เข้าอันสดใสได้เริ่มต้นขึ้น พร้อมกับเสียงระฆังไฟฟ้าของโรงเรียนดังสนั่นในยามเช้าตรู่ นักเรียนทุกคนที่ได้ยินเสียงถูกบังคับให้ตื่นขึ้นมาในสภาพงัวเงีย และจะนอนต่อก็ไม่ได้เพราะเสียงระฆังนั้นแฝงไปด้วยเวทมนตร์ที่ทำให้นักเรียนไม่อาจนอนได้
เป็บริการของโรงเรียนที่จะใช้ในโอกาสพิเศษ เช่นวันสอบปลายภาค วันสอบเลื่อนระดับลูกแก้ว หรือแม้แต่วันแรกของการเรียนในแต่ละปี
“ไอ้บ้าเอ้ย ปลุกอะไรตอนหกโมงครึ่งนี่” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ก่อนจะเลิกผ้าห่มขึ้นด้วยความรำคาญ
เอ๋งง!!
“เสียงหมาหรือ” เรนเดลกล่าวด้วยท่าทีงุนงง ตาเขาสว่างทันที ก่อนจะพบว่าที่เขาเลิกผ้าห่มอย่างแรงเมื่อกี้ เขาได้ปัดลูกหมาตัวสีขาวหม่นหูแหลมตัวหนึ่งตกเตียงไปเรียบร้อยแล้ว
“ได้ไง มีหมาในห้องฉัน” เรนเดลพิจารณาเ้าลูกหมาตัวขาวขุ่นที่ค่อยๆยันตัวเองขึ้นจากพื้น ก่อนจะกระดิกหางให้เรนเดล เมื่อพิจารณาดีๆมันไม่ใช่หมาธรรมดา แต่เป็ลูกหมาจิ้งจอกหน้าตาน่ารัก ดวงตาสีเทาเป็ประกาย หางทั้งสามซึ่งมีปลายสีดำหม่นของมันกระดิกให้กับเรนเดล...หางทั้งสามที่กำลังกระดิก
“สัตว์ภูติอัญเชิญ...” เรนเดลกล่าวกับตัวเองเบาๆ เขามองลูกแก้วแกนเวทมอนสเตอร์ และศิลานักปราชญ์ที่ยังอยู่ดี ไม่มีร่องรอยการใช้งานเลยสักนิด ถึงเขาตั้งใจจะอัญเชิญสัตว์ภูติก็เถอะ แต่การที่มันมาเองโดยไม่ได้ร้องขอ ก็เป็เื่ที่น่าแปลกอยู่ดี
“แกมาได้ยังไง และฉันไปเชิญแกมาตอนไหน” เรนเดลเอ่ยถามเ้าหมาจิ้งจอกน้อย มันกระดิกหางรับให้เขา ก่อนจะเดินมาใกล้ๆ และเอาขาหน้าของมัน เขี่ยที่หน้าแข้งของเรนเดล
“แกคงหิวสินะ” เรนเดลรู้สึกมึนหัวเล็กน้อยเมื่อมันมาแตะตัวเขา เขาเดาได้ทันที ว่าเ้าจิ้งจอกตัวนี้มาอยู่ใกล้เขา เพื่อขอแบ่งปันมานา ตามกฏของสัตว์ภูติอัญเชิญ
ถึงแม้จะไม่รู้ว่ามันมาได้ยังไง แต่สัตว์ภูติอัญเชิญไม่เคยเป็ศัตรูกับจอมเวท ถ้าหากเ้าของไม่สั่ง และการที่มันฝ่าบาเรียป้องกันของเขามา และยังทำตัวเหมือนว่ามันเป็สัตว์ภูติของเขาได้ แสดงว่าเื่นี้ต้องมีเื้ั
“ไปที่บ้านโคโตโนฮะดีกว่า เผื่อเธออาจจะรู้อะไร” เรนเดลกล่าวก่อนจะรีบชิงไปหาโคโตโนฮะเสียก่อนที่ไอรินจะพบเขา เรนเดลไม่อยากโดนไอรินแขวะอีก ว่าเื่แค่นี้ทำไมไม่รู้
เขาแวะดูบอร์ดป้ายประกาศกิจกรรมของหอพัก และเรนเดลก็พบว่ามันว่างเปล่า ไม่มีข่าวสารใหม่ แสดงว่าการที่เขาได้สัตว์อัญเชิญต้องไม่ใช่เื่ปกติ
“เรนเดลคะ” เซร่าะโเรียกเขาจากในห้องของเธอ เรนเดลสามารถเห็นหอพักหญิงได้จากไกลๆเมื่ออยู่ตรงบอร์ดข่าวสารนอกอาคาร มืออันเรียวบางของเธอกำลังโบกทักทายเขาจากหน้าต่าง
เซร่าร่ายวงเวทธาตุลมที่ใต้เท้า และบินออกมาจากหน้าต่างห้องของเธอ ตรงมาหาเรนเดลที่กำลังยืนมองป้ายประกาศอยู่
“ฝึกเวทบินได้คล่องแล้วนี่ครับ ยินดีด้วย” เรนเดลกล่าวชมเชย ทำเอาเซร่ายิ้มรับน้อยๆ
“ใช่ค่ะ ฉันบินได้แล้วน่ะค่ะ” เซร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี “จากที่ลองบินเล่นๆ ฉันบินได้สูงราวๆห้าเมตร แต่ทว่ายังควบคุมทิศทางได้ไม่ดีนัก...น่าจะต้องฝึกอีกเยอะ”
“เก่งแล้วล่ะครับ อีกหน่อยก็น่าจะบินได้สูงเสียดก้อนเมฆ ถ้าหมั่นฝึกฝน” เรนเดลกล่าวชมเชย ทำเอาเซร่ารู้สึกปลาบปลื้ม
“ว่าแต่เรนเดลจะไปไหนหรือคะ นี่ยังไม่เจ็ดโมงเลย” เซร่าเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะคาบเรียนแรกจากการแบ่งห้องในวันนี้ คือแปดโมงครึ่ง และสมาชิกห้องหนึ่งที่พวกเขาเรียน มีทั้งสิ้นสิบเอ็ดคน เศษเกินจากนักเรียนหนึ่งร้อยหนึ่งคน ได้มาตกที่ห้องหนึ่ง ซึ่งจัดว่าเป็ห้องรวมหัวกะทิ
“ฉันมีเื่จะถามโคโตโนฮะน่ะ” เรนเดลกล่าวพลางมองไปด้านหลัง เ้าลูกจิ้งจอกสีขาวหม่นสามหาง ออกมาจากการซ่อนที่ด้านหลังเรนเดลทันที มันใช้ตาสีเทาอันบ้องแบ๊วของมันมองเซร่า มันอ้าปากจนเห็นลิ้นสีเทา ก่อนจะกระดิกสามหางให้เธอรัวๆ
“สัตว์อัญเชิญนี่คะ...น่ารักจัง” เซร่าก้มตัวลงก่อนจะยื่นมือไปข้างหน้า เพื่อชวนมันเล่น เ้าลูกจิ้งจอกเดินมาหาอย่างว่าง่าย ก่อนจะเลียมือเซร่า
แต่ทว่าทันทีที่มันัักับเซร่า เซร่าเธอรู้สึกหน้ามืดทันที เธอแทบจะคว่ำหน้าลงกับพื้น จนเรนเดลต้องรีบมาอุ้มจิ้งจอกออกมาให้ห่างเธอ
“ขอโทษนะเซร่า ดูท่ามันจะขโมยมานาในร่างของเธอ” เรนเดลขอโทษ ก่อนจะอุ้มจิ้งจอกไว้กับตัว เพื่อไม่ให้มันไปใกล้เซร่าอีก
“สัตว์อัญเชิญของเรนเดลธาตุมืดสินะคะ...แข็งแกร่งมากค่ะ” เซร่ากล่าวชมเชยก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นยืน “ใช้อะไรเป็สื่ออัญเชิญ และอัญเชิญที่ไหนคะ ถึงได้เ้าตัวนี้มา”
“มันมาเองน่ะ” เรนเดลกล่าว “ฉันคิดว่าเป็กิจกรรมอะไรของโรงเรียน เลยว่าจะไปลองถามโคโตโนฮะดู เผื่อเธออาจจะรู้อะไรบ้าง”
“ฉันว่าโรงเรียนคงไม่ใจปล้ำแจกสัตว์อัญเชิญให้กับนักเรียนหรอกนะคะ” เซร่ากล่าวออกความคิดเห็น “อย่างถูกสุดตัวละเป็พันเหรียญทอง ไม่ใช่ของที่จะให้กันได้ง่ายๆ อีกอย่าง ถ้ามันเป็ของที่ทางโรงเรียนมอบให้ ฉันก็น่าจะได้รับด้วย”
เซร่ามองเ้าจิ้งจอกน้อยด้วยสายตาชื่นชม แต่แววตาของเธอแอบฉายแววเศร้าสร้อยอยู่ในนั้น ดูท่าตัวเธอเองก็คงอยากจะมีสัตว์อัญเชิญบ้าง
“งั้นฉันก็ไม่รู้แล้วแหละ ว่าทำพันธสัญญากับสื่ออัญเชิญสัตว์ภูติตอนไหน” เรนเดลกล่าวพลางใช้ความคิด ว่าเขาเคยทำพิธีอัญเชิญ หรือเกี่ยวข้องอะไรกับอุปกรณ์เวทหรือเปล่า แต่นึกยังไงเขาก็นึกไม่ออก
“เอาไปอวดโคโตโนฮะ กับไอรินดีไหมคะ” เซร่ากล่าวเสนอความคิดเห็น ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “อยากแกล้งทั้งสองคนนั้นบ้าง ให้มันดูดมานาพวกเธอเล่น”
เรนเดลหัวเราะในลำคอทันที เมื่อได้ยินความคิดของเซร่า “มันน่ารักมากสินะ สองสาวนั่นเห็นแล้วคงเข้ามากอดเ้าหมาน้อยตัวนี้แน่ๆ”
เรนเดลกับเซร่าเดินทางไปบ้านโคโตโนฮะทันที หลังจากพวกเขาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เ้าจิ้งจอกขาวเริ่มทำความคุ้นเคยกับเซร่า มันไม่ดูดมานาในร่างของเธอแล้ว และยังให้เซร่าอุ้มเล่นได้อีกด้วย
แต่ทว่าเมื่อเรนเดลกับเซร่ามาที่บ้านโคโตโนฮะ เขาพบว่าไม่ใช่แค่ไอรินที่มาบ้านเธอเหมือนทุกๆวัน แต่รอบนี้มีเร็น เ้าชายเรียวจิ และองครักษ์ฮายาโตะ มาที่บ้านของโคโตโนฮะด้วย
แน่นอนว่านี่เป็ครั้งแรก ที่เรนเดลได้พบกับองครักษ์ของเรียวจิอย่างเป็ทางการ ฮายาโตะนั้นเป็เด็กหนุ่มดูเรียบร้อย ผมทองของเขาหวีเป็ระเบียบ และมีดวงตาสีม่วงที่หาได้ยาก
ฮายาโตะไม่ได้ใส่ชุดนักเรียนเหมือนกับคนอื่นๆ แต่แต่งชุดข้าราชการทหารสีขาว เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาเป็องครักษ์อย่างเป็ทางการของเชื้อพระวงศ์ ที่มาทำหน้าที่คุ้มครอง นอกเหนือไปจากเรียนหนังสือ
“วันนี้ทำไมคนมากกว่าปกติ” เรนเดลเอ่ยถามด้วยความสงสัย เขาพบว่าเรียวจินั่งหัวโต๊ะรับแขกราวกับเป็ประธาน ส่วนโคโตโนฮะ ไอริน ฮายาโตะ และเร็นนั่งรองลงมา พวกเขาและเธอดูสงบเสงี่ยมกว่าปกติ
“สวัสดี เรนเดล” เรียวจิกล่าวโบกมือทักทาย โคโตโนฮะที่ปกติจะเข้ามาทักเรนเดลทันที ดูมีทีท่าสงบเสงี่ยม คงเพราะอยู่ต่อหน้าเ้าชายของประเทศตัวเอง
“สวัสดีครับ เ้าชายเรียวจิ” เรนเดลเอ่ยทักทาย ก่อนจะนั่งข้างเร็น ส่วนเซร่านั่งข้างไอรินที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเรนเดล ไอรินมีท่าทีแปลกใจเล็กน้อยที่เรนเดลไม่เลือกนั่งข้างๆเธอ
เ้าจิ้งจอกขาวของเรนเดลส่งเสียงเห่า ก่อนจะะโจากไหล่เรนเดลลงมายืนบนโต๊ะ และเดินเลยไอรินไปหาโคโตโนฮะทันที ราวกับรู้ว่าเธอสนิทกับเรนเดล
“นี่สัตว์ภูติอัญเชิญนี่คะ น่ารักมากๆเลย” โคโตโนฮะกล่าวเสียงปลาบปลื้ม พลางอุ้มมันด้วยสองมือ และยกขึ้นกอดแนบอก เ้าจิ้งจอกเหมือนรู้งาน มันซุกและขดตัวลงบนอกโคโตโนฮะทันที
“สัตว์ภูติอัญเชิญของเรนเดลใช่มั้ยคะ” โคโตโนฮะเอ่ยถามพลางลูบไล้ขนมัน ที่นุ่มราวกับขนกระต่าย
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้” เรนเดลกล่าวพลางยิ้มแห้งๆ ดูเหมือนว่าที่นี่จะไม่มีใครให้คำตอบเขาได้ ในเื่ของสัตว์อัญเชิญที่ไม่ได้รับเชิญตัวนี้
“ดูจากรูปลัษณ์ภายนอกแล้ว น่าจะเป็สัตว์ภูติจิ้งจอกแน่ๆ” เรียวจิกล่าวทำท่าพิจารณา ทำเอาไอรินเผลอหลุดขำ เพราะคงไม่มีใครคิดว่มันเป็แมวแน่ๆ
“มานี่หน่อยสิ เ้าหมาน้อย” เรียวจิทำท่าเรียกมัน เ้าจิ้งจอกผละตัวของมันออกจากโคโตโนฮะ และตรงเข้าไปทำท่าจะเลียมือเรียวจิทันที แต่ทว่าเรียวจิชักมือออกมาก่อน
“ดุจังเลยนะเนี่ย” เรียวจิกล่าวเสียงกึ่งโมโห “เล่นจะดูดมานาฉันั้แ่พบหน้าเลยนะแก”
“คงเป็เพราะเ้าชายไม่ใช่คนคุ้นเคยของเรนเดลน่ะค่ะ” ไอรินกล่าวก่อนจะทำท่าเรียกจิ้งจอกของเรนเดลบ้าง “มาหาแม่มา เ้าหนู”
แต่ทว่าเ้าจิ้งจอกขาวของเรนเดลกลับไม่เข้าไปหาไอริน มันแยกเขี้ยวใส่ พร้อมส่งเสียงขู่กรรโชก ทำเอาไอรินหน้าเสียทันที
“ดูท่ามันจะเกลียดเธอนะ” เร็นที่นั่งเงียบๆมาตลอดกล่าวออกมา พลางหัวเราะเบาๆ “ไม่คิดแม้แต่จะหลอกดูดมานาเธอด้วยซ้ำ”
“ลึกๆแล้วนายเกลียดฉันสินะ เรนเดล” ไอรินเอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ พลางส่งสายตาคาดโทษ “สัตว์ภูติน่ะ มันไม่โกหกหรอกนะ เพราะมันคือจิตใต้สำนึกของเ้าของ”
“ก็ไม่รู้สินะ...” เรนเดลกล่าวลอยๆ พลางทำท่าหัวเราะ ทำเอาไอรินไม่แน่ใจว่าคำพูดทีเล่นทีจริงของเรนเดล จะเชื่อถือได้มั้ย
“ว่าแต่อัญเชิญมาตอนไหนคะ” โคโคโนฮะกล่าวถามเพื่อเปลี่ยนเื่ เธอไม่้าให้เกิดการทะเลาะวิวาท ในขณะต้อนรับเ้าชาย “ใช้แกนกลางของัซอมบี้นั่นอัญเชิญมาหรือเปล่า”
“ฉันไม่ได้ใช้อะไรอัญเชิญทั้งนั้นล่ะ เ้าจิ้งจอกตัวนี้ มันมาเอง” เรนเดลกล่าวเสียงเรียบ ทุกคนมองเขาเป็สายตาเดียว
“เป็ไปไม่ได้หรอกครับ” องครักษ์ฮายาโตะกล่าว “สัตว์ภูติอัญเชิญ เกิดขึ้นได้เพราะพลังมานาของจอมเวท ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นคุณน่าจะเผลอทำอะไรกับสื่ออัญเชิญเอาไว้ที่ไหนสักแห่ง โดยที่คุณไม่รู้ตัว”
เรนเดลทำท่าครุ่นคิดทันที เขานึกไม่ออกว่าทำอะไรไว้ ในระหว่างนี้เซร่ายกมือขึ้นทันที ก่อนจะเอ่ยถาม
“เอ่อขอโทษนะคะ...ว่าแต่วันนี้ทุกคนมาทำอะไรที่บ้านโคโตโนฮะหรือคะ ปกติไม่เคยเห็นพวกคุณมาที่นี่เลย”
“จะเรียกว่ายังไงดีล่ะ” เรียวจิกล่าวก่อนจะเอาศอกเกยโต๊ะ และเอามือทั้งสองกุมกันแน่นเพื่อใช้เท้าคาง ดูท่านี่จะเป็บุคลิกของเขาก่อนจะพูดอะไรที่มันดูสำคัญ
“นี่คือการรวมตัวกันของนักเรียนห้องหนึ่งน่ะ เนื่องจากเรายังไม่มีฐานรวมตัวกัน เลยมารวมกันที่บ้านโคโตโนฮะก่อน”
“พวกเราจะหาที่รวมตัวกันนอกเวลาเรียน” ฮายาโตะกล่าวเสริมคำพูดนายของตน “สำหรับทำภารกิจพิเศษที่โรงเรียนอาจจะมอบให้ หรือทำกิจกรรมที่จะช่วยพัฒนาการฝึกเวทของพวกเราน่ะ”
“ความคิดเข้าท่านะครับ” เรนเดลกล่าว “แต่ผมคิดว่าทำไมเราไม่ตั้งชมรม และหาห้องเรียนในโรงเรียนทำแบบนั้นกัน น่าจะเหมาะที่สุด”
“พูดได้ดี” เรียวจิกล่าว “จริงๆฉันก็คิดแบบนั้นแหละ แต่หากเราจะตั้งชมรม ก็จำเป็ต้องต้อนรับนักเรียนจากชั้นปีอื่น หรือห้องอื่นด้วยน่ะสิ เพราะชมรมถือเป็กิจกรรมที่ไม่แบ่งแยกห้องหรือชั้นปี”
“้าที่ๆเป็ของห้องหนึ่งสินะ” เรนเดลกล่าว “ทำไมไม่ใช้ห้องเรียนของพวกเรานั่นแหละ เป็ที่รวมตัว”
เมื่อเรนเดลเสนอมา ทำเอาทุกคนเงียบกันหมด ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครคิดถึงตรงส่วนนี้เลย
“จริงมั้ยละ มันง่ายมากเลย ที่เราจะอยู่ในห้องของเรา แม้จะเลยเวลาเลิกเรียนแล้ว” เรนเดลกล่าวพลางมองไปที่ทุกคน ดูเหมือนจะไม่มีใครคัดค้าน จังหวะนี้ไอรินยกมือขึ้นมาทันที
“คราวนี้นายพูดเข้าท่าเรนเดล” ไอรินกล่าวชมเชยเรนเดลเสียงเรียบๆ ก่อนจะกล่าวต่อ “ตอนนี้พวกเราเห็นด้วยกับเ้าชาย ว่าจะหาที่รวมตัวกันของห้องหนึ่ง แต่ยังเหลือนักเรียนอีกสี่คนที่เราต้องถามความเห็นจากพวกเขา จึงจะใช้ห้องเรียนของห้องหนึ่งได้”
เซร่าทำท่าจะยกนิ้วขึ้นมานับจำนวนนักเรียนที่อยู่ในบ้านโคโตโนฮะ แต่ทว่าจู่ๆเร็นกลับลุกจากที่นั่งของเขา โน้มตัวข้ามฟากจากที่นั่งของเขา มาจับมือของเธอเอาไว้ก่อน
“ขอโทษนะสาวน้อย” เร็นกล่าวก่อนจะค่อยๆปล่อยมือของเธอ “กฏของจักรวรรดิัไฟ ห้ามผู้ที่มีอำนาจต่ำกว่าราชวงศ์ ชี้นิ้วใส่เด็ดขาด ถ้าที่จักรวรรดิัไฟเธอโดนปะาไปแล้ว”
“ขอโทษค่ะ” เซร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงใ “พอบอกจำนวนไม่ครบ เลยเผลอทำท่าจะนับน่ะ”
“ในห้องนี้ก็มีฉัน” ไอรินกล่าว “มีเ้าชาย องครักษ์ โคโตโนฮะ เรนเดล เร็น แล้วก็เธอ รวมเจ็ดคนพอดียังไงล่ะ อีกสี่คนที่เหลือมีเ้าชายนิโคลัส กับอีกสามคนที่ฉันไม่รู้ว่าใคร”
“ถ้าเป็นิโคลัส คุยกันได้อยู่แล้ว” เรียวจิกล่าว “อีกสามคนเราค่อยไปคุยกับพวกเขาตอนเลิกเรียนแล้วกันนะ”
หลังจากพูดคุยกันจบ ทุกคนก็พร้อมใจกันเดินไปยังอาคารเรียน เ้าจิ้งจอกขาวหม่นสามหาง ะโเกาะไหล่เรนเดลตามเขาไปด้วย เรนเดลจึงลองทดสอบโคจรพลังเวทของเขาใส่จิ้งจอก ปรากฏว่ามันยอมรับการโคจรของเขา และดูเหมือนว่ามันเองก็โคจรพลังเวทของมันวนใส่ร่างเรนเดลกลับ เรนเดลยิ้มน้อยๆด้วยความปิติ
“ดีมากเ้าจิ้งจอก เราจะแข็งแกร่งไปพร้อมๆกัน ”
“ไม่ธรรมดาจริงๆ” เรียวจิที่เดินตามหลังเรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา “เ้านั่นรู้วิธีฝึกพลังเวทโคจรประสานกับวัตถุเวท เทคนิคของจอมเวทเจ็ดดารา...เรนเดล นายเป็ใครกันแน่นะ”
“ผมเองก็สงสัยสิ่งนั่นเหมือนกับเ้าชาย” เร็นกล่าวด้วยเสียงกระซิบ “ไม่อยากจะบอกหรอกนะครับ แต่เขาจัดการผมได้ภายในไม่ถึงสิบวินาที ไอ้ที่ประลองกับโมรอคเหมือนเขาจะโชว์ปาหี่มากกว่า”
ไม่ใช่แค่เรียวจิที่สะดุดกับคำพูดเร็นจนหยุดเดิน ฮายาโตะเองก็ด้วย ทั้งสามคนหยุดและมองหน้าเร็นทันที
“เดี๋ยวนะไอ้เร็น แกแข็งแกร่งกว่าฉันอีก” ฮายาโตะกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่น “แต่แกกลับบอกว่าถูกมันจัดการภายในสิบวิ”
“ข้างหลังเขาโวยวายอะไรกัน” ไอรินกล่าวพลางหันไปมอง ทำเอาโคโตโนฮะกับเซร่าต้องหันตาม ในขณะที่เรนเดลเพ่งสมาธิกับการโคจรประสายเวทร่วมกับจิ้งจอกของเขา จึงไม่ได้สนใจอะไร
ฮายาโตะและเรียวจิมีทีท่าแปลกใจกว่าเดิมอีก เมื่อเร็นโชว์อาวุธเวทมนตร์ของเขา ดาบคาตานะสีดำที่ถูกวงเวทผนึกสมบูรณ์ระดับสามผนึกอยู่ ทำให้พวกเขาเชื่อแล้วว่าเร็นพ่ายแพ้หมดรูป
“น่าสนใจมากๆเลย” เรียวจิกล่าวเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น “ตลอดทั้งชีวิตฉันแสวงหาคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง และบัดนี้เขาอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว...เรนเดล ไม่ว่านายจะเป็ใคร ฉันจะขอนับนายเป็คู่แข่งแล้วกัน”
เรียวจิรีบก้าวเท้ายาวไปหาเรนเดลที่กำลังเดินโดยไม่สนโลกทันที เขาเดินตัดผ่านกลุ่มของโคโตโนฮะ และค่อยๆเอามือแตะบ่าเรนเดลเบาๆ จนเรนเดลหยุดการโคจรพลังเวท และหันมามอง
“เรนเดล...นายผนึกอาวุธเวทของเร็นสินะ” เรียวจิกล่าวเสียงเรียบ เขาพยายามรักษามาดสุขุม ทั้งที่ใจของเขาตื่นเต้นเอามากๆ
“อ่า...ถูกต้องแล้วเ้าชาย เรามีประลองฝีมือกันนิดหน่อย...ยังคลายผนึกไม่ได้หรือครับ”
“ฉันขอท้าประลองกับนาย” เรียวจิกล่าว “ถ้าฉันชนะนาย นายต้องปลดผนึกเวทให้กับเร็น แต่ถ้านายชนะฉัน นายจะขออะไรก็ได้หนึ่งอย่าง เท่าที่อำนาจของฉันจะให้ได้”
“น่าสนครับ” เรนเดลกล่าว “แต่ผมซึ่งเป็แค่ไพร่ คงไม่อาจเอื้อมประลองกับเชื้อพระวงศ์หรอก ผมจะปลดผนึกอาวุธเวทของเร็นให้เลยแล้วกัน...”
“อย่าพึ่ง!!” เรียวจิะโก้อง “ฉันเองก็มีศักดิ์ศรีนะ คนของฉันโดนผนึกเวท ฉันก็ต้องช่วยเหลือเขาสิ หรือนายจะใช้ข้ออ้างที่นายเป็ไพร่ ไม่ให้ฉันได้แสดงโอกาสนั้น โอกาสในการปกป้องลูกน้อง”
“เข้าใจแล้วครับ” เรนเดลกล่าวพลางถอนใจ “ในเมื่อท่าน้า ผมเองก็จะสู้แล้วกัน”
“หลังเลิกเรียนตอนเย็น ที่บ้านของฉัน” เรียวจิกล่าว “นายต้องมาให้ได้ละ”