#วันพฤหัสสีเขียว 13
“แค่นี้คนก็เกลียดหนูมากพอแล้วพี่ ถ้าเงินเดือนขึ้นพวกเขาไม่มาเผาห้องทำงานเลยเหรอ”
“อ้าว ก็แกทำงานหนักขึ้นให้ก็ถูกแล้ว อย่าไปใส่ใจคนพวกนั้นมากเชื่อพี่ แกทำงานหามรุ่งหามค่ำขนาดนี้ขึ้นเป็เจ็ดหมื่นยังน้อยไป”
“เฮ้อ” ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ พี่ณัฐเข้ามาล็อคคอพาเดินออกจากห้องรับรองไปส่งที่ห้องทำงาน เธิร์สเดย์นั่งเล่นโทรศัพท์ข้าง ๆ โต๊ะทำงานพอเห็นฉันเดินเข้าไปใกล้น้องก็ยื่นแก้วน้ำมาให้ ก็คงเป็ของเขานั่นแหละเ้าเด็กชอบดื่มช็อกโกแลตเย็นเหมือนกับฉันเลยมีบ่อยครั้งที่เผลอหยิบแก้วของอีกฝ่ายมาดื่ม
“หน้าตาไม่ดีเลย” น้ำเสียงเป็ห่วงเป็ใยถูกส่งมาให้พร้อมกับมือที่ยกขึ้นเกลี่ยเส้นผมออกจากใบหน้าให้
“อือ มีเื่เครียด ๆ น่ะ”
“มีอะไรบอกผมได้นะ ถ้าจัดการไม่ได้เดี๋ยวให้ลุงหยางกับป๊าจัดการให้” น้องพูดติดตลก ฉันหลุดขำได้เล็กน้อยก็นึกว่าเ้าเด็กจะบอกว่าจะจัดการให้ แต่ไหงกลายเป็จะให้ลุงและป๊าจัดการ เ้าเด็กนี่มันเ้าเด็กจริง ๆ สินะ
“พี่ครับไปไหนแต่เช้าอะ” เสียงงอแงของเ้าเด็กดังขึ้นเมื่อฉันก้าวลงจากเตียง อย่าถามว่าทำไมเ้าเด็กถึงมาอยู่บนเตียงฉันได้ เมื่อคืนน่ะสิไปทานหมูกระทะกันแต่เ้าเด็กดันดื่มซะเมาแล้วยังงอแงให้มาส่งที่คอนโดพอมาส่งก็ไม่ยอมให้ฉันกลับ ฉันที่ง่วงและโมโหเลยนอนที่นี่ไปซะเลย อีกอย่างวันนี้เราหยุดกัน เ้าเด็กบอกว่าจะกลับเข้าบ้านเพราะกลัวป๊าตัดออกจากกองมรดก ที่จริงก็คงคิดถึงม๊ากับป๊าเขานั่นแหละถึงได้กลับน่ะ ส่วนฉันมีนัดกับพี่เกรฟเพื่อที่จะได้ไปเจอกับผู้ชายคนนั้น คนที่ฉันเองก็ไม่รู้จักชื่อ
“พี่มีนัดกับพี่เกรฟไง”
“อ้อ เดี๋ยวผมไปส่งนะครับ”
“เดี๋ยวพี่เกรฟแวะเข้ามารับ เราน่ะจะกลับบ้านกี่โมง”
“ออกพร้อมพี่ก็ได้ครับ”
“งั้นพี่ไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน” เ้าเด็กที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มโผล่หน้าออกมามองยิ้ม ๆ พร้อมทั้งพยักหน้าให้ น่าตีจริงตื่นมาก็ทำหน้าทะเล้นใส่ฉันเลย พอ ๆ เลิกสนใจเ้าเด็กก่อนเพราะต้องรีบอาบน้ำเปลี่ยนชุด ฉันส่งโลเคชันให้พี่เกรฟแล้วล่ะคงต้องตอบคำถามพี่ชายอีกแน่ ๆ เลยว่าทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ทั้งที่ตอนนี้ยังเช้า แต่ว่าระหว่างเรายังไม่มีอะไรเกินเลยนะอาจจะมีบ้างที่เ้าเด็กงอแงแล้วขอกอดขออ้อนจูบแต่น้องก็คงรู้ว่าฉันยังไม่ได้พร้อมจึงไม่ได้บังคับฉัน
ั้แ่ที่บอกว่าจะจีบน้องก็ดูแลฉันอย่างดี เทคแคร์ทุกอย่างแต่ไม่ล้ำเส้นความเป็ส่วนตัวที่สำคัญเ้าเด็กอ้อนเก่งมากทั้งที่เวลาอยู่กับคนอื่นเ้าเด็กออกจะดูนิ่ง ๆ หยิ่ง ๆ เสียด้วยซ้ำพออยู่ด้วยกันสองคน รู้เลยว่าอ้อนเก่งมากขนาดไหน
“พี่ครับทานแซนวิชก่อนนะผมทำไว้ให้” เมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมาเ้าเด็กเดินเปลือยท่อนบนเข้ามาใกล้พร้อมกับฝ่ามือร้อนที่ยกประคองแก้มฉันไว้เพื่อมอบจูบให้
“ขอบคุณค่ะ ไปอาบน้ำได้แล้ว” ฉันพยักหน้ารับรีบบอกให้น้องไปอาบน้ำเพราะใกล้ถึงเวลาที่พี่เกรฟจะมารับแล้วด้วย ฉันรีบแต่งหน้าแต่งตัวและออกไปทานมื้อเช้าที่เธิร์สเดย์เตรียมไว้ให้ เป็แซนวิชสี่ชิ้นและโกโก้ร้อน ทานยังไม่เสร็จน้องก็เดินออกมายืนใกล้ ๆ เสื้อยืดตัวใหญ่ ๆ กับกางเกงยีนสีเข้มนี่มันเข้ากับเ้าเด็กนี่จริง ๆ ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่ว่าน้องจะใส่อะไรก็ดูดีหมดนั่นแหละ เชื่อฉัน ฉันดูมาหมดแล้ว
“ทำธุระเสร็จโทรหาผมด้วยนะครับ” น้องย้ำอีกครั้งก่อนที่จะปิดประตูรถให้
“แหม บ้านช่องไม่กลับสินะเนี่ยน้องสาวพี่” พี่เกรฟแซวเมื่อขับรถออกมาได้สักพัก
“ก็เมื่อคืนไปดื่มกัน ที่นี่ใกล้ก็เลยค้างที่นี่”
“ครับพี่ไม่ได้ดุหรอกน่า แต่กลับบ้านบ้างชวนน้องไปค้างที่บ้านนู่น”
“เอะ? ฟังดูแปลก ๆ นะคะ”
“ฮา ๆ ๆ ๆ โตแล้ว พี่เชื่อในสิ่งที่เราทำทุกอย่างนั่นแหละ เย็นนี้พี่ค้างที่บ้านนะ เดี๋ยวฟ้าใสกับลูกพี่จะตามมา แฟนเราจะมาด้วยไหม”
“น้องกลับบ้าน อีกอย่างยังไม่ใช่แฟนสักหน่อย” จริง ๆ นะ ฉันกับน้องยังไม่ได้คุยเื่สถานะที่ชัดเจนเลยว่าเป็แฟนกันหรือยังไง แต่เราก็แสดงออกและให้เกียรติกันจนคนอื่นรู้ว่าเราคุยหรือคบกันอยู่แล้ว
“ยังไม่ขออีกเหรอ เอาเถอะคงรออยู่นั่นแหละ”
ตอนนี้พี่ชายฉันเริ่มพูดไม่รู้เื่แล้วล่ะ ถามเองตอบเองจนฉันไม่รู้ว่าที่พูดมา้าคำตอบจากฉันหรือเปล่า หรือพี่ชายฉันจะทำงานหนักเกินไปนะ
ร้านอาหารที่มีความเป็ส่วนตัวสูงเป็จุดที่เรานัดกับผู้ชายคนนั้น ตามนิสัยของเราสองคนแน่นอนว่าเราจะถึงก่อนเวลานัดและไม่คิดว่าผู้ชายคนนั้นเองก็มาก่อนเวลานัดที่สำคัญเขามาก่อนที่ฉันกับพี่เกรฟจะมาถึงด้วยซ้ำ พอแจ้งพนักงานว่าจองไว้พนักงานก็พาเดินเข้าไปยังห้องอาหารส่วนตัวเราสองพี่น้องก็เจอกับคนนั่งอยู่ที่เก้าอี้ด้านหลังมีผู้ชายใส่ชุดสูทสีดำยืนอยู่ น่าจะเป็คนของเขานั่นแหละ
“มากันแล้วเหรอลูก นั่งก่อนสิ พ่อยังไม่ได้สั่งอะไรเลยเดี๋ยวเราสั่งอาหารก่อนนะ” ผู้ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองพวกฉัน รอยยิ้มดีใจถูกส่งมาให้พร้อมกับร่างสูงผุดลุกขึ้นยืน ไม่แปลกใจเลยที่พี่เกรฟสูงขนาดนี้ถ้าคนตรงหน้าเป็พ่อจริง ๆ ไม่ใช่เื่แปลกเลย
“ขอโทษที่มาช้าครับ” พี่เกรฟเป็ฝ่ายพูดคุยแทน ฉันเองก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดหรือทำอะไรเลยได้แต่เดินตามพี่เกรฟ แรงดึงของพี่ชายรั้งให้นั่งลงที่เก้าอี้ว่างตรงข้ามผู้ชายคนนั้น
“ไม่ลูก พ่อมาก่อนเวลาเองพ่อตื่นเต้นน่ะ” เขาตอบ จากนั้นก็เรียกพนักงานเข้ามาสั่งอาหารระหว่างรอฉันก็ก้มหน้านิ่ง ๆ ไม่ได้เงยหน้ามองคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเลยสักวิ ปล่อยหน้าที่พูดคุยให้เป็ของพี่เกรฟ รายนั้นก็ถามเื่ราวทั่วไปรวมถึงตอบคำถามอีกฝ่าย ก็บอกแล้วว่าฉันมาเป็เพื่อนเฉย ๆ ไม่ได้อยากรู้หรือพูดคุยกับเขานักหรอก
“น้องกรีนเป็ยังไงบ้างลูก พ่อขอโทษที่เพิ่งตามหาหนูเจอ” อ่า ฉันว่าฉันก็อยู่เงียบ ๆ แล้วะ ทำไมเขาถึงได้ถามฉันอีกล่ะเนี่ย
“ก็สบายดีค่ะ” ฉันตอบเสียไม่ได้ ก็เขาถามมาแล้วอ่ะถ้าไม่ตอบพี่เกรฟได้ดุฉันแน่ ๆ
“หนูคงโกรธพ่อมาสินะ” น้ำเสียงตัดพ้อของเขาทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นมอง ความรู้สึกผิด ความเ็ป ทำไมฉันถึงรับรู้ความรู้สึกพวกนั้นได้อย่างชัดเจนกัน ทำไม...
“ไม่ได้โกรธหรอกค่ะ เพราะเราไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับคุณเลยเพราะแม่ไม่ค่อยพูดหรือถามถึง ต้องขอโทษด้วยที่ต้องพูดไปตรง ๆ ” พอเห็นอีกฝ่ายหน้าเสียฉันก็รีบเอ่ยขอโทษไปในท้ายประโยค
“ไม่เป็ไร พ่อเข้าใจ แต่ต่อไปขอโอกาสให้พ่อได้แก้ตัวและทำในสิ่งที่พ่อคนหนึ่งควรจะทำได้ไหมลูก”
“...” ฉัน ฉันไม่รู้ว่าควรตอบยังไง เพราะชินที่ในชีวิตมีเพียงแม่และพี่เกรฟ ถึงแม้ตอนนี้จะมีเพียงพี่เกรฟฉันเองก็ไม่ได้้าใครเข้ามาเพิ่มในคำว่าครอบครัว ฉันปล่อยให้ความเงียบเป็คำตอบระหว่างบทสนทนา พอทานข้าวไปได้สักพักเขาก็เริ่มเล่าเื่แม่ให้ฟังตอนที่เล่ารอยยิ้มมีความสุขของเขาถูกส่งมาตลอด กระทั่งเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้แม่หนีเขามาแบบนี้ เอาเป็ว่าฉันรับรู้แต่ยังไม่สามารถยอมรับเขาได้ หวังว่าเขาจะเข้าใจฉันนะ
“แล้วนี่ มีแฟนกันหรือยังลูก”
“มีแล้วครับ ผมแต่งงานแล้วน้องก็มีแล้วเหมือนกัน”
“มีหลานให้พ่ออุ้มหรือยัง”
“ผมมีแล้วครับ” ฉันปล่อยให้ทั้งสองคุยกันไป ส่วนฉันน่ะเหรออาหารตรงหน้ามันน่าสนใจน้อยเสียเมื่อไหร่ล่ะ อาหารน่าทานคือจุดสนใจฉันตอนนี้ ไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่แล้วว่าพวกเขาคุยเื่อะไรกันบ้าง
“หิวขนาดนั้นเลย?” พี่เกรฟเอ่ยถาม มือก็ยื่นไปตักต้มยำปลามาใส่ชามใบเล็ก ๆ ให้
“หิวค่ะ มันอร่อยด้วยไง” ฉันตอบเขิน ๆ
“ก่อนออกมาพ่อหนุ่มนักแข่งไม่ทำอะไรให้ทานเหรอ?” อีกแล้ว เรียกเธิร์สเดย์ว่าพ่อหนุ่มนักแข่งอีกแล้ว
“ทำ แต่หิวเหมือนเดิม”
“แฟนหนูชื่ออะไรลูก” ผู้ชายคนนั้น คุณไคยะเอ่ยถามแล้วยังใจดีตักกับข้าวมาใส่จานให้ด้วย
“อ่า ยังไม่ใช่แฟนค่ะคุย ๆ กันอยู่” ใครจะไปกล้าบอกว่าแฟนล่ะน้องยังไม่ขอเสียหน่อย อีกอย่างตอนนี้น้องคงสนุกกับฉันก็ได้ น้องยังเด็กมีโอกาสเจอผู้หญิงดี ๆ หรือผู้หญิงที่อายุใกล้เคียงกับน้องแต่ฉันนี่สิจะสามสิบแล้วนะใช้ชีวิตมาครึ่งหนึ่งแล้ว ฉันไม่อยากเร่งรัดหรือฉุดรั้งอนาคตน้อง เื่เงินที่น้องให้วันนั้นฉันก็ไม่กล้าใช้หรอกเอาเก็บไว้เผื่อคืนน้องเพราะจำนวนเงินมันเยอะเกินไป
“อ่า พ่อจะไม่ก้าวก่ายนะลูก แต่มีอะไรปรึกษาพ่อได้หรืออยากให้พ่อช่วยอะไรบอกพ่อได้เลย”
“ขอบคุณค่ะ”
่เช้าพี่เกรฟคุยกับพ่อหลายอย่างมาก เหมือนคุยกับนักธุรกิจคนหนึ่งเท่านั้นในความรู้สึกฉันไม่มีอะไรพิเศษไปมากกว่านี้เลย ่บ่ายพอกลับมาถึงบ้านฉันก็เล่นกับหลานจนเหนื่อยหอบ ที่สำคัญฉันปวดหลังมาก ๆ เลย อยากจะไปนวดสักหน่อย พอเหลือบมองดูนาฬิกาก็เบิ่งจะบ่ายสองยังพอมีเวลาไปนวดสักชั่วโมงสองชั่วโมงก่อนกลับมาปาร์ตี้ที่บ้านล่ะนะ
“ไปไหนน่ะ” พี่เกรฟที่ตอนนี้สวมเพียงเสื้อกล้ามสีดำกางเกงบอลเอ่ยถามฉันอย่างจับผิด ดวงตาคมหรี่มองอย่างกับครูที่กำลังหาเื่จับผิดเด็กนักเรียน
“ไปนวด ปวดหลัง”
“แก่” พี่เกรฟว่า
“เหอะ! คนไม่แก่แต่ให้เมียนวดให้ก่อนนอนทุกคืนอะนะ ตลกจังเลย” ฉันเถียงกลับอย่างไม่ยอม พี่เกรฟทำท่าจะเข้ามาตีฉันจึงรีบวิ่งออกจากบ้าน
“ขับรถระวัง ๆ ด้วย ถึงแล้วทักมาบอก”
“จ้า ๆ รู้แล้วจ้า จะให้ซื้ออะไรเข้ามาบ้างก็บอกเลยนะ”
“ครับ ดูแลตัวเองด้วย” ฉันโบกมือลาผู้เป็พี่ชายแล้วขับรถออกจากบ้านมา ร้านนวดร้านประจำอยู่ห่างจากบ้านไม่มากเท่าไหร่เลยใช้เวลาไม่นานในการเดินทาง เมื่อเดินเข้าไปในร้านคุณป้าพนักงานที่คุ้นหน้าค่าตาก็เอ่ยทักทานด้วยความเป็กันเอง พอตกลงกันเสร็จฉันก็เข้าห้องนวด ที่ชอบมาที่นี่เป็เพราะว่าไม่ต้องเปลี่ยนชุดอะไรให้ยุ่งยาก ระหว่างที่นวดฉันก็เหมือนจะเคลิ้มหลับตลอดเวลาเลยล่ะมันรู้สึกสบายตัวมาก ๆ เลยนะ
“ค่า” แรงสั่นจากโทรศัพท์ทำให้ฉันรับโดยที่ไม่ทันได้มองรายชื่อนั้นให้ดี
(ทำอะไรอยู่ พี่ไม่ทักมาบอกเลยผมหลับรอไปสองรอบละ) เสียงกระเง้ากระงอดดังจากปลายสาย พอได้ยินเสียงเลยทำให้รู้ว่าใครกันที่โทรมาในเวลานี้
“พี่กลับถึงบ้านั้แ่เที่ยงแล้ว นี่ก็ออกมานวด”
(ไปกับใครครับ)
“คนเดียว นวดเสร็จก็จะกลับแล้วล่ะ”
(ให้ไปขับรถให้ไหม?) น้องถาม แต่ฉันน่ะ ขับเองได้นะอีกอย่างหยุดทั้งทีก็ควรจะให้น้องได้พักผ่อนไม่รบกวนน้องดีกว่า
“ไม่เป็ไร พักผ่อนที่บ้านเถอะ อ๊ะ ป้าคะ ตรงนั้นอีกที” ท้ายประโยคบอกป้าที่นวดให้ก็กดลงจุดเดิม
(ให้ตายเถอะ! ผมเขินเสียงพี่)
“อ้าว เ้าเด็ก จะมาเขิน อ่า ป้าคะขอแรงกว่าเดิม”
(พี่กรีน!!) น้องรีบวางสายไปแล้วล่ะ ไม่รู้เป็อะไรของเขา ฉันใช้เวลานวดไปสักพักใหญ่ก็เสร็จเรียบร้อย พี่เกรฟส่งข้อความมาบอกให้ซื้อของเข้าไปพร้อมกับรายการของ ดังนั้นก่อนเข้าบ้านฉันจำต้องแวะที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อจัดซื้อสิ่งของตามคำสั่งของผู้เป็พี่ชาย
“โอ๊ะ ขอโทษครับ” ระหว่างที่เดินเลือกของอยู่นั้นก็มีคนเดินมาชนฉันเสียแรง ยังดีที่เขาเอ่ยขอโทษอยู่
“ไม่เป็ไรค่ะ” ฉันตอบและพยายามเข็นรถเข็นออกห่างจากเขา
“เอ่อ คุณมาที่นี่บ่อยไหมครับ?” แรงสะกิดที่แขนทำให้ฉันเงยหน้ามอง ฉันมั่นใจว่าไม่รู้จักเขา แต่การที่เขามาแตะเนื้อต้องตัวคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกแบบนี้ฉันว่ามันไม่เหมาะสม
“...” ฉันไม่ตอบและมองหน้าเขาอย่างสงสัยแทน
“พอดีผมเพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรก ไม่รู้ว่าโซนเครื่องดื่มอยู่ตรงไหน” เขาบอกอาย ๆ ฉันพยักหน้าเข้าใจ
“ด้านนั้นจะเป็โซนเครื่องดื่มค่ะ” ฉันชี้นิ้วบอกเขา
“ผมกลัวจะหลง คุณช่วย...”
“สอบถามพนักงานง่ายกว่านะครับ” เสียงคุ้นไม่เท่าไหร่แต่ท่อนแขนที่ยกโอบเอวฉันนี่สิ เงยหน้ามองคนที่ถือวิสาสะโอบเอวและรั้งฉันเข้าไปกอดนี่คือยังไง เขามาที่นี่ได้ยังไงกัน
“เอ่อ ขอบคุณครับ” คนถามทางยิ้มให้เธิร์สเดย์ด้วยใบหน้าที่จืดเจื่อน ก็เ้าเด็กน่ะสิทำหน้าทะมึนขนาดนั้นใครจะไม่กลัวบ้างล่ะ
“มาได้ยังไง?” ฉันเอ่ยถามเธิร์สเดย์ ที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็เข็นรถเข็นให้ฉันแล้ว กระเป๋าเขาก็สะพายให้ด้วย ดีจริง ๆ เด็กคนนี้
“ถามพี่เกรฟครับ ทำไมถึงมีแต่คนจะจีบพี่เนี่ย ผมหวงเหมือนกันนะ”
“บ้าน่า จีบอะไรกันไม่มีหรอกเขามาถามทาง”
“พี่ครับ พี่ไม่ได้โง่ ใช่ว่าพี่จะดูคนไม่ออกนะ” เดี๋ยว นั่นมันควรจะเป็ประโยคที่ฉันพูดสิไม่ใช่เขา ให้ตายสิ เขาพูดแทนฉันแบบนี้ฉันควรจะพูดประโยคไหนล่ะทีนี้
“มันไม่มีอะไรหรอก อย่าทำหน้าตึงสิ แล้วไหนบอกว่าวันนี้จะอยู่บ้าน” เปลี่ยนเื่ค่ะ เปลี่ยนเื่คุยเดี๋ยวเ้าเด็กหาเื่มางอน
“ไปส่งป๊ากับม๊ามาครับ ท่านไปพักผ่อนกันสองคนแล้วก็ให้คนขับรถมาส่งที่นี่จะกลับกับพี่”
“อ๋อ”
“เย็นนี้ขอทานข้าวด้วยนะครับ” น้องเอ่ยขอ
“ได้ พรุ่งนี้จะเข้าสนามไหมหรือไม่เข้า”
“ไม่เข้าครับ แต่ว่าจะไปส่งพี่แล้วก็ออกมาข้างนอกเพราะว่านัดเพื่อนไว้จะไปทานข้าว” เพื่อนน้องฉันเคยเจอแล้วล่ะวันศุกร์ที่ผ่านมานี่เอง พวกเขาสองคนอารมณ์ดีมาก เฮฮาเวลาน้องอยู่รวมกับเพื่อนแล้วดูสดใสมากเลย
“แล้วตอนเย็นก็จะเข้าไปรับพี่กลับบ้าน”
“วางแผนไว้ขนาดนี้เลยเหรอ”
“ก็นิดหน่อยครับ ต้องแบ่งเวลาแต่ถ้าว่างก็ให้พี่ตลอด”
“ไม่ต้องมาหยอดพี่ เดินต่อได้แล้วจะได้รีบกลับ ไม่รู้พี่เกรฟรอของแล้วหรือเปล่า” ให้ตายสิ ฉันอยากจะบ้าเธิร์สเดย์น่ะชอบหยดแรงมากจริง ๆ หยอดทีใจฉันก็สั่นไหวที เขินไม่เป็อันทำอะไรเลย
“เขินแล้วชอบเปลี่ยนเื่” อีกอย่างนะ น้องน่ะรู้ทันฉันหมดเลย เขินก็รู้ว่าเขินคิดดูว่าน้องจะเก่งขนาดไหน แต่เห็นเก่งที่สุดก็คงจะเป็เื่ที่ชอบทำให้ฉันเขินนั่นแหละ
====
ที่รักคะ ฝากคอมเม้นหน่อยนะ อยากอ่านคอมเม้นมากๆเลย
ปล.กลับไปอ่านคอมเม้นจากเื่เก่าๆ ดีมีความสุขมากเลยค่ะ