หลันหลันเดาว่าเมื่อก่อนบรรพบุรุษตระกูลมู่เป็ชาวไร่ ชาวนา แต่สนับสนุนให้คนรุ่นหลังของพวกตนศึกษาหาความรู้ จนมีคนที่มีความสามารถ เติบโตสร้างตระกูลให้ยิ่งใหญ่ขึ้นได้ จึงได้ละทิ้งบ้านเก่าและชีวิตอันยากไร้ไป
แต่ดูแล้วก่อนไปฐานะของครอบครัวคงจะดีขึ้นไม่น้อย ไม่เช่นนั้นในหีบใหญ่ใบหนึ่งที่หลันหลันเปิดออกมา คงไม่เจอผ้าเนื้อดีหลายพับหรอก
เป็ธรรมดาที่ผ้าเ่าั้จะสีซีด หรือมีกลิ่นอับไปบ้าง เพราะเก่าเก็บ แต่ยาจกไม่ควรเื่มาก พรุ่งนี้นางควรหาทางเอาให้ป้าหลี่ใช้ตัดเย็บเสื้อผ้า หีบใหญ่ใบที่สองเป็หนังสืออีกแล้ว แต่เป็หนังสือพวกความรู้ทั่วไป ปกิณกะแผ่นดิน มีหนังสือแปลก ๆ อย่างบันทึกเส้นทางเดินเรือ บันทึกการเดินทางขึ้นเหนือของท่านขุนนางคนหนึ่ง ที่กล่าวถึงการเดินทางไปเป็ทูตในดินแดนห่างไกล
แล้วที่ทำให้หลันหลันตาวาว ก็คือตำราทำอาหาร สองสามเล่ม หนังสือในหีบที่สองนี้ เป็ประโยชน์กับนางมากกว่าพวกที่อยู่ในชั้นหนังสือเสียอีก โชคดีอย่างหนึ่งของหลันหลันคือที่นี่แม้จะไม่ได้อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์บใดในโลกเก่า
แต่ระบบการอ่าน ตัวอักษรยังใกล้เคียงกัน เพียงแต่ในการเขียน การจดบันทึกนั้น ค่อนข้างมีรูปแบบที่ต่างจากที่นางรู้ ตัวอักษรยิ่งไม่มีปัญหาที่จะเรียนรู้ให้มากขึ้น
จุดนี้หลันหลันจำเป็ต้องศึกษาเพิ่มเติม แล้วจำไว้ให้ดี นางรู้ดีกว่าหาก้าเจริญรุ่งเรือง ก็จำเป็ต้องรู้หนังสือ การค้าขายก็จะเก่งแต่วิชาคำนวณเท่านั้นไม่ได้ ดังนั้นนางจึงทำการเคลื่อนย้ายหนังสือทั้งหมดในหีบนี้ไปที่ห้องตัวเองก่อนเป็อันดับแรก
ต้องเดินถึงสามรอบกว่านางจะขนหนังสือพวกนั้นไปหมด นางเปิดหีบใหญ่ใบที่สาม พลันประหลาดใจเพราะในนั้นมีสมุนไพรตากแห้งจำนวนมาก แม้ไม่ได้เป็ของชั้นเลิศอีกทั้งยังเก่าเก็บ แต่หลายอันก็น่าจะใช้บำรุงร่างกายได้ แน่นอนว่าของพวกนี้หลันหลันย่อมต้องเก็บให้หมอหยวนเป็ผู้ตรวจสอบ
ถึง์ให้นางมาเกิดใหม่ ก็ยังให้ความเป็ธรรมบ้าง มาเจอแค่หลี่มามากับหมอหยวน นับว่าดี เป็คนที่ก็แล้งน้ำใจเกินไปนัก ถึงจะไม่มีอาหารแต่ก็มาเกิดในที่ที่อุดมสมบูรณ์เช่นนี้ หาก์กลั่นแกล้งจริงๆ ส่งนางไปเป็ยาจกในเมืองหลวง หรือเกิดใหม่มาเจอแค่คุณชายเจ็บป่วย...
หลันหลันก็ไม่อยากจะคิด...
เอาล่ะ ผลการเปิดหีบแม้จะไม่ได้ถือว่าจะไม่ได้อะไรเลย แต่มันก็ไม่ได้ทำให้หลันหลันเบิกบานใจนัก เพราะไม่มีของใดที่เรียกว่าโชคตกจากฟ้าได้เลย อะไรพวกของวิเศษ หรือเงินทองล้วนไม่มี
หลันหลันถอนหายใจขณะที่เปิดหีบใบเล็กใบสุดท้าย ในนั้นมีกระดาษอยู่สองแผ่น นางหยิบขึ้นมาอ่านก่อนเบิกตากว้าง
“นี่มัน...นี่มัน...” หลันหลันมือสั่น
บางทีโชคตกจากฟ้าคงจะมีจริงๆ เพราะกระดาษใบหนึ่งในนั้น มันถึงกับเป็หนังสือกรรมสิทธิ์ร้านค้าขนาดสองห้องในอำเภอ
“มู่อ้าย” หลันหลันอ่านชื่อเ้าของกรรมสิทธิ์เบา ๆ ก่อนหันมาที่กระดาษอีกใบ
หลันหลันพบว่าเป็จดหมาย ลายมืออ่อนช้อยดูแล้วก็ให้รู้ทันทีว่าผู้เขียนเป็สตรี หนำซ้ำยังน่าจะมีอุปนิสัยอ่อนโยนอีกด้วย แค่เส้นสายที่ประกอบกันเป็ตัวอักษร ก็ทำให้คิดถึงสายลมและใบไม้พลิ้วยามต้นวสันต์
น่าแปลก...เพียงแค่อ่านตัวอักษรเ่าั้ หลันหลันก็พลันสงบลง ราวกับว่าความเหนื่อยล้าก่อนหน้านั้นไม่เป็ความจริง
เนื้อความในจดหมายมีไม่มากนัก
ข้ามู่อ้ายเป็บุตรบุญธรรมของผู้เฒ่ามู่ เดิมทีข้าเป็บุตรสาวของสหายต่างวัยของเขา ทว่าพ่อกับแม่ของข้าตาย ข้าจึงเป็กำพร้า ไร้ญาติ ไร้มิตร ตัวคนเดียวั้แ่อายุห้าปี ผู้เฒ่ามู่เวทนาข้านักจึงรับมาเป็บุตรบุญธรรม
ตระกูลมู่เป็ชาวนา ชาวไร่ ไม่ได้ร่ำรวย แต่เดิมก็มีสมาชิกครอบครัวมากอยู่แล้ว ผู้เฒ่ามู่มีบุตรชายสามคน บุตรสาวสองคน บุตรสาวแต่งงานออกไปแล้ว บุตรชายก็มีครอบครัวแต่ไม่ได้แยกออกไป พวกเขามีคนมากอยู่แล้ว เดิมทีก็ไม่ได้อยู่สุขสบายอะไร แต่พอมีข้ามาเพิ่ม นอกจากท่านพ่อบุญธรรมแล้ว ใคร ๆ ก็รังเกียจข้า
ข้าเคยนึกน้อยเนื้อต่ำใจ แต่ข้าเองก็มีเป้าหมายในชีวิตเช่นกัน เป้าหมายของข้าไม่ได้ยิ่งใหญ่ ข้าเพียงอยากสุขสบาย อยากมีชีวิตที่ดี ข้าอยากร่ำรวย อยากมีชื่อเสียงพอไม่ให้คนลืมเลือน และอยากมีวันคืนที่ไม่ทุกข์ร้อน เพียงเท่านี้...ก็เพียงพอ
แต่แม้ข้าจะได้โอกาสเกิดเป็ครั้งที่สอง ก็ยังไม่อาจจะประสบความสำเร็จได้ ในชีวิตก่อนนั้นข้าอยู่ในยุคสมัยที่สุขสบาย เป็โลกอนาคตที่คนในชาติที่สองของข้า ไม่มีวันจินตนาการถึงได้ มีรถยนต์ มีเครื่องบิน ไปอวกาศได้ หากข้า้าติดต่อกับใครสักคน จดหมายไม่ใช่ทางเลือกเดียว ยังมีสิ่งที่เรียกว่าโทรศัพท์อยู่ด้วย เมื่อแรกมานั้นข้าคิดถึงมันเหลือเกิน
ชาติแรกข้าเป็นักธุรกิจด้านอาหารแช่แข็ง กำลังจะประสบความสำเร็จ แต่ก็ป่วยตายเสียก่อน ดังนั้นแม้ข้าจะเกิดใหม่ในชีวิตที่ยากจน ข้าก็ไม่ละทิ้งความฝัน เพียงแต่น่าเสียดายที่ต้องมาตายก่อนที่สิ่งที่ตั้งใจไว้จะเป็จริง ในชาติที่สองนี้ตอนข้าอายุสิบสองก็เริ่มทำการค้า อายุสิบห้าก็มีร้านค้าและเริ่มสะสมเงินทอง อายุสิบหกข้าพบรักกับบัณฑิตหนุ่มรูปงามนามว่าจ้าวฝูิ
อายุสิบเจ็ดข้าตั้งใจจะเปิดร้านอาหารใหญ่ในเมือง ข้าอยากทำให้เป็เหมือนภัตตาคารที่ใกล้เคียงกับของที่มีในชาติก่อน แม้จะไม่ทันสมัยเท่า ให้เป็ภัตตาคารที่มีชื่อเสียง เลื่องลือถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของที่นี่
ข้าคิดจริงๆ ว่าหากมันสำเร็จ ข้าก็จะใช้ที่แห่งนี้เป็รากฐาน ใช้ชีวิตอย่างดี ตามที่ฝันไว้ ข้าแบ่งปันความฝันกับฝูิ เขาเองก็ยินดีช่วยเหลือข้า ปีต่อมาเขาสอบซิ่วไฉได้ นับว่าอนาคตไกลยิ่งนัก ฝูิเป็คนฉลาด เขาคิดว่าจะเข้ารับราชการได้เร็ว เพื่อที่เขาจะได้เป็หลักให้ข้าได้ เขาบอกข้าว่า ข้าจะร่ำรวยเงินทอง ส่วนเขาจะร่ำรวยชื่อเสียงอันดีงาม ชีวิตเราจะสงบสุข มีลูกเต็มบ้าน มีหลานเต็มเมือง ใช้ชีวิตร่วมกัน หากวันใดจะต้องตายจากกันก็ไม่เสียดาย
ความฝันนั้นงดงามนัก...ในปีนั้นข้าซื้อร้านในเมือง เป็ร้านใหญ่ทำเลดี ตั้งใจว่าจะก่อร่างความฝันที่นั่น ข้าเป็เด็กกำพร้าในบ้านหลังจากท่านปู่ตายแล้ว ก็ไม่ใคร่สนใจข้านัก ดีที่ข้าทำการค้าจนร่ำรวย จึงไม่โดนเฉดหัวออกจากตระกูล ข้าเป็คนขาดความรัก โง่เขลาคิดไปเองว่า หากให้เงินคนในครอบครัว ปฏิบัติดี ๆ จะได้รับความจากคนในครอบครัวกลับคืนมา ทั้ง ๆ ที่ข้าเองก็มีเงิน ข้าเองจะไปจากครอบครัวที่เกลียดชังข้านี้เมื่อไหร่ก็ได้
แต่ข้าก็ไม่ไป...ข้าติดบ่วงอยู่ในความคิด ความหวังที่ว่าสักวันพวกเขาจะรักข้าขึ้นมาบ้าง