ม่านน้ำตกม่านวารีคลั่งยังคงไหลเชี่ยวกรากเหมือนเดิม ทว่าบรรยากาศรอบบริเวณหน้าถ้ำได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง กลิ่นคาวสนิมเหล็กปะปนกับกลิ่นเกล็ดปลาเผาไหม้ลอยคละคลุ้งออกมาจากซากราชันย์ตะกวดวารีาที่นอนเย็นเฉียบอยู่บนพื้นดิน ควันสีขาวจางๆ ยังคงพ่นออกมาจากรูขุมขนของซากั์เป็ระยะ บ่งบอกว่าความร้อนภายในลำตัวของมันยังไม่สลายหายไปโดยสมบูรณ์
จ้าวหานยืนดูซากสัตว์อสูรอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะประเมินขนาดของมันด้วยสายตา ภายใต้ เงา ของหน้าผาหิน ั์ตาสีม่วงจางๆ ของเขาทอประกายวาบอย่างที่มู่รุ่ยเสวี่ยไม่อาจเข้าใจได้
"ศูนย์... วิเคราะห์มูลค่าของซากนี่ให้ข้าที" จ้าวหานเอ่ยในใจ
[อ้าว! มาแนวนี้เหรอครับเ้านาย... เดี๋ยวผมประเมินให้ ซากราชันย์ตะกวดวารีาอายุขัยเกินหมื่นปีนั้นมีค่าเป็อย่างยิ่งนะครับ เกล็ดาสามารถนำไปสร้างชุดเกราะระดับิญญาก่อกำเนิดได้ ไขกระดูกในฟันของมันมีส่วนประกอบของแร่าที่หายากยิ่งกว่าแก่นอสูรเพลิงโลกันต์เสียอีก และน้ำดีของมัน... น้ำดีถือเป็สมุนไพรที่สร้างความแข็งแกร่งให้ \'กระดูกไหล\' ได้อีกขั้นเลยครับ!] เสียงของศูนย์ (Zero) ตื่นตัวขึ้นมาทันทีพร้อมน้ำเสียงตื่นเต้น
จ้าวหานพยักหน้าเข้าใจ เขาหันไปมองมู่รุ่ยเสวี่ยที่เพิ่งจะลุกขึ้นยืนได้โดยมีมู่เฉิงพยุงร่างไว้ นางยังคงซีดเผือดแต่แววตาเริ่มกลับมาอีกครั้ง
"แม่นางมู่... สมาคมการค้าของท่านรับซื้อซากอสูรระดับาหรือไม่?" จ้าวหานถามเสียงเรียบ
มู่รุ่ยเสวี่ยตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "รับซื้อแน่นอนค่ะ... แต่ราคาที่แท้จริงต้องผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญก่อน เกล็ดาเพียงชุดเดียวก็น่าจะมีมูลค่าเทียบเท่ากับทุนตั้งต้นของสาขาหลักทั้งสามสาขาของตระกูลมู่แล้วค่ะ"
"ดี..." จ้าวหานดีดนิ้วเสียงดัง "งั้นเราก็ไม่ควรทิ้งมันไว้ที่นี่โดยเปล่าประโยชน์ ท่านลุงมู่เฉิงพอจะลงทะเบียนสัตว์อสูรชนิดนี้ในระบบบัญชีสมาคมได้หรือไม่?"
มู่เฉิงที่เกาะพิงกำแพงหินอยู่พยักหน้าอย่างเอาใจใส่ "ข้าจะส่งสัญญาณฉุกเฉินไปยังสาขาใกล้เคียงเพื่อให้ส่งทีมงานมาเก็บกู้ครับคุณหนู... แต่คืนนี้พวกเราน่าจะต้องพักค้างในถ้ำเสียก่อน"
จ้าวหานไม่รอช้า เขาเดินนำหน้าฝ่าม่านน้ำตกเข้าไปในอุโมงค์หิน ความเย็นชื้นของน้ำกระแทกเข้าใส่ิัเหล็กไหลของเขาแต่ไม่ได้สร้างความรู้สึกอึดอัด เตาปฏิกรณ์ชีวภาพปรับอุณหภูมิร่างกายให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ
ภายในถ้ำมืดมิดสนิทในชั้นแรก ทว่าเมื่อเดินลึกเข้าไปประมาณสิบเมตร แสงสีเขียวอมฟ้าจากหินเรืองแสงที่ฝังอยู่บนผนังถ้ำก็เริ่มปรากฏให้เห็น ทำให้อุโมงค์ยาวเบื้องหน้าดูลึกลับและน่าค้นหา
"ท่านลุง... กลไกปิดทางเข้าอยู่ที่ไหนครับ?" มู่รุ่ยเสวี่ยถามพลางประคองมู่เฉิงเดินตาม
"หินก้อนที่สามจากซ้ายบนผนังด้านขวา ตรงที่มีรูปแกะสลักรูปปลาัอยู่ครับ คุณหนูกดลงไปอย่างแรงสามครั้ง" มู่เฉิงตอบ
มู่รุ่ยเสวี่ยทำตาม เสียงกลไกหินลั่นดัง 'กึ๊ก... กึ๊ก...' กระเดาขนาดใหญ่สองก้อนค่อยๆ เลื่อนออก เผยให้เห็นห้องโถงขนาดกว้างที่อยู่เื้ั แสงเรืองรองสีทองอ่อนๆ จากผลึกปราณบนผนังทำให้ทุกอย่างภายในมองเห็นได้ชัดเจน
จ้าวหานก้าวเข้าไปก่อน ั์ตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยหีบไม้หอมซ้อนทับกันเป็ชั้นๆ ขวดยาแก้วสีต่างๆ เรียงรายอยู่บนชั้นวาง ถุงผ้าที่มีตราประทับตระกูลมู่บรรจุหินปราณคุณภาพสูงนับพันก้อน และอาวุธระดับปฐีที่แขวนไว้บนผนังอีกหลายชิ้น
แต่สิ่งที่ทำให้จ้าวหานชะงักกึกไม่ใช่เหล่าสมบัติพวกนั้น
มุมห้องด้านในสุด มีกล่องศิลาสีเทาขนาดสามคนโอบขนาบข้างด้วยอักขระเรืองแสงสีทองวางอยู่อย่างโดดเดี่ยว บนฝากล่องสลักอักษรสี่ตัวใหญ่ที่เขาต้องใช้ความทรงจำจากร่างเดิมเพื่อแปลความหมาย
"แม่นางมู่..." จ้าวหานเอ่ยเสียงเรียบแต่มีแรงสั่นพ้องบางอย่างในน้ำเสียง "กล่องนั่นคืออะไร?"
มู่รุ่ยเสวี่ยมองตามแล้วหน้าซีดวูบ "นั่น... นั่นคือ 'กล่องมรดกบรรพชน' ของตระกูลมู่ค่ะ ข้าพเ้าเองก็ไม่เคยเห็นมันจริงๆ แค่ได้ยินจากท่านพ่อว่ามันถูกส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่นนานกว่าหนึ่งพันปี... ภายในบรรจุสิ่งที่ผู้ก่อตั้งตระกูลมู่ฝากไว้ให้ลูกหลาน"
มู่เฉิงพยักหน้ายืนยัน "ตามตำนานที่ส่งต่อกันมาในตระกูล ผู้ก่อตั้งตระกูลมู่ท่านนั้นไม่ใช่แค่พ่อค้าธรรมดา แต่เป็อดีตจอมยุทธ์ระดับสูงที่เลือกวางดาบแล้วหันมาค้าขายแทน ท่านบอกว่าของในกล่องนี้จะมีค่าสำหรับผู้ที่คู่ควรเท่านั้น และยังไม่มีใครเคยเปิดมันสำเร็จมาจนกว่าเวลาอันเหมาะสมจะมาถึง"
[น่าสนใจมากเลยครับเ้านาย!] ศูนย์แทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกระหายใคร่รู้ [ผมสแกนพบพลังงานคงค้างในกล่องนั้น มันมีมวลสารที่อัดแน่นอย่างผิดปกติ... ลักษณะคล้ายกับแก่นอสูรเพลิงโลกันต์แต่มีความบริสุทธิ์สูงกว่ามาก ถ้าวิเคราะห์เอาไว้ก่อน มันอาจจะเป็ของที่มีค่าต่อการพัฒนากายาของคุณมากทีเดียว!]
"ข้าขอลองดูได้ไหมแม่นางมู่?" จ้าวหานถามตรงๆ
มู่รุ่ยเสวี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า "ท่านช่วยชีวิตพวกเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า... ถ้าท่านเป็ผู้ที่กล่องนี้รออยู่จริง ข้าก็ไม่มีเหตุผลใดจะปฏิเสธค่ะ"
จ้าวหานเดินตรงเข้าไปหากล่องศิลา อักขระสีทองบนฝากล่องสว่างวาบขึ้นทันทีที่มือของเขาััพื้นผิว ราวกับว่ามันรอรับััพลังงานที่เฉพาะเจาะจงบางอย่าง
ทว่าในบัดดล กล่องกลับไม่เปิดออก
แต่อักขระทองกลับพุ่งเข้าหาแขนของจ้าวหานราวกับสายแสงที่มีชีวิต แล่นวิ่งขึ้นไปตามิัเหล็กไหลสีดำจนไปรวมกันอยู่ที่กลางอก เกิดเป็ตราสัญลักษณ์รูปเพลิงล้อมวงกลมติดไว้บนร่างกายของเขาชั่วขณะ
"อะไรกัน—" จ้าวหานขมวดคิ้ว
[เ้านาย! กล่องนี้ไม่ได้ 'ยอมรับ' คุณในฐานะสมาชิกตระกูลมู่ครับ มันกำลัง 'บันทึก' อะไรบางอย่างไว้ในร่างคุณ!]
แสงทองจางหายไป จ้าวหานตรวจสอบร่างกายตัวเองอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างดูปกติ เตาปฏิกรณ์ชีวภาพยังทำงานสม่ำเสมอ กายาเหล็กไหลยังคงอยู่ครบถ้วน
"ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนี่..." เขารำพึง
[ผมเห็นสิ่งที่เปลี่ยนไปครับ!] ศูนย์ตอบด้วยน้ำเสียงประหลาดๆ [ตอนนี้ในระบบประสาทส่วนกลางของคุณ มีข้อมูลที่ถูกฝังไว้เพิ่มขึ้นมาหนึ่งชุด... มันคือ 'ภาษาโบราณ' ที่ถูกเข้ารหัสไว้อย่างแ่า ผมยังถอดรหัสไม่ได้ครับ แต่เดาว่ามันจะทำงานเมื่อถึงเวลาที่กำหนด]
มู่รุ่ยเสวี่ยเดินเข้ามายืนข้างๆ ด้วยแววตาที่ซับซ้อน "คุณชายจ้าว... กล่องไม่ยอมเปิดให้ท่านหรือคะ?"
"มันให้ของขวัญแก่ข้าแทน..." จ้าวหานรำพึงพลางถอดตัวเองออกจากความฉงน "ไม่เป็ไร เื่นี้ค่อยว่ากันทีหลัง ตอนนี้มีเื่สำคัญกว่า"
เขาหันไปมองสมบัติในห้องโถงอย่างเป็ระบบ สายตาของผู้รู้เื่มวลสารอย่างเขาแยกแยะได้ทันทีว่าอะไรมีคุณค่าทางฟิสิกส์ชีวภาพบ้าง
"ยาเหล่านี้อีก 'โอสถเืัดำ' กี่ขวดน่ะ?" จ้าวหานชี้ไปที่ขวดแก้วสีแดงเข้มบนชั้นวาง
มู่เฉิงฝืนนั่งลงพลางตรวจดู "ยี่สิบสามขวดครับ นั่นคือสุดยอดโอสถสมานเส้นเืและเสริมความหนาแน่นของเนื้อเยื่อ ยาหนึ่งขวดมีค่าหนึ่งแสนหินปราณระดับกลาง"
[เ้านายครับ! โอสถพวกนี้มีกรดอะมิโนที่ตรงกับความ้าของเตาปฏิกรณ์ชีวภาพในร่างคุณพอดีเลย!] ศูนย์คำนวณอย่างรวดเร็ว [ถ้ากินทั้งยี่สิบสามขวดตอนนี้เลย ผมประเมินว่ากายาเหล็กไหลของคุณจะข้ามจากขั้นต้นไปสู่ขั้นกลางได้ภายในคืนเดียว!]
จ้าวหานหันไปมองมู่รุ่ยเสวี่ยด้วยแววตาที่ถามไถ่โดยไม่ต้องพูด
นางถอนหายใจยาวพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ "ข้าคิดว่าท่านกำลังจะขอยาพวกนั้นไปกินทั้งหมดใช่ไหมคะ?"
"ถ้าอนุญาต..." จ้าวหานยักไหล่
"ค่าจ้างที่แท้จริงสำหรับบริการของท่านตลอด่เวลาที่ผ่านมา ถ้าคำนวณตามราคาตลาดสำหรับยอดฝีมือระดับเดียวกับท่าน ข้าคิดว่ายาพวกนั้นยังไม่พอชดใช้ด้วยซ้ำค่ะ" มู่รุ่ยเสวี่ยพูดอย่างตรงไปตรงมาพร้อมกวักมือเชิญ "เชิญทานเถิดค่ะ"
ไม่รอให้นางพูดซ้ำ จ้าวหานก้าวตรงเข้าไปหยิบขวดแก้วขวดแรกแล้วเทกรอกปากทันที รสขมเข้มข้นกระหน่ำลิ้น ตามด้วยขวดที่สอง สาม สี่...
กร้วม! กร้วม!
เสียงครางต่ำของเตาปฏิกรณ์ชีวภาพดังก้องออกมาจากบริเวณหน้าท้องของจ้าวหาน สีผิวของเขาเริ่มเปล่งประกายสีทองแดงจางๆ ผสมกับดำขลับของเหล็กไหล
มู่รุ่ยเสวี่ยนั่งลงบนหีบไม้หอมมองดูภาพตรงหน้าด้วยความเคยชินที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น นางนึกย้อนกลับไปั้แ่วันแรกที่เจอชายหนุ่มผู้นี้ในป่า ั้แ่ตอนนั้นนางก็รู้แล้วว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา แต่ไม่คิดว่ามันจะ 'ไม่ธรรมดา' ถึงระดับที่ทุบปากถ้ำด้วยมือเปล่าได้
"คุณชายจ้าว..." นางเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะที่ชายหนุ่มกำลังดื่มยาขวดที่สิบ "ท่านไม่เคยบอกว่าท่าน้าอะไรจากการเดินทางครั้งนี้เลยค่ะ นอกจากกินและสู้... ท่านมีเป้าหมายจริงๆ ที่ไหนหรือเปล่า?"
จ้าวหานหยุดดื่มชั่วขณะ เขาส่ายหน้าให้ขวดว่างลงในมือก่อนจะตอบ "ข้า้าแข็งแกร่งขึ้น... เท่านั้นเลย แม่นางมู่"
"แค่นั้นจริงๆ หรือคะ?"
ความเงียบเล็กๆ ก่อตัวขึ้นในถ้ำ มีแต่เสียงน้ำตกไหลและการครางต่ำของเตาปฏิกรณ์เป็ฉากหลัง
"ข้ามาจากที่ที่แข็งแกร่งไม่ใช่สิ่งสำคัญ..." จ้าวหานพูดช้าๆ "แต่ในโลกนี้ ถ้าข้าไม่แข็งแกร่ง ข้าก็ไม่มีทางได้ทำสิ่งที่อยากทำ... และสิ่งที่ข้าอยากทำมันง่ายมาก คือมีชีวิตอยู่ในแบบที่ตัวเองเลือก"
มู่รุ่ยเสวี่ยฟังอย่างตั้งใจ ดวงตาของนางนิ่งสงบและเต็มไปด้วยความเข้าใจ
"การมีชีวิตอยู่ในแบบที่ตัวเองเลือก..." นางทวนเบาๆ "ข้าก็้าแบบเดียวกันนั่นแหละค่ะ... แต่เป็หญิงในตระกูลใหญ่ มันไม่ใช่เื่ง่ายเลย"
สายตาของทั้งสองพบกันชั่วขณะ แล้วต่างก็เบือนหน้าหนี จ้าวหานหยิบยาขวดสุดท้ายขึ้นมาดื่มพลางบอกตัวเองในใจว่ามันเป็แค่เื่ของสัตว์น้ำตาลในเืที่พุ่งสูงจากการกินยาจำนวนมาก ไม่ใช่เื่ของหัวใจแต่อย่างใด
[เ้านาย... ฮอร์โมนอีกแล้ว!] ศูนย์ล้อเลียน
'หุบปากซะ!' จ้าวหานดุกลับในใจ
มู่เฉิงที่นั่งพักแผลอยู่มุมห้องค่อยๆ หายใจดีขึ้น เขาหยิบหินสื่อสารสีดำขนาดกำปั้นออกมาแล้วฝังพลังปราณส่งสัญญาณฉุกเฉินออกไป
"สัญญาณถูกส่งแล้วครับ กำลังเสริมจะมาถึงภายในสองวันอย่างเร็วที่สุด" ชายวัยกลางคนรายงาน
"ดี..." จ้าวหานลุกขึ้นยืน เขารู้สึกถึงพลังงานใหม่ที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเื กายาเหล็กไหลของเขาเริ่มทำงานในระดับที่ลึกขึ้น โครงสร้างโมเลกุลกำลังปรับตัวเพื่อรับมวลสารจากโอสถที่กินเข้าไป "คืนนี้ข้าต้องใช้เวลาสมาธิตลอดคืน ท่านลุงมู่เฉิงพักฟื้นก่อน ส่วนแม่นางมู่..."
เขาหันไปมองนาง "ขอยืมที่นอนข้างๆ ก็พอ"
มู่รุ่ยเสวี่ยหน้าแดงวูบขึ้นมาทันที "ข้า... ข้าจะไปนอนห้องด้านใน ส่วนท่านอยู่ที่นี่ก็ได้ค่ะ"
นางรีบหันหลังเดินเข้าไปในส่วนลึกของถ้ำอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าที่รีบร้อนผิดปกติ
[มีสถิติที่น่าสนใจนะครับเ้านาย] ศูนย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงสนุกสนาน [ความดันโลหิตและอุณหภูมิิัของแม่นางมู่พุ่งสูงขึ้น 22 เปอร์เซ็นต์ใน่เวลาสามนาทีที่ผ่านมา สาเหตุที่น่าจะเป็ไปได้มากที่สุดจากการประมวลผลข้อมูลของผมคือ...]
'เงียบ.' จ้าวหานสั่งกั้น
เขานั่งขัดสมาธิกลางห้องโถง หลับตาลง ทิ้งให้เตาปฏิกรณ์ชีวภาพทำงานในความเงียบ ภายใต้ เงา ของผนังถ้ำที่เรืองรองสีเขียวอมฟ้า กายาเหล็กไหลของเขากำลังก้าวเข้าสู่ขั้นกลางอย่างเงียบเชียบ เหมือนเหล็กที่ถูกเผาจนร้อนโชติ่ก่อนจะถูกตีให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
คืนนั้น ภายในถ้ำลับเื้ัม่านวารีคลั่ง สามชีวิตต่างพักผ่อนด้วยรูปแบบที่ต่างกัน มู่เฉิงหลับอย่างสงบด้วยยาบรรเทาแผล มู่รุ่ยเสวี่ยนอนตาค้างฟังเสียงน้ำตกโดยที่ใจคิดวนเวียนอยู่กับภาพชายหนุ่มเหล็กไหลสีดำที่พูดถึงการมีชีวิตในแบบที่เลือกได้ด้วยน้ำเสียงเรียบแต่จริงใจที่สุด
และจ้าวหาน... เขานั่งนิ่งสนิทราวกับก้อนหิน แต่ภายในร่างกายนั้น ทุกอณูกำลังเดินหน้าอย่างไม่หยุดพัก
สู่ยุทธภพที่กว้างกว่า และอำนาจที่มากกว่า
การเดินทางยังดำเนินต่อไป...