กองบิน 1 โคราช นครราชสีมา
วันนี้เป็วันทดสอบสมรรถภาพประจำปีของนักบิน การตรวจที่นักบินทุกคนต้องผ่านทุกปี ทั้งการทดสอบร่างกาย และการตรวจเวชศาสตร์การบิน อาคารเวชศาสตร์การบินของกองบิน 1 จึงเริ่มคึกคักั้แ่ยังไม่แปดโมง
จักราวุธเดินเข้ามาในเสื้อโปโลสีดำของฝูงบิน บนอกซ้ายปักตัวอักษรเล็ก ๆ ‘103 SQDN’ เขาสวมกางเกงกีฬาขาสั้นสีขาว แว่นกันแดด Ray-Ban ถูกเหน็บไว้ที่คอเสื้อ แสงแดดสะท้อนกับหน้าปัดนาฬิกาโลหะเรือนใหญ่บนข้อมือที่มีสัญลักษณ์ F-16 เล็ก ๆ อยู่กึ่งกลาง ผมทรงเกรียน (Buzz Cut) รับกับใบหน้าคมเข้ม
เขาเซ็นชื่อในใบลงทะเบียน ก่อนจะได้ยินเสียงคุ้นเคยจากด้านหลัง
“ไอซ์”
จักราวุธหันไป
นาวาอากาศตรี อรรถพล เดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟในมือ
“เมื่อคืนพักผ่อนบ้างไหม”
“ครับ”
อรรถพลยิ้มมุมปาก พลางกระซิบกับนักบินอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ
“หมอนี่ใช้ชีวิตสองกะ วันจันทร์เพิ่งบิน Sortie (ภารกิจบินหนึ่งเที่ยว) ต่อกันสองเที่ยว เมื่อวานก็นั่งอยู่ในห้อง Debrief (วิเคราะห์การบินหลังบิน) จนค่ำ เช้านี้ยังต้องมาตรวจร่างกายอีก เดี๋ยว่บ่ายมันต้องขับรถเข้ากรุงเทพฯ ไปเตรียมตัวเรียนต่ออีกสามวันรวด”
ระหว่างที่นั่งรอคิวตรวจเื จักราวุธหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา หน้าจอแจ้งเตือนข้อความใหม่จากคนที่ไม่คิดว่าจะทักมาในเวลานี้
Peachy : คุณจักราวุธ อย่าลืมส่งไฟล์งานกลุ่มล่วงหน้านะคะ ฉันจะเช็กชื่อตอนเช้าวันพฤหัสฯ
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับด้วยท่าทางนิ่งเฉยตามสไตล์
Chakrawut : ส่งให้ทางอีเมลแล้วครับ เมื่อคืนตอนตีหนึ่ง
Peachy : ส่งดึกจังนะคะ... ทำงานพิเศษเหรอ?
จักราวุธเงยหน้ามองผ่านหน้าต่างออกไปเห็น F-16 ลำหนึ่งกำลังเร่งเครื่องขึ้นสู่ท้องฟ้า เสียงเครื่องยนต์ดังสนั่นมาถึงในอาคาร เขาหันกลับมาพิมพ์สั้น ๆ
Chakrawut : นิดหน่อยครับ พอดีมีเคสเร่งด่วนนิดหน่อย
Peachy : โอเคค่ะ ตั้งใจทำงานนะคะ อย่ามาหลับในคลาสฉันก็พอ
เขายกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อยที่แม้แต่อรรถพลที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็สังเกตไม่เห็น ก่อนจะเก็บมือถือลงกระเป๋าเมื่อเ้าหน้าที่ประกาศเรียก
“นักบินฝูง 103 เชิญด้านในครับ”
นักบินหลายคนเริ่มทำการทดสอบตามสถานีต่าง ๆ จักราวุธเดินเข้าไปที่บาร์เหล็กสำหรับดึงข้อ เขาโหนตัวขึ้นด้วยท่าทางนิ่งสนิท จังหวะการดึงสม่ำเสมอ ลำแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อขยับขึ้นลงราวกับเครื่องจักร เมื่อครบตามเกณฑ์เขาก็ปล่อยตัวลงพื้นเบา ๆ โดยที่ลมหายใจยังคงเป็ปกติ
“ผ่านครับ”
เ้าหน้าที่บันทึกผลทันที
สถานีต่อมาคือ เครื่องจำลองแรง G ซึ่งเป็จุดสำคัญของนักบินรบ นักบินคนหนึ่งเดินออกมาด้วยใบหน้าซีดเซียว หมอเวชศาสตร์การบินมองหน้าจอแล้วส่ายหน้า
“ค่าการรับมือของคุณต่ำกว่ามาตรฐานไปนิด พักก่อนแล้วค่อยทดสอบซ้ำ”
ถึงคิวของจักราวุธ เขาเดินเข้าไปนั่งประจำที่ในแคปซูล ประตูเหล็กปิดลงพร้อมเสียงล็อกสนิท ภายในห้องควบคุม หมอกดปุ่มเริ่มทำงาน เครื่องเหวี่ยงเริ่มหมุนด้วยความเร็วสูงขึ้นเรื่อย ๆ จักราวุธใช้เทคนิค L-1 Maneuver (การเกร็งกล้ามเนื้อและควบคุมการหายใจเพื่อรับแรงจี) อย่างใจเย็น เขาพ่นลมหายใจออกเป็จังหวะหนักสั้นตามที่ฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อต้านทานแรงกดมหาศาล
ไม่กี่นาทีต่อมาเครื่องค่อย ๆ หยุดนิ่ง หมอมองกราฟบนหน้าจอแล้วพยักหน้าอย่างทึ่ง ๆ
“นิ่งมาก... หัวใจแทบไม่เต้นผิดจังหวะเลย ปกติดีครับ”
จักราวุธเดินออกมาจากอาคารด้วยท่าทางสงบ อรรถพลที่ยืนพิงราวบันไดถามขึ้น
“ผ่านฉลุยสิท่า”
“ครับพี่”
“วันนี้ไม่มีคิวเข้าเครื่อง Simulator (เครื่องฝึกบินจำลอง) หรือต้องประชุม Mission Briefing (ประชุมก่อนบิน) แล้ว”
อรรถพลตบไหล่เขาเบา ๆ
“พักกินข้าวให้เรียบร้อยแล้วค่อยขับรถกลับกรุงเทพฯ ระยะทาง 250 กิโลเมตร ขับคนเดียวก็ระวังหน่อย พรุ่งนี้ต้องไปเป็นักศึกษาแต่เช้าไม่ใช่เหรอ”
จักราวุธยิ้มบาง ๆ
“ครับพี่”
เขาเดินตรงไปที่รถของตัวเองที่จอดอยู่ริมลาน แสงแดดจัดจ้าทำให้เขาหยิบ Ray-Ban มาสวม แววตาคมกริบของนักบินรบยังคงเด่นชัดภายใต้เลนส์สีเข้ม เขาโยนกระเป๋ากีฬาที่มีชุดกีฬาและอุปกรณ์ตรวจร่างกายไว้ที่เบาะหลัง
จักราวุธเหลือบมองนาฬิกาบนข้อมือ เข็มวินาทีเดินไปอย่างเที่ยงตรง
“อีกประมาณสี่ชั่วโมงถึงกรุงเทพฯ... พรุ่งนี้ค่อยเจอกัน แคลคูลัส”
เขาสตาร์ทเครื่องยนต์ ทิ้งกลิ่นน้ำมันเครื่องและเสียงเครื่องยนต์ไอพ่นจากรันเวย์กองบิน 1 ไว้เื้ั มุ่งหน้าสู่เส้นทางมิตรภาพเพื่อกลับไปทำอีกหนึ่งหน้าที่ในรั้วมหาวิทยาลัย
เย็นวันนั้น...
จักราวุธกลับถึงบ้านที่กรุงเทพฯ ก่อนพระอาทิตย์ตกเล็กน้อย บ้านเงียบเชียบตามปกติ
เขาวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ พลางปรับสายนาฬิกาโลหะเรือนใหญ่บนข้อมือให้กระชับขึ้น ความเมื่อยล้าจาง ๆ จากการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายเมื่อเช้าที่โคราชยังหลงเหลืออยู่บ้าง
เขานั่งนิ่งอยู่บนโซฟาครู่หนึ่ง
มือถือสว่างขึ้น
หน้าจอเปิดค้างอยู่ที่แชทของ 'อาจารย์พิชญา'
เขาปลดล็อกเครื่องเหมือนจะพิมพ์อะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจลุกขึ้นไปเปลี่ยนชุดเป็ชุดกีฬาแทน
บางทีร่างกายที่เพิ่งผ่านแรงเหวี่ยงมหาศาลมา อาจ้าการขยับจังหวะเบา ๆ เพื่อคลายกล้ามเนื้อ
--------------------
สวนสาธารณะ่เย็นมีคนไม่มากนัก แสงแดดสีส้มอ่อน ๆ ลอดผ่านกิ่งไม้ใหญ่
จักราวุธเริ่มออกวิ่ง จังหวะฝีเท้าของเขาสม่ำเสมอเหมือนเครื่องจักรที่ถูกเซตโปรแกรมไว้
หนึ่งรอบ... สองรอบ...
พอเข้ารอบที่สาม เขาเริ่มชะลอฝีเท้าลง เพราะเห็นใครบางคนวิ่งอยู่ข้างหน้า...ผู้หญิงในชุดกีฬาแขนยาวสีอ่อน รวบผมหลวม ๆ พอเธอหันมา ทั้งสองคนก็ชะงักพร้อมกัน
พีชเลิกคิ้วนิดหนึ่งก่อนจะยิ้ม
“บังเอิญจังนะคะ”
“ครับ”
จักราวุธพยักหน้าเล็กน้อย แสงแดดยามเย็นสะท้อนหน้าปัดนาฬิกาเครื่องบินบนข้อมือเขาจนเธอเผลอเหลือบมองแวบหนึ่ง เธอลดความเร็วลง เปลี่ยนจากวิ่งเป็เดิน เขาก็เดินตามจังหวะเดียวกัน

พีชเริ่มบทสนทนา
“คุณมาวิ่งบ่อยเหรอ
“แล้วแต่วันครับ”
“วันนี้ดูเหมือนวันว่าง”
เธอลอบสังเกตท่าทางที่ดูนิ่งผิดปกติของเขา
“ปกติวันพุธในคลาส นักศึกษาคนอื่นจะดูหมดสภาพกันหมด แต่คุณกลับดูสดชื่น? หรือจะเรียกว่าอยู่ตัวดีล่ะ”
จักราวุธยิ้มบาง ๆ
“ผมแค่ชินกับการขยับตัวมากกว่านั่งเฉย ๆ ครับ”
“ดีค่ะ”
พีชหัวเราะเบา ๆ
“ฉันนึกว่าคุณเป็พวกหายตัวไปจากโลกนี้ได้เสียอีก”
เธอมองเขาอย่างพิจารณา
“คุณดูเหมือนคนยุ่งมาก... แล้วก็เหมือนคนที่ไม่ค่อยบอกใครว่าตัวเองทำอะไรอยู่”
พีชหยุดเดินกะทันหัน แล้วหันมาเผชิญหน้า
“อย่างแชทเมื่อเช้าที่คุณบอกว่ามี ‘เคสเร่งด่วน’ จนต้องส่งงานตอนตีหนึ่ง... งานพิเศษที่คุณทำมันอันตรายหรือเปล่าคะ”
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย
“หรือว่าเป็งานที่ต้องใช้สมาธิสูงมาก”
จักราวุธชะงักไปเล็กน้อย
“ทำไมถึงคิดแบบนั้นครับ”
พีชบุ้ยปากไปที่ข้อมือเขา
“ก็ดูนาฬิกาคุณสิคะ…นาฬิกานักบินเรือนใหญ่ขนาดนั้น”
เธอยิ้มบาง ๆ
“แถมบุคลิกคุณก็ดู... เหมือนคนที่พร้อมจะะโขึ้นเครื่องบินไปไหนสักแห่งตลอดเวลา มากกว่าจะนั่งเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์น่ะค่ะ”
เขาก้มมองหน้าปัด Kentex F-16 ของตัวเอง ก่อนจะสบตาเธอ
“นาฬิกามันแค่ช่วยให้ผมตรงต่อเวลาครับ”
เขาพูดนิ่ง ๆ
“ส่วนเื่งาน... ผมแค่ต้องรับผิดชอบชีวิตคนอื่นนิดหน่อย มันเลยเงียบไม่ได้”
พีชเลิกคิ้วขึ้นทันที
“รับผิดชอบชีวิตคนอื่น?”
“คุณขับสามล้อแบบไหนเหรอคะ ที่ต้องรับผิดชอบอะไรขนาดนั้น”
จักราวุธยิ้มจาง ๆ
“บางที... เงียบไว้ก็ง่ายกว่าครับ”
เขาหยุดเดินเล็กน้อย
“บางอย่าง... ถ้าเคยผ่านมันมาแล้ว เื่อื่นมันจะดูเล็กลงครับ”
พีชเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้ม
“รวมถึงเื่ที่โดนรุ่นพี่ปีสองเขม่นด้วยหรือเปล่าคะ”
เขายิ้มรับ
“ครับ”
“เื่นั้นเล็กมาก เล็กจนผมเกือบจะลืมไปแล้ว ถ้าคุณไม่ทัก”
พีชหยุดเดิน มองหน้าเขาอย่างประเมิน
“คุณเป็ผู้ชายที่เข้าใจยากที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้จักเลยรู้ตัวไหมคะ คุณจักราวุธ”
เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ผมจะถือว่าเป็คำชมนะครับ”
พีชส่ายหัวเบา ๆ
“มันคือคำเตือนค่ะ”
เธอยิ้มกว้าง
“ว่าอย่าให้ฉันจับได้ว่าคุณแอบไปทำงานอะไรแผลง ๆ มา”
เธอชี้ไปอีกทาง
“ฉันต้องกลับทางนี้ค่ะ”
เธอหยุดเล็กน้อย
“วันนี้คุยสนุกดี แล้วเจอกันที่คลาสวันพรุ่งนี้นะคะ คุณจักราวุธ"
จักราวุธพยักหน้า
“ครับ”
พีชยิ้มตอบ ก่อนจะเดินออกไปตามทางของเธอ
จักราวุธมองตามแผ่นหลังของเธอไปจนสุดสายตา ก่อนที่มือถือจะสั่นเตือน ข้อความแชทเด้งขึ้นมา
Peachy : ขอบคุณนะคะที่เดินเป็เพื่อนด้วยวันนี้
จักราวุธมองข้อความนั้นอยู่นานก่อนจะพิมพ์ตอบ
Chakrawut : ครับ... ผมก็เหมือนกัน
ความเงียบรอบตัวยังเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกบางอย่างในใจนักบินรบคนนั้น
ดูเหมือนว่า...
ชีวิตนักศึกษาปีหนึ่งธรรมดาของเขา กำลังเริ่ม "ไม่ธรรมดา" ขึ้นมาทีละนิด