ตอนที่ 6 ใครขโมยไข่ไก่ (2)
หนิวซื่อกลอกตา แล้วพูดกับเสิ่นซื่อที่ถูกตีจนเจ็บระบมไปหมดข้างๆ ว่า “พี่สะใภ้สาม ท่านเองก็ได้เห็นได้ยินแล้ว เ้าเดรัจฉานตัวน้อยจากบ้านเ้าสองพวกนี้ เรียกว่าแข็งข้อแล้วจริงๆ ทั้งตีท่าน ทั้งใส่ร้ายลูกชายทั้งสองของข้า เื่นี้ท่านยอมทนได้หรือ ยังไงข้าก็ทนไม่ได้ วันนี้ถ้าไม่ได้ถลกหนังพวกมันข้าไม่ยอมแน่!”
“ท่านแม่ ไข่ไก่ใบนั้นเป็อันหยวนเซิงกับอันเสี่ยวหลีที่แอบขโมยกินไป” อันหยวนวั่งทำท่าทางดุดัน
อันหยวนซิ่งสนับสนุน “ข้าเองก็เห็นกับตาว่าพวกเขาสองพี่น้องเป็คนกิน”
“เ้าพูดโกหก! พวกเ้าสองคนพูดโกหกกันทั้งหมด” อันหยวนเซิงร้อนรน เขาไม่รู้จะอธิบายยังไง จึงได้แต่กำหมัดแน่ ใบหน้าเล็กๆ สะกดกลั้นอารมณ์จนแดงก่ำ
“ไปตีมัน!” อันหยวนซิ่งผลักน้องชายอันหยวนวั่ง “ตีมันให้ตาย!”
อันหยวนเซิงอายุแค่ห้าปี ต้องเผชิญหน้ากับอันหยวนซิ่งที่อายุแปดปี กับอันหยวนวั่งที่อายุหกปี ถึงเขาจะโกรธแค้นแต่ก็หวาดกลัว เขาจึงถอยหลังไปหลายก้าวตามสัญชาตญาณ
อันเสี่ยวเย่ว์โบกไม้นวดแป้งในมือ “ข้าจะดูสิว่าพวกเ้า ใครจะกล้าตีน้องชายข้า”
อันเสี่ยวเย่ว์ไม่อยากตีเด็ก อาศัยที่ตนมีอายุมากกว่ามารังแกเด็กแบบนี้นางทำไม่ลง แต่นางก็ไม่มีทางยอมให้น้องชายตัวน้อยของตนถูกรังแกแน่
อันหยวนเซิงรีบหลบไปด้านหลังของอันเสี่ยวเย่ว์ “พี่หญิงรอง!”
“ไม่ต้องกลัว มีพี่หญิงรองอยู่ ไม่มีทางให้เ้าถูกตีแน่” อันเสี่ยวเย่ว์กำไม้นวดแป้งในมือแน่น ดวงตาเป็ประกายคมกริบราวกับหมาป่าพยศจนดูน่ากลัว
“พูดจาใหญ่โตมันง่ายจริงๆ!” ในที่สุดเสิ่นซื่อก็มีเรี่ยวแรงกลับมา “หยวนซิ่ง หยวนวั่ง ตีพวกมันสองพี่น้องให้หนักๆ”
ในความเป็จริง เสิ่นซื่อยังกลัวไม้นวดแป้งในมือของอันเสี่ยวเย่ว์อยู่ จึงไม่กล้าเข้าไปด้วยตนเอง และไม่กล้าให้ลูกสาวตนเข้าไป จึงพูดหนุนให้ลูกชายสองคนของหนิวซื่อให้ไปด้านหน้า
หนิวซื่อเองก็เป็คนฉลาด แน่นอนว่านางก็รู้ดีว่าเสิ่นซื่อกำลังคิดอะไรอยู่ นางมั่นใจว่าลูกชายตนจะสามารถสู้กับอันหยวนเซิงที่ร่างกายอ่อนแอได้แน่ แต่กลับรู้สึกกริ่งเกรงไม้นวดแป้งในมือของอันเสี่ยวเย่ว์อยู่บ้าง และไม่อยากให้ลูกชายตนเสียเปรียบ
“หยวนซิ่ง หยวนวั่ง พวกเ้าไปที่ดิน เรียกพ่อเ้ากลับมา บอกว่าพวกเ้าถูกเดรัจฉานพวกนี้ของบ้านเ้าสองรังแก” หนิวซื่อยิ้มเย็นให้กับเสิ่นซื่อ นางไม่ยอมให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนทั้งสองของตัวเองถูกคนอื่นหลอกใช้แน่ และต่อให้อันเสี่ยวเย่ว์จะร้ายกาจยังไง รอให้ผู้ชายในบ้านกลับมา นางก็ไม่ใช่คู่ปรับอีกต่อไป
อันเสี่ยวเย่ว์ไม่ยอมอ่อนข้อ นางพูดกับอันหยวนเซิงว่า “หยวนเซิง ไปในหมู่บ้านดูว่าท่านพ่อของพวกเรากลับมาจากล่าสัตว์หรือยัง ไปบอกท่านพ่อพวกเราว่า มีตัวสารเลวมารังแกพวกเรา แล้วไปเชิญผู้ใหญ่บ้านให้มาที่นี่ด้วย บอกพวกเขาว่าที่บ้านตระกูลอันจะมีคนตาย ขอให้เขามาเป็ผู้จัดการให้ เื่ที่พี่หญิงรองให้เ้าไปทำ เ้าทำได้หรือไม่”
“ได้!” อันหยวนเซิงพยักหน้า แล้วรีบวิ่งออกไปทันที
อันเสี่ยวเย่ว์แก้เชือกที่มัดบนตัวของอันเสี่ยวหลีออก “พี่หญิง ไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่ ไม่มีทางให้พวกเราต้องถูกรังแกอีกแล้ว”
“เสี่ยวเย่ว์ ถ้าเกิดท่านปู่ท่านย่าและลุงสี่กลับมา...” อันเสี่ยวหลียังคงร้อนใจ
หลิ่วซื่อเองก็ร้อนใจ แต่นางมีนิสัยอ่อนแอ จึงไม่มีหนทางใดๆ เลย
อันเสี่ยวเย่ว์กลับมีท่าทีแน่วแน่มั่นคง ชาติที่แล้วเธอเป็คนที่แข็งกร้าวคนหนึ่ง เธอไม่เคยคิดว่าตนเองจะถูกรังแกมาก่อน
“ท่านแม่ พี่หญิง พวกท่านไม่ต้องกังวล พวกเราไม่ได้ขโมยไข่ไก่กิน ถ้าผู้ใหญ่บ้านมาแล้ว เขาจะต้องช่วยจัดการให้พวกเราแน่” อันเสี่ยวเย่ว์ปลอบหลิ่วซื่อกับอันเสี่ยวหลีที่ทั้งร้อนใจทั้งหวาดกลัว ในใจก็ครุ่นคิดว่า คนอ่อนแอครอบครัวนี้ เธอจะต้องปรับแก้ยังไงดี
เสื่อซื่อกลับยิ้มเย็นแล้วพูดกับหนิวซื่อว่า “น้องสะใภ้สี่ อีกสักครู่จะต้อง...”
เสิ่นซื่อยังไม่ทันจะพูดจบ หนิวซื่อก็พูดแทรกขึ้นมา “รออีกสักพักจะต้องถลกหนังพวกมันแน่!”