อัสนีมาถึงคอนโดก็ล้มตัวลงนอน เขาไม่ได้นอนทั้งคืน แต่ก็ไม่สามารถข่มตาให้หลับ ลงได้เขาไม่ได้คิดถึงคำพูดของ มินตราที่ต่อว่าเขา
แต่เขากลับคิดถึงหมวยเล็กไม่รู้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน นักสืบที่ให้ไปหา ก็ยังไม่ได้ตอบกลับมาเลยสักคนเดียวเขารู้ว่าเขาทำผิดพลาดไป แต่บัดนี้เขากลับมาเกิดใหม่แล้วเขาจะไม่ยอมให้ความผิดพลาดแบบนั้นเกิดขึ้นอีก
การที่คุณหนูมินตราตัดขาดกับเขาก็สมควรแล้วเพราะตัวเขาในชาติก่อนนั้นมันเลวจริงๆ
อัสนีลุกขึ้นแล้วลงไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสเพราะนอนอยู่แบบนี้ก็เสียเวลาเปล่า
สู้ดูแลร่างกายของตัวเองให้ดีและใช้ชีวิตให้มีประโยชน์มากที่สุดจะดีกว่า
ในตอนเช้าฟิตเนสแทบไม่มีคนเลย อัสนีวอร์มร่างกายยืดแขนขา ได้สักพัก ก็ขึ้นลู่วิ่งแล้วเปิดโหมดวิ่งขึ้นเขาขั้น 2 ความเร็วระดับ 5 เวลา 45 นาที นั่นเป็ความเร็วที่เขาเคยทำอยู่ทุกครั้งที่ออกกำลังกายแต่ว่าครั้งนี้ เขารู้สึกว่า ร่างกายของเขามันแข็งแรงกว่านี้เลยค่อยๆปรับระดับความชันเป็ขั้นสูงสุด ความเร็วก็ค่อยไต่ระดับขึ้นไปจนถึง ระดับ 10เขาวิ่งไปโดยไม่รู้สึกเหนื่อยเท่าไร
“ทำไมร่างกายฉันมันถึงได้แข็งแรงขนาดนี้ สงสัยคงเป็เพราะวิชาเปลี่ยนเส้นเอ็นของสำนักเทพคุณลุ้นแน่ๆเลย”
อัสนียังคงวิ่งด้วยความเร็วต่อไปไม่หยุดจนครบเวลา 45 นาที เขาก็กำลังไปยกน้ำหนักต่อ แต่มีเสียงมือถือดังขึ้นเสียก่อน
เป็รองผอ.เกรียงของโรงพยาบาลซานตาครอส
“ ขอโทษด้วยท่านผอ. ที่มารบกวนั้แ่เช้าเช่นนี้”
“ ท่านรองเกรงใจไปแล้ว มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“มีเพื่อนท่านผอ.อีริค บินมาจากประเทศจีน เขาอยากให้ท่านผอ.ช่วยรักษาลูกชายของเขาหน่อย”
“เขาป่วยเป็อะไรหรือครับ”
“ โพรเจเรียครับ”
โพรเจเรีย เป็โรคที่หายากที่สุดในโลก กลุ่มคนเหล่านี้ยีนส์เดี่ยวจะกลายพันธุ์ร่างกายจะสร้างโปรตีนผิดปกติที่เรียกว่า โพรเจอรินจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการแก่ชรากว่าคนปกติซึ่งคนป่วยด้วยโรคนี้จะมีอายุไม่เกิน่วัยรุ่นตอนปลาย ส่วนใหญ่จะมีอาการแทรกซ้อนจากโรคหลอดเื และหัวใจ ขั้นรุนแรง แล้วจะเสียชีวิตโดยที่ไม่มียารักษา ทำได้เพียงรักษาไปตามอาการอัสนีได้แต่ถอนหายใจ รองผอ.เกรียงก็ทราบดี ว่าโรคนี้ไม่มีใครรักษาได้แต่ก็ยังติดต่อมาหาเขาอีก
“ตอนนี้อาการเขาเป็อย่างไรครับ”
“ หัวใจเขาเต้นช้าลงไปเรื่อยๆ ความดันก็ต่ำ เราปรับยาเพิ่มความดันให้แล้วแต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้นเลยครับ”
“ ผมจะไปเดี๋ยวนี้”
อัสนีรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปที่โรงพยาบาลซานตาครอสทันที
ระหว่างทางเขาคิดหาวิธีรักษาแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร การใช้พลังปราณบริสุทธิ์นั้นอาจช่วยยืดอายุคนป่วยได้ก็จริงแต่ว่า โรคนี้เกิดจากกรรมพันธุ์ ยีนต์ในร่างกายก็กลายพันธุ์ไปแล้ว โพรเจอริน ก็คงจะแทรกซึมไปทั่วร่างเข้าจะใช้พลังปราณทำลายโปรตีนผิดปกตัวนี้ก็คงไม่ได้แน่ๆ อัสนีคิดจนปวดหัว แต่ก็คิดไม่ออกจนกระทั่งมาถึงโรงพยาบาล
ท่านรองผอ.เกรียงมารออยู่ด้านหน้าแล้ว พอเห็นอัสนีมา ก็รีบเข้ามาหาทันที
“ คนไข้อยู่ไหน”
“ ห้องไอซียู”
อัสนีเดินไปกับ รองผอ.เกรียงจนถึงหน้าห้อง ไอซียู มีญาติคนไข้ยืนรออยู่หลายคน มีผอ. อีริคยืนอยู่ด้วย รองผอ.เกรียงกำลังจะแนะนำครอบครัวคนป่วยให้กับเขา แต่อัสนีกลับทักทายผอ.อีริคแล้วขอตัวเข้าไปดูคนไข้ในทันที
พอเข้าไปถึงก็ได้ยินเสียงของพยาบาลร้องออกมาอย่างใ
“ สัญญาณชีพหายไปแล้วค่ะ อาจารย์ ทำยังไงดีคะ”
“ เปิดเครื่องปั๊มหัวใจเอาคนไข้กลับมาให้ได้ก่อน” เป็ อาจารย์หมอโจ ที่ยืนสั่งการโดยมีหมอฝึกหัดยืนรับฟัง แล้วจดบันทึกกันอย่างจริงจัง
“ คนไข้เป็โรคหายากตอนนี้มีอาการแทรกซ้อน หัวใจทำงานผิดปกติ ความดันตก เราฉีดยาเพิ่มความดันแต่ไม่เห็นผลตอนนี้คนไข้หยุดหายใจ จำเป็ต้องใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า”หมอโจพูดออกมาเหมือนกับกำลังสอนอยู่ในห้องเรียน
“ หยุดถอยออกไปให้หมด” อัสนีเดินปรี่เข้ามาแล้วห้ามพยาบาล จะใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ
“ นี่นายอีกแล้วหรือนายอยากให้คนไข้ตายหรือไง ตอนนี้ต้องใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจเพื่อให้เขาฟื้นกลับมา”
“ เขายังไม่ตายเพียงแค่หัวใจเต้นช้าและเบากว่าคนทั่วไป” อัสนีใช้นิ้วตรวจชีพจรของคนไข้แล้วเอ่ยอย่างมั่นใจ
“ นี่นายคิดว่าเครื่องวัดสัญญาณชีพ สู้การใช้นิ้วจับชีพจรของนายไม่ได้อย่างนั้นเร๊อะ”
หมอโจยังไม่ยอมแพ้แต่พออัสนีปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์เข้าไปในเส้นโลหิต
เืลมก็พุ่งพล่านเข้าไปในหัวใจทำให้เครื่องอ่านสัญญาณชีพกลับมาเป็ปกติอีกครั้ง
“ เป็ไปได้ยังไง”หมอโจถึงกับใ แพทย์ฝึกหัดอีกห้าคน ก็ทำการจดบันทึกกันอย่างจริงจัง
“ ท่านรองช่วยเชิญคนไม่เกี่ยวข้อง ออกไปด้วยครับ”
อัสนีเอ่ยออกไปรองผอ.เกรียงจึงต้องเชิญ อาจารย์หมอโจ กับ นักศึกษาแพทย์ออกไปในทันที
อัสนีมองหน้าคนไข้ ที่มีชื่อว่าจางเป่าอี้ อายุ 16 ปี หัวโล้น ดวงตาปูดโปน มีรอยเหี่ยวย่น บนใบหน้า หากไม่รู้อายุจริง คงเดาไม่ถูกเพราะใบหน้าของเขาเหมือนคนแก่อายุ 60 ปีแล้ว เขาขอแฟ้มประวัติของคนไข้ออกมาดูพบว่ามีการเข้ารักษาที่สถาบันมีชื่อเสียง ทั้งในอเมริกาและยุโรปมาแล้วหลายสถาบัน
แต่ละสถาบันต่างตรวจร่างกายเขาอย่างละเอียดพบว่า ยีนส์ในตัวเขาสร้างโปรตีนผิดปกติขึ้นมาเหมือนกันหมด ดีเอ็นเอก็เรียงตัวกันอย่างสับสน ไม่เป็ปกติ มีการให้ยาที่ไม่เคยทดลองใช้มาก่อนแต่ก็ไม่ทำให้การรักษาดีขึ้นแม้แต่น้อย
อัสนีตอนนี้เขาไม่สามารถรักษาคนไข้คนนี้ให้หายขาดได้แต่ก็สามารถยืดอายุของเขาให้ยาวขึ้นอย่างน้อยอีกสัก สามปีก็น่าจะได้
ดังนั้นเขาจึงใช้พลังปราณบริสุทธิ์ช่วยกรุยเส้นโลหิตของคนป่วยให้ไหลเวียนกลับมาเป็ปกติ หัวใจที่อ่อนแรงก็ถูกพลังปราณบริสุทธิ์ ช่วยฟื้นฟู จนกลับมาใช้งานได้มากกว่าเดิมถึง 20% แม้นจะไม่แข็งแรงแต่ก็สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
หลังจากนั้นเขายังช่วยจัดกระดูก และทำการปรับเส้นเอ็นในร่างกายเพื่อให้คนป่วยนั้นแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมส่วนยีนส์ โปรตีนและดีเอ็นเอที่ทำลายระบบในร่างกายตอนนี้เขายังไม่สามารถจัดการกับพวกมันได้แต่การช่วยแบบนี้คนไข้ก็สามารถยืดอายุออกไปได้อย่างน้อยสามปี
พยาบาลและ รองผอ.เกรียงมองอัสนีที่ใช้นิ้วมือกดไปมาตามจุดต่างๆ ของ คนไข้
ก็ได้แต่มองด้วยความสงสัยแต่พอมองไปที่จอมอนิเตอร์ ก็รู้สึกยินดียิ่ง เพราะค่าออกซิเจน ความดันโลหิต ระดับการเต้นหัวใจ กลับมาเหมือนคนปกติแล้ว
ยิ่งคนเจ็บลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วเอ่ยขอบคุณ ทุกๆ คนก็ถึงกับปรบมือ แต่ก็ต้องรีบหยุดเพราะที่นี่คือ ห้องไอซียู
“คนไข้ปลอดภัยแล้ว”
“ สุดยอดไปเลยครับท่านผอ.”
รองผอ.เกรียงพาอัสนีออกไปนอกห้อง เพื่อพบกับ ปู่ของจางเป่าอี้และ ผอ.อีริคอีกครั้ง
“คุณชายจางปลอดภัยแล้ว ตอนนี้ กำลังตรวจร่างกายอีกเพื่อความแน่ใจจากนั้นก็จะย้ายไปอยู่ห้องพักฟื้นปกติครับ”
รองผอ.เกรียงรายงานกับผอ.อีริคกับชายชราที่ได้ฟังถึงกับน้ำตาไหลออกมา
“ นี่คือ ผอ.อัสนีหมอที่เก่งที่สุดของเราครับ”
“ ผมจางเฉินเป็ปู่ของเปาอี้ ขอบคุณมาก ขอบคุณมากครับ”
จางเฉินจับมือของอัสนีขอบคุณน้ำตาไหล
“ผมแค่ยืดอายุของเขาให้อยู่ได้อีก สามปีเท่านั้นเอง ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ”
“ อะไรนะยืดอายุได้ถึงสามปีเลยหรือครับ”
จางเฉินกับผอ.อีริคถึงกับใ เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโลกพวกเขาต่างบอกว่า จางเป่าอี้ จะมีชีวิตรอดอยู่ได้ไม่เกิน 1 เดือนนี้เท่านั้น
แต่พอได้ยินอัสนีพูดเช่นนี้ก็ต่างใกันอย่างยิ่ง
อัสนีนั้นไม่รู้เื่นี้จึงได้ให้ความหวังพวกเขาว่า
“แต่ผมให้สัญญานะครับ ภายในสามปีนี้ผมจะหาวิธีรักษาคนไข้ให้กลับมามีชีวิตปกติให้ได้”
เหตุที่เขามั่นใจว่าสามารถรักษาได้นั้นเพราะหากเขาสามารถฝึกฝนพลังปราณบริสุทธิ์ อยู่ในระดับสูงได้ ก็จะสามารถช่วยรักษาฟื้นฟูระบบอวัยวะภายในที่เสื่อมสภาพให้กลับมาเป็ปกติได้แต่ตอนนี้เขาฝึกฝนได้แค่ระดับต้นเท่านั้น ยังสามารถรักษาได้ถึง 20 % หากระดับกลางหรือระดับสูงก็น่าจะรักษาได้มากกว่านี้
แต่สิ่งที่เขาพูดออกไปมันกลับสร้างความหวังให้กับ จางเฉินเป็ยิ่งนัก
“ คุณหมอพูดจริงหรือครับ”
“ หมออัสนีเป็คนรักษาฉันจนหายดี และช่วยชีวิตเป่าอี้ แกยังไม่มีข้อสงสัยอะไรอีก” ผอ.อีริคเอ่ยกับจางเฉินอย่างยินดี
“ ลุงจางเื่สำคัญกับชีวิตคนไข้แบบนี้ ผมไม่พูดล้อเล่นแน่ๆ ครับ”
“ ขอบคุณขอบคุณจริงๆ” จางเฉิน หยิบการ์ดสีดำออกมามอบให้กับ อัสนี
“ ไม่ ไม่ต้องครับนี่คือหน้าที่ผมอยู่แล้ว” อัสนีรีบเอ่ยออกมาทันที แล้วก็ขอตัวกลับไปในทันที
“ เขาปฏิเสธฉันเขาคงยังไม่รู้ว่าบัตรแบล็คการ์ดมีเงินอยู่เท่าไร” จางเฉินมองอัสนีที่เดินจากไปด้วยรอยยิ้ม
“ฉันเองก็เคยให้เงินเขาแบบนี้ แต่เขาไม่ยอมรับ ฉันจึงให้หุ้น 20% ของโรงพยาบาลนี้ให้กับเขา พร้อมกับ ตำแหน่งผอ.”
“สงสัยเงินพันล้านของฉัน มันคงไม่มีค่าสำหรับเขาจริงๆ” จางเฉินเก็บบัตรสีดำเอาไว้ผอ.อีริค กับ รองผอ.เกรียง ถึงกับใ เมื่อได้ยินตัวเลขในบัตร
“ยืดอายุผู้ป่วยไปอีก 3 ปี เท่ากับสร้างเจดีย์ 3 ชั้นมอบเงินให้อีกสามเท่าเข้าบัญชี”
อัสนีมองมือถือพบว่ามียอดเงินเข้ามาในบัญชีที่สิงคโปร์ของเขาอีก 3 ล้านเหรียญดอลล่าร์ รวมทั้งหมดตอนนี้เขามี 4 ล้านเหรียญหรือประมาณ130 ล้านบาทแล้ว
“ ฉัน้าเงินซะที่ไหนฉันอยากได้วิชาปราณบริสุทธิ์ระดับกลางมากกว่า”.....