บทที่ 3
21.03 น.
"ขอหมูกระทะชุดใหญ่ กลับบ้าน 1 ชุดค่ะ"
โสรยายืนรอได้เพียงครู่ก็ได้ถุงหิ้วมาสองถุงใหญ่ ถุงหนึ่งเต็มไปด้วยชุดผักและเนื้อหมูนุ่มหมักซอสสูตรพิเศษของทางร้าน และอีกถุงเป็ชุดน้ำซุปที่ส่งกลิ่นหอมแตะจมูกพร้อมกับถุงน้ำจิ้มสีสันแซ่บซี๊ด ส่งผลให้ท้องไส้ร้องโครกครากในทันที 'ชักจะหิวแล้วแห่ะ ลืมไปเลย ว่ายังไม่ได้กินข้าว'
ในขณะที่เธอเดินออกจากร้าน ก็ฝ่าฝูงชนด้วยเป็ร้านหมูกระทะที่ดังที่สุดในเมือง ที่จอดรถจึงเต็มเอี้ยด บ้างก็จอดริมถนนฟุตบาท ไม่เว้นแม้แต่ เพื่อนร่วมอาชีพ ทั้งบ้านเดียวกันและต่างบ้าน ต่างก็หาที่จอดรถประปรายไปตามฟุตบาท
"เห้อ ร้านใหญ่โต น่าจะขยายร้านทำที่จอดรถบ้างเนอะ ดีอย่างเดียวอยู่ใจกลางเมือง" โสรยาบ่นกะปอดกะแปด โดยลืมที่จะสนใจรอบข้างว่าตนนั้นถูกบางสายตาเพ่งเล็งอยู่ ด้วยใจเร่งรีบอยากกลับไปดื่มด่ำกับหมูกระทะ กับน้องชายที่รอเธออย่างใจจดใจจ่อ และอีกใจก็รีบๆกลับไปหาชายหนุ่มที่ใจหมายปอง
โสรยาเลือกจอดรถไว้ในตรอกซอยเล็ก ไม่ห่างจากร้านหมูกระทะนัก แต่มันเป็ซอยที่สงบกว่าถนนเส้นหน้าร้านหมูกระทะโดยสิ้นเชิง
กึก! กึก! กึก! เสียงรองเท้าเดินตามไล่หลังมาในกระชั้นชิด หึ หึ หึ ...เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นในระยะประชิดตัว โสรยาซอยเท้าเร็วขึ้นจนแทบจะกลายเป็วิ่ง ในขณะที่เธอใกล้จะถึงมอเตอร์ไซค์คู่ใจแล้วจึงหันหลังกลับไปมองก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นว่ามีชายกลางคน หนาวเครายาวรุงรัง สวมเสื้อเชิตแขนสั้นคอปกสีขมุกขมัว สวมกางเกงเก่าซีดขาดเข่าเป็ริ้วๆ จ้องมองเธออย่างไม่วางตา เมื่อเห็นดังนั้นโสรยาเร่งจังหวะสาวเท้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ก็กลายเป็ว่า ชายคนนั้นกลับตามเธอเร็วขึ้นไปด้วย
"น่ากลัวชะมัด" ไม่มีเวลาที่เธอจะเก็บชุดหมูกระทะลงกล่องเก็บของ โสรยารีบขึ้นคล่อมขี่รถจักรยานยนต์ นำชุดหมูกระทะคล้องแฮนด์แล้วสตาร์ทเครื่องยนต์อย่างเร่งรีบขับเคลื่อนเพื่อไปให้ไกลจากคนๆนั้น ทว่าเมื่อมองผ่านกระจกหลังก็พบว่าชายคนนั้นยังวิ่งตามเธออยู่ จนกระทั่งระยะทางทิ้งห่างจนเขาเลิกตามเธอแล้ว ถ้าเธอตาไม่ฝาดชั่วครู่เธอเห็นว่าชายคนนั้นไอสองสามครั้ง แล้วกระอักเืจนเลอะเสื้อยริเวณหน้าอกก่อนจะฟุบลงไปกับพื้นถนน 'เค้าจะเป็ไรมั้ยนะ เหมือนจะ้าความช่วยเหลือ แต่ท่าทีไม่น่าจะเป็มิตร ช่างเหอะคนแถวนั้นเยอะแยะ ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า'
ว่าแล้วเธอก็ลัดเลาะจากตรอกซอยแคบๆ ไปโผล่บนถนนที่คลาคลั่งด้วยแสงสีเสียงและรถรา โสรยาเพลิดเพลินตาไปกับความสวยงามนั้น จนนึกถึงสภาวะการณ์ในเมื่อคราวก่อน ชีวิตของเธอสุขสบาย ได้เรียนในโรงเรียนชื่อดังในจังหวัด ล้วนแล้วมีแต่คนมีฐานะซึ่งครอบครัวเธอเป็หนึ่งในนั้น และได้เจอกับพง พงศธร เพื่อนร่วมชั้นเรียนมัธยมต้น ทั้งคู่สนิทกันมาตลอด จนกระทั่งเรียนจบ ก็ยังไปมาหาสู่กัน ส่วนดนัยนั้น เป็เพื่อนร่วมชั้นประถมและบ้านอยู่ติดกัน ดนัยเป็เด็กกำพร้าที่ได้รับการอุปการะเลี้ยงดูอย่างดีในบ้านที่มีฐานะเช่นเดียวกัน
แปลกที่เมื่อครู่ รถราเต็มท้องถนน บรรยากาศสองข้างทางที่เต็มไปด้วยแสงสี ไฟประดับตามร้านอาหารมากมายในบัดนี้กลับเงียบไป นานๆทีที่จะเจอรถวิ่งสวนมาสักที บรรยากาศรอบข้างชวนแปลกประหลาดราวกับอยู่คนละซีกโลกในเวลาก่อนหน้านั้น
แตรกๆ แตรกๆ เสียงของเครื่องยนต์ส่งเสียงผิดแปลก พร้อมกับการทำงานที่ผิดปกติ ไม่นานนัก ก็เกิดขัดจังหวะในการขับเคลื่อนและดับไปเสียดื้อๆ
"อะไรอีกเนี่ย จะถึงบ้านอยู่แล้วเชียว อย่าพึ่งดื้อสิ " จู่ๆ รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจก็ดันมางอแง เธอจึงลงจากรถสองล้องแล้วถีบขาตั้ง จัดการเก็บชุดหมูกระทะที่ห้อยเกะกะอยู่บนแฮนด์นั้นเก็บลงกล่องให้เรียบร้อย ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อจะต่อสายถึงสร เผื่อดนัยอยู่แถวนั้นคงมาช่วยจัดการอะไรๆได้
"แบตหมด กรรมจริงๆ อีกสองป้ายรถเมล์กว่าจะถึงบ้าน " โสรยาบ่นอย่างหัวเสีย เธอจึงถีบขาตั้งขึ้นอีกครั้งแล้วจูงสองล้อคู่ใจไปตามริมฟุตบาทลัดเลาะไปยังสวนสาธารณะเพื่อย่นระยะเวลาในการเดิน แต่ก็กลับพบว่าตนเองนั้นคิดผิดถนัด เมื่อมาถึงใจกลางสวนสาธารณะพบกับต้นโพธิ์ขนาดสี่คนโอบผูกด้วยผ้าสามสี พร้อมกับศาลเพียงตาขนาดเล็กๆ ตั้งอยู่ใกล้ๆกัน ไม่เพียงแต่นั้น มีหญิงชราหัวกระเซอะกระเซิง กำลังนั่งยองๆ หันหลังให้ หญิงชราก้มหน้าก้มตาอยู่ตรงข้างๆ กับศาลไม้ มีเพียงแสงไฟสลัวๆ จากต้นเสาที่สาดส่องถึงให้เห็นรำไร
"ฮึก ฮือ.. ฮึ ฮือ... .." เสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้นของหญิงชราฟังดูน่าสงสารจับใจ จนเธอเองที่ได้ยินยังรู้สึกเศร้าตามไปด้วย
โสรยาตัดสินใจจอดพักรถตั้งขาตั้ง แล้วไปสะกิดไหล่ยายที่กำลังสั่นจากแรงสะอื้นเบาๆ ทันทีที่มือเธอแตะไหล่ โสรยารับรู้ได้ถึงร่างที่สั่นเทา และความบอบบางของร่างที่ผอมซูบโทรมนั้น จนััได้ถึงกระดูกแข็งที่มีหนังเหี่ยวย่นยืดหยุ่นห่อหุ้มอยู่ ร่างผอมซูบอยู่ภายใต้เนื้อผ้าหยาบกับเสื้อคอบัวที่เธอััอยู่
"ยาย! ยายคะ เป็อะไรรึเปล่า ทำไมมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้"
"หนู...ฮือ....ยาย..อยาก..ฮึก..กลับบ้าน ช่วยยายทีฮือ..."
"อ้าว แล้วทำไมไม่กลับบ้านล่ะ บ้านยายอยู่ไหน"
"ยายจำไม่ได้ ยายคิดถึงบ้านเหลือเกิน ฮือ.. บ้านของยายฮือ.."
"งั้นยายใจเย็นๆ นะจ๊ะ ไว้หนูกลับไปถึงบ้านชาตแบตมือถือ แล้วก็จะพาเพื่อนกลับมารับยายไปสถานีตำรวจจะได้กลับบ้านกันนะ"
"ฮือ....จะจริงนะ ยายอยากกลับบ้าน ยายกลับบ้านไม่ถูก"
ยายคนเมื่อครู่ที่เอาแต่ร้องห่มร้องไห้ เมื่อรู้ว่าจะมีคนพากลับบ้าน ก็เหลือบไปเห็นของเซ่นไหว้ในกระทงใบตอง ร่างสั่นเทานั้นก็หันไปสนใจหยิบของไหว้มากินอย่างมูมมาม
"หิว. หิวเหลือเกิน ...." หญิงชรากินอย่างมูมมาม จนเศษอาหารนั้นกระเด็นไปทั่วพื้นที่ รวมไปถึงกระเด็นมาถึงโสรยาด้วย แต่เมื่อเม็ดข้าวเ่าั้ที่กระเด็นมาโดนเสื้อทำงานของโสรยาที่มีสีดำในที่สลัว เม็ดข้าวสีขาวจึงดูเด่นตัดกับสีของเสื้อ เม็ดข้าวเรียวยาวนั้นกลับกลายเป็หนอนสีขาวขยับตัวกันยั้วะเยี้ยะเมื่อกระเด็นมาเกาะตรงเสื้อเธอ โสรยาถึงกับส่งเสียงกรี๊ดแล้วเต้นเร่าๆ พลางสะบัดเสื้อให้เหล่าหนอนนั้นหล่นออกจากเสื้อ
โสรยาถึงกับใสิ้นสติ เธอวิ่งออกจากตรงนั้นไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งวิ่งชนกับแผ่นหลังสูงลิ่ว
"ว๊าย... " สิ้นเสียงร้องว้ายร่างของโสรยาก็ถลาล้มลงก้นจ้ำเบ้ากับพื้น
"วิ่งหนีอะไรมาล่ะ คุณ"
"อูย...ตูดฉัน" โสรยาปัดฝุ่นที่เลอะกางเกงไปมา
"เจอคนแปลก ๆมาใช่ไหมล่ะ ่นี้ก็จะมีแต่คนแบบนั้นเสมอล่ะ เดี๋ยวก็ชิน"
"นั่นสินะ สงสัยวันสิ้นปีมั้ง ไม่คนเมาก็คนบ้า ซวยชะมัด ตายล่ะ ฉันลืมมอเตอร์ไซค์"
"เดี๋ยวสิคุณ" ไม่ทันที่หนุ่มนิรนามจะได้พูดบางอย่าง โสรยาก็ชิ่งกลับไปยังต้นทางที่เธอวิ่งหนีมา
21.45 น.
โชคดีนะ ที่รถคู่ใจของเธอยังจอดอยู่ที่เดิม โสรยาถอนหายใจอย่างโล่งอก และสอดส่องสายตาหาคุณยายที่น่าสงสาร และน่ากลัวคนนั้น เมื่อไม่เห็นว่ามีใครอยู่ตรงนั้นเธอจึงจูงมันออกไปมุ่งหน้าไปยังบ้านหลังงามที่รอเธออยู่
"คุณ ๆ "
"อ้าว คุณที่ยืนเกะกะฉันนั่นเอง"
"ไม่รู้จักขอโทษแล้วยังจะ. ... ช่างมันเถอะ"
"ว่าแต่มีอะไรรึเปล่าคะ"
"คือ ...ผมแอยากจะเดินไปส่งคุณให้ถึงบ้านน่ะ"
"นี่โรคจิตรึเปล่า อยู่ๆมำไมถึง..."
"บ้าน่ะ ผมแค่เห็นว่า่นี้ คนแปลกๆ อันตรายมันมีเยอะโดยเฉพาะผู้หญิงสวยๆ อย่างคุณ"
"ไว้ใจได้ ว่างั้น"
"เอางี้ คุณถือบัตรประจำตัวประชาชนผมไว้ พอคุณถึงบ้านอย่างปลอดภัย แล้วค่อยคืน "
"อืม.... "เมื่อเขาเห็นว่าหญิงสาวทำท่าครุ่นคิดอย่างไม่ไว้วางใจ จึงอ้างถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น
"ก็ผมเดินทางเส้นนี้ประจำ บ้านผมอยู่ที่....จะมีชายท่าทางแปลกๆ หัวฟูๆ ก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆข้างหน้า และยายท่าทางแปลกๆ นอกจากนั้นแถวนี้เด็กติดยามันเยอะ มีข่าวฆ่าข่มขืนบ่อยๆ คุณไม่กลัวเลยรึยังไง" โสรยาคิดตาม
"ก็ได้ๆ "
"งั้นเดี๋ยวรถคุณผมจูงให้นะ"
"เอ่อ คุณ ปกรณ์ "
"เต็มยศไปครับ เรียกผมว่ากรก็พอ คุณ..."
"โสรยาค่ะ เรียกโสก็พอ"
"ปกติกลับบานดึกแบบนี้หรือครับ "
"ก็ไม่นักหรอกค่ะ เพียงแค่ว่าวันนี้ลูกค้าเยอะ เลยวิ่งงานเพงิน พอจะกลับบ้านรถดันมาพังอีกซะนี่"
"ชีวิตคนเรามักเป็แบบนี้ล่ะครับ มีทุกข์มีสุข มีปัญหาเข้ามาเรื่อยๆ ถ้าเรามองเป็ปัญหา มันก็จะเป็ปัญหาอยู่ร่ำไป แต่ถ้าเราไม่เคยมองว่ามันเป็ปัญหา ปัญหาทันก็จะไม่มีครับ"
"ค่ะ" โสรยายิ้มแห้ง กับบทสนทนาที่ยืดยาวนั้น
"หมาแถวนี้เยอะจังนะครับ"
"คะ อ่อ หมาจรน่ะค่ะ แปลกจังวันนี้เห่าแปลกๆ ยังกะจะมาต้อนรับยังไงยังงั้น"
"ถึงแล้วล่ะค่ะ บ้านฉันหลังนี้ล่ะ ยังไงก็ขอบคุณและยินดีที่รู้จักนะคะคุณกร นี่ค่ะบัตรประชาชน" หญิงสาวยื่นบัตรคืนผู้อาสามาส่งด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"ยินดีครับ ไว้โอกาสหน้าเจอกัน คุณคงไม่รังเกียจที่จะเลี้ยงกาแฟผมสักแก้วนะครับ"
"ยินดีค่ะ กลับดีๆนะคะ"
"ครับ" ชายหนุ่มโบกมือให้เพียงเล็กน้อย ก่อนจะเดินจากไป