พวกอันธพาลที่มาเพื่อจะลวนลามจิ่งเยี่ยนกุยไม่อยากเสียเงิน แถมคิดว่ายังไงซะเธอก็หนีไม่รอดอยู่แล้ว พวกมันเลยรออยู่ข้างนอก รอนานถึงครึ่งชั่วโมง หญิงสาวก็ยังไม่ออกมาสักที จึงเริ่มหมดความอดทน แล้วมายืนเร่งอยู่หน้าประตู “น้องสาว ทำธุระเสร็จรึยัง?”
เสียงของหญิงสาวดังออกมาจากข้างใน “ใกล้เสร็จแล้ว รออีกหน่อย!”
พอเธอตอบกลับ พวกมันก็ใจชื้นขึ้นมา ยอมอดทนรอต่อไป พอรออีกเกือบยี่สิบนาทีเธอก็ออกมา
ลู่เฉียวตงที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ก็เริ่มหมดความอดทนเหมือนกัน เขามาช่วยก็เพราะมีใจกล้าหาญ แต่หญิงสาวคนนี้กลับทำให้เขาต้องเสียเวลา
เขาคิดว่าหลังจากนี้คงได้เห็นหญิงสาวคนนั้นเดินตามพวกอันธพาลไป แต่กลับไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพที่เขาไม่มีวันลืม
หลังจากหญิงสาวออกมาจากห้องน้ำสาธารณะ ออร่าของเธอดูเปลี่ยนไป เมื่อพวกอันธพาลสามคนเข้ามาใกล้ เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วพูดว่า “ฉันคิดดูแล้ว ฉันไม่ไปที่นั่นแล้ว คงไม่ต้องลำบากพวกคุณไปด้วย แล้วก็ พวกคุณรู้สึกเวียนๆ หัวบ้างรึเปล่า?”
ทันทีที่เธอพูดจบ ก็เห็นพวกอันธพาลทั้งสามคนเผยรอยยิ้มโง่เง่าแล้วเริ่มถอดเสื้อผ้า คนหนึ่งกอดเสาไฟฟ้าข้างๆ แล้วถูไถเอาเป็นเอาตาย ส่วนอีกคนนั่งลงกับพื้นแล้วหัวเราะเสียงดังโวยวายเหมือนคนบ้า ส่วนอีกคนหนักกว่า กอดสุนัขจรจัดที่เดินผ่านมาแล้วจูบอย่างบ้าคลั่ง
สี่แยกที่เดิมทีคึกคักอยู่แล้ว กลายเป็นโกลาหลวุ่นวายเพราะพฤติกรรมแปลกๆ ของพวกอันธพาล
ลู่เฉียวตงจึงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เห็นเหตุการณ์นี้ทั้งหมด เขาถึงกับตาค้าง ที่แท้หญิงสาวที่เขาคิดว่าซื่อบื้อคนนั้น เมื่อกี้แค่แกล้งโง่เท่านั้นเองเหรอ?
หลังจากที่เห็นว่าหญิงสาวคนนั้นจัดการเรื่องนี้แล้วก็ไม่อยากสนใจพวกอันธพาลอีก จัดการเข็นจักรยานของเธอและเดินจากไปอย่างใจเย็น
เขาสงสัยในตัวหญิงสาวคนนั้นจนทนไม่ได้และรีบตามเธอไป พอเลี้ยวไปตรงมุมก็มีก้อนหินขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่หน้าผากของเขา
โชคดีที่เขาได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี มีฝีมือและไหวพริบดีเยี่ยม จึงหลบได้อย่างฉิวเฉียด หลังจากหลบได้ก็เหงื่อท่วมหลัง ถ้าเมื่อกี้เขาช้าไปนิดเดียว หัวของเขาคงแตกไปแล้ว
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ดีใจ ก็รู้สึกเหมือนถูกอะไรทิ่มที่มือขวา รู้สึกชาจนยกไม่ขึ้น เขาตกใจมาก ปฏิกิริยาของร่างกายก็รวดเร็วมากเช่นกัน เมื่อมือขวาใช้การไม่ได้ มือซ้ายก็คว้ามือของจิ่งเยี่ยนกุยไว้ทันทีพร้อมกับพูดว่า “เดี๋ยวก่อน ผมไม่ได้มีเจตนาร้าย!”
ถ้าจิ่งเยี่ยนกุยเชื่อเขาก็คงกลายเป็นผีน่ะสิ เมื่อกี้ตอนที่เธอจัดการกับพวกอันธพาล เขาก็ยืนดูอยู่ตลอด แถมยังตามเธอมาตลอดทาง ถ้าเขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอจริง จะตามเธอมาทำไม เธอจึงตะโกนสุดเสียง “ช่วยด้วย มีคนลวนลาม!”
ก่อนหน้านี้ลู่เฉียวตงเห็นเธอถูกพวกอันธพาลหลอก เลยคิดว่าเธอคงเป็นคนอ่อนโยนและซื่อๆ แต่ตอนนี้กลับรู้ว่าเธอไม่ได้ซื่อบื้อ แถมยังเผ็ดแสบจนทำเอาผู้คนโมโห อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยเจอผู้หญิงดุร้ายแบบนี้มาก่อน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงกล้าเดินคนเดียวข้างนอก! ก่อนหน้านี้เขาเป็นห่วงเธอเสียเปล่าซะแล้ว
ถึงแม้เขาที่บริสุทธิ์ใจจะไม่กลัวอะไร แต่ก็ไม่กล้ารับข้อกล่าวหานี้ไว้เช่นกัน
เขายื่นมือไปปิดปากของเธอ แต่ไม่คิดว่าเธอจะเตรียมพร้อมไว้แล้ว ตอนที่เขายื่นมือเข้ามา เธอกัดมือเขาอย่างแรง ทันใดนั้นความเจ็บปวดอย่างรุนแรงก็แล่นทั่วร่าง
ลู่เฉียวตงรู้สึกว่าวันนี้เขาคงบ้าไปแล้วที่เข้าไปยุ่งเรื่องคนอื่น มือขวาของเขาขยับไม่ได้ มือซ้ายก็ถูกเธอกัด เขาจึงอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ปล่อยมือ ผมไม่ได้มีเจตนาร้าย!”
จิ่งเยี่ยนกุยไม่สนใจ ยังคงกัดมือเขาไว้ แล้วยกขาขึ้นเตะไปที่เป้าของเขา
เขาบิดข้อมือของเธอไว้ เธอเลยเตะไม่โดน แต่หน้าผากของเขากลับมีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นมา เขาโตมาจนป่านนี้ ไม่เคยมีใครทำให้เขารู้สึกอับอายเช่นนี้มาก่อน แถมยังถูกเด็กผู้หญิงที่ไม่เคยฝึกฝนอะไรเลยทำให้กลายเป็นแบบนี้ได้
นี่ไม่ใช่หญิงสาวธรรมดา แต่เป็นแม่เสือสาวดุร้ายชัดๆ!
ลู่เฉียวตงมองเข้าไปในดวงตาของเธอ ดวงตาของเธอสวยมาก แต่กลับแฝงไปด้วยความดุร้าย ทว่าเขากลับรู้สึกคุ้นเคยกับแววตาแบบนี้อย่างน่าประหลาด
ในขณะนั้นเอง ก็มีคนตะโกนขึ้นว่า “คุณชายลู่ เยี่ยนกุย พวกคุณกำลังทำอะไรกัน?”
แถวนี้คนก็เยอะ เหตุการณ์ใหญ่ขนาดนี้จึงมีคนมามุงดูมากมาย ซูไป่ชิงมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
ลู่เฉียวตงเจ็บจนหน้าผากผุดเหงื่อ “ยังมัวแต่ยืนทำอะไรอยู่? รีบมาช่วยหน่อย!”
ซูไป่ชิงได้สติและรีบเข้าไปดึงทั้งสองคนแยกจากกัน จิ่งเยี่ยนกุยเห็นว่าเป็นเขา จึงยอมปล่อยมือแล้วไปยืนอยู่ข้างๆ สายตาจ้องลู่เฉียวตงด้วยความระแวดระวัง แล้วพูดเสียงดังว่า “พี่ซู มาได้จังหวะพอดีเลย นี่มันพวกอันธพาล! จะลวนลามฉัน!”
ลู่เฉียวตง “…”
วันนี้ซูไป่ชิงรู้สึกตกใจจริงๆ ลู่เฉียวตงมีฐานะอะไรเขาก็รู้ดี อีกทั้งคำสั่งสอนของบ้านของตระกูลลู่ก็เข้มงวดมาก โดยปกติแล้วเรื่องแบบนี้มันเป็นไปไม่ได้ ทว่ารูปร่างหน้าตาของจิ่งเยี่ยนกุยก็โดดเด่นจริงๆ อะไรก็อาจจะไม่แน่ไม่นอน
เขามองจิ่งเยี่ยนกุยที่เผยสีหน้าโกรธจัด มุมปากยังมีเลือดของลู่เฉียวตงติดอยู่ ตามด้วยมองมือของลู่เฉียวตงที่เลือดกำลังไหล ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าเรื่องทั้งหมดนี้อัดข้อมูลเยอะเกินไป เขาไม่รู้จะจัดการยังไง
ลู่เฉียวตงเห็นสายตาของซูไป่ชิง ก็รู้ว่าชื่อเสียงที่เขาสั่งสมมาคงต้องมาพังเพราะจิ่งเยี่ยนกุย เขาจึงพูดด้วยเสียงเคียดแค้น “อย่าไปฟัง หล่อนพูดเหลวไหล ไม่มีอะไรทั้งนั้น ผมแค่เห็นว่าเธอถูกพวกอันธพาลตามก็เลยเข้าไปดูเฉยๆ!”
จิ่งเยี่ยนกุยโต้แย้งทันที “ฉันจัดการพวกอันธพาลสามคนนั้นไปแล้ว แล้วนายจะตามฉันมาทำไม?”
ลู่เฉียวตง “…”
ใช่แล้ว แล้วเขาจะตามเธอมาทำไมกันนะ? เขาสงสัยว่าเธอทำอะไรกับพวกนั้นกันแน่ สุดท้ายตัวเองก็พลอยซวยไปด้วย
ซูไป่ชิงเห็นว่าถ้าทะเลาะกันอยู่แบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่อง จึงลากทั้งสองคนเข้าไปในร้านอาหารเพื่อสะสางกันให้รู้เรื่อง
มือของลู่เฉียวตงถูกจิ่งเยี่ยนกุยกัดจนเลือดออก ซูไป่ชิงพกกล่องยามาด้วย พอถึงร้านก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังแทนเขาพร้อมกับทำแผลไปด้วย
หลังจากที่ซูไป่ชิงทำแผลให้ลู่เฉียวตงเสร็จ ลู่เฉียวตงก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังเช่นกัน พอซูไป่ชิงได้ฟังก็ยังสับสน เขาเจอจิ่งเยี่ยนกุยมาหลายครั้ง ความคิดของเขาที่มีต่อเธอคือ เป็นคนมีหลักการและอัธยาศัยดี แต่พอได้ยินเรื่องราวความกล้าของเธอ ก็รู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้าง
หลังจากจิ่งเยี่ยนกุยฟังลู่เฉียวตงจบ เธอก็พิจารณาเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาคิ้วเข้มจมูกโด่ง ถึงตอนนี้หน้าจะมุ่ย แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีลามกแต่อย่างใด ถึงจะดูเหมือนคนเอ้อระเหยลอยชาย แต่ก็ไม่เหมือนคนไม่ดี
เธอคิดว่าวันนี้อาจจะตื่นตระหนกเพราะพวกอันธพาลมากเกินไป ทำให้เธอแสดงปฏิกิริยาเกินสมควรไปหน่อย ในเมื่อตอนนี้เขาอธิบายหมดแล้ว เธอจึงขอโทษเขาอย่างตรงไปตรงมา “ขอโทษนะคะ ตอนนั้นฉันคิดว่าคุณกับพวกอันธพาลสามคนนั้นเป็นพวกเดียวกัน คิดว่าพวกคุณไม่จบไม่สิ้น ฉันเลยหงุดหงิดแล้วก็ลงมือหนักไปหน่อย…”
“หนักไปหน่อยที่ไหนกัน? เธอเป็นแม่เสือชัดๆ มือฉันจะโดนเธอกัดจนขาดอยู่แล้วเนี่ย” ลู่เฉียวตงพูดขัดขึ้นมา