-[ลีกียอง]-
“อืมมม”
เช้าแล้วเหรอ?
ลีกียองได้กวาดตามองไปรอบๆเพื่อหาคนๆหนึ่งที่เคยอยู่ข้างกายที่ตอนนี้คาดว่าไม่ได้อยู่ในห้องนี้แล้ว
เขาไปแล้วเหรอ?
เมื่อลีกียองมั่นใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่ในห้องนี้กับตนจึงสบโอกาสนั่งทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดก่อนที่จะลงไปหาจินชิง
ั้แ่ที่ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาทุกอย่างบนโลกใบนี้ก็ดูแปลกไปทั้งโลกที่แปลกประหลาดนี้หรือแม้กระทั่งคนแปลกหน้าที่คาดว่าจะเป็มิตร?
แต่ถึงแม้ว่าจินชิงคนนั้นจะไม่ใช่มิตรของฉันจริงๆหรือมีความแค้นอะไรแอบแฝงเอาไว้ฉันก็จะทำให้เขาลืมความแค้นเ่าั้แล้วเปลี่ยนความคิดของเขาให้ได้ว่าลีกียองคนนี้ไม่ใช่ลีกียองคนเดินที่เคยรู้จัก
ฉันจะใช้ประโยชน์จากการที่ฉันกลายเป็เด็กมาทำให้เขาลืม่เวลาที่เลวร้ายและสร้างเื่ราวที่ดีขึ้นมาแทนที่เอง
งั้นอย่างแรกที่ฉันต้องทำก็คือ....
.
.
.
.
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณจินชิง”
เอาความน่ารักเข้าสู้ยังไงล่ะ!
“อืม”
“วันนี้มื้อเช้าคืออะไรงั้นเหรอครับ?”
“ข้าวต้มกุ้ง”
“ว้าว...ดูน่าทานจังเลยนะครับ”
“หึ”
ลีกียองไม่รอช้ารีบนั่งประจำที่เพื่อที่จะรับประทานอาหารพร้อมกับจินชิงแต่ด้วยความที่เก้าอี้ของจินชิงนั้นมีขนาดที่ใหญ่กว่าลีกียองเล็กน้อยจึงทำให้การขึ้นไปนั่งนั้นดูทุลักทุเลอยู่บ้าง
ซึ่งจินชิงผู้ที่คอยดูเหตุการณ์ทั้งหมดั้แ่ต้นอย่างห่างๆก็อดยกยิ้มขึ้นมาไม่ได้ก่อนที่จะกลับมาบึงตึงเหมือนเดิมและดูเหมือนว่าจินชิงจะทนดูภาพตรงหน้าไม่ไหวจึงเลือกที่จะยกลีกียองด้วยมือทั้งสองข้างของเขาแล้วปล่อยลีกียองลงบนเก้าอี้อย่างไร้เยื่อใย
“เอ่อ…ขอบคุณครับ”
“อืม”
เมื่อฉันนั่งที่เรียบร้อยจินชิงก็ได้ยกกับข้าวจานสุดท้ายก่อนที่จะมานั่งทานข้าวพร้อมกับฉันพวกเราต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาทานข้าวของตัวเองโดยที่ไม่บทสนทนาใดๆออกมาทั้งสิ้น
อึดอัดชะมัด
“เอ่อ…คุณจินชิงครับ”
“มีอะไร?”
“จะเป็อะไรไหมครับถ้าผมขอไปอ่านหนังสือที่ห้องทำงานของคุณ…”
“จะทำอะไรก็ตามใจ”
“ขอบคุณครับ”
หลังจากที่ฉันได้ขออนุญาตจากคุณจินชิงฉันก็พยายามที่จะชวนคุยเื่อื่นเพื่อที่จะเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราแน่นอนว่าเื่ที่ฉันคุยนั้นไม่ได้ออกไปทางไร้สาระซะทีเดียว
เพราะก่อนที่ฉันจะมาคุยกับจินชิงฉันได้วิเคราะห์พฤติกรรมของเขามาเป็ที่เรียบร้อยแล้วทั้งสายตาที่เขาใช้มองฉันเวลาที่ฉันเผลอทำอะไรพลาดเขาก็มักจะเผลออมยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะทำหน้าบึ้งตึงเมือนเดิมแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มักจะช่วยฉันเสมอเสมือนคนแก่ที่ปากหนักแต่รักเด็ก
ดูน่าแกล้งดีแฮะ
.
.
.
.
.
.
-[จินชิง]-
หลังจากที่จินชิงได้อนุญาตให้ลีกียองเข้ามาปวนเปี้ยนในห้องของเขาได้ดูเหมือนว่าเ้านั่นจะได้ใจไปยกใหญ่ทั้งที่ตอนแรกแค่เข้ามาอ่านหนังสือเงียบๆจนถึงเวลาทานข้าวหรือเวลานอนแล้วค่อยจากไป
แต่เมื่อเริ่มอยู่นานๆไปลีกียองก็เริ่มเข้าหาเขามากขึ้นทั้งเริ่มเอาของว่างมาให้หรือแม้กระทั่งชากาแฟในตอนแรกจินชิงไม่คิดที่จะกินมันด้วยซ้ำแต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าลีกียองในตอนนี้ไม่มีทางวางยาเขาได้แน่
เขาจึงเลือกที่จะกินมันเข้าไปทั้งหมดแต่ก็ต้องแปลกใจเพราะรสชาติของมันไม่ได้แย่อย่างที่คิดและเมื่อเขาเผลอหลุดสีหน้าออกไปเ้าเด็กนั่นก็ยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่เริ่มนำของมาให้เขาทานแล้วก็เริ่มคุยกับเขามากยิ่งขึ้น
จนในบางครั้งจินชิงก็เกือบลืมไปว่าเคยเกลียดลีกียองมากแค่ไหนแล้วก็ยังเผลอคิดว่าถ้าลีกียองอยู่อย่างนี้ไปตลอดจะดีแค่ไหนแต่นั่นก็แค่ความคิดเพียงชั่วครู่เพราะเขาไม่ได้มองข้ามความเป็จริงไปว่ามีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย
ถึงแม้ข้อดีสำหรับจินชิงคือได้ความสบายหูและความสบายใจที่ไม่ต้องมีคนคอยมาบงการหรือมากวนประสาทเขาแต่ถึงอย่างนั้นก็มีข้อเสียมากเช่นกันเพราะถ้าไม่มีลีกียองคอยดูแลกิลด์พารันกิลด์ก็คงจะล้มละลายเพราะมีกิลด์มาสเตอร์ที่ใช้เงินอย่างไร้ค่าเพราะเื่ไร้สาระมากแน่ๆ
ก็จริงอยู่ที่เื่นี้ดูจะไม่เกี่ยวกับเขาแต่มันเกี่ยวกับรัฐที่ลีกียองอยู่ซึ่งมันอาจจะมีผลกระทบต่อสาธารณะรัฐในอนาคตก็เป็ได้
ติ๊ง
???
ในขณะที่จินชิงกำลังคิดเรื่อยเปื่อยอยู่นั้นก็ได้มีเสียงแจ้งเตือนข้อความของกระจกเทพธิดาดังขึ้นมา
แต่เมื่อจินชิงได้ดูข้อความของตัวเองก็ต้องแปลกใจเพราะในกล่องข้อความของเขานั้นกลับว่างเปล่าซึ่งแสดงว่าเสียงข้อความที่ส่งมานั้นต้องไม่ใช่ของเขา
ซึ่งตอนนี้ในห้องทำงานมีแค่จินชิงและลีกียองเท่านั้น
“เอ่อ...คุณจินชิงครับ”
“หืม?”
“คือว่าผมได้ยินเสียงที่เหมือนมีข้อความเข้าจากอันนี้นะครับ”
“นี่มัน..”
กระจกเทพธิดาของลีกียอง
“ขอฉันดูหน่อย”
“ครับ”
จินชิงได้เปิดกล่องข้อความของลีกียองซึ่งประวัติการส่งข้อความของลีกียองที่อยู่อันดับต้นๆก็คือคิมฮยอนซองถ้าไม่นับการแจ้งเตือนเมื่อสักครู่ประวัติการส่งข้อความครั้งล่าสุดก็คือ4วันที่แล้วและดูเหมือนว่าพวกเขาได้คุยกันทุกวันั้แ่ตอนที่ลีกียองกำลังดูแลเขาอยู่จนถึงวันล่าสุด
ทั้งๆที่ตัวเองก็มีงานเยอะอยู่แล้วแต่ก็ยังพยายามหาเวลาว่างมาตอบให้คิมฮยอนซองให้ได้เลยสินะ
ไม่รู้ทำไมหัวใจของเขาถึงรู้สึกบีบแน่นขึ้นเมื่อนึกถึงประโยคที่ทั้งสองคนคุยกันไม่ว่าจะในแชทหรือในชีวิตจริงไม่ว่าคิมฮยอนซองจะทำผิดมากแค่ไหนลีกียองก็ไม่แม้แต่จะด่าหรือขึ้นเสียงด้วยซ้ำ
ซึ่งต่างจากจินชิงที่ไม่ว่าความผิดนั้นจะเป็ของเขาหรือไม่เขาก็ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้พูดแก้ตัวด้วยซ้ำ
ติ๊ง!
[คิมฮยอนซอง]:สวัสดีครับคุณลีกียอง
[คิมฮยอนซอง]:พวกเราไม่ได้คุยกันนานเลยนะครับหลังจากที่คุณบอกว่าติดธุระ4วัน
[คิมฮยอนซอง]:แสดงว่าวันนี้คุณธุระเสร็จแล้วใช่ไหมครับ?จะกลับวันนี้เลยไหมครับ?
อ่า...ดูท่าที่ลีกียองบอกไปแบบนั้นคงเป็เพราะมั่นใจว่าจะปรุงยาได้ภายใน4วันสินะ
แต่ว่าฉันคงจะต้องดับฝันนายสะแล้วหละคุณกิลด์มาสเตอร์แห่งกิลด์พารัน
[ลีกียอง]: ใช่ตอนนี้ฉันทำธุระสำคัญเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่ฉันยังเหลืองานอื่นที่ต้องทำหน่ะเพราะอย่างนั้นยังกลับไปตอนนี้ไม่ได้หรอกนะ
[คิมฮยอนซอง]: อ่า...งั้นเหรอครับแล้วคุณกียองจะกลับมาวันไหนเหรอครับ?
รู้สึกว่าลีกียองเคยบอกว่าลาพักร้อน2สัปดาห์ใช่ไหมนะ?
[ลีกียอง]:ตามกำหนดเดิมที่ฉันเคยบอกไง มีแค่นี้ใช่ไหม? งั้นฉันไปทำงานต่อนะ
[คิมฮยอนซอง]: อ่า...ครับลาก่อนครับคุณกียอง
หึ แค่นี้ก็เรียบร้อย
หลังจากจบแชทของคิมฮยอนซองจินชิงก็คอยตอบกลับแชทของคนอื่นต่อเพื่อที่จะได้ไม่มีใครสงสัย
.
.
.
.
.
ณ กิลด์พารัน
“กิลด์มาสเตอร์เป็อะไรรึเปล่าคะ?ทำไมสีหน้าของคุณถึงดูเครียดขนาดนั้น”
“คุณคิมมิยองรู้จักคุณลีกียองมานานแล้วใช่ไหมครับ?”
“อ่า..ใช่ค่ะ มีอะไรรึเปล่าคะ?”
“ไม่มีอะไรครับ แค่รู้สึกว่าผมคงเผลอไปทำให้คุณกียองโกรธเข้าอีกแล้ว”
“เื่นั้-”
ปัง!
“คุณคิมฮยอนซองครับ!ลูกพี่จะกลับมาวันไหนครับเนี่ย”
ยังไม่ทันที่จะได้คุยกับคุณคิมมิยอง จู่ๆคุณด็อกกูก็โผล่พรวดเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะแต่ถึงอย่างนั้นคิมฮยอนซองก็หาได้โกรธเคืองไม่กลับกันเขากลับรู้สึกเศร้าหมองกว่าเดิมซะอีกเมื่อนึกถึงข้อความของลีกียองที่ส่งมา
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ”
“ผมยังไม่ทันได้คุยอะไรกับลูกพี่ ลูกพี่ก็รีบตัดบทผมเลยครับผมเลยคิดว่าคุณคิมฮยอนซองน่าจะรู้อะไรบ้างแล้วอีกอย่างผมว่าลูกพี่แปลกไป”
“ยังไงเหรอครับ?”
“ตอนที่ผมคุยกับลูกพี่ เขายังไม่เรียกผมว่าลูกหมูสักครั้ง! แล้วอีกอย่างลางสังหรของผมบอกว่าเกิดเื่ไม่ดีกับลูกพี่แน่ๆแต่ก็เป็ไปได้ว่าผมอาจจะแค่คิดไปเองคนเดียวก็ได้ครับ”
!!!
ถึงแม้คุณด็อกกูจะไม่รู้แต่สิ่งหนึ่งที่คิมฮยอนซองมั่นใจได้ก็คือลางสังหรของคุณด็อกกูนั้นแม่นมากทั้งเื่ของราฟาเอลที่ในตอนแรกน่าจะมาร้ายซึ่งผลสุดท้ายเขาก็เป็คนร้ายจริงๆแต่คุณด็อกกูไม่รู้เพราะลีกียองได้ปิดข่าวเอาไว้จึงทำให้ภาพพจน์ของราฟาเอลยังดูดีอยู่
“ไม่ครับ คุณไม่ได้คิดไปเองคนเดียวหรอก”
“ครับ?”
คิมฮยอนซองได้ลุกขึ้นยืนก่อนที่จะหันไปทางหน้าต่างเล็กน้อยเพื่อทอดมองสถานที่หนึ่งที่ไกลออกไปด้วยแววตาที่เ็าฉายแววเหี้ยมเกรียมพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นเฉียบ
“ผมว่าเราคงจะต้องไปแวะเวียนที่กิลด์หงส์ดำบ้างแล้วล่ะครับ”
.....................................................................................
ถึงการบ้านจะไม่เสร็จแต่นิยายต้องเสร็จให้ได้!!!
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังรอคอยไรท์ที่มีงานเยอะแต่ก็ยังจะี้เีคนนี้
จากนักเขียนผู้ี้เี