก็จำไม่ได้

            “ตะวัน.. แกคิดอะไรของแก”

            “คุณจะขายก็ขาย! ฉันจะซื้อเอง!”

            “แกคิดอะไรของแก๊ ฮืออ ๆ ๆ ๆ ”

            มือเล็กยกขึ้นปิดใบหน้าหวาน คนตัวเล็กยังร้องครวญครางอยู่คนเดียวราวกับว่ามันจะช่วยให้เธอคิดออก

            เพี๊ยะ ๆ ๆ

            เธอยกมือขึ้นตบริมฝีปากตัวเอง

            “ปากดีนักนะปาก.. โอ๊ยย เมื่อไหร่ฉันจะเลิกพูดอะไรไม่คิดห๊าาาา”

            ตะวันวาดเงยหน้าขึ้นมองเพดานที่ว่างเปล่า ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงอีกครั้ง

            “ฉันจะทำยังไงดี๊~”


            คอนโดตรีธารา..

            อันธกานต์นั่งนิ่งอยู่ในความมืดปลายเตียงนอนไซส์คิงของตัวเอง.. นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองไปยังความว่างเปล่า

            ฉันไม่ได้เรียกคุณแบบนั้นครั้งแรกสักหน่อย เวลาฉันสติหลุดฉันก็เรียกคุณแบบนั้นตลอด..

            ประโยคเดิมจากตะวันวาดยังคงก้องอยู่ในห้วงความคิด..

            “พี่ธัน!” เสียงเดิมที่เรียกชื่อเขา.. ใบหน้าของตื่นตระหนกของตะวันวาดตอนที่เห็นเขาโดนท่อนไม้ฟาดลงบนศีรษะผ่านเข้ามา..

            “มันไม่ใช่อย่างที่พี่คิดนะคะ พี่ธันไม่ได้เป็นคนทำ” ภาพเหตุการณ์ที่เธอตะโกนบอกภูธเรศที่โรงพยาบาลย้อนกลับเข้ามา..

            อันธกานต์ทิ้งตัวลงบนเตียงนอน ยกสองนิ้วนวดขมับศีรษะ ทบทวนความมุทะลุไร้ซึ่งตรรกะของตัวเองอย่างเงียบงัน..


            สุดสัปดาห์.. คอนโด Sky Beach ห้อง 3110

            “กล้วยบวชชี!” ตะวันวาดเอ่ยอย่างตื่นเต้นขณะที่มารดาของเธอวางถ้วยแก้วสีขาวลงตรงหน้า คนตัวเล็กปรบมือเบา ๆ ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตากินกล้วยบวชชี

            “กินช้า ๆ ” คนเป็นแม่กล่าวเตือน แต่ท่าทางกลับดูดีใจที่ลูกสาวตั้งหน้าตั้งตากินเช่นนั้น

            ตะวันวาดรับประทานของหวานเสร็จเรียบร้อยจึงเดินไปหาบิดาที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ตามปกติ คนตัวเล็กสวมกอดบิดาจากทางด้านข้าง มองมารดาของเธอนั่งห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งเมตร

            “เราย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ ด้วยกันมั้ย” เสียงเล็กเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เธอขยับตัวนั่งเมื่อเห็นว่าทั้งพ่อและแม่จ้องมองมาที่เธอ

            “แหะ ๆ ” ตะวันวาดหัวเราะแห้ง ยกมือขึ้นเกาศีรษะ

            “ก็หนูอยากอยู่ใกล้ ๆ พ่อกับแม่นี่นา” เธอกล่าวต่อ ขณะที่พ่อแม่ของเธอพลางมองหน้าซึ่งกันและกัน

            “ตะวัน.. ลูกก็รู้นี่ว่าบ้านหลังนี้พ่อ..”

            “ซื้อเป็นของขวัญให้แม่” ตะวันวาดต่อประโยคจบ

            “อีกอย่างพ่อแม่ก็อยู่ที่นี่มานานจนชินแล้ว..”

            บิดาพยักหน้าเห็นด้วยกันมารดาของเธอ ตะวันวาดปั้นยิ้มให้พ่อกับแม่ของเธอ ทั้งที่ในใจนั้นอยากร้องตะโกนและทึ้งผมตัวเองอีกหลายรอบ

            ตะวันวาดหัวเราะแห้ง ๆ

            “จริง ๆ แม่ก็อยากให้หนูมาอยู่ใกล้ ๆ ไม่งั้นก็.. ตะวันมาหางานทำที่นี่มั้ย”

            ข้อเสนอที่เกินขอบเขตที่เธอคาดหวังไว้ทำให้ตะวันวาดยกมือ สะบัดหน้าไปมารัว ๆ มารดาของเธอเห็นท่าทางเช่นนั้นก็ได้แต่ยิ้มขำ

            ตะวันวาดมองหน้าพ่อแม่สลับกัน.. ริมฝีปากบางเม้มแน่น ไม่มีคำพูดใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องบ้านหลุดออกจากปากอีก

            เธอทำใจบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ไม่ได้จริง ๆ ..


    คล้ายกับเรื่องตะวันวาด ที่คุณอ่าน