บทที่ 31: ยอดเขาหลินฟาน
เรือเหินเวหาของสำนักเมฆาครามกลับมาถึงสำนักด้วยบรรยากาศแห่งชัยชนะและความภาคภูมิใจ
แต่ก่อนที่เรือจะจอดเทียบท่าด้วยซ้ำ ข่าวความสำเร็จอันน่าเหลือเชื่อของพวกเขาก็ได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งสำนักแล้วราวกับพายุ! ผู้อาวุโสหลี่ได้ส่งข่าวกลับมาล่วงหน้าผ่านยันต์สื่อสาร บอกเล่าถึงการที่หลินฟานสามารถชิงผลแก่นวิญญาณกลับมาได้ และที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าคือการที่เขาสามารถทะลวงสู่ขอบเขตก่อตั้งรากฐานได้ตั้งแต่อยู่ในแดนลับ!
ข่าวนี้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า!
เมื่อเรือเหินเวหาค่อยๆ ลดระดับลงสู่ลานกว้างหน้าตำหนักใหญ่ ภาพที่ปรากฏเบื้องล่างทำให้แม้แต่เว่ยเฉินและศิษย์คนอื่นๆ ยังต้องตกตะลึง
ณ ลานกว้างนั้น ไม่ได้มีเพียงศิษย์ชั้นในและศิษย์ชั้นนอกที่มารอต้อนรับ แต่กลับเต็มไปด้วยเหล่าผู้อาวุโสของสำนักชั้นในเกือบทั้งหมด! และที่ใจกลางของกลุ่มคนเหล่านั้น มีบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งในอาภรณ์สีขาวปักลายเมฆาทองคำยืนสงบนิ่งอยู่ เขามีใบหน้าที่เรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจที่สามารถกดดันฟ้าดินได้... เขาคือ "เย่ว์ฉางคง" เจ้าสำนักเมฆาครามคนปัจจุบัน! บุคคลที่ปกติแล้วแทบจะไม่ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนเลย!
การมาต้อนรับด้วยตัวเองของเจ้าสำนัก แสดงให้เห็นว่าเขาให้ความสำคัญกับเรื่องในครั้งนี้มากเพียงใด!
เมื่อหลินฟานและคนอื่นๆ ก้าวลงจากเรือ ท่ามกลางสายตานับหมื่นคู่ที่จับจ้องมาเป็นจุดเดียว เจ้าสำนักเย่ว์ฉางคงก็ก้าวออกมาข้างหน้า
"พวกเจ้าทุกคนทำได้ดีมาก!" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง "พวกเจ้าได้สร้างเกียรติยศให้แก่สำนักเมฆาคราม! ทุกคนที่รอดชีวิตกลับมาจะได้รับรางวัลอย่างงาม!"
จากนั้น... สายตาของเขาก็มาหยุดอยู่ที่หลินฟาน
แววตาของเจ้าสำนักนั้นลึกล้ำราวกับมหาสมุทร ทำให้หลินฟานรู้สึกราวกับว่าความลับทุกอย่างในร่างกายของเขาได้ถูกมองทะลุปรุโปร่ง แต่เขาก็ยังคงยืนนิ่งอย่างสงบ ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกออกมา
"หลินฟาน" เจ้าสำนักเอ่ยชื่อของเขา "เจ้าไม่เพียงแต่ทำภารกิจสำเร็จและนำสมบัติล้ำค่ากลับมาสู่สำนัก แต่ยังแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ที่ท้าทายสวรรค์และสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาได้"
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะประกาศก้องให้ทุกคนได้ยิน!
"ด้วยความเห็นชอบจากสภาผู้อาวุโส ข้าขอประกาศอย่างเป็นทางการ ณ บัดนี้... เลื่อนสถานะของ 'หลินฟาน' ขึ้นเป็น 'ศิษย์แก่น' แห่งสำนักเมฆาคราม!"
สิ้นเสียงประกาศ! ทั้งสำนักก็ตกอยู่ในความโกลาหล!
เหล่าศิษย์นอกและศิษย์ในต่างก็อุทานออกมาด้วยความตกตะลึงและอิจฉาริษยา! จากศิษย์นอกที่ถูกตราหน้าว่าเป็นสวะ... ใช้เวลาไม่ถึงสองเดือนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งศิษย์แก่นอันสูงส่ง! นี่คือตำนาน! คือเรื่องเล่าที่พวกเขาจะจดจำไปชั่วชีวิต!
เหล่าผู้อาวุโสส่วนใหญ่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ การมีอัจฉริยะเช่นนี้เกิดขึ้นในสำนักถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง
ส่วนฉินเจี๋ยและศิษย์แก่นคนอื่นๆ ที่อยู่ในที่นั้น ต่างก็มองมาที่หลินฟานด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มีทั้งความยอมรับและความรู้สึกอยากจะแข่งขันฉายออกมาอย่างชัดเจน
เจ้าสำนักเย่ว์ฉางคงกล่าวต่อ "ในฐานะศิษย์แก่นคนใหม่ เจ้าจะได้รับสิทธิพิเศษสูงสุด!"
จากนั้น ผู้อาวุโสฝ่ายดูแลก็ก้าวออกมารายงานสิทธิพิเศษที่หลินฟานจะได้รับ
"ศิษย์แก่นหลินฟาน จะได้รับ 'ยอดเขาเมฆาเร้น' เป็นที่พำนักส่วนตัว! ยอดเขาลูกนั้นมีสายแร่ปราณระดับสูงอยู่เบื้องใต้ พลังปราณหนาแน่นที่สุดในบรรดายอดเขาทั้งหมด!"
"จะได้รับหินปราณระดับกลางหนึ่งพันก้อน และโอสถระดับก่อตั้งรากฐานอีกสิบขวดทุกเดือน!"
"และได้รับอนุญาตให้เข้าถึงหอคัมภีร์และหอศาสตราวุธได้ถึงชั้นที่ห้าโดยไม่มีข้อจำกัด!"
สิทธิพิเศษแต่ละอย่างที่ประกาศออกมานั้น ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้แม้แต่ผู้อาวุโสบางท่านยังต้องอิจฉา! นี่คือการลงทุนอย่างเต็มที่ของสำนักที่มีต่ออัจฉริยะที่แท้จริง!
หลังจากพิธีการเสร็จสิ้นลง หลินฟานก็ถูกนำทางไปยังที่พำนักแห่งใหม่ของเขา "ยอดเขาเมฆาเร้น" ซึ่งต่อจากนี้ไปจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "ยอดเขาหลินฟาน"
มันคือยอดเขาที่สวยงามและสูงที่สุดลูกหนึ่งในเขตของศิษย์แก่น บนยอดเขามีตำหนักที่สร้างอย่างงดงามใหญ่โต มีสวนสมุนไพรและน้ำตกส่วนตัว ทุกอย่างราวกับดินแดนของเซียน
หลินฟานยืนอยู่บนจุดสูงสุดของยอดเขา มองลงไปยังทิวทัศน์ของสำนักเมฆาครามที่แผ่กว้างออกไปเบื้องล่าง เขายังคงจำได้ดีถึงวันที่เขานั่งขัดสมาธิอยู่ในลานพักซอมซ่อของศิษย์นอก ถูกรังแกและถูกเรียกว่า "สวะ"
เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน... แต่ชะตาชีวิตของเขากลับพลิกผันไปราวกับคนละคน
เขากำหมัดแน่น ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
"นี่ไม่ใช่จุดจบ... แต่มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น"
เขารู้ดีว่าการเป็นศิษย์แก่นนั้นมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่หลวง และการแข่งขันที่ดุเดือดยิ่งกว่าเดิม ทั้งจากศิษย์แก่นคนอื่นๆ ภายในสำนัก และจากเหล่าอัจฉริยะของนิกายอื่นทั่วทั้งทวีป
เกมการต่อสู้ได้ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นแล้ว และเขา... ก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน!