ครอบครัวของธนินทร์นั้นมีสมาชิกทั้งหมด4คนกับอีก2ตัว โดยประกอบไปด้วย พ่่อ แม่ ธนินทร์ น้องสาวชื่อมิงค์ และสุนัขอีกสองตัว สายพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์มีชื่อว่าไอ้เด้น และอีกตัวเป็สายพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้มีชื่อว่าไอ้ด่าง ซึ่งครอบครัวของธนินทร์ก็ถือได้ว่ามีความสุขดี พ่อของเขามีอาชีพเป็ผู้จัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำแห่งหนึ่งในประเทศ ส่วนแม่ของเขาก็มีตลาดที่ได้รับเป็มรดกตกทอดมาจากครอบครัวฝ่ายแม่ จึงทำให้มีรายได้เข้ามาจากการให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าเช่าที่ขายของในตลาด
และถึงแม้ว่าทั้งสองจะมีเงินที่มากพอสมควรแต่ทั้งสองก็ไม่เคยที่จะทำนิสัยอวดดี หรือถือดีว่าตนนั้นเป็ชนชั้นสูง ทั้งพ่อและแม่ของเขานั้นเป็คนที่มีจิตใจดีและใจกว้าง มีบ่อยครั้งที่แม่ของเขานั้นยอมให้พ่อค้าแม่ค้าบางคนค้างค่าเช่าที่ในบางงวดหากเขาเ่าั้มีปัญหา ซึ่งด้วยบุคลิกแบบนี้ของพ่อและแม่จึงทำให้ตัวของธนินทร์สามารถมีโอกาสทำตามความฝันในการอยากเปิดร้านขนมหวานได้โดยไม่โดนพ่อแม่กีดกันความฝันอย่างที่ลูกหลานคนมีเงินส่วนใหญ่โดน
และก็เป็เพราะความใจดีของพ่อแม่ของเขานี่แหละที่ทำให้ตัวของธนินทร์นั้นซึมซับความใจดีมาด้วย มันจึงส่งผลให้่แรกๆที่ถูกส่งตัวไปยังโลกยุทธภพชายหนุ่มจึงปรับตัวค่อนข้างยากเพราะการจะลงมือสังหารใครซักคนมันค่อนข้างจะขัดต่อสิ่งที่พ่อแม่ของเขาเคยพร่ำสอน แต่ปัจจุบันนี้ตัวของเขานั้นเปลี่ยนไปจากตอนนั้นอย่างสิ้นเชิงแล้วเนื่องด้วยประสบการณ์ที่พานพบมาในโลกนั้น โลกที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะอยู่รอดและไม่มีรางวัลปลอบใจให้กับผู้อ่อนแอ
ถัดมาที่ตัวของน้องสาวธนินทร์ เธอมีชื่อว่ามิงค์ เป็เด็กสาววัย16ปี หรือก็คือพึ่งจะเป็เด็กชั้นมัธยมปลาย มิงค์เป็เด็กสาวที่น่ารักสดใสและช่างพูด อีกทั้งยังมีนิสัยแก่นแก้ว มิงค์มักจะเป็คนที่คอยทำให้บรรยากาศในครอบครัวเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอันเนื่องมาจากความก๋ากั่นของเธอ และความสัมพันธ์ระหว่างธนินทร์กับน้องสาวคนนี้ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ถ้าหากนำไปเทียบกับระดับความสัมพันธ์ของพี่น้องส่วนใหญ่ เพราะว่าทั้งสองคนแทบจะไม่ทะเลาะกันเลยแถมมิงค์จะเป็ฝ่ายมาอ้อนให้ธนินทร์ทำขนมหวานให้ทานบ่อยๆอีกด้วยซ้ำ จึงทำให้สายสัมพันธ์ของพี่น้องคู่นี้แน่นแฟ้นมาก
จากที่กล่าวมาก็พอจะอนุมานได้ว่าครอบครัวของธนินทร์นั้นก็ค่อนข้างที่จะมีฐานะ แล้วทำไมตัวของธนินทร์ถึงเลือกไปทำงานที่ร้านเบเกอรี่ชื่อดังแทนที่จะออกมาเปิดร้านขนมหวานด้วยตัวเองนั่นก็เป็เพราะว่าตัวของชายหนุ่มนั้น้าที่จะไปสั่งสมประสบการณ์เกี่ยวกับธุรกิจร้านขนมหวานมาก่อน ไม่ว่าจะเป็ประสบการณ์ทางด้านการปฏิบัติคือการทำขนม หรือประสบการณ์ในด้านการบริหารกิจการ อีกทั้งยังมีเื่ของคอนเนคชั่นต่างๆอีก ทำให้ธนินทร์คิดที่จะไปทำงานในร้านเบเกอรี่ก่อนแล้วค่อยออกมาเปิดร้านเอง แต่ว่าในตอนนี้ตัวของเขานั้นมีประสบการณ์และสูตรการทำขนมหวานต่างๆเป็จำนวนมากที่ได้มาจากการพเนจรในตอนที่อยู่โลกนู้น ทำให้ในตอนนี้ตัวของธนินทร์มีความคิดที่จะลาออกจากที่ทำงานแล้วจะมาเริ่มเปิดร้านขายขนมหวานของตนเองเสียที
หลังจากที่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ในตอนนี้ก็เป็เวลาหัวค่ำแล้ว ธนินทร์ที่พึ่งทานมื้อเย็นเสร็จก็ได้หยิบสมาร์ทโฟนของตนขึ้นมาจ้องมองก่อนจะรื้อฟื้นความทรงจำถึงรหัสผ่านปลดล็อคมือถือของตน เมื่อนึกออกและทำการปลดล็อคโทรศัพท์มือถือได้แล้ว นิ้วของชายหนุ่มก็เลื่อนไปหารายชื่อหนึ่งในโทรศัพท์
‘แม่’ ชายหนุ่มจ้องมองซักพักก่อนที่จะตัดสินใจใช้นิ้วของตนจิ้มไปที่ปุ่มโทรออก
‘ตรู๊ด ตรู๊ด ตรู๊ด’ หลังจากนั้นไม่นานนักแม่ของธนินทร์โทรศัพท์
“ฮัลโหลนินทร์! หนูรู้สึกตัวแล้วเหรอ! ไหนอาการเป็ยังไงบ้างลูก!!!” เสียงปลายสายพ่นประโยคคำถามออกมาหลายชุดด้วยกัน แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยของแม่ที่มีต่อเขาได้เป็อย่างดี
“ฮัลโหลนินทร์!? ได้ยินแม่มั้ยลูก หรือว่าตอนนี้หนูพูดไม่ได้ ทำไม่ไม่ตอบแม่!?? หนูไหวมั้ยลูก!!” แม่ของธนินทร์ยังคงรัวคำถามออกมาไม่หยุด
“ไม่เป็ไรครับแม่ ผมอาการดีขึ้นแล้ว หมอบอกว่าพรุ่งนี้ผมก็ออกจากโรงพยาบาลไปฟื้นตัวต่อที่บ้านได้แล้วครับ” ธนินทร์ที่ในตอนแรกนั้นไม่ได้ตอบคำถามของแม่เพราะกำลังน้ำตาคลอด้วยความคิดถึงก็ได้ทำการรีบปาดน้ำตาที่ตลอบนใบหน้าออกพร้อมกับข่มเสียงตัวเองไม่ให้สั่นก่อนจะตอบไปด้วยน้ำเสียงที่เป็ธรรมชาติ
“จริงเหรอลูก!! ดีแล้วดีแล้ว โถ่ขวัญเอ้ยขวัญมานะลูกนะ ตอนหนูผ่าตัดแล้วหลับไป2วันแม่ก็กลัว…กลัวว่าหนูจะไม่ลืมตาตื่นขึ้นมาหาแม่อีก” แม่ของธนินทร์กล่าวพร้อมเสียงสั่นๆราวกับจะร้องไห้
“ผมไม่เป็ไรแล้วจริงๆครับแม่ ถ้าไม่เชื่อวันพรุ่งนี้ตอนแม่มารับผมแม่มาสำรวจดูร่างกายผมได้เลย…ผมขอโทษนะครับแม่ที่ทำให้เป็ห่วง” ธนินทร์ตอบกลับ
“มันไม่ใช่ความผิดของหนูเลย มันเป็ความผิดของไอ้เด็กพวกนั้นต่างหาก วันๆสร้างแต่ปัญหาให้สังคมนึกแต่จะตีรันฟันแทงเอาแต่ความเท่ไม่สนเลยว่าใครจะต้องเดือดร้อน… เอ้อแม่ลืมบอกไปเลยว่าตำรวจตามจับตัวคนที่แทงลูกได้แล้วนะ เห็นว่าเขาอายุเกิน18ปีแล้วด้วย ยังไงก็นอนคุกแน่ๆ คอยดูนะแม่จะแจ้งความข้อหาหนักๆให้มันติดคุกหัวโตไปเลย จะได้ไม่ต้องออกมาสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีก ดูสิ แม่เกือบจะเสียลูกไปแล้วเนี่ย” แม่ของธนินทร์เอ่ยออกมาด้วยความโกรธจนธนินทร์ที่ได้ฟังก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆเพราะรู้ดีว่าตอนที่แม่ของตนโกรธนั้นน่ากลัวขนาดไหน
และเอาจริงๆตัวของธนินทร์เองก็ยังค่อนข้างที่จะสับสนอยู่ว่าเขานั้นควรจะโกรธเ้าเด็กอาชีวะที่แทงเขาดีหรือเปล่า เพราะว่าถ้าหากวันนั้นธนินทร์ไม่ได้โดนแทงและไม่ได้ถูกส่งไปตกตระกำลำบากในโลกยุทธภพชีวิตของเขาก็คงจะสงบสุขดี แต่ว่าตัวเขาก็จะไม่ได้รับสิ่งที่ยอดเยี่ยมอย่างเนตริญญาและกายาไร้ขีดจำกัดมาเช่นนี้ จึงทำให้ในตอนนี้ตัวของธนินทร์ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆและตัดสินใจปล่อยวางให้เป็ไปตามกฎหมายแล้วกัน เพราะถ้าให้ยอมความไอ้หนุ่มอาชีวะคนนี้ก็คงไม่สำนึกแล้วออกไปก่อเหตุทำร้ายผู้อื่นในอนาคตอันใกล้อยู่ดีและก็คงจะกลายเป็ปัญหาสังคมต่อไป
“โอเคครับแม่ เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันนะครับ ผมฝากบอกพ่อกับยัยมิงค์ด้วยว่าผมสบายดี เดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนกลับไปถึงบ้านจะทำขนมให้ทาน” ธนินทร์กล่าวกับแม่ของตนก่อนจะร่ำลากันทางโทรศัพท์ก่อนจะกดปุ่มวางสายไป
ตลอดทั้งคืนที่ได้พักในโรงพยาบาลนั้น ตัวของธนินทร์แทบจะไม่ได้นอนเลยก็ว่าได้ เนื่องจากว่ามีเื่มากมายให้ตัวของชายหนุ่มต้องครุ่นคิดผสมปนเปไปกับความคิดถึงและตื่นเต้นที่พรุ่งนี้จะได้พบกับครอบครัวของตนหลังจากไม่ได้พบหน้ามานาน ถึงแม้เวลาบนโลกนี้มันจะเป็เพียงแค่ระยะเวลาเพียง3วัน แต่สำหรับตัวของธนินทร์ที่ได้ไปใช้ชีวิตที่ต่างโลกแล้วมันช่างยาวนานหลายสิบปี มันจึงไม่แปลกที่ตัวของเขาจะมีความโหยหาถึงครอบครัวตนเองมากขนาดนี้
และอีกสาเหตุที่ทำให้ชายหนุ่มนั้นไม่ได้นอนนั่นก็คือเหล่าดวงิญญาในโรงพยาบาลนั่นเอง ด้วยความสามารถของเนตริญญามันทำให้ธนินทร์มองเห็นิญญาเ่าั้ ซึ่งพอพวกมันรู้ว่าตัวของชายหนุ่มสามารถมองเห็นพวกมันได้ พวกดวงิญญาจึงคิดที่จะมาหลอกหลอนกลั่นแกล้งให้ธนินทร์นั้นเกิดความกลัว แต่เื่ราวก็กลับตาลปัตรเพราะธนินทร์นั้นไม่มช่คนธรรมดา โดยเมื่อผีตนหนึ่งที่ตายโหงในโรงพยาบาลพยายามจะขึ้นมานั่งคร่อมบนตัวธนินทร์หวังจะทำการอำก็ได้โดนธนินทร์ใช้พลังิญญาจู่โจมใส่จนร่างของผีตนนั้นสลายไปราวกับไม่เคยมีอยู่
“ไหน ตัวไหนอยากลองดีอีกก็เข้ามา” ธนินทร์ที่พึ่งกำจัดิญญาร้ายเสร็จหันไปพูดกับเหล่าิญญาที่มองดูอยู่บริเวณรอบๆพลางนึกย้อนไปถึงเมื่อตอนที่ตัวของเขาอาศัยอยู่ในโลกยุทธภพ โดยธนินทร์นั้นเคยต่อสู้กับเหล่าิญญามาก่อนเพราะว่ามันเป็หนึ่งในวิชาของสำนักมารแห่งหนึ่งที่มักจะใช้ซากศพและิญญาคนตายต่อสู้แทนตน พวกมันมีชื่อว่าสำนักด้ายิญญา นั่นจึงทำให้ตัวของธนินทร์นั้นไม่มีท่าทีใและสามารถรับมือกับิญญาบนโลกฝั่งนี้ได้อย่างง่ายดาย
เมื่อดวงิญญาโดยรอบเห็นดังนั้นต่างก็พากันหวาดกลัวและถอยออกห่างมาจากตัวของธนินทร์เพราะกลัวว่าพวกมันจะโดนทำให้ิญญาสลายไปด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็มีิญญาบางส่วนที่อยากลองของ โดยเฉพาะเหล่าิญญาเฮี้ยนที่สั่งสมบารมีและพลังอำนาจของตนเองผ่านการหลอกหลอนผู้คนจนกลายเป็เื่เล่าของโรงพยาบาล เมื่อเห็นว่ามีคนกล้าเหยียดหยามพวกมันถึงถิ่น มีหรือจะยอม
“มึง!!! มึงกล้าท้าทายพวกกู มึงปากดีนักนะ กูจะหักคอมึง!” ิญญาเฮี้ยนที่มีลักษณะเป็หญิงสาวผมยกปรกหน้าในชุดคนไข้กล่าวขึ้นพร้อมกับพุ่งมาหวังจะบีบคอของชายหนุ่ม
“เฮ้อ คืนนี้จะได้นอนมั้ยล่ะเนี่ย มีแต่ไอ้พวกนี้มารบกวน” ธนินทร์ที่เห็นผีสาวพุ่งเข้ามาก็ไม่ได้หวาดกลัวแต่อย่างใด กลับกันตัวของชายหนุ่มนั้นกลับถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่ายเสียมากกว่า ก่อนที่ตัวของธนินทร์จะเริ่มเพ่งสมาธิและรวบรวมปราณมารของตนมาไว้ที่ฝ่ามือก่อนจะปล่อยคลื่นพลังิญญาออกไปจนทำให้ร่างของผีสาวนั้นสลายไปทันที ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้ดวงิญญาทั้งหลายหวาดกลัวธนินทร์เพิ่มขึ้นไปกว่าเดิมอีก เพราะผีสาวตนนี้นับว่ามีอิทธิฤทธิ์มากที่สุดในสถานที่แห่งนี้แล้ว ขนาดว่ามีคณะสงฆ์หรือหมอผีเก่งๆมาปัดเป่าก็ยังขับไล่ไม่ได้ แต่ผีสาวเ้าถิ่นกลับโดนชายหนุ่มตรงหน้าจัดการลงอย่างง่ายดาย
“ถ้ายังจะมารบกวนกันอีก คราวนี้ข้าจะล้างบางิญญาพวกเ้าให้หมดไปจากที่แห่งนี้เสีย” ธนินทร์ที่เริ่มเกิดความรำคาญเพราะไม่ได้นอนพักผ่อนซักทีจึงได้ปล่อยปราณมารสร้างบรรยากาศกดดันออกมาเพื่อข่มขู่เหล่าดวงิญญาที่เหลือและเผลอตัวใช้สรรพนามแบบย้อนยุคเนื่องจากความเคยชินในเวลาที่มาร์จะข่มขู่ใคร มันจึงยิ่งทำให้ตัวของเขานั้นน่าเกรงขามจนทำให้ดวงิญญาที่เหลือนั้นวงแตกกระเจิงพากันลอยหนีหายไปทางกำแพง ธนินทร์ที่เห็นดังนั้นก็ไม่ได้ไล่ตามแต่อย่างใด เพราะตัวของเขานั้นถือคำพูดของตนเป็ที่สุด พูดแล้วไม่มีกลับคำ ในเมื่อิญญายอมตกลงรับข้อเสนอก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ตัวของเขาจะไปไล่ล่าพวกมัน
“เฮ้อ ในที่สุดก็จะได้นอนจริงๆซักที” ชายหนุ่มยิ้มออกมาจางๆก่อนที่จะทิ้งศรีษะของตนลงไปบนหมอนใบใหญ่เพื่อที่จะจมดิ่งสู่ห้วงนิทราในค่ำคืนนี้