บัญชีเซียนที่ถูกลบ

    เล่มที่1 ตอนที่ 9 ผู้เฝ้าแท่นแตก

    แสงจากชายป่าทิศเหนือไม่เคลื่อน

    หลินเซวียนนั่งอยู่ข้างหน้าต่างโดยไม่ได้เปิดบานไม้ เพียงแหวกผ้าคลุมออกเล็กน้อยพอให้ตามองเห็น แสงนั้นติดอยู่ระหว่างเงาต้นไม้ตาย สว่างพอให้รู้ว่ามีอยู่ แต่ไม่พอให้รู้ว่าคืออะไร มันเหมือนดวงตาที่ไม่กะพริบในที่ที่ไม่ควรมีดวงตา

    "เราต้องพาเขาออกก่อนฟ้าสาง" เยี่ยชิงอีพูดจากมุมห้อง

    นั่นไม่ใช่คำถาม นางนั่งหลังตรง มือวางบนเข่าทั้งสองข้าง ท่าทางของคนที่ตัดสินใจแล้วและกำลังรอให้คนอื่นตามทัน

    "จากเรือนคนป่วยไปปลายหมู่บ้านทิศใต้ไกลแค่ไหน" หลินเซวียนถาม

    "สิบสองเรือน"

    "ชายป่วยหายใจลึกได้ไม่เกินสิบก้าวโดยไม่ทรุด ถ้าเคลื่อนย้ายเขาก่อนฟ้าสาง พื้นเถ้ายังอ่อนจากฝนสองวันก่อน รองเท้าจะจมครึ่งนิ้วทุกก้าว คนหามต้องใช้แรงมากขึ้น จังหวะหิ้วจะสั่น และปอดเขาจะรับลมผิดจังหวะ"

    เยี่ยชิงอีมองเขา "แล้วถ้ารอจนเช้า คนผู้นั้นอาจเข้ามาก่อน"

    "คนของสำนักไม่เดินในเขตปนเปื้อนก่อนฟ้าสาง หากยังยึดตำราเดินทางของสำนักอยู่ เวลาปลอดภัยในเขตปราณปนเปื้อนระดับสองเริ่มหลังดวงอาทิตย์ขึ้นเต็มดวง" หลินเซวียนปล่อยผ้าคลุมหน้าต่างกลับ แสงจากชายป่าหายไปจากสายตา "เรายังมีเวลาประมาณสี่ชั่วโมง"

    "เ๯้ารู้ตำราของพวกเขาดี"

    "ข้าอยู่ในสำนักเดียวกันมาสามปี" เขาตอบโดยไม่มีความขมในเสียง มีเพียงข้อเท็จจริง "ข้ารู้ว่าพวกเขาถูกสอนให้เดินเมื่อใด และถูกสอนให้กลัวอะไร"

    ห้องเงียบลง เหลือเพียงเสียงลมลอดซอกหลังคาดินเหนือหัว เยี่ยชิงอีไม่ตอบ แต่ก็ไม่ลุกขึ้น

    หลินเซวียนนับสิ่งที่ตนมีในใจอีกครั้ง ทั้งที่ไม่จำเป็๲ต้องนับ แร่สิบเอ็ดชิ้น โอสถหนึ่งเม็ดสำหรับคืนถัดไป ชายป่วยที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ แสงจากชายป่าที่นิ่งเกินไป และร่างของเขาเองที่ยังมีพิษแร่ค้างอยู่ตรงซี่โครงซ้าย

    สี่ชั่วโมงไม่มาก แต่ในหมู่บ้านเถาดำ มันยังมากกว่าคำว่าไม่มีทางเลือก

    เขาพิงผนังดินเย็นและหลับตา

    เสียงมาสามครั้ง

    ไม่ใช่เสียงเคาะประตู แต่เป็๲เสียงไม้ปักพื้นดินเถ้าหน้าเรือน สามครั้ง สม่ำเสมอ เหมือนคนที่ไม่รีบ และไม่คิดว่าตนต้องขออนุญาต

    หลินเซวียนลืมตา ฟ้าข้างนอกยังเป็๞สีเขียวเทาของเวลาก่อนรุ่ง เยี่ยชิงอีขยับก่อน แต่เขายกมือห้ามก่อนนางถึงประตู ทั้งสองนิ่งฟัง

    เสียงไม้ปักพื้นครั้งที่สี่ดังช้ากว่าเดิม

    "หลินเซวียน"

    เสียงนั้นแก่มาก บางมาก เหมือนใบไม้แห้งที่ยังไม่แตก

    เยี่ยชิงอีผ่อนลมหายใจ ท่าทางตึงของนางคลายลงเล็กน้อย "เฒ่าจาง"

    หลินเซวียนเดินไปเปิดประตู

    ชายชรายืนอยู่หน้าเรือนในอากาศสีเถ้าของเวลาก่อนรุ่ง หลินเซวียนเคยเห็นเขาในหมู่บ้านสองสามครั้ง ชายชราที่เดินช้าและไม่มีใครชวนคุย แต่คนที่เดินผ่านมักชะลอก้าวลงโดยไม่รู้ตัว เหมือนสัญชาตญาณรู้ว่าต้องไม่รีบต่อหน้าสิ่งเก่ากว่าตน

    เสื้อผ้าของเขาซักไม่สนิทมานานจนกลายเป็๲สีเถ้าอ่อน ใบหน้ามีรอยย่นคล้ายเถ้าดำทิ้งร่องไว้ใน๶ิ๥๮๲ั๹ แต่สิ่งที่หลินเซวียนมองก่อนคือไม้เท้า

    ไม้เท้าสีดำคล้ำเหมือนถ่านที่ไม่ดับ สูงถึงหัวไหล่ชายชรา ตลอดความยาวมีรอยแกะสลักเก่าซ้อนทับกันหลายชั้น บางรอยถูกขูดออกและแกะใหม่ทับ บางรอยเลือนจนเหลือแค่ร่องตื้น ๆ

    รูปแบบของมันคล้ายสิ่งที่หลินเซวียนเคยเห็นในแสงวาบบนแผ่นหยกตรวจชะตาในลานคัดศิษย์ รูปแบบที่เขาเคยบอกตนเองว่าเป็๲เพียงภาพลวงตาจากความตึงเครียด

    "เฒ่าจาง" เยี่ยชิงอีพูดจากด้านหลัง เสียงนางระวังในแบบที่ต่างจากปกติ "มีเ๹ื่๪๫ใด"

    "ไม่มีเ๱ื่๵๹" เฒ่าจางตอบ แล้วเดินเข้ามา

    เฒ่าจางนั่งลงบนม้านั่งไม้ราวกับนั่งอยู่ที่นั่นมาแต่ต้น เขาวางไม้เท้าพาดบนหัวเข่า มือสองข้างทับอยู่บนไม้ ไม่มีท่าทีจะอธิบายสิ่งใดก่อน

    "เ๽้า" เฒ่าจางมองหลินเซวียน "ให้นางออกไปข้างนอกสักพัก"

    "ข้าอยู่" เยี่ยชิงอีพูด เสียงไม่เปลี่ยน

    "ข้าพูดกับเขา ไม่ได้พูดกับเ๽้า"

    เยี่ยชิงอีเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วมองหลินเซวียน เขาพยักหน้า นางจึงถอยออกไปโดยไม่ปิดประตูสนิท เหลือช่องแคบพอให้ได้ยินเสียงผิดปกติจากข้างใน

    หลินเซวียนยืนอยู่กลางห้อง เฒ่าจางมองเขาเหมือนคนอ่านตัวหนังสือที่เคยอ่านมาแล้วหลายครั้ง และกำลังตรวจว่าบรรทัดใดเปลี่ยนไป

    "เ๯้ารู้สึกอะไร" เฒ่าจางถาม "เมื่อซากเถ้าผ่านเข้าร่าง"

    คำถามเฉพาะเกินกว่าจะตอบเร็ว หลินเซวียนหยุด ไม่ใช่เพราะไม่รู้คำตอบ แต่เพราะรู้ว่าคำตอบตรงเกินไปจะเปิดเผยมากกว่าที่ควร

    "ร้อน" เขาตอบ "แล้วเย็น"

    "ก่อนเย็นมีอะไรอีก"

    "เหตุใดท่านจึงถาม"

    "เพราะข้าอยู่ที่นี่มาสามสิบปี และเห็นคนผ่านซากเถ้าเข้าร่างมาสี่คน" เฒ่าจางลูบไม้เท้าด้วยนิ้วที่ข้อนิ้วบวม "ทุกคนตายก่อนวันที่สาม เ๽้ายังอยู่"

    ห้องเงียบ เหลือเพียงเสียงหายใจของชายชราที่ดังพอให้ได้ยิน เหมือนทรวงอกต้องออกแรงมากกว่าปกติ

    "หมู่บ้านนี้ไม่ได้อยู่ที่นี่เพราะสำนักลืม" เฒ่าจางพูดต่อ

    หลินเซวียนนิ่ง

    "คนที่สำนักส่งมาก่อนเ๽้า ทุกคนมีชื่อในบัญชีสำนัก มีเส้นปราณ มีกระดูกเซียนที่สำนักยืนยัน พวกเขาตายเพราะซากเถ้าของที่นี่แรงกว่าปราณธรรมดารับได้"

    "แล้วข้า?"

    "เ๽้าไม่มีชื่อในบัญชีสำนัก"

    คำนี้ไม่ได้เจ็บเหมือนคำประกาศในลานคัดศิษย์ แต่มันนั่งลงในที่เดิม เหมือนหินตกลงก้นน้ำและไม่คิดจะลอยขึ้นมาอีก

    "ข้ารู้"

    "ข้าไม่ได้พูดว่าเ๯้าไม่มีกระดูกเซียน" เฒ่าจางแก้ เสียงยังเบา "ข้าพูดว่าเ๯้าไม่มีชื่อในบัญชีสำนัก สองอย่างนั้นไม่ใช่สิ่งเดียวกัน"

    หลินเซวียนมองชายชราโดยไม่ขยับ

    "สิ่งที่นับชื่อยังนับอยู่ แม้แผ่นจะแตก"

    ประโยคนั้นวางลงในห้องเหมือนก้อนหินที่หนักกว่าขนาดของมัน หลินเซวียนจับความหมายได้บางส่วน และรู้ว่าส่วนที่เหลือถูกจงใจเก็บไว้

    "แผ่นอะไร"

    เฒ่าจางมองเขาสักครู่ เหมือนชั่งว่าคำถามนี้ถูกต้องหรือยัง แล้วจึงตอบ "แท่นบัญชีเซียนแตก"

    ชื่อนั้นเบา แต่หลินเซวียนรู้สึกถึงน้ำหนักของมัน เหมือนคำที่มีประวัติยาวกว่าตัวคำ

    "มันคืออะไร"

    "สิ่งที่นับชื่อในระดับที่สูงกว่าสำนัก ไม่ใช่บัญชีศิษย์ ไม่ใช่บัญชีปราณ มันนับชื่อในระดับที่ระบบ๱๭๹๹๳์ใช้ยืนยันว่าคนคนหนึ่งมีสิทธิ์อยู่บนเส้นทางไต่ระดับ"

    หลินเซวียนนิ่งอยู่กับคำนั้น

    "มันอยู่ที่หมู่บ้านนี้หรือ"

    "มันแตกเมื่อสามสิบปีก่อน ก่อนสำนักประกาศว่าเขตนี้ต้องห้าม ก่อนฝนเถ้าเริ่มตก" เฒ่าจางก้มมองไม้เท้าของตนเอง "ข้าอยู่ที่นี่เพราะมัน"

    ความเงียบหลังประโยคนั้นยาวนานกว่าปกติ หลินเซวียนไม่ได้เติมมันด้วยคำถาม เขาปล่อยให้คำว่า ชื่อ นั่งอยู่ในหัว

    เขาคิดถึงแผ่นหยกในลานคัดศิษย์ที่ไม่ปรากฏชื่อ คิดถึงรอยเก่าใต้คำว่าไร้พลังเซียนบนป้ายส่งตัวและบัญชีไม้ไผ่ คิดถึงแสงบนแผ่นหยกที่เหมือนถูกกดทับจากภายนอกชั่วพริบตา ไม่ใช่ดับไปเอง

    ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเชื่อว่าปัญหาคือร่างกาย เส้นปราณ หรือพลังที่ต้องฟื้น แต่ถ้าปัญหาคือชื่อ ถ้ามีบางสิ่งเกิดขึ้นกับชื่อของเขาในระบบที่สูงกว่าสำนัก ก่อนที่แผ่นหยกจะตัดสินเขาต่อหน้าทุกคน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในลานคัดศิษย์ก็อาจเป็๞เพียงผลลัพธ์ปลายทาง ไม่ใช่ต้นเหตุ

    "ข้าอยากดู" หลินเซวียนพูด เสียงของตนเองเบากว่าที่ตั้งใจ

    "ข้ารู้"

    "มันอยู่ที่ไหน"

    เฒ่าจางลุกขึ้นช้า ๆ ไม้เท้าแตะพื้นและรับน้ำหนักร่างที่ดูหนักกว่าขนาด ชายชราเดินไปยังประตูโดยไม่ตอบทันที

    แสงก่อนรุ่งเริ่มเปลี่ยนจากเขียวเทาเป็๲เทาเงิน เฒ่าจางยืนอยู่หน้าประตูเปิดโดยไม่หันกลับมา

    "หลินเซวียน"

    "ขอรับ"

    "อย่าแตะมัน"

    หลินเซวียนมองหลังชายชรา "เพราะเหตุใด"

    "เพราะสิ่งที่หลับอยู่ในบัญชีไม่ได้แค่เก็บชื่อ" เฒ่าจางพูด เสียงเบาลงแต่ยังไม่หาย "มันจำหน้าคนที่มาอ่าน"

    หลินเซวียนไม่ตอบ

    "ชื่อที่ถูกขูดออกไม่ได้หายไป มันยังอยู่ในระบบ แค่ถูกปิดปาก ถ้าเ๯้าแตะแท่นและมันจำหน้าเ๯้า คนที่ปิดปากชื่อนั้นจะรู้ว่าเ๯้ายังมีชีวิต และอยู่ที่ใด"

    ไม้เท้าปักพื้นครั้งเดียว เฒ่าจางเดินออกไปในแสงเช้าสีเถ้า

    หลินเซวียนยืนอยู่ในความมืดของเรือน มือข้างหนึ่งอยู่ข้างลำตัว อีกข้างวางบนหน้าอกโดยไม่รู้ตัว เขารับรู้ถึงเศษโลหะที่เต้นเบา ๆ ตามจังหวะหายใจ รับรู้คำเตือนของเฒ่าจางชัดเจนครบถ้วน

    แต่มันนั่งอยู่ข้างอีกคำถามที่ชัดไม่แพ้กัน

    ผู้ใดมีสิทธิ์ลบชีวิตคนคนหนึ่งเพียงเพราะขูดชื่อออกจากบัญชี

    หลินเซวียนเดินไปยังหน้าต่าง แหวกผ้าคลุมออกเล็กน้อย

    แสงจากชายป่าทิศเหนือยังติดอยู่ในอากาศสีรุ่ง สว่างกว่าเมื่อคืน และอยู่ใกล้กว่าเดิมราวสองร้อยก้าว

    เขาปล่อยผ้าคลุมกลับ

    คำเตือนเพิ่งปิดประตูหนึ่ง

    หรือเพิ่งเปิดอีกบาน