แผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพรศาลของอีกมิติคู่ขนานของโลก แผ่นดินที่เชื่อมต่อกันอันเป็แคว้นใหญ่ที่อยู่บนผืนแผ่นดินของโลกใบนี้ นั่นคือแคว้นต้าฮวางซึ่งปกครองโดยจักรพรรดิผู้เกรียงไกรนามว่า ‘หยางหลิวฮ่องเต้’ ซึ่งชำนาญการด้านการศึกา จนทำให้มีอาณาเขตกว้างใหญ่
ยิ่งกว่านั้นพระราชวังของพระองค์ยังสร้างยิ่งใหญ่และมีตำหนักที่สร้างจากทองคำอีกหลายหลัง เพื่อแสดงให้แว่นแคว้นต่างๆได้ประจักในความยิ่งใหญ่และทรงพลังอำนาจทั้งทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงด้านทหารของแคว้นต้าฮวาง
ในขณะที่ทุกอย่างเป็ไปอย่างสงบ อีกด้านของพระราชวังนั่นคือวังหลัง ซึ่งมี ‘ลู่ฮองเฮา’ เป็ผู้ปกครองและมีอำนาจสูงสุดของวังหลังแห่งนี้ ทว่าอำนาจที่รองลงมาจากฮองเฮานั้นยังมีบรรดาสนมทั้งหลายอีก ไม่ว่าจะเป็ กุ้ยเฟย,ซู่เฟย,เต๋อเฟย,เสียนเฟย และสนมยศต่ำอีกเกือบสี่สิบกว่าคน
ฮองเฮาผู้นี้นามเดิม “ลู่เฟยหลิง” เป็ธิดาคนสุดท้องอายุสิบเก้าปี ของแม่ทัพใหญ่นามว่า “ลู่เจียวเจี๋ย” ซึ่งอำนาจทางทหารมากที่สุดในแคว้น และมารดาชื่อ “ลู่หนิงเอ๋อ” ธิดาของเ้าของหอลั่วเฟิงที่มีสาขาทั่วยุทธภพ พระองค์ยังมีพี่ชายใหญ่ชื่อ “ลู่เฟยฉี” อายุห่างเพียงแค่สี่ปี แต่กระนั้นแล้วพี่ชายของพระนางยังได้ขึ้นชื่อว่าเป็หมอเทวดา ทุกคนในยุทธภพล้วนรู้จักเขาเป็อย่างดี
ฮองเฮาพระนางนี้มีนิสัยที่ชอบสันโดษ ไม่ข้องแวะหรือขัดแย้งกับผู้ใด
แต่ทว่าฮองเฮานั้น กลับต้องเผชิญกับศึกแย่งชิงความโปรดปรานของบรรดาสนมชายาต่างๆขององค์จักรพรรดิไม่เว้นในแต่ละวัน
“กงเหนียง เราอยากจะไปอุทยานเหลียนฮวา คิดว่าดอกเหลียนหวาคงจะเริ่มบานแล้วกระมัง”
“เพคะฮองเฮา” เสียงกงเหนียงนางกำนัลคนสนิทขานรับก่อนจะนึกขึ้นได้ว่านี่ใกล้เข้ายามอู่ (ประมาณ 11.00น. - 12.59น. ครับ) เกรงว่าพระนางจะหิวเลยทูลถามออกไป
“ฮองเฮาเพคะ นี่ก็ใกล้จะยามอู่แล้ว ไม่ทราบว่าจะทรงรับสั่งให้ตั้งเครื่องเสวยที่อุทยานเหลียนฮวาเลยหรือไม่เพคะ”
“อืม” พระนางรับสั่งเพียงแค่นั้น เหล่านางกำนัลและขันทีจึงรีบเร่งดำเนินการ
ครึ่งก้านธูปผ่านไป ขบวนฮองเฮาเสด็จมาถึงสะพานไม้กลางอุทยาน พระนางหยุดทอดพระเนตรรอบๆสระน้ำมรกต ที่เต็มไปด้วยดอกเหลียนฮวาที่เหล่าวิหคน้อยใหญ่ต่างขับขานท่วงทำนองเพลง รวมถึงพระนางทอดพระเนตรไปยังบ่อปลาต่างๆที่ทรงได้รับพระราชทานจากองค์จักรพรรดิ
“งดงามยิ่งนัก” พระนางเอ่ยออกมาเบาๆ แล้วหลับตาลงพร้อมกับสูดลมเข้าไปเสมือนพระนางกำลังฝันว่าตัวนางเองนั้นอยู่ท่ามกลางสวน์ แต่กงเหนียงได้ยินที่พระนางรับสั่งออกมาถึงแม้จะบางเบาก็ตาม พลอยทำให้ตัวนางที่เป็บ่าวรับใช้ั้แ่อยู่จวนแม่ทัพต้องยิ้มออกไปด้วย
ว่ากันว่าความสุขจะอยู่กับเราได้ไม่นาน ก็ต้องผจญกับมารที่มักจะมาพร้อมคราวเคราะห์ที่เราต้องผ่านมันไป
“ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ” เสียงทักทายอันไพเราะของหญิงสาวนี้ดังขึ้นท่ามกลางความอิ่มเอมความสุขของพระนาง โดยต้นเสียงนั้นอยู่ทางฝั่งซ้ายที่ขณะนี้มีขบวนที่แสดงถึงฐานะในวังหลังแห่งนี้และผู้ที่กล่าวนั้นคือ ‘จ้าวกุ้ยเฟย’
----------------------------------------------
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ