รองเท้าขับวายุ.
"เอาล่ะ,เ้าฝึกฝนวิชาอะไรอยู่อย่างงั้นรึ?"หนานป่าเทียนสอบถาม.
"ดาบ์กายสุริยันต์."จงซานตอบ.
แม้ว่าพอจะคาดเดาได้อย่างถูกต้อง,ทว่าหนานเป่ยเทียนคิดว่ามันค่อนข้างน่าเหลือเชื่อ,ดาบ์กายสุริยันต์ร้ายกาจเพียงนี้เลยรึ? แต่อย่างหนึ่งที่เขาสามารถยืนยันได้,จงซานนั้นร้ายกาจจริงๆ.
"ต้องของคุณ,เทียนหลิงเอ๋อเื่นี้ด้วย."จงซานกล่าว,เป็เพราะเคล็ดลับจากนาง,ทำให้เขาสามารถเลือกวิชาที่ดีที่สุดได้,
"อย่าได้เกรงใจ,ด้วยเื่ที่ข้าทำหุ่นไม้ของเ้าแตกหัก,ขอให้ลืมเื่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าก็พอแล้ว,โปรดจำไว้ว่า,ในสำนักไคหยาง,หากมีคนหาเื่เ้า,สามารถบอกข้าได้."เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาอย่างอหังการ.
ตอนนี้นางดูสนิทกับจงซานขึ้นมาทันที,ตอนนี้นางกลับมามีอารมณ์ดีเหมือนก่อนแล้ว.
จงซานเผยยิ้ม,ทว่าก็ไม่ได้ตอบอะไร,ภายในใจของเขานั้น,ไม่ค่อย้าเช่นนั้น,จะให้ผู้หญิงเป็คนปกป้องบุรุษได้อย่างไร.
"ข้าได้ยินบิดากล่าวว่าเ้ามีพร์ไม่ดีนัก,ทว่าดูเหมือนว่าเ้าจะพัฒนาได้รวดเร็วขนาดนี้เลยรึ?"
"อืม."จงซานที่จ้องมองไปยังเทียนหลิงเอ๋อและรู้สึกห่อเหี่ยวไปพร้อมกัน.
"ใช่แล้ว,เ้าพัฒนาเร็วมาก,แม้ว่าจะไม่ใช่ที่สุด,ทว่า,ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครๆเลย."หนานป่าเทียนที่แสดงท่าทางอยากรู้.
จงซานที่ชี้ไปยังเตาอบและบอกกับทุกคนว่าเขาฝึกฝนอย่างไร.
เทียนหลิงเอ๋อที่รู้สึกประหลาดใจกับวิธีการของจงซานมาก,ราวกับว่านางก็้าที่จะลองวิธีดังกล่าวบ้าง.
"อย่างไรก็ตาม,ถึงจะฝึกหนักเท่าไหร่ก็คงไม่สามารถก้าวผ่านระดับสองได้,เตาอบของข้ามันไม่ดีพอแล้ว."จงซานกล่าว.
"เคล็ดวิชาดาบ์กายสุริยันนั้นเดิมทีเป็ของขุนเขาเหยี่ยนซาน,หากว่า้าฝึกฝนก็ต้องไปที่นั่น,สถานที่ดังกล่าวนั่นมีความร้อนมากยิ่งกว่าเตาอบของเ้ามาก,ทว่า,ไม่จำเป็ต้องกังวล,เ้าสามารถเดินทางไปฝึกที่นั่นในอนาคตได้,มันจะช่วยเ้าได้เป็อย่างมาก."หนานป่าเทียนกล่าว.
"ยอดเขาเหยี่ยนซาน?"จงซานที่จ้องมองออกไป,ที่ยอดเขานั้นบนท้องฟ้ามีเมฆสีแดงปกคลุมอยู่.
"ถูกแล้ว,ข้าเคยฝึกฝนที่ถ้ำแห่งหนึ่งที่นั่น,บนยอดเขาเหยี่ยนซานนั้นที่จริงมีูเาไฟขนาดใหญ่อยู่,มีอุณหภูมิจากพื้นดินที่ร้อนมาก,หากว่าเ้าได้ฝึกที่นั่นจะต้องพัฒนาอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้นได้อย่างแน่นอน."หนานป่าเทียนอธิบาย.
"ูเาไฟอย่างงั้นรึ? แล้วเทือกเขาเสี๋ยจู๋ล่ะ?"จงซานที่ชี้ไปยังขุนเขาอีกลูกหนึ่งที่ไกลออกไป,สถานที่แห่งนั้นมีหิมะปกคลุมยอดเขาอยู่ตลอดเวลา.
"ที่แห่งนั้นอาจจะเรียกได้ว่าเป็ูเาน้ำแข็ง,ยอดเขาของสำนักไคหยางนั้น,มีร้อนที่สุดและเย็นที่สุด,นับว่าเป็สำนักที่น่าอัศจรรย์ใจมาก."หนานป่าเทียนที่หัวเราะออกมา.
"คงจะไม่ได้การ,ข้าคงอยู่ได้แต่ในขุนเขาไคหยางเท่านั้น,ข้าไม่สามารถที่จะเดินทางไปยังยอดเขาเหยี่ยนซานได้เลย,มีสัตว์อสูรมากมายเกินไประหว่างทาง,ข้าไม่สามารถผ่านไปได้."จงซานขมวดคิ้วแสดงท่าทางเป็กังวล.
"โอ้ว,เช่นนั้น,รอเดี๋ยวข้าจะกลับมา."เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาในทันที.
นางที่ก้าวผ่านผ้าแพรไหมสีแดง,ลอยหายไปไปยังยอดเขาไคหยาง.
ไม่นานหลังจากนั้น,นางก็กลับมาด้วยรองเท้าสีขาวบริสุทธิ์ในมือนาง.
"เตี่ยของข้านั้นได้มอบมันให้กับข้าก่อนหน้านี้,รองเท้าขับวายุ,เมื่อสวมสิ่งนี้แล้ว,หากฉีดปราณแท้ลงไป,รับรองว่าไม่มีสัตว์อสูรตนใดสามารถไล่จับเ้าได้ "เทียนหลิงเอ๋อกล่าว.
"สัตว์อสูรบนสำนักไคหยางนั้นทีจริงเป็สัตว์อสูรที่มีไว้เพื่อให้เหล่าศิษย์ใหม่ได้ฝึกฝนในสำนัก,เป็เื่ปรกติธรรมดา,หากเ้าก้าวไปถึงระดับ 6 เซียนเทียนแล้ว,เ้าก็ไม่จำเป็ต้องหวาดกลัวมันอีกต่อไป,ส่วนตอนนี้,เ้าไม่สามารถที่จะจัดการมันได้,ทว่าด้วยรองเท้าขับวายุนี้ไม่มีทางที่พวกมันจะสามารถไล่ตามเ้าได้,เ้าสามารรถที่จะผ่านขึ้นไปยังยอดเขาอื่นๆได้."หนานป่าเทียนกล่าว.
"อืม,ขอบคุณเ้ามาก."จงซานที่กล่าวออกมาอย่างจริงจัง.
"เ้ามอบหุ่นไม้ให้กับข้าและข้ามอบรองเท้าขับวายุให้กับเ้า,ตอนนี้พวกเราหายกันแล้ว."เทียนหลิงเอ๋อกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.
จงซานพยักหน้า,ไม่มีอะไรที่จะกล่าวออกมา,เขารู้ดีอยู่แก่ใจเพียงแค่หุ่นสลักไม้,ไม่สามารถเอามาเทียบได้กับร้องเท้าขับวายุ,ไม่ว่าอย่างไรในอนาคตเขาจะต้องตอบแทนนางเมื่อมีโอกาส.
"เออ,ใช่,จงซาน,ข้าได้ยินมาว่า,เตี่ยบอกว่าเ้าไม่หนุ่มอีกต่อไปแล้วใช่หรือไม่?"เทียนหลิงเอ๋อสอบถาม.
"แปดสิบปี."จงซานบอกกล่าวความจริงให้ทั้งสองรับรู้.
"แปดสิบปี? งั้นเ้าก็แก่กว่าเสี่ยวหนานสื่อและข้าอีกสินะ? เ้าต้องฝึกให้หนัก,ไม่เช่นนั้นแล้วเ้าอาจจะสิ้นอายุไขก่อนที่เ้าจะก้าวไปถึงระดับขั้นแกนทองได้."เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ.
"สิ้นอายุไขก่อนอย่างงั้นรึ?"จงซานที่ขมวดคิ้วและจ้องมองไปยังเทียนหลิงเอ๋อ.
"แน่นอน,เ้าได้ก้าวไปถึงระดับเซียนจะมีอายุไขสองร้อยปี,หากเ้าก้าวไปถึงระดับแกนทองได้,อายุเ้าก็จะเพิ่มเป็สองเท่า,400 ปี.และเมื่อเ้าก้าวไปถึงระดับก่อตั้งิญญา,ก็จะมีอายุ 800 ปี,ทุกๆครั้งที่ก้าวข้ามไปยังระดับขั้นต่างๆ,อายุไขก็จะเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า,ตอนนี้เ้ามีอายุ 80 ปีแล้ว,ซึ่งอยู่ในระดับขั้นเซียนเทียน,ดังนั้นจึงมีเวลาอยู่อีก 120 ปี,เ้าจะต้องฝึกฝนเอาไว้ให้หนัก."เทียนหลิงเอ๋อตอบ.
"อืม."จงซานพยักหน้า.
อมมะ?เส้นทางเส้นนี้ยังอีกยาวนาน,เป็เส้นทางที่ยาวไกลที่เขาจะต้องก้าวไปให้ถึง.
"ทำไมเ้าถึงใช้เวลาตั้ง 80 ปีถึงจะก้าวไปถึงระดับเซียนเทียนล่ะ? เออ,ใช่,ข้าจำได้แล้ว,เตี่ยบอกว่าเ้าอยู่ในดินแดนที่ไม่มีพลังจิติญญาดังนั้นจึงทำให้พัฒนาการช้า."เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาพลางครุ่นคิด.
จ้องมองไปยังเทียนหลิงเอ๋อ,จงซานที่ส่ายหน้าไปมาฝืนยิ้ม,แม้ว่าพัฒนาการของเทียนหลิงเอ๋อนั้นจะรวดเร็วเป็อย่างมาก,ทว่านางกับไร้เดียงสายิ่งนัก.
"เออ,ใช่แล้ว!"ทันใดนั้นดวงตาของเทียนหลิงเอ๋อก็เปส่องประกายกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น.
"มีอะไรอย่างงั้นรึ?"หนานป่าเทียนสอบถามออกไป.
"ศิษย์พี่ใหญ่จะกลับมาวันนี้."เทียนหลิงเอ๋อที่ดูตื่นเต้นและเป็กังวลไปพร้อมๆกัน.
"ศิษย์พี่ใหญ่? ศิษย์พี่ใหญ่เป็ศิษย์ขั้นสามอย่างงั้นรึ?"จงซานสอบถามออกไป.
"ไม่ๆ,เขาเป็ศิษย์พี่ใหญ่ระดับสองแล้ว,หลิงเอ๋อนั้นเทิดทูนเขายิ่งนัก."หนานป่าเทียนหัวเราะ.
"หึ,เสี่ยวหนาน,เ้าอย่าได้พูดอะไรไร้สาระ,ข้าขอตัวก่อนแล้วกัน,"เทียนหลิงเอ๋อที่จ้องมองไปยังทั้งคู่,ก่อนที่จะเร่งรีบเหินจากไปอย่างรวดเร็ว.
"ศิษย์พี่ใหญ่ของรุ่นที่สองอย่างงั้นรึ?"จงซานที่ดูสับสน.
"ใช่แล้ว,เข้าเป็ศิษย์เอกของท่านประมุข,หลิงเอ๋อและข้าเป็ศิษย์ระดับสาม,ที่นางเรียกเขาว่าศิษย์พี่ใหญ่เพราะนางเป็ลูกสาวของท่านประมุขล่ะนะ."หนานป่าเทียนอธิบาย.
"อ๋อ."จงซานพยักหน้า.
"เอาล่ะ,ข้าเองก็คงต้องไปเหมือนกัน,เวลานี้,ไม่เพียงแต่ศิษย์พี่ใหญ่ขั้นสองกลับมาก,ยังมีคนอีกหลายคนที่กลับมาพร้อมกัน,แน่นอนว่าที่แห่งนี้คงจะคึกคักไม่เบา,ข้าคงจะอยู่เป็เพื่อนเ้าไม่ได้แล้ว,เ้าฝึกฝนให้ดีก็แล้วกัน."หนานป่าเทียนกล่าว.
"ตกลง."จงซานพยักหน้า.
หลังจากที่หนานป่าเทียนจากไปแล้ว,จงซานก็นั่งสมาธิบำเพ็ญทันที,เขาจำเป็ต้องฟื้นฟูกำลังกายหลังจากใช้วิชากายาเทพอสูรให้ฟื้นฟูกลับมาให้เร็วที่สุด.
วันถัดมา,จงซานก็สามารถฟื้นฟูพลังกลับมาแข็งแกร่งได้เหมือนเดิม.
จงซานที่สวมใส่รองเท้าขับวายุ,ดูเหมือนว่ามันจะสามารถปรับเปลี่ยนขนาดให้พอเหมาะกับเท้าของเขาได้,นับเป็อาวุธวิเศษที่ยอดเยี่ยมทีเดียว,หลังจากแผ่พุ่งปราณแท้เข้าไปในรองเท้า,เพียงแค่ก้าวเบาๆก็ทำให้เขาเคลื่อนที่ออกไปไกล,มากกว่าสิบเมตร,ตรวจสอบระยะทางการเคลื่อนที่โดยละเอียดแล้ว,จงซานสามารถบอกได้ว่ามันเพิ่มความเร็วให้กับเขามากกว่าแต่ก่อนห้าเท่า.
ด้วยการมีรองเท้านี่,จงซานไม่จำเป็ต้องหวาดกลัวสัตว์อสูรอื่นๆอีกต่อไป.
จงซานที่ตระหนักได้ในทันทีว่าเขาไม่จำเป็ต้องฝึกฝนเพลงดาบอีกต่อไป,ทว่าเขาสามารถเข้าต่อสู้เพื่อหาประสบการจริงได้เลย,หากว่าไม่สามารถสู้กับสัตว์อสูรได้,เขาก็สามารถวิ่งหีนได้ทุกเมื่อด้วยรองเท้าขับวายุ.
อย่างไรก็ตามท่วงท่าเพลงกระบี่นั้นเป็แค่กระบวนท่าและทักษะภายนอกเท่านั้น,เวลานี้เขาจะเป็ต้องฝึกฝนวิชาภายในของวิชาดาบ์กายสุริยันให้ทรงพลังซะก่อน.
ดาบที่สะพายอยู่ด้านหลัง,จงซานที่วิ่งด้วยใช้รองเท้าขับวายุมุ่งตรงไปยังยอดเขาเหยี่ยนซานที่ไกลออกไป.
จงซานเคลื่อนที่ด้วยความเร็วมาก,เขาแทบจะไม่ต้องััต้นไม้ใบหญ้าด้วยซ้ำ,ร่างกายที่เหมือนกับวิ่งบนอากาศพุ่งตรงไปยังด้านหน้าไม่หยุด.
เย็นวันนั้น,จงซานก็มาถึงชายป่าแห่งหนึ่ง,ซึ่งพบว่าสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างจากพื้นที่สำนักไคหยางเป็อย่างมาก,ในสวนที่พักของเขา,อากาศจะดูอบอุ่นสบายๆ,ทว่าสถานะที่แห่งนี้,กลับมีคลื่นความร้อนสูงที่เกินกว่าฤดูร้อนด้วยซ้ำ,และยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ก็ยิ่งร้อนขึ้นเท่านั้น.
สถานที่แห่งนี้เหมาะสมที่จะใช้ในการฝึกฝนวิชาของเขาเป็อย่างมาก.
หลังจากพักกินอาหารแห้งแล้ว,จงซานก็มุ่งตรงลึกเข้าไป,ในเวลานั้น,แมวูเาอีกตนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นไม่ไกลจากเขานัก.
เห็นแมวูเาอีกครั้ง,จงซานเผยยิ้มให้ตัวเอง,ถึงเวลาทดสอบอีกครั้งแล้ว.
เขาชักดาบที่สะพายออกมา,พร้อมกับเคลื่อนที่มุ่งตรงไปยังแมวูเาทันที.
"ตูมมมมมมมม"
หลังจากผ่านไปชั่วโมงหนึ่ง,โลหิตของแมวูเาก็อาบไปทั่วร่างกาย,ด้วยการใช้วิชากายาเทพอสูร,ทำให้แมวูเาตัวใหญ่นอนกองอยู่บนพื้น.
เขาที่จ้องมองตรงไปยังยอดเขาห่างออกไปนั้นมีเส้นทางเข้าไปด้านใน.
จงซานที่คิดอยู่ชั่วครู่,ก่อนนำแกนอสูรออกมาจากแมวูเา,และเดินทางตรงไปยังยอดเขาเหยี่ยนซาน,แม้ว่าหลังจากนั้นสองชั่วโมง,ร่างกายของเขาจะอ่อนแอลง,ทว่าจงซานก็ยังมีพลังเพียงพอ,นอกจากนี้ยังมีรองเท้าขับวายุ,ตราบเท่าที่ไม่เข้าไปหาเื่สัตว์อสูร,แน่นอนว่าไม่มีสัตว์อสูรตนไหนไล่เขาได้ทันแน่.
เช้าวันหนึ่ง,จงซานก็เข้ามาถึงสถานที่เงียบสงบบนูเาเหยี่ยนซาน,และยังมีสระน้ำอยู่ด้านในหุบเขาด้วย.
ด้วยโลหิตแมวูเาอาบไปทั่วร่าง,เมื่อเห็นบ่อน้ำทำให้เขาเร่งรีบตรงไปทันที,ท้ายที่สุดก็พบสระน้ำร้อน,ที่แผ่ความร้อนออกมา.
จงซานที่เห็นเช่นนั้นทำให้ภายในใจเต็มไปด้วยความดีใจพร้อมกับถอดเสื้อผ้า,และะโลงบ่อน้ำร้อน,เพื่อชำระล้างร่างกายในทันที.