เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 129 ดวงแก้วมณีนพเก้า

    “ ใช่แล้วผู้ที่สามารถใช้พลังเทพอัสนีได้ มีเพียงทายาทของนางฟ้ามณีเมขลาได้เท่านั้น แล้วที่สำคัญ ดวงแก้วมณีนพเก้านั้น ผู้ที่จะสามารถใช้มันได้ต้องมีพลังอัสนีในป่าหิมพานต์นี้ ไม่มีใครเลยที่สามารถใช้ได้” ราชันเอราวัณเอ่ยอธิบาย

    “ ข้าไม่ใช่ทายาทของนางฟ้ามณีเมขลาอะไรนั่นหรอก  ข้าเป็นเพียงชายพเนจรคนหนึ่งเท่านั้น แต่ท่านไม่ต้องห่วง ข้าเฉินเสี่ยวเทียน เห็นอสูรชั่วร้ายแบบนี้ ไม่ว่าอย่างไร ข้าต้องช่วยกำจัดมันอยู่แล้ว”

    “ แค่นี้พวกเราก็ขอบคุณท่านจริงๆ”

     

    เสี่ยวเทียนถูกพาไปพักที่ห้องรับรอง ระหว่างทาง เสี่ยวเทียนอดถามไม่ได้ว่า

    “ พวกอาณาจักรอื่นๆ พวกเขาไม่ได้ช่วยกัน ต่อต้านอสูรราหูทมิฬเลยรึ?”

    “ พวกมันเวลานี้เตรียมการอพยพ ออกจากป่าหิมพานต์กันไปจนหมด แต่ก็ทิ้งไว้แต่คนที่ไม่รู้เรื่องราว” ไอยราเงินกล่าว

    “ พวกมันจะไปไหนได้?”

    “ ถัดจากป่าหิมพานต์ไป ก็จะมี ทะเลสีทันดร พวกมันสามารถย้ายไปอาศัยที่นั่นได้”

    “ แล้วพวกท่านไม่คิดจะย้ายไปอยู่ที่ ทะเลสีทันดร กับพวก อีกสี่ชนเผ่านั้นเลยหรือ?”

    “ พวกเรามีประชากรช้างมากมาย การย้ายไป มันกระทบกับน้ำและอาหารของพวกเรา มากกว่าพวกเขา”  ไอยราทองเอ่ยอย่างเศร้าใจ

    “ พวกเขาไม่ลอง รวมตัวต่อสู้กับมันบ้าง มัวแต่หลบเช่นนี้หากมันตามไปจะทำเช่นไร ต้องหนีกันต่อไปไม่รู้จักจบสิ้นอย่างนั้นหรือ?” 

    “ พวกเราเคยรวมตัวกันต่อสู้แล้ว แต่ว่า สู้มันไม่ได้ แค่ยักษ์รามสูร ที่มีขวานสายฟ้า พวกเรายังแย่เลย โชคดีที่นางฟ้าเมขลา ใช้ดวงแก้วมณีนพเก้าจัดการมันได้

    คราวนี้อสูรราหูทมิฬ รู้ว่า ดวงแก้วมณีนพเก้าจัดการกับมันได้ จึงคิดจะกำจัดให้หมดไป”

    “ แล้วท่านรู้ได้เช่นไรว่า ดวงแก้วมณีนพเก้า จะปรากฏอีกครั้งในอีก 15 ราตรีนี้?”

    “ เรื่องนี้ทีแรกก็ไม่แน่ใจ ว่าเป็นข่าวปล่อยหรือไม่ เพราะที่ผ่านมามีแต่คนเล่ามา

    เขาบอกมา ไม่เป็นจริงเป็นจัง พวกเราจึงส่งคนไปตรวจสอบที่ ยอดเขาสุวรรณบรรพต

    พบศิลาทองคำ ปรากฏร่องรอยอักษรว่า ดวงแก้วมณีนพเก้าจะปรากฏอีกครั้งแล้วมีการระบุเวลาอย่างชัดเจน และที่สำคัญ การหลับไหลของอสูรราหูก็กำลังจะตื่นขึ้นเพื่อออกมากลืนกินดวงจันทร์ในเวลานั้นพอดี  ทำให้พวกเราเริ่มใส่ใจในเรื่องนี้  เมื่อพันปีก่อน มีการบันทึกว่า อสูรราหูทมิฬ มันเคยกลืนกินป่าหิมพานต์ไปแล้วครั้งหนึ่งเป็นเวลากว่า 49 วันมีผู้คนล้มตายไปกว่าครึ่ง ถึงแม้ว่าร่างของมันจะมีเพียงครึ่งเดียว แต่ฤทธิ์เดชของมันก็ไม่ได้หายไป  

    ครั้งนั้นนางฟ้ามณีเมขลาปรากฏร่างขึ้นมา  แล้วปล่อยพลังจากดวงแก้วมณีนพเก้าออกไป ปรากฏแสงเก้าสายกระจายไปทั่วป่าหิมพานต์ อสูรราหูทมิฬทนความร้อนจากแสงนพเก้าไม่ได้ จึงต้องหลบหนีหายไป

    แต่ว่า ดวงแก้วมณีนพเก้า ก็พลอยดับแสงไปด้วย ดังนั้น นางฟ้ามณีเมฆขลาจึงได้ทำการวางดวงแก้วมณีนพเก้า ให้รับแสงจากสุริยันจันทรา เอาไว้ยอดเขาสุวรรณบรรพต เพื่อรอวันกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง” ไอยราทองกล่าว

    “ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ดวงแก้วมณีนพเก้า จะสามารถใช้ได้อีกครั้ง?”

    “ พวกเราไม่รู้ แต่คิดว่า นางฟ้ามณีเมขลา ต้องรู้อนาคต ว่าทายาทของท่านต้องทำให้ดวงแก้วมณีนพเก้า กลับมาใช้งานได้อย่างแน่นอน”  ไอยราเงินเอ่ยอย่างมั่นใจ

    แต่เสี่ยวเทียนไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร

    “ อาจารย์เอาไงดี?”

    “ ไม่เห็นต้องเอาไงรับปากจัดการกับอสูรราหูทมิฬตนนี้ไปแล้ว ก็แค่รอเวลาให้มันปรากฏตัว ช่วงนี้ไปยอดเขาสุวรรณบรรพตก่อน เพื่อขอดูดวงแก้วมณีนพเก้าเสียก่อน ดูว่าเป็นลักษณะอย่างไร”  อาจารย์ลู่เอินแนะนำ

    “ พาข้าไปดูดวงแก้วมณีนพเก้า ที่ยอดเขาสุวรรณบรรพตก่อน”

    “ พรุ่งนี้พวกเราจะพาท่านไป”

    หลังจากเข้าห้องไปแล้ว เสี่ยวเทียนก็ กลับเข้าไปแช่ตัวในสระอโนดาต ที่มีพลังสูงสุดของสถาบันสงฆ์ ทำให้พลังของเสี่ยวเทียนเพิ่มพลังขึ้นไปอย่างไม่รู้จบโดยเฉพาะพลังแห่งแสงพุทธะ สามารถส่องแสงทำลายล้างมารร้ายได้ อย่างไม่มีขีดจำกัด

    รุ่งเช่าท่านไอยราเงินและไอยราทอง ก็มาคอยอยู่ด้านหน้าห้อง

    “ ไปกันเถอะ”  เสี่ยวเทียนออกมาแล้วทั้งสามคนก็ลอยลิ่วไปสู่ ยอดเขาสุวรรณบรรพต ที่อยู่ดินแดนตอนกลางของ 5 อาณาจักร  พอมาถึง เชิงเขาสุวรรณบรรพต 

    ต้องร่อนลง เพื่อเดินขึ้นไป แต่ว่า มีคนของ สี่อาณาจักรมาเฝ้ารออยู่เช่นกัน

    “ พวกมันมาทำอะไรกันมากมายเช่นนี้?” เสี่ยวเทียนเอ่ยด้วยความสงสัย

    “ พวกมันคิดจะแย่งชิง ดวงแก้วมณีนพเก้าไปเป็นสมบัติของพวกมัน”

    ไอยราเงินเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ เพราะรู้ว่า พวกมันไม่ช่วย แถมยังคิดจะแย่งชิง ของวิเศษ ที่จะช่วยทำลาย อสูรราหูทมิฬไปอีก

    ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงดังขึ้นมา ว่า

    “ ทุกคนจงฟัง พวกเราเป็นคนของ พญาราชสีห์กิเลนไฟ อยากบอกว่า พวกเรายึดยอดเขาสุวรรณบรรพตไว้เรียบร้อยแล้ว ห้ามใครขึ้นไป มิเช่นนั้น ฆ่าไม่ละเว้น”

    คนของราชสีห์กิเลนไฟ เกือบร้อยคน ที่มีหน้าตาเหมือนสิงห์ แต่ร่างกายเหมือนมนุษย์ เปลี่ยนร่างเป็น หัวสิงห์ ร่างกายมีเกล็ดคล้ายมังกร ไปลุกท่วมร่างทุกตน  สร้างความแตกตื่นหวาดกลัวให้กับทุกคนยิ่งนัก

    “ ท่านสุวรรณนาคราช ท่านเห็นเป็นประการใด?” 

    “ ข้าไม่มีความเห็น แล้วฝ่ายท่านเทพครุฑอย่างพวกท่านล่ะ กล้าปะทะกับ พวกราชสีห์กิเลนไฟหรือไม่”

    “ มันยังไม่ถึงเวลา ไม่มีใครสามารถดึง ดวงแก้วมณีนพเก้าออกมาได้ในเวลานี้”

    “ แต่ก็ยังมีคนโง่ ที่คิดว่าตนเองสามารถเป็นเจ้าของได้แล้ว” สุวรรณนาคราชเอ่ยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

    ทั้งสองคนมองไปที่ พวกของอัศวเทพ ที่มากันนับร้อย ทั้งหมดสวมชุดเกราะมีหน้าเป็นม้า เดินออกไปเผชิญหน้า กับ คนของราชสีห์กิเลนไฟ แบบไม่กลัวการปะทะเลย

    “ คิดว่าพวกเราอัศวะเทพ จะกลัว กิเลนไฟอย่างพวกเจ้ารึ?”

    “ กล้าดีนี่ ถ้าเช่นนั้น ก็จัดให้พวกมันสักดอก  ลุย”  พวกราชสีห์กิเลนไฟพุ่งตัวออกไป จัดการกับกลุ่มม้าอัศวเทพทันที แล้วการปะทะกันระหว่างสองอาณาจักรสัตว์เทพโดยกองทหารขนาดย่อมๆ ก็เกิดขึ้น ราชสีห์กิเลนไฟดูน่ากลัวยิ่งนัก แม้มีฟันและกรงเล็บที่แหลมคม  แต่คนของอัศวเทพ ก็สวมเกราะเหล็กที่แข็งแกร่ง พร้อมกับมี ทวนที่แหลมคม พุ่งเข้าใส่ ราชสีห์กิเลนไฟ ถูกแทงตายไปหลายตน ส่วนอัศวเทพก็ถูกกัดหัวขาดไปหลายตนเช่นกัน

    ในขณะที่ทุกคนกำลังสู้กันอยู่นั้น ไอเย็นก็ค่อยๆ พ่นออกมาจากพื้นดิน ร่างของแต่ละคนก็เริ่มถูกน้ำแข็งเกาะยึดเอาไว้ ทหารทั้งสองฝ่ายเริ่มหยุดการเคลื่อนไหว

    กิเลนไฟทั้งหลายก็แตกตื่นยิ่งนัก พวกเขาแม้มีพลังเพลิงท่วมตัว แต่พอถูกน้ำแข็งที่ปล่อยออกมาต่ำกว่าจุดเยือกแข็งเช่นนี้ ก็ไม่สามารถปล่อยพลังเพลิงออกมาได้

    ในขณะนั้นเอง เฉินเสี่ยวเทียน กับ ไอยราเงินกับไอยราทอง ก็เดินออกมาพร้อมกัน

    “ ป่าหิมพานต์กำลัง ถูกภัยร้ายคุกคาม พวกเจ้าแทนที่จะสามัคคี ช่วยเหลือกันกลับมาเข่นฆ่า กันเอง เพื่อแย่งชิงของวิเศษที่เป็นหนึ่งเดียว ที่จะกำจัด อสูรราหูทมิฬลงได้  ในเมื่อพวกเจ้าอยากตายกันนัก ข้าจะช่วยสงเคราะห์ให้ก็แล้วกัน”

    เสี่ยวเทียนเดินไปอย่างช้าๆ ความเย็นที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งก็ไม่เพียงยึดแค่ช่วงขากลับพุ่งขึ้นไปทั้งร่างของกลุ่มราชสีห์กิเลนไฟ  กับ กลุ่มของอัศวเทพ จนกลายเป็นสัตว์น้ำแข็งไปทั้งสองกลุ่ม  เสี่ยวเทียนสะบัดมือออกไปเบาๆ ร่างของทั้งหมดที่กลายเป็นน้ำแข็ง ก็ระเบิดกลายเป็นฝุ่นไปจนหมด

    ไอยราเงินและไอยราทองเห็นเช่นนั้น ล้วนตระหนกตกใจ ไม่คิดว่าเสี่ยวเทียนจะมีพลังฝีมือร้ายกาจเช่นนี้

    “ พญานาคราชกับพญาคุรฑ พวกเจ้ามองหน้าข้า คิดจะไข้วกับข้าอีกอย่างนั้นรึ?" เสี่ยวเทียนเดิน มาหยุดอยู่ กองทัพของทั้งสอง ที่บัดนี้ ต่างนิ่งเงียบไม่กล้าขยับตัว

    “ ฮ่า ฮ่า เด็กหนุ่มเช่นเจ้ากล้าหาญชาญชัยเช่นนี้ ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถปราบอสูรราหูทมิฬตนนี้ได้  พวกข้าจะไปรอที่ทะเลสีทันดร หากว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่ได้ อีก 49 วัน พวกเรา คงได้เจอกันอีก”  เทพครุฑยกมือทำสัญญาณถอยจากที่แห่งนี้พร้อมกัน

    “ หวังว่าพวกเราคงได้เจอกันอีกครั้งที่ทะเลสีทันดร ฮ่า ฮ่า ฮ่า” กลุ่มพญานาคราชก็พุ่งร่างหายกลับไปจนหมดทั้งกองทัพ    ไม่มีใครกล้าปะทะกับเสี่ยวเทียนแม้แต่น้อย

    “ น้องชาย เจ้านี้ร้ายกาจไม่เบา” ไอยราเงินเอ่ยชื่นชมเสี่ยวเทียน ที่ขู่พวกมันจนหนีไปจนหมด

    “ พวกมันโชคดีที่ถอย ไม่เช่นนั้น ข้าอาจได้จับนกกับงู มาย่างกินแล้ว”

    เสี่ยวเที่ยนเอ่ยเล่นๆ แต่ทำเอาไอยราเงินทอง ถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลง แล้วก็รีบเดินขึ้นเขาสุวรรณบรรพตตามเสี่ยวเทียนไปในทันที 

    เสี่ยวเทียนมองไปที่ยอดเขาสุวรรณบรรพต แล้วก็พบความจริงที่ว่า บนยอดเขาล้วนเป็นแร่ทองคำบริสุทธิ์จริงๆ

    “ อาจารย์นี่มันเป็นภูเขาทองคำจริงๆ นี่ เราเอากลับไปในมิติฟ้าครามได้ไหม?”

    “ พอเหอะ ทองคำเจ้าก็มีมากมายก่ายกองอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้เจ้าศิลานักปราชญ์มันก็เริ่มถ่ายออกมาเป็นทองคำแล้วด้วย ชาตินี้เจ้าไม่ต้อง ไขว่คว้าทองคำอีกต่อไปแล้ว”

    “ จริงดิ มันถ่ายออกมาเป็นทองแล้วหรือนี่?  ดีจังเลย”

    อาจารย์ลู่เอินมองดูสภาพโดยรอบของยอดเขาสุวรรณบรรพตก็สังเกตตัวอักษรที่ระบุวันเวลา อย่างชัดเจนว่า อสูรราหูจะมาเมื่อไร จะมากลืนกินดวงจันทร์วันไหนโดยตัวอักษรเหล่านี้ เป็นการเขียนด้วยหมึกผสมที่ทันสมัย สามารถกำหนดวันให้ปรากฏขึ้นมาเองได้  มันเป็นตัวอักษรล่องหนหากถูกกระทบกับแสงอาฑิตย์ จะปรากฏเป็นตัวอักษรขึ้นมา

    “ ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง” อาจารย์ลู่เอินคิดอะไรบางอย่างออกแล้ว

    ส่วนเสี่ยวเทียนนั้นก็ใช้ตาที่สามตรวจสอบ ด้านในมี ดวงแก้วในตำนาน ถูกเก็บไว้บนยอดเขาสุวรรณบรรพตจริงๆ ด้วย

    “ อาจารย์ มียันต์สายฟ้าป้องกันเอาไว้  เหมือนยันต์ของท่านเลย ให้ข้าหยิบดวงแก้วมณีนพเก้าออกมาเลยได้ไหม?”

    “ ยังก่อน ดวงแก้วมณีนพเก้า ข้ารู้สึกคุ้นๆมันอยู่”  อาจารย์ลู่เอินนึกเท่าไรก็นึกไม่ออกไม่รู้ว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน   

    “ อาจารย์ พลังในลูกแก้วจะสามารถทำลายอสูรราหูทมิฬได้จริงๆรึ?”

    “ พลังในดวงแก้วนี้ร้ายกาจยิ่งนัก มันถูกวางไว้ในตำแหน่งหยินหยาง รับพลังจากแสงอาฑิตย์กับแสงจันทรา ในปริมาณเท่ากัน เพื่อให้เกิดความสมดุล แต่วิธีนี้ต้องใช้เวลานับพันปี กว่าจะสำเร็จ” อาจารย์ลู่เอินฉีกมิติเข้าไปหยิบดวงแก้วออกมาหน้าตาเฉย เสี่ยวเทียนอ้าปากค้าง

    “ อาจารย์ .. ไหนท่านบอกว่า มันต้องใช้พลังจากสุริยันจันทรา ในปริมาณที่เหมาะสม ถึงจะทำให้มันมีพลังกลับมาได้ แล้วอาจารย์หยิบออกมา ดวงแก้วมณีนพเก้ามิสูญพลังไปหมดเลยหรือนี่?”

    อาจารย์ลู่เอินไม่ตอบ หยิบดวงแก้วมาวางไว้ในมือ แล้วปล่อยพลังจากตัวเองเข้าไป เสี่ยวเทียนมองอย่างสงสัย ไม่รู้ว่าพลังที่อาจารย์ส่งเข้าไปกลายเป็นแสงเก้าสี

    พุ่งเข้าไปในดวงแก้วมณีนพเก้า ไม่นาน ดวงแก้วมณีนพเก้าก็ส่องประกายแสงออกมา เก้าสี พุ่งกระจายไปทั่วบริเวณ

    “ อาจารย์นี่ท่านปลุกพลังของดวงแก้วมณีนพเก้า ออกมาได้แล้วหรือนี่?”

    “ อืม เจ้าทำการซึมซับพลังจากดวงแก้วมณีนพเก้าซะ แล้วก็ทำตามเคล็ดวิชาตามที่ข้ามอบให้นี้” อาจารย์ลู่เอินมอบดวงแก้วมณีนพเก้าให้เสี่ยวเทียนแล้วใช้ฝ่ามือวางทาบไปที่หน้าผากของเสี่ยวเทียน เคล็ดลับพลังนพเก้า ก็ไหลเข้าหัวเสี่ยวเทียนไปจนหมด  เสี่ยวเทียนนั่งสมาธิ แล้วทำการดูดซับพลังของดวงแก้วมณีนพเก้าทันที พอพลังเข้าไปในร่างกายมันแผ่ซ่านเข้าไปทั่วร่างกายแบบแปลกประหลาด เพราะมันไม่ใช่พลังที่เขา เคยพบมาก่อน ไม่ใช่พลังเซียน ไม่ใช้พลังเทพเจ้า แต่เสี่ยวเทียนก็เดินพลังเคล็ดวิชาที่อาจารย์ลู่เอินสอน โดยไม่ได้ถามรายละเอียด   หากเขารู้ว่า พลังที่เขาได้รับนั้นเป็นพลังนอกจักรวาลจาก ดวงดาวนพเก้า ไม่รู้ว่าเขาจะรู้สึกเช่นไร

    เสี่ยวเทียนฝึกเดินพลังอยู่สามวัน ในที่สุดก็สามารถฝึก พลังจากดวงแก้วมณีนพเก้าสำเร็จ

    เสี่ยวเทียนยืนขึ้นแล้วลองปล่อยพลังแสงออกมาใส่ภูเขาที่อยู่ไกลออกไป ลำแสงเก้าสายพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ภูเขาที่ห่างไกล ถูกยิงเป็นรูพรุน แล้วก็ระเบิดออกมา เสี่ยวเทียนลองใช้สายตา ปล่อยแสงออกไปแบบที่อาจารย์ลู่เอินเคยทำ

    ก็สามารถส่งลำแสงเก้าสีออกไปได้เช่นกัน ภูเขาที่ห่างไกลระเบิดไปอีกลูก

    “ โอ้โห นี่มันพลังจากมณีนพเก้าหรือเนี่ย?”

    ไอยราเงินและทอง ล้วนตกใจที่ได้เห็นสภาพภูเขาที่ถูกทำลายเช่นนี้

    ในใจเกิดความมั่นใจเปี่ยมล้นว่าเสี่ยวเทียนต้องเป็นทายาทของ นางฟ้ามณีเมขลาอย่างแน่นอน

    “ อาจารย์นี่มันเป็นพลังแบบไหนกัน ทำไม่อานุภาพร้ายกาจเช่นนี้”

    “ มันเป็นพลังจากดวงดาวนพเก้า อยู่นอกจักรวาลของพวกเรา”

    “ หา แล้วอาจารย์รู้ได้ยังไงเนี่ย?”

    “ บุตรตรีของข้า เป็นจ้าวดวงดาวนพเก้าเมื่อพันปีมาแล้ว ข้าสัมผัสถึงพลังในตัวของนาง ไม่แน่ว่า นางฟ้ามณีเมขลานั้น อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับบุตรีของข้าก็เป็นได้” อาจารย์ลู่เอิน เริ่มจำอะไรบางอย่างได้

    “ อาจารย์ท่านคงเป็นผู้ยิ่งใหญ่จากดาวนพเก้า แน่ๆ เลย ถึงได้มีบุตรตรีเป็นถึงจ้าวดวงดาว”

    “ ข้ายังจำไม่ได้ แต่ตอนนี้ เจ้าเอาดวงแก้วมณีนพเก้าไปไว้ที่เดิม ข้าคิดว่าอสูรราหูมันมาที่นี่มี เพื่อแย่งชิงดวงแก้วมณีนพเก้าใบนี้” อาจารย์ลู่เอินสั่งเสี่ยวเทียนให้นำดวงแก้วมณีนพเก้าเอาไว้ที่เดิม แล้วทำการเขียนยันต์สายฟ้าป้องกัน เพิ่มลงไปอีก

    คืนนั้นเสี่ยวเทียนก็กลับไปพักที่ตำหนักเอราวัณ เสี่ยวเทียนก็ไปแช่น้ำจากสระอโนดาตเพื่อปรับพลังที่ได้มาใหม่ ให้มีความสถียรมากยิ่งขึ้น โดยมี เซียงเอ๋อมาว่ายน้ำไปมาอยู่ด้านหน้า ส่วนอาซิง ก็แช่น้ำอยู่กับอกของเสี่ยวเทียน

    ตอนเช้าเสี่ยวเทียนก็ถูกท่านไอยราเงิน กับ ไอยราทอง พาไปท่องเที่ยวดินแดนป่าหิมพานต์แดนของช้างเอราวัณจนทั่ว แล้วก็ไปเที่ยวชม ดินแดนของ ราชสีห์กิเลนไฟ ซึ่งบัดนี้ ต่างก็ย้ายกันออกไปเป็นจำนวนมาก เพราะเกรงกลัว อสูรราหูทมิฬ  แต่ยังมีพวกฤาษีหลายคนยังคง บำเพ็ญเพียรบารมี ไม่ยอมหนีไปไหน แล้วยังพบเห็น สัตว์แปลกๆ เช่น ม้าราชสีห์  กระทิงราชสีห์ ช้างราชสีห์ นกราชสีห์ ยังมีปลาราชสีห์อีก

    “ พวกราชสีห์กิเลนไฟนี่ พวกมันสมสู่กับสัตว์มากมาย ไม่รู้ว่าพวกมันทำได้ยังไงนะ?”  เสี่ยวเทียนเอ่ยออกมาด้วยความสงสัย

    “ ที่ท่านเห็นยังเป็นส่วนน้อย พวกมันสามารถสมสู่กับสัตว์ได้ทุกประเภท เพราะพวกมันใช้เพียงจิตสมสู่ ก็สำเร็จกิจได้แล้ว และยัง สามารถกำเนิดลูกได้อย่างรวดเร็ว และง่ายดาย”  ไอยราเงินกล่าวอธิบาย

    พวกมันคงมีเชื้อสายจากเทพเจ้ามา มิเช่นนั้นจะสามารถทำแบบเดียวกันกับพวกเทพเจ้าต่างๆ ได้อย่างไร ....