สวนเล็กหลังบ้านของสินธพ
เสียงไฟสลัวจากโคมไฟบนพื้นดินสะท้อนให้ตะวันวาดมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายราง ๆ อันธกานต์สีหน้านิ่งขรึม ชายหนุ่มยังคงนิ่งเงียบไม่พูดอะไรตั้งแต่พบหน้าเธอ
ตะวันวาดสูดลมหายใจเข้าลึก
“เรื่องคอนโด..”
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มตวัดสบมองอีกฝ่าย
“ฉันเข้าใจว่าเธอไม่อยากเจอฉันแล้วซะอีก”
แล้วฉันมีทางเลือกหรือไง.. ตะวันวาดตะโกนตอบอยู่ในใจ
“ตะวันรู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะขอร้องอะไรได้ แต่พี่ธันไม่ขายคอนโดได้มั้ยคะ” ตะวันวาดพูดอย่างรัวเร็วติดกันด้วยความร้อนรน
ถ้าคอนโดถูกขาย พ่อแม่เธอต้องเสียใจมาก แถมเธอเองก็ยังไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรต่อไปดี..
อันธกานต์เลิกคิ้ว
พี่ธัน.. ร่างสูงแทบจะหลุดหัวเราะเยาะออกมา.. ความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้ซึ่งคำบรรยาย..
พี่ธัน.. เด็กผู้หญิงตรงหน้าเรียกเขาอย่างที่เขาต้องการมาตลอด.. แต่เธอทำมันเพื่อที่จะแลกกับสิ่งที่เธอต้องการ.. คำเรียกอย่างป้อยอทำให้เขานึกถึงบุหลันรังสรรค์!
เห็นบอกว่าจะคุณจินอยากให้ไปทำงานด้วย.. คำพูดของสินธพลอยเข้ามาในห้วงความคิดอีกระลอกเป็นเชื้อเพลิงที่เติมเข้ากองไฟอย่างดีทีเดียว
อันธกานต์คิดมาตลอดว่าตะวันวาดไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น.. ไม่เหมือนพี่สาวของเธอ.. เด็กผู้หญิงใบหน้ารูปไข่ รอยยิ้มที่สดใสไร้มลทิน แถมยังเชื่อในความรักบ้า ๆ บอ ๆ ตั้งแต่เด็ก.. เธอทำให้เขาเชื่อว่าผู้หญิงที่จริงใจ ไร้จริตมารยา ไม่หวังผลประโยชน์ยังคงมีอยู่บนโลกนี้..
แต่ดูเหมือนเขาจะคิดผิด..
ตะวันวาดไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้ชายตรงหน้าเธอมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ.. ลำคอระหงเกร็งขึ้นอย่างผิดปกติ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มวาววับจ้องเขม็งมาที่เธอ
“ทำไมเธอถึงลาออก” เสียงทุ้มถามขึ้นมาโดยไร้ซึ่งบริบทใด ๆ คำถามที่เขาเคยถามไปแล้วทำให้ตะวันวาดขมวดคิ้ว
“ฉันเคยบอกไปแล้วนี่คะว่าเหตุผลส่วนตัว” เสียงเล็กตอบ
“จะไปทำงานกับอัศวะนัยก็บอกตรง ๆ ก็ได้” เสียงทุ้มตะคอก
ตะวันวาดผงะ.. ร่างบางตั้งรับกับอารมณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของอันธกานต์แทบไม่ทัน หญิงสาวกลืนน้ำลายอึก ใบหน้าหวานซีดลงเล็กน้อย เธอตอบเขาอย่างใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ค่ะ.. ตะวันจะไปทำงานที่โรงแรมภูธเรศ”
แม้ว่าตอนแรกเธอจะไม่ได้ตั้งใจเช่นนั้น.. แต่ว่าเมื่อช่วงกลางวันเธอก็ตกปากรับคำภูจินดาไปเรียบร้อยแล้ว..
“แต่เรื่องนี้..” ไม่ได้เกี่ยวกับ… หญิงสาวพูดไม่จบและยังไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเรื่องคอนโดที่พัทยา..
“เธอเป็นคนบอกฉันเองไม่ใช่เหรอว่าอย่าเจอกันอีก.. แล้วเธอมาที่นี่อีกทำไม? ” อันธกานต์ถามต่อ ร่างสูงก้าวขึ้นมาประชิดเธอมากขึ้น
ตะวันวาดพูดไม่ออก.. คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกสมเพชตัวเองขึ้นมาทันใด..
“ค่ะ.. ฉันยอมรับว่าฉันเป็นคนพูดแบบนั้น.. แต่เรื่องคอนโด..” ร่างเล็กเดินถอยออกห่างจากเขาเล็กน้อย
“เธอไม่คิดว่าตัวเองเรียกร้องมากไปหรือไง? เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร? ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่เธอคาดหวังงั้นเหรอ?”
ตะวันวาดยังไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดอีกฝ่ายจึงมีฉุนเฉียวขึ้นมาราวกับผู้หญิงมีประจำเดือน เธอสูดลมหายใจเข้าลึก.. คำพูดที่ได้รับฟังนั้นเหมือนโดนอีกฝ่ายตบหน้าเข้าอย่างจัง
“ตะวันไม่ได้..”
“พี่น้อง..ไม่ต่างกันสักนิด” ประโยคสุดท้ายอันธกานต์เหมือนจะสบถกับตัวเองมากกว่าบอกตะวันวาด
“ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ.. ทำทุกอย่างได้เพื่อเงิน”
นัยน์ตากลมจ้องมองอีกฝ่าย คิ้วเรียกขมวดตัวเข้าหากัน
“ฉันไม่เข้าใจว่าคุณหมายความว่าอะไร”
อันธกานต์สะบัดมองเธอ
“หึ.. เมื่อกี้เธอไม่ได้เพิ่งเรียกฉันว่า “พี่ธัน” หรือไง? ”
ตะวันวาดมองอีกฝ่ายด้วยความยิ่งงุนงง
“นี่คุณโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพราะฉันเรียกคุณแบบนั้นเหรอคะ? ฉันขอโทษที่หลุดปากเรียกไป ต่อไปฉันจะไม่เรียกแบบนั้นอีก”
“ฉันไม่ได้โกรธที่เธอเรียกฉันแบบนั้น! ฉันโกรธที่เธอเรียกฉันแบบนั้นเพราะคิดว่าจะทำให้ฉันใจอ่อนยอมไม่ขายคอนโดใช่ไหม!? ”
ตะวันวาดหัวเราะแห้ง เธออ้าปากค้างน้อย ๆ อย่างไม่เข้าใจ..
“ฉันไม่ได้เรียกคุณแบบนั้นครั้งแรกสักหน่อย เวลาฉันสติหลุดฉันก็เรียกคุณแบบนั้นตลอด คุณคิดว่าฉันชอบตัวเองแบบนั้นหรือไง? ” มือเรียวยกขึ้นปัดเส้นผมบนใบหน้า.. เธอรู้สึกรุ่มร้อนขึ้นมาด้วยความโกรธ
บทสนทนานี่มันไปกันใหญ่แล้ว.. หญิงสาวคิด เธอพ่นลมหายใจออกทางปาก ยกมือพัดตรงหน้าอย่างโมโห
อันธกานต์นิ่ง.. สิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั้น.. เขาไม่เคยสังเกตมาก่อน..
ร่างบางถอนสายตาจากอันธกานต์หันไปมองความมืดที่ปกคลุมอยู่รอบข้าง.. ตะวันวาดสูดลมหายใจเข้าลึก
“ฉันขอโทษนะคะที่มารบกวนเวลาของคุณ ฉันคิดผิดจริง ๆ ที่คิดว่าเราคงจะคุยกันได้ ฉันไม่ควรคาดหวังความเข้าใจหรือความเห็นใจอะไรจากคนที่แย่งแฟนคนอื่น แถมยังแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รักแบบคุณ”
เสียงหวานเอ่ยนิ่ง.. น้ำเสียงเย็น ลำคอเล็กตั้งตรง ใบหน้ารูปไข่เชิดขึ้น ประโยคยาวนั้นเป็นเหมือนชนวนจุดระเบิดชั้นเยี่ยมให้กับอันธกานต์ที่มีไส้ฉนวนแสนสั้น..
ร่างสูงหยุดห้วงความคิดของตัวเอง เขาตวัดสายตามองเธอ
“ตะวันวาด” เสียงทุ้มคำรามเรียกชื่ออีกฝ่าย มือใหญ่คว้าหมับเข้าที่บ่าเล็ก แรงกดนั้นมากพอที่จะทำให้ตะวันวาดรู้สึกเจ็บ คนตัวเล็กย่อลงเล็กน้อย
ใบหน้าเล็กหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ข่มความเจ็บปวดเอาไว้
“เรื่องคอนโด.. คุณจะขายก็ขาย ฉันจะซื้อเอง!”
ว่าแล้วตะวันวาดก็ใช้มือแกะมือของอีกฝ่ายออกจากบ่าของเธอ ก่อนจะหันหลังกลับเดินไปในตัวบ้านของสินธพโดยไม่หันมองอันธกานต์อีกเลย.. หญิงสาวยกมือไหว้อัญญาที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น กล่าวลาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายถามอะไรทั้งสิ้น
เพียงไม่ถึงหนึ่งนาที อันธกานต์ก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องนั่งเล่นเช่นกัน
อัญญามองหลานชายที่ตอนนี้ใบหน้านิ่ง แต่จ้องเขม็งไปยังแผ่นหลังบางที่หายจากไปราวกับพายุ.. คนเป็นป้ามองตามสายตานั้นไปและหันกลับมามองหลานชายอีกครั้ง
“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าจ๊ะ? ”
อันธกานต์หันมองอัญญา
“เปล่าครับ” คนโกหกหน้าตายตอบ ก่อนจะเดินหายลับไปอีกคน..
3 ชั่วโมงต่อมา..
“ย๊ากกกก” ตะวันวาดตะโกนอยู่คนเดียวภายในห้องนอนของเธอ ผ้าห่มที่คลุมโปงอยู่นั้นไม่สามารถช่วยเก็บเสียงได้แม้แต่น้อย คนตัวเล็กโผล่ออกมาจากผ้าห่ม ก่อนจะยกมือขึ้นทึ้งผมของตัวเองเป็นรอบที่เท่าไหร่เธอก็จำไม่ได้
“ตะวัน.. แกคิดอะไรของแก”
“คุณจะขายก็ขาย! ฉันจะซื้อเอง!”
“แกคิดอะไรของแก๊ ฮืออ ๆ ๆ ๆ ”
มือเล็กยกขึ้นปิดใบหน้าหวาน คนตัวเล็กยังร้องครวญครางอยู่คนเดียวราวกับว่ามันจะช่วยให้เธอคิดออก
เพี๊ยะ ๆ ๆ
เธอยกมือขึ้นตบริมฝีปากตัวเอง
“ปากดีนักนะปาก.. โอ๊ยย เมื่อไหร่ฉันจะเลิกพูดอะไรไม่คิดห๊าาาา”
ตะวันวาดเงยหน้าขึ้นมองเพดานที่ว่างเปล่า ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงอีกครั้ง
“ฉันจะทำยังไงดี๊~”
คอนโดตรีธารา..
อันธกานต์นั่งนิ่งอยู่ในความมืดปลายเตียงนอนไซส์คิงของตัวเอง.. นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองไปยังความว่างเปล่า
ฉันไม่ได้เรียกคุณแบบนั้นครั้งแรกสักหน่อย เวลาฉันสติหลุดฉันก็เรียกคุณแบบนั้นตลอด..
ประโยคเดิมจากตะวันวาดยังคงก้องอยู่ในห้วงความคิด..
“พี่ธัน!” เสียงเดิมที่เรียกชื่อเขา.. ใบหน้าของตื่นตระหนกของตะวันวาดตอนที่เห็นเขาโดนท่อนไม้ฟาดลงบนศีรษะผ่านเข้ามา..
“มันไม่ใช่อย่างที่พี่คิดนะคะ พี่ธันไม่ได้เป็นคนทำ” ภาพเหตุการณ์ที่เธอตะโกนบอกภูธเรศที่โรงพยาบาลย้อนกลับเข้ามา..
อันธกานต์ทิ้งตัวลงบนเตียงนอน ยกสองนิ้วนวดขมับศีรษะ ทบทวนความมุทะลุไร้ซึ่งตรรกะของตัวเองอย่างเงียบงัน..
สุดสัปดาห์.. คอนโด Sky Beach ห้อง 3110
“กล้วยบวชชี!” ตะวันวาดเอ่ยอย่างตื่นเต้นขณะที่มารดาของเธอวางถ้วยแก้วสีขาวลงตรงหน้า คนตัวเล็กปรบมือเบา ๆ ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตากินกล้วยบวชชี
“กินช้า ๆ ” คนเป็นแม่กล่าวเตือน แต่ท่าทางกลับดูดีใจที่ลูกสาวตั้งหน้าตั้งตากินเช่นนั้น
ตะวันวาดรับประทานของหวานเสร็จเรียบร้อยจึงเดินไปหาบิดาที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ตามปกติ คนตัวเล็กสวมกอดบิดาจากทางด้านข้าง มองมารดาของเธอนั่งห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งเมตร
“เราย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ ด้วยกันมั้ย” เสียงเล็กเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เธอขยับตัวนั่งเมื่อเห็นว่าทั้งพ่อและแม่จ้องมองมาที่เธอ
“แหะ ๆ ” ตะวันวาดหัวเราะแห้ง ยกมือขึ้นเกาศีรษะ
“ก็หนูอยากอยู่ใกล้ ๆ พ่อกับแม่นี่นา” เธอกล่าวต่อ ขณะที่พ่อแม่ของเธอพลางมองหน้าซึ่งกันและกัน
“ตะวัน.. ลูกก็รู้นี่ว่าบ้านหลังนี้พ่อ..”
“ซื้อเป็นของขวัญให้แม่” ตะวันวาดต่อประโยคจบ
“อีกอย่างพ่อแม่ก็อยู่ที่นี่มานานจนชินแล้ว..”
บิดาพยักหน้าเห็นด้วยกันมารดาของเธอ ตะวันวาดปั้นยิ้มให้พ่อกับแม่ของเธอ ทั้งที่ในใจนั้นอยากร้องตะโกนและทึ้งผมตัวเองอีกหลายรอบ
ตะวันวาดหัวเราะแห้ง ๆ
“จริง ๆ แม่ก็อยากให้หนูมาอยู่ใกล้ ๆ ไม่งั้นก็.. ตะวันมาหางานทำที่นี่มั้ย”
ข้อเสนอที่เกินขอบเขตที่เธอคาดหวังไว้ทำให้ตะวันวาดยกมือ สะบัดหน้าไปมารัว ๆ มารดาของเธอเห็นท่าทางเช่นนั้นก็ได้แต่ยิ้มขำ
ตะวันวาดมองหน้าพ่อแม่สลับกัน.. ริมฝีปากบางเม้มแน่น ไม่มีคำพูดใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องบ้านหลุดออกจากปากอีก
เธอทำใจบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ไม่ได้จริง ๆ ..