เสียงตะคอกนั้นทำให้มู่อวิ๋นฮวาระงับความคิดที่จะทำลายล้างตระกูลมู่ลงไปก่อน
อย่าว่าแต่ตะคอกเสียงดังอย่างโกรธเกรี้ยวเช่นนี้เลย แม้แต่จะพูดจารุนแรงให้ระคายหู อนุว่านก็ยังไม่เคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้จากมู่หงไห่มาก่อน นางจึงได้แต่มองเขาเหมือนไม่อยากเชื่อ “นายท่าน เหตุใดจึงสั่งให้ข้าคุกเข่า”
“ยังต้องสงสัยอีกหรือ” มู่หงไห่ไม่ได้สนใจพวกบ่าวไพร่มากมายที่มองดูอยู่ เขาข่มกลั้นความโกรธมานานแล้วนับั้แ่ได้ยินข่าวลือเื่วิวาห์ผีที่อื้อฉาวไปทั่วทุกมุมถนน การที่เขาอดทนจนกระทั่งประตูคฤหาสน์ปิดลง ซ้ำยังเดินมาจนถึงด้านในเช่นนี้โดยไม่ะเิออกมาเสียก่อนก็นับว่าเป็ความปรานีต่ออนุว่านมากแล้ว
นี่ยังถือว่าเขาเห็นแก่หน้านางไม่น้อย
แต่อนุว่านหาได้คิดเช่นนั้น เขาสั่งให้นางคุกเข่าต่อหน้าธารกำนัลกลางโถงคฤหาสน์ตระกูลมู่เช่นนี้ได้อย่างไร มันไม่ต่างอะไรกับการจับนางเหวี่ยงลงพื้นแล้วปล่อยให้คนอื่นมาเหยียบย่ำ
“นายท่าน ท่านอาจไม่ทราบว่าเื่ที่เกิดขึ้นแท้จริงเป็เช่นไร ข้าพยายามอย่างหนักเพื่อดูแลตระกูลมู่ แต่กลับไม่ได้รับความเมตตาจากท่าน ซ้ำยังโกรธข้าทุกคราวที่มีเื่ นายท่าน ข้าทำสิ่งใดผิดไปหรือ เหตุใดท่านจึงได้โหดร้ายกับข้าเช่นนี้” อนุว่านร้องไห้สะอึกสะอื้น น้ำตาอาบหน้าอย่างผิดหวังและอับอายเพราะถูกตำหนิ
นางมองเขาเป็ที่พึ่งเดียวในชีวิตนี้ แต่กลับไม่เข้าใจเลยว่าไฉนทุกอย่างกลับกลายเป็เช่นนี้ไปได้
ความรักที่นางมีต่อเขาไม่ต่างจากลูกไก่ที่คอยวิ่งตามแม่ไก่ กระทั่งในยามที่แม่ไก่จิกตีไล่ลูกไก่ให้ออกห่าง ลูกไก่ตัวน้อยก็ยังไม่หนี ได้แต่พยายามเอาตัวเข้าไปหาแม่ไก่และชื่นชมรักใคร่ด้วยความผูกพันเช่นก่อนเก่า หากเป็เช่นครั้งอื่น ๆ ความผูกพันที่มีร่วมกันมาคงจะพอทำให้มู่หงไห่อ่อนลงได้อย่างแน่นอน
ไม่ว่าความผิดจะหนักหนาเพียงใด เขาก็พร้อมจะอภัยให้นาง
แต่น่าเสียดายที่การกระทำเช่นนั้นอาจใช้ไม่ได้ผลกับมู่หงไห่ในเวลานี้
เขายังสามารถให้อภัยนางก็ต่อเมื่อเื่น่ารำคาญใจที่อนุว่านก่อยังไม่ล้ำเส้นเข้ามาสร้างความสั่นคลอนแก่ชีวิตของเขา แต่คราวนี้เื่บ้าบอที่เกิดขึ้นกำลังทำให้คอของเขาเกือบถูกพาดลงบนแท่นปะา ไม่ว่านางจะร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้งก็ยังไม่สามารถอุทธรณ์ความผิด
มู่หงไห่ยังคงเงียบ มู่อวิ๋นฮวาจึง่ชิงโอกาสนี้เอ่ยปากขึ้นก่อน “อนุว่าน เ้าลืมไปแล้วหรือ เ้าเป็เพียงนางอนุแต่กลับคอยหาเื่ข้าไม่หยุดหย่อน เหลวไหลสิ้นดี เป็เพียงนางอนุต่ำต้อย แต่ไม่รู้จักเจียมตัวอยู่ในที่ของตนเอง ตระกูลหลี่ไม่ได้สั่งสอนเ้ามาเลยอย่างนั้นหรือ”
มู่อวิ๋นฮวาตำหนิเสียงดัง ทำให้ไม่เพียงดึงความสนใจจากอนุว่านได้เท่านั้น มู่หงไห่ในเวลานี้ก็มองมาเช่นกัน
หญิงสาวจึงยักไหล่ เอาละ เช่นนั้นนางจะไม่พูดต่อ เพียงดูาครั้งนี้ต่อไป
“หลี่ว่าน หากมันเป็เพียงอุบายของเ้าที่ใช้หาอำนาจในคฤหาสน์ให้ตนเอง ข้าจะไม่ถือสาเลย เ้า้าทำเื่สกปรกเช่นไรในบ้านก็แล้วแต่ ข้าจะให้สิทธิ์นั้นแก่เ้า แต่ข้าไม่คิดว่าเ้าจะเหิมเกริมได้ถึงขั้นนี้ กล้าสอดมือเข้าไปยุ่มย่ามกับพระราชโองการที่ฮ่องเต้พระราชทาน” มู่หงไห่โกรธเสียจนแทบคุมสติไม่อยู่ “พระราชโองการหาใช่แผ่นกระดาษทั่วไป นั่นเป็เครื่องถ่ายทอดพระบัญชาจากฝ่าา ส่วนเ้า คนอย่างเ้า สามารถแตะต้องได้หรือ ช่างโง่เขลาไร้หัวคิดที่บังอาจหลอกลวงเบื้องสูง คิดขโมยัสับเปลี่ยนหงส์ได้อย่างไร”
“หลี่ว่าน ยังไม่ยอมคุกเข่าลงอีก!!” ด้วยความโกรธเกรี้ยวของมู่หงไห่ทำให้อนุว่านจำต้องคุกเข่าลงแม้จะฝืนใจอย่างมาก
บ่าวไพร่ทั้งหมดต่างไม่ทราบว่าควรจะออกไปดีหรือไม่ พวกเขาไม่กล้าขยับกายแม้แต่คืบเดียว ทำได้เพียงหลุบตาและมองนิ้วเท้าตนเอง รับอารมณ์ที่ปะทุอย่างรุนแรงของมู่หงไห่อย่างเงียบ ๆ
“ท่านพ่อ คือว่า แม่...” มู่อวี่ซีก้าวเข้ามาโดยมีสาวใช้ช่วยประคอง เห็นได้ชัดว่าสองขาของนางอ่อนแรง ดูเหมือนว่าจะเป็เพราะคุกเข่าอยู่นาน แต่ในเวลานี้หาได้มีใครใส่ใจเื่นั้น นางเอ่ยยังไม่ทันถึงครึ่งประโยค มู่หงไห่ก็ยกมือห้าม
“อย่าได้คิดจะแก้ตัวแทนแม่ของเ้า ออกไปเสีย”
มู่อวี่ซีเปิดปาก ทำท่าจะพูดต่อ แต่ก็ต้องหุบปากลง และรีบให้สาวใช้ประคองเพื่อถอยออกมา
มู่อวิ๋นฮวามองมู่หงไห่ จากนั้นหันไปทางมู่อวี่ซีพลางลอบขบขันในใจ เป็ไปได้ว่ามู่หงไห่ยังเชื่อสนิทใจว่าแผนการชั่วร้ายทั้งหมดเป็ฝีมือของอนุว่าน ส่วนมู่อวี่ซีแค่รู้เห็นเพียงเล็กน้อย
ไม่แน่ใจนักว่าเป็เพราะมู่หงไห่รู้จักอนุว่านดีเกินไป หรือไม่เคยรู้จักบุตรสาวเช่นมู่อวี่ซีเลยกันแน่
บริสุทธิ์และเปี่ยมด้วยเมตตา?
จะมีผู้ที่บริสุทธิ์ใสสะอาดไร้มลทินราวหิมะขาวอย่างแท้จริงอยู่บนโลกนี้ได้อย่างไร
ต่อให้เป็มนุษย์ผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องสักเพียงใด หากขุดลงไปใต้หิมะขาวที่ดูสะอาดตาก็ไม่พ้นต้องพบกับชั้นดินสีดำอย่างไม่มีข้อยกเว้น อยู่ที่ว่าชั้นหิมะขาวและกรวดดินดำของใครจะหนาหรือบางกว่ากันเท่านั้น
โดยเฉพาะคนอย่างมู่อวี่ซี เกรงว่าจะเป็สตรีที่มีชั้นกรวดดินหลบซ่อนอยู่ภายใต้หิมะขาวไม่น้อยเลย
มู่อวิ๋นฮวาเบะปาก ความไว้วางใจอย่างไร้ข้อกังขาของบิดาที่มีต่อมู่อวี่ซีช่างน่าริษยา ดูเหมือนว่าหากเทียบกันแล้ว ความไว้วางใจที่มู่อวิ๋นฮวาได้รับคงเทียบไม่ได้แม้แต่หนึ่งในหมื่น
นางอยากเห็นเหลือเกินว่ามู่หงไห่จะทำหน้าอย่างไรเมื่อถึงเวลาที่หน้ากากอันบริสุทธิ์ของมู่อวี่ซีถูกกระชากออก
มู่หงไห่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วด้วยท่วงท่าสง่างาม จากนั้นเกิดเสียงดัง ‘เพียะ’ เมื่ออนุว่านถูกตบหน้า
“นายท่าน...ตบข้า...” อนุว่านหน้าซีดด้วยความใอย่างเห็นได้ชัด
มู่หงไห่ชักมือที่ตบหน้านางกลับเข้าหาตัว ถึงกระนั้นความโกรธของเขาก็ไม่ได้ลดลง แต่กลับรุนแรงขึ้นอีก “หลี่ว่าน ดูเหมือนว่าข้าจะปล่อยปละละเลยเ้าเกินไปจนโอหังมากเสียแล้ว การมีบ่าวไพร่คอยรับใช้คงทำให้เ้าหลงลืมฐานะที่แท้จริงของตนว่าเป็เพียงนางอนุ ไม่น่าแปลกใจที่เ้าจะกล้าสร้างเื่ใหญ่โตเช่นนี้ขึ้นมาได้ เชียนหลานกลับมาเมื่อไร ให้นางเป็คนจัดการดูแลบ้าน และห้ามผู้ใดออกไปข้างนอกเด็ดขาดหากข้าไม่อนุญาต”
“มิเช่นนั้นเ้าจะได้หนังสือหย่าจากข้า แล้วกลับตระกูลหลี่ไปเสีย”
อนุว่านทิ้งร่างลงกับพื้น นางไม่คาดคิดมาก่อนว่ามู่หงไห่จะไร้ซึ่งความปรานี และเฉยเมยต่อนางจนกระทั่งไม่คิดจะนับญาติกันอีกต่อไปเช่นนี้
เสิ่นเชียนหลาน นางหญิงแพศยาจากหอคณิกา ร่วมหลับนอนกับชายมานับไม่ถ้วน คนแบบนั้นหรือจะมารับหน้าที่ดูแลคฤหาสน์ตระกูลมู่ หึ เสิ่นเชียนหลานจะรู้อะไรมากไปกว่าเื่ปรนนิบัติบุรุษบนเตียงอย่างอาชีพเดิม อ่านบัญชียังไม่เป็ด้วยซ้ำ ไหนเลยจะมีหน้ามาดูแลคฤหาสน์ตระกูลมู่
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ” อนุว่านะเิหัวเราะเสียงดังลั่นจนน้ำตาร่วง ราวกับได้ยินเื่น่าขันที่สุดในชีวิต นางดูเหมือนจะเสียสติไปแล้ว
มู่หงไห่เพียงมองด้วยสายตาเ็า ไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ ปรากฏบนใบหน้า มู่อวี่ซีก็ไม่ได้โต้แย้ง นางเพียงเข้าไปกอดอนุว่านอย่างไม่เกรงกลัว “ท่านแม่ ท่านแม่เป็อะไร ซีเอ๋อร์ใไปหมดแล้ว”
อนุว่านไม่ได้ตอบคำถามของมู่อวี่ซีเหมือนอย่างปกติ นางยังคงหัวเราะต่ออีกสองสามครั้งก่อนจะนิ่งไป สีหน้าไม่หลงเหลือความโกรธหรือใ มีแค่อารมณ์ที่แสดงออกบนใบหน้าเพียงเล็กน้อยที่ทำให้รู้ว่านางยังมีสติอยู่ และชั่วอึดใจหลังจากนั้น กิริยาท่าทางและคำพูดคำจาของนางก็กลับมาเป็ปกติ
“นายท่านตบข้าก็ดีแล้ว ถือเป็การตบเรียกสติของข้ากลับมาจากความหลงผิด เมื่ออนุหลานกลับมา ข้าจะส่งมอบหน้าที่ดูแลคฤหาสน์นี้ให้นาง ในเมื่อข้าทำผิดมหันต์ก็จะไม่ขออยู่ที่นี่อีกต่อไป ข้าจะไม่อยู่ให้ท่านต้องละอายไปมากกว่านี้ ขอกลับไปที่เรือนอวี่ฮวาเพื่อทบทวนความผิดพลาดทั้งหมดด้วยตนเอง”
อนุว่านตบหลังมือของมู่อวี่ซีสองสามครั้ง แล้วดันมือบุตรสาวออกก่อนจะยืนขึ้น คำนับมู่หงไห่ด้วยความเคารพ จากนั้นหันกายเดินจากไปเพียงลำพัง
ถึงกระนั้นก็ไม่ได้มีใครเห็นสีหน้าเ้าเล่ห์ของนางขณะที่ย่างเท้าเดินออกไป
อำนาจในบ้านนี้เป็ของนางอยู่แล้ว อย่างไรเสีย วันหนึ่งมันก็ต้องกลับมาอยู่ในมือของนางอีกครั้ง อย่าหลงคิดไปว่านางจะยอมถูกไล่ออกจากที่นี่ง่าย ๆ
มู่อวิ๋นฮวาไม่คิดว่าอนุว่านจะยอมถอนตัวออกจากสนามรบโดยง่ายเช่นนี้ แต่เมื่อพินิจดูแล้วก็พบว่ามู่หงไห่กำลังโกรธถึงขั้นเดือดดาล ซ้ำยังสามารถโกรธขึ้นได้อีกอย่างไร้ขอบเขต ทำให้พอจะคาดเดาได้ว่าคนที่รู้จักและรับมือเขาได้ดีที่สุดก็คงเป็อนุว่าน
การที่อนุว่านยอมถอยในเวลานี้เนื่องจากรู้ดีว่าไฟโทสะของมู่หงไห่กำลังโหมแรงอย่างยากที่จะดับได้ในเวลาอันสั้น หากยังดึงดันต่อไปมีหวังจะต้องถูกหย่าและได้ออกไปจากที่นี่จริง ๆ ทางที่ดีที่สุดก็คือยอมรับผิดแล้วรีบถอยฉากออกมาเสียก่อนเพื่อปกป้องสถานะของตนเองให้ปลอดภัย
การถอยครั้งนี้เป็เพียงการถอยเพื่อพลิกกลับมาเอาชนะในเวลาที่เหมาะสม
อนุว่านจากไปแล้ว จึงเป็การทิ้งมู่หงไห่ที่กำลังเกรี้ยวกราดไร้เครื่องระบายอารมณ์ฉุนเฉียวไว้กับมู่อวิ๋นฮวาเพียงลำพังอย่างสมบูรณ์
“มู่อวิ๋นฮวา คุกเข่า!”