กว่าฝนจะหยุดตกก็ปาไปบ่ายแก่ ๆ แล้ว เสื้อผ้าจอมทัพก็ซักรีดเสร็จแล้ว ปารมีจึงรีบผลักดันให้สองน้าหลานรีบกลับไปเร็ว ๆ เพราะเธอนั้นอยากจะพักเต็มแก่ การรับมือกับสองน้าหลานพร้อม ๆ กันนั้นมันทำให้เธอนั้นต้องใช้พลังงานชีวิตเยอะเหลือเกิน
“เอ่อ— อาจารย์ค่อยยังชั่วแล้วใช่มั้ยครับ”
ก่อนจะออกจากห้องจอมทัพก็ยังหันมาถามเธอด้วยความเป็ห่วงอีกรอบ ปารมีนั้นที่อยากจะให้ทั้งคู่รีบ ๆ กลับไปนั้นก็ยิ้มร่าตอบกลับไป ทั้ง ๆ ที่ในใจนั้นภาวนาให้ทั้งคู่รีบ ๆ กลับไปซะที เธออยากนอนจะแย่อยู่แล้ว
“สบายมากเลย ไม่ต้องห่วงครูหรอกนะ...ขอบใจเื่กับข้าวด้วยนะ”
จอมทัพพยักหน้าเป็เชิงรับรู้ และหันมาทางนักรบที่ยืนอยู่ข้างปารมีด้วยแววตาที่เหมือนว่าจะยังมีข้อกังขาอะไรสักอย่าง ก่อนจะเปิดประตูเดินออกไป
“ส่วนคุณก็กลับไปได้แล้ว...”
เมื่อเห็นว่าจอมทัพเดินออกไปได้สักพักแล้ว แต่นักรบนั้นยังคงยืนข้างเธอตรงหน้าประตูโดยที่ไม่มีวี่แววจะขยับเขยื้อนตัวสักนิด ปารมีจึงเอ่ยปากออกไปทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มองหน้าเขาสักนิด
นักรบยังคงยืนนิ่งคิดอะไรบางอย่างอยู่ด้วยสีหน้าครุ่นคิด เขาเหลือบมองปารมีที่ยืนกอดอกอยู่ข้าง ๆ เขาหน้ามุ่ย เขามองหัวคิ้วที่ขมวดเป็ปม แววตาที่แสดงความรู้สึกหงุดหงิดอย่างไม่ปกปิด อีกทั้ง.....
รอยยิ้มเ้าเล่ห์ของนักรบปรากฏขึ้นก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมือไปจับหัวของปารมีให้หันมาหาเขา พร้อมกับที่เขานั้นโน้มตัวลงมาประกบริมฝีปากกับปารมีอย่างรวดเร็ว
ด้วยความใ ปารมีที่กำลังจะอ้าปากถามนักรบว่าเขากำลังจะทำอะไรนั้น ก็ต้องกลืนคำถามเ่าั้ลงไป เมื่อริมฝีปากเธอนั้นถูกประกบกับริมฝีปากของนักรบอย่างรวดเร็ว เธอได้แต่เบิกตากว้างสบตากับั์ตาเป็ประกายของนักรบที่กำลังสะท้อนสีหน้าใของเธออยู่ในนั้น
ความรู้สึกแปลกประหลาดวิ่งไปทั่วร่างกายของปารมีราวกับไฟช็อต อีกทั้งเธอยังรู้สึกราวกับว่าเรี่ยวแรงกำลังสูบหายไปจนหมด
ก่อนที่เธอคิดว่าเธอนั้นจะขาดใจตายไปซะแล้ว นักรบก็ถอนริมฝีปากออก แล้วใช้นิ้วชี้ลูบที่ริมฝีปากของปารมีเบา ๆ เขายิ้มพร้อมกับมองมาที่เธอด้วยแววตาอ่อนโยน จนทำให้ปารมีที่ยิ่งใอยู่แล้ว ก็ยิ่งใขึ้นไปอีก
กว่าสติของปารมีจะกลับเข้าร่างอย่างสมบูรณ์ เธอก็พบว่านักรบไม่ได้อยู่ตรงนั้นอีกแล้ว แถมประตูห้องของเธอก็ปิดล็อคอย่างดีอีกด้วย
‘ไอ้เ้าบ้าหน้านิ่งนั่น!!!’
ปารมีเดินกระแทกส้นเท้าฟึดฟัดเข้าห้องไปอย่างหงุดหงิด ขณะที่เดินผ่านโต๊ะทำงาน เธอก็เหลือบไปเห็นแบบสอบถามการเรียนต่อของจอมทัพที่วางอยู่้า จากนั้นใบหน้าของใครบางคนก็ดันปรากฏขึ้นมาในหัวเธอทันใด
‘ชีวิตฉัน มันเปลี่ยนไปเพราะกระดาษแผ่นนั้นแผ่นเดียวเลย....ให้ตายสิ!!’
---------------
“น้ากับอาจารย์รู้จักกันั้แ่เมื่อไหร่ แล้วไปคบกันตอนไหน”
เมื่อขับออกมาจากคอนโดของปารมีได้สักพัก จอมทัพก็เอ่ยถามนักรบเพื่อคลายความสงสัยที่มันติดในใจเขาทันที
“ก็— สักพักแล้ว”
นักรบตอบ สายตาก็ยังคงจับจ้องที่ท้องถนนอย่างใจเย็น เพราะฝนเพิ่งหยุดตก ทำให้ถนนลื่น เขาจึงขับรถช้า ๆ อย่างระมัดระวัง
“ผมไม่เชื่อ”
จอมทัพยังคงดึงดันไม่ยอมเชื่อ เขายังคงหวังอยู่ลึก ๆ ว่าขอให้สิ่งที่เขาเพิ่งได้ยินมานั้นเป็เื่โกหกทั้งหมด ซึ่งนักรบนั้นเขาก็เข้าใจดี แต่ว่าถ้าเขาไม่ทำแบบนี้ จอมทัพคงจะตัดใจจากปารมีไม่ได้แน่ ๆ
“น้ารู้ว่าจอมรู้สึกยังไง— แต่น้าอยากให้จอมยอมรับความจริงตรงหน้าได้แล้ว ว่าเื่ของจอมกับอาจารย์ปารมีมันเป็ไปไม่ได้....”
แม้จะดูใจร้าย แต่นักรบก็จำเป็ต้องพูดตรง ๆ แบบนี้ เพื่อให้จอมทัพทำใจ แต่สิ่งที่ทำให้เขานั้นประหลาดใจอย่างหนักคือ ปารมีคนนั้นกลับไม่ได้รับรู้เลยว่าลูกศิษย์ของตนกำลังคิดไม่ซื่ออยู่
ช่างซื่อบื้อเสียจริง ๆ –
จากนั้นความเงียบก็ปกคลุมในรถ มีเพียงแต่เสียงแอร์กับเสียงหยดฝนที่กำลังจะตกลงมาอีกระลอกหนึ่ง ช่างช่วยสร้างบรรยากาศให้จอมทัพเสียจริง
เมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดที่จอดรถในบ้านเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว จอมทัพถึงได้เอ่ยขึ้นหลังจากที่นั่งเงียบครุ่นคิดอยู่นาน
“ผมเข้าใจแล้ว— ...”
นักรบนั้นยังคงนั่งฟังจอมทัพเอ่ยขึ้นอย่างเงียบ ๆ
“แม้ว่าจะใจหายไปบ้างก็เถอะ— แต่ผมก็ดีใจที่ผู้ชายคนนั้นเป็น้า .....แต่ถ้าน้าทำให้อาจารย์เสียใจละก็ ผมไม่ปล่อยน้าไว้แน่”
จอมทัพหันมาบอกกับน้าของเขาด้วยสีหน้าจริงจัง แม้ว่าแววตาจะยังแสดงออกว่ายังเสียใจอยู่บ้าง แต่ก็ดีขึ้นมากแล้ว นักรบที่ได้ยินจอมทัพเอ่ยขึ้นมาแบบนั้น เขาก็ยิ้มให้กับจอมทัพ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปลูบหัวหลานคนเดียวของเขาอย่างอ่อนโยน
“เข้าใจแล้ว...”
บรรยากาศระหว่างน้าหลานเริ่มที่จะผ่อนคลายมากขึ้น ก่อนที่จอมทัพจะเปิดประตูรถลงไปทิ้งไว้ให้นักรบนั้นนั่งเท้าคางกับพวงมาลัยรถครุ่นคิดอยู่คนเดียว แต่สักพักก็ปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก่อนที่จะลงจากรถเข้าบ้านตามหลานของเขาไป
---------------------
“แม่หนู— ระวังนะ ่นี้จะมีเคราะห์หนัก เคราะห์ใหญ่นะเนี่ย ระวังจะเดือดร้อนจากสัตว์สองเท้า”
เสียงหมอดูหญิงชราเอ่ยทักปารมีขณะที่เธอเพิ่งออกจากวัดเพื่อทำบุญอุทิศส่วนบุญให้กับตัวเอง เผื่อว่าไอ้เหตุการณ์ร้าย ๆ ที่เธอกำลังประสบพบเจอมันจะได้เบาบางได้บ้าง ปารมีนั่งลงที่เก้าอี้พลาสติกตรงหน้าหญิงชราด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“จริงเหรอยาย— แล้วพอจะมีวิธีปัดเป่ามั้ยคะ”
ปารมีถามหญิงชรา พลางนึกถึงหน้าใครบางคนที่เธอแน่ใจเลยว่าคนนี้แน่ที่เป็ ‘เคราะห์หนักจากสัตว์สองเท้า’ ของเธอ
“อืม— ดูท่าจะยาก แต่ว่าถ้าผ่านเหตุการณ์นี้ไป แม่หนูจะเจอแต่ความโชคดี”
หญิงชราพูดเสร็จก็ยิ้มยิงฟันที่ไม่ค่อยมีมาให้เธอ ปารมีก็ได้แต่ภาวนาในใจว่า
‘ขอให้สมพรปากนะคะคุณยาย’
ปารมีจ่ายเงินแล้วก็เดินไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะกลับคอนโด วันนี้เป็เช้าที่อากาศสดใส ซึ่งคนละฟีลกับเมื่อวานที่ฝนตกหนักกระหน่ำอย่างกับฟ้ารั่ว
หลังจากที่เมื่อวานได้เจอกับเหตุการณ์ที่ใช้พลังกายพลังใจเธอเกือบหมดแล้ว เธอก็ตั้งใจว่าวันนี้จะมาทำบุญล้างซวย พร้อมกับจะพักผ่อนให้เต็มที่เพราะพรุ่งนี้คือวันทำงานของเธอ
ขณะที่กำลังเลือกซื้อขนมไทยร้านโปรดของตัวเอง เธอก็ได้ยินเสียงแตรรถดังมาจากด้านหลัง ครั้งแรกเธอก็ไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าน่าจะเป็รถตามท้องถนนธรรมดา ๆ แต่พอเสียงแตรรถดังอีกครั้งเธอก็ต้องหันไปมองเพราะเริ่มรู้สึกรำคาญเต็มทน แต่ก็ต้องชะงักค้างเมื่อรถคันนั้นลดกระจกลงมาจนเห็นคนขับรถคันนั้นอย่างชัดเจน
‘โอ๊ยจะบ้าตาย!!เพิ่งจะทำบุญไปเองนะ เคราะห์ก็ดันมาหาถึงที่’
------------------
รถยุโรปหรูราคาเหยียบสิบล้าน ที่ดูหรูหราทั้งภายนอกภายใน ใคร ๆ เห็นเป็ต้องเหลียวหลังพร้อมกับใฝ่ฝันว่าอยากจะลองนั่งสักครั้งในชีวิตให้เป็บุญก้นก่อนตาย และยิ่งมีสารถีขับรถที่หน้าตาหล่อเหลาราวกับนายแบบแล้วล่ะก็ สาว ๆ คงอยากจะรีบเปิดประตูพุ่งเข้ามาอย่างไม่ลังเลแน่นอน
แต่ไม่ใช่กับปารมี!!
เธอนั่งหน้าหงิกอยู่ที่เบาะข้างคนขับพร้อมกับหันไปมองข้างทางด้วยความรู้สึกเซ็งจัด ส่วนคนขับรถหรูคันนี้ก็คือคนที่เธอภาวนาว่าไม่อยากจะพบเจออีกเป็ครั้งที่สอง แต่ถ้าเจออีกครั้งละก็เธอก็อยากจะต่อยหน้าข้อหาขโมยจูบเธอไปเมื่อวานนี้สักสองป้าบ
นักรบ ธนาภูมินทร์ ประธานกรรมการใหญ่ในเครือบริษัทเมอร์เมสจำกัด มหาชน!!
ลูกตาดำของปารมีมองบนจนแทบจะกลิ้งไปด้านหลังเต็มที เพราะความรู้สึกเบื่อเซ็งกับชะตาชีวิตของตัวเองที่หาความสงบไม่ได้เลยแม้แต่วันเดียว
“เจอผมแล้วมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอไง ถึงได้ทำหน้าอย่างกับไปโกรธใครมาแบบนั้น”
นักรบที่กำลังขับรถอยู่เหลือบตามามองปารมีพักหนึ่งก่อนที่จะหันไปโฟกัสที่ถนนเหมือนเดิม
“หา— ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอคุณ!! เมื่อวานฉันไม่ต่อยหน้าคุณก็บุญแล้วนะ บังอาจมาขโมยจูบฉัน”
ปารมีหันมาฟึดฟัดใส่นักรบที่กำลังขับรถด้วยอารมณ์หัวร้อนสุด ๆ ทว่านักรบนั้นกลับมีสีหน้านิ่งเรียบไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด จนทำให้ปารมีนั้นต้องสะบัดหน้าหนีก่อนที่เธอจะได้ต่อยท่านประธานคนนี้เข้าจริง ๆ
นักรบอมยิ้ม กับท่าทีของปารมีก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ สบาย ๆ แต่กลับทำให้ปารมีหัวร้อนยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“ก็พวกเรากำลังคบกันอยู่ไม่ใช่เหรอ แค่จูบมันก็เป็เื่ปกติ”
โปรดติดตามตอนต่อไป