ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    เล่มที่ 4 บทที่ 111 คลำทางเข้าหมู่บ้านหวังและถูกทุบตี

            ยามราตรีในฤดูหนาวมีหยาดฝนโปรยปราย เมื่อรุ่งขึ้นฝนก็หยุดตกทว่ากลับเย็นฉ่ำเป็นอย่างยิ่ง

            ในช่วงต้นของเหมันตฤดู ถึงแม้ว่าทางภาคใต้นั้นอุณหภูมิจะไม่ได้ลดต่ำจนเหลือศูนย์พื้นดินมิได้เคลือบด้วยน้ำแข็ง ลมมิได้พัดพาบาดผิวเช่นภาคตะวันตกเฉียงเหนือทว่าเพียงมีหยาดฝนโปรยปรายสักครั้งก็จะไม่เห็นแสงอาทิตย์อีกอากาศจะแปรเปลี่ยนเป็นหนาวเหน็บเย็นชื้นพาให้คนรู้สึกว่าผ้าห่มที่ใช้ห่มในยามราตรีนั้นชื้นแฉะเสื้อผ้าที่ซักล้างก็มิอาจแห้งภายในสองสามวัน

            ด้วยสภาพอากาศเช่นนี้ มีชาวบ้านน้อยคนนักที่จะออกไปทำงานตั้งแต่เช้าจรดค่ำทุกคนมักจะรอให้ถึงยามเที่ยงตรงที่อุณหภูมิอุ่นขึ้นมาหน่อยค่อยออกจากบ้านไปท้องนา

            หลายปีที่ผ่านมา เพื่อเอาชีวิตให้รอดผ่านฤดูหนาวคนในหมู่บ้านหวังจึงมักจะเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่มีอายุต่ำกว่าสามขวบผู้ใหญ่จะกลัวเหลือเกินว่าลูกหลานจะต้องลมเย็นจนป่วยไข้หากตัวร้อนเมื่อใดย่อมเป็นอันตรายถึงชีวิต

            ปีนี้ชาวบ้านหมู่บ้านหวังต้องขอบคุณพรจากหลี่ชิงชิงด้วยอาศัยเงินมากมายที่ได้จากการขายพริกสับดอง ทุกคนจึงมีเสื้อกันหนาวที่ช่วยเก็บอุณหภูมิให้ร่างกายอบอุ่นต่อให้อยู่ในบ้านมิได้จุดเตาผิงเพื่อเพิ่มความร้อน ก็สามารถอยู่ได้โดยไม่รู้สึกหนาวเย็นเลยสักนิด

            คนที่มิได้ขาดแคลนอาหารก็มักจะได้หั่นเนื้อกินปลาอยู่เป็นประจำชีวิตความเป็นอยู่ของเขามิได้ด้อยไปกว่าตระกูลคหบดีในตำบลเลย

            หวังต้าเหน่าไต้ถูกบิดาของเขานามหวังเอ้อร์สั่งให้ไปซื้อเนื้อสัตว์พร้อมสุราในตำบลชิงอวี๋

            มิใช่เพราะหวังเอ้อร์ตะกละแต่เป็นเพราะวันนี้ว่าที่พ่อตาและพี่เขยในอนาคตของหวังต้าเหน่าไต้จะมาเยือน เพื่อหารือเรื่องมงคลระหว่างสองตระกูล

            หวังต้าเหน่าไต้สวมชุดกางเกงขายาวผ้าฝ้ายสีเทาใหม่กว่าเจ็ดส่วนชายหนุ่มเกรงว่าจะถูกฝนจึงสวมหมวกงอบเอาไว้ด้วยมือซ้ายถือตะกร้าที่ด้านในบรรจุหมูสามชั้นหนักสามจินเอาไว้รวมถึงสุราหนึ่งไหและน้ำตาลถุงเล็ก

            เพิ่งจะเดินถึงทางเข้าประตูหมู่บ้าน ก็พบกับบุรุษในชุดคลุมตัวยาวสีน้ำเงินเข้มสองคนกำลังออกมาจากหมู่บ้านพวกเขาลากล่อไปพลางปากก็สบถด่าไปด้วย

            “มารดามันเถิดไอ้สารเลวหม่าชิงได้กว้านซื้อพริกสับดองจากคนในหมู่บ้านหวังไปจนหมดแล้ว!”

            “หากก้นของเขามีหางมารดาของเขาคงฉลาดยิ่งกว่าลิง!”

            “เดิมทีข้ากับเจ้าเหน็ดเหนื่อยจากการค้นหามาสองวันกว่าจะดั้นด้นมาจนถึงหมู่บ้านแห่งนี้ได้ผู้ใดจะรู้ว่าเรื่องจะจบแค่นี้ เสียแรงที่พยายามไปสองวันอย่างเสียเปล่า”

            “นางแพศยาหลี่ซื่อผู้นั้นก็เช่นกันนางต้องสมรู้ร่วมคิดกับไอ้สารเลวหม่าชิงเป็นแน่ เฮอะ หลี่ซื่อมีตำรับใหม่ๆ อันใดก็เอาแต่ขายให้แค่หม่าชิงข้าว่านะ ความสัมพันธ์ของหลี่ซื่อกับหม่าชิงต้องมีลับลมคมใน ไม่บริสุทธิ์ใจเป็นแน่!”

            “รอให้ข้ากลับเข้าเมืองไปรายงานนายท่านเสียก่อนเถิดว่าหลี่ซื่อคือภรรยาเก็บของหม่าชิงที่การค้าของหม่าชิงประสบความสำเร็จเช่นนี้ก็เพราะว่าเขาใช้ร่างกายของตนเองแลกมา”

            บุรุษสองคนนี้มีคิ้วตาที่เจ้าเล่ห์ราวกับหนูแค่เห็นก็รู้ได้ทันทีว่ามิใช่คนดีอันใด ปากก็ยังสกปรกเกินจะกล่าวอีกด้วย

            หวังต้าเหน่าไต้ตั้งใจฟังอย่างละเอียดสุดท้ายเมื่อสรุปได้ว่าคนที่พวกเขากำลังด่าเหมือนจะเป็นหลี่ชิงชิงวินาทีนั้นโทสะพลันพุ่งขึ้นสมอง เตรียมที่จะด่ากลับทันที

            บุรุษทั้งสองเดินผ่านหวังต้าเหน่าไต้ไป เมื่อยกเท้าดันร่างตัวเองขึ้นล่อได้ก็เตรียมจะจากไปทันที

            “พวกเจ้ากล้าวิพากษ์วิจารณ์คนในหมู่บ้านของเรากลางวันแสกๆ!ไร้ยางอาย!” หวังต้าเหน่าไต้เห็นว่าทั้งสองกำลังจะหนีไปชายหนุ่มก็วางตะกร้าลงบนพื้น คว้าหินสองก้อนขึ้นมาอย่างสะเปะสะปะ ก่อนจะเขวี้ยงใส่แผ่นหลังของสองคนนั้นทันที

            “โอ๊ย!”หลังของบุรุษคนหนึ่งถูกหินขนาดเท่ากำปั้นตกกระทบ

            ส่วนหินอีกก้อนนั้นไพล่ไปถูกขาขวาของล่อที่กำลังวิ่งเหยาะๆอยู่ เจ้าล่อกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและเสียขวัญ มันวิ่งทะยานไปข้างหน้าทันที

            “กล้าตีข้าหรือ?”

            “ไอ้สารเลวที่ไหนกล้าตีล่อของข้า!”

            ยามที่หวังต้าเหน่าไต้เห็นว่าหนึ่งในสองคนนั้นเลี้ยวล่อกลับมาเพื่อท้าตีกับเขาชายหนุ่มก็หาได้กลัวไม่ เขาหันหน้าวิ่งโร่เข้าไปในหมู่บ้านพลางร้องตะโกนว่า“ช่วยด้วย มีคนชั่วลอบทำร้ายคนอื่น!”

            ส่วนบุรุษอีกคนไม่ง่ายเลยกว่าเขาจะหยุดล่อที่กำลังวิ่งอย่างบ้าคลั่งให้กลับมาได้ทว่ายามที่กลับมาก็ต้องพบว่ามีบุรุษร่างกำยำวิ่งออกมาจากบ้านสองหลังที่อยู่บริเวณหน้าประตูหมู่บ้านพร้อมจอบและเสียมครบมือ ชายที่ขี่ล่อผวาตกใจจนตะโกนเสียงสูงว่า“วีรบุรุษย่อมไม่ยอมเสียเปรียบอย่างสูญเปล่า พวกเรา รีบหนีเร็วเข้า!”

            เขาไม่รอสหายร่วมงานเลยแม้แต่น้อยหันล่อกลับไปได้ก็วิ่งหนีนำไปก่อนทันที

            สหายอีกคนของเขาย่อมไม่กล้าต่อกรกับชาวบ้านสกุลหวังอยู่แล้วชายหนุ่มรีบร้อนกลับหัวล่อ สั่งให้มันวิ่งเข้าถนนเส้นหลักไม่เหลียวกลับมามองแม้แต่หางตา

            หวังต้าเหน่าไต้เกรงว่าล่อจะเตะคนจนบาดเจ็บเอาได้เขาจึงไม่กล้าไล่ตามไป ทว่ายังคงเขวี้ยงหินใส่ชายคนนั้น ครานี้โยนโดนหลังศีรษะของบุรุษคนนั้นเข้าพอดิบพอดีรุนแรงจนชายคนนั้นกรีดเสียงร้องดังลั่นอย่างน่าอนาถ ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านจนเกือบจะตกจากล่อแล้ว

            หวังต้าเหน่าไต้ตะโกนด้วยความภาคภูมิใจว่า“สมน้ำหน้า!”

            ยามที่ชาวบ้านตามมาสมทบทั้งสองคนนั้นก็ขี่ล่อหนีไปจนถึงถนนสายหลักแล้วจะให้ไล่ตามไปตอนนั้นก็ตามไม่ทันแล้ว

            หวังต้าเหน่าไต้เอ่ยด้วยความโกรธว่า“บุรุษสองคนเมื่อครู่ด่าสะใภ้สกุลหลี่ของบ้านข้า ด่าได้หยาบคายและไม่เข้าหูยิ่ง”

            “เจ้าหมายถึงหลี่ซื่อหรือ?”

            “ใช่ ข้าได้ยินพวกเขาบอกว่าหลี่ซื่อขายพริกสับดอง...ออกไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว” หวังต้าเหน่าไต้ย่อมไม่ใช่คนโง่เขารู้ดีว่าหากเอ่ยโดยไม่คิดไตร่ตรองให้ดีจะเป็นการทำลายชื่อเสียงของหลี่ชิงชิงเข้าจึงไม่ได้เอ่ยนามของหม่าชิงต่อหน้าทุกคน

            สายตาของชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์เต็มไปด้วยความงุนงง“พริกสับดองหรือ?”

            ยามนั้นเองก็ปรากฏร่างของชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งขึ้นมาสีหน้าของพวกเขาฉายแววตึงเครียด “เมื่อครู่ข้าเห็นสองคนนั้นไปที่บ้านของหวังเจากับหวังฉิว”

            “หวังเจากับหวังฉิวรู้จักพวกเขาหรือ?”

            “หลี่ซื่อมิได้ช่วยหวังเจาและหวังฉิวขายพริกสับดองดังนั้นเขาก็เลยรวมหัวกันด่าหลี่ซื่อกับคนนอกหมู่บ้านสองคนนั้นหรือ?”

            “หวังเจา หวังฉิวนี่นับเป็นตัวอันใดกันหากไม่มีหลี่ซื่อแล้ว แม้แต่พริกสับดองคือสิ่งใด พวกเขาก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ!”

            “ไป พวกเราไปที่บ้านของหวังเจา หวังฉิวแล้วถามให้รู้เรื่องกัน!”

            เหล่าชาวบ้านยกย่องหลี่ชิงชิงให้เป็นดั่งผู้มีพระคุณสูงสุดดังนั้นแล้วพวกเขาจะยอมทนมองชื่อเสียงของนางถูกทำลายจนยับเยินได้อย่างไร สุดท้ายเหล่าชาวบ้านจึงพกความโกรธบุกไปหาหวังเจาหวังฉิวถึงบ้าน

            ในเวลานั้นหวังเจากำลังหุงข้าวทำอาหารมิใช่ว่าเขาหย่าขาดจากภรรยาแล้วหรอกหรือชายหนุ่มจึงต้องเป็นทั้งบิดาและมารดาให้กับบุตรเมื่อได้ยินเจตนาของชาวบ้านที่บุกมาหา เขาก็เอ่ยตอบด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีนักว่า“ข้าไม่รู้จักพวกเขา ไม่รู้ว่าพวกเขาไปฟังข่าวจากผู้ใดมาว่าบ้านข้ามีพริกสับดองสองคนนั้นยินดีจะจ่ายให้ข้าถึงยี่สิบเหรียญทองแดงต่อหนึ่งจิน ทว่าพริกสับดองของข้าถูกขายด้วยราคาที่ต่ำกว่าจนหมดเกลี้ยงไปก่อนหน้านั้นแล้วพวกเขาฟังจบก็เบือนหน้าจากไปทันที ทำไมหรือพวกเจ้าจะมาหัวเราะเยาะที่ข้าขายพริกสับดองในราคาถูกอีกแล้วใช่หรือไม่?”

            วันคืนของหวังฉิวเองก็หาได้ผ่านไปอย่างง่ายดายนักก่อนที่ภรรยาของเขาจะหย่าขาด นางได้ลอบขโมยเงินจากบ้านไปจนหมดเกลี้ยงยามนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวของหวังฉิวไม่ได้มีเงินมากนัก เขาต้องเลี้ยงทั้งลูกทั้งยังต้องผ่านฤดูหนาวนี้ไปให้ได้ ดังนั้นแม้แต่ข้าวสวยธรรมดาเขาก็มิอาจได้กินอาหารที่ต้มอยู่ในหม้อก็เป็นเพียงโจ๊กใสๆ เท่านั้น

            คำตอบของหวังฉิวเหมือนกับหวังเจา ทว่าเขากลับตอบตัวตนของชายผู้ขี่ล่อสองคนนั้นได้“พวกเขามาจากเมืองเซียง หัวหน้าของพวกเขาแซ่หูและเปิดเหลาอาหารใหญ่อยู่ในเมืองเซียง”

            ทันทีที่ทุกคนได้ยินก็ได้รู้ว่าพวกเขามาจากเมืองเซียง

            แม้แต่คนในเมืองเซียงก็รู้จักพริกสับดองแล้วหรือ?

            พริกสับดองที่พวกเขาทำสามารถขายได้ในราคายี่สิบเหรียญทองแดงต่อหนึ่งจินเชียวหรือ?

            “เป็นไปไม่ได้ที่จะขายได้เงินมากมายขนาดนี้สองคนนั้นต้องหลอกหวังเจากับหวังฉิวแน่”

            “หนึ่งจินราคายี่สิบเหรียญทองแดงแพงกว่าเนื้อไก่อีกหรือ?ข้าไม่เชื่อ”

            หวังต้าเหน่าไต้ยืนกรานอย่างเด็ดเดี่ยว“พวกเขามิอาจซื้อพริกสับดองได้สำเร็จ จึงระเบิดโทสะใส่พี่สะใภ้หลี่ของข้าเดิมทีพวกเขาก็มิใช่คนดีอันใด!”

            “ไม่ผิด ข้าว่าเรื่องนี้ต้องบอกให้หลี่ซื่อรู้ให้นางได้รู้และเตรียมใจเอาไว้ก่อน”

            “เราต้องไปแจ้งผู้นำตระกูลด้วย หลี่ซื่อช่วยพวกเราหาเงินได้มากขนาดนี้คนนอกเห็นย่อมอิจฉาริษยาจนอยากจะทำร้ายนางได้”

            หวังต้าเหน่าไต้เอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง “ไปพวกเราไปบ้านท่านลุงห้ากันเถิด”

            ทุกคนพากันเดินตามไปทันที

            พวกเขารู้สึกว่าไม่เพียงแต่ต้องแจ้งหลี่ซื่อเท่านั้นเรื่องนี้ยังต้องบอกให้คนในสกุลหวังทุกคนได้ทราบด้วยหลี่ซื่อเป็นสะใภ้ของครอบครัวตระกูลหวัง หวังเฮ่ามิได้พำนักที่บ้านในระยะยาวดังนั้นพวกเขาย่อมมิอาจทำให้ครอบครัวตระกูลหวังเข้าใจในตัวหลี่ซื่อผิดมิอาจทำให้วันคืนในสกุลหวังของหลี่ซื่อแปรเปลี่ยนเป็นเลวร้ายได้

            กระทั่งมาถึงบ้านตระกูลหวัง หวังต้าเหน่าไต้ก็ทวนบทสนทนาระหว่างบุรุษสองคนนั้นให้นางฟังอีกครั้ง

            “ที่แท้ก็คือตระกูลหูจากเมืองเซียงนี่เอง”สีหน้าของหลี่ชิงชิงแปรเปลี่ยน คิดไม่ถึงว่าสกุลหูคู่แข่งทางการค้าของหม่าชิงจะหาหมู่บ้านหวังพบได้เร็วถึงเพียงนี้

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ] ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841