จวนตระกูลหลี่
“เ้าลูกอกตัญญู ช่างไม่เอาไหนเสียจริง บอกสอนอย่างไรก็ไม่สนใจ” หลี่เว่ยซุนอารมณ์ฉุนเฉียวทุกครั้ง เมื่อเจอหน้าลูกชายคนรองคือหลี่เฟยิ คนโต หลี่ซีห่าว
หลี่เว่ยซุนภรรยาเสียชีวิต ครั้งเมื่อ หลี่เฟยิยังเยาว์วัย เขามักซุกซนก่อเื่น่าปวดหัวให้บิดา และมารดาเป็ประจำ จนกระทั่งวันหนึ่ง เกิดเหตุการณ์ที่ต้องทำให้เฟยิต้องจดจำไปตลอดและไม่สามารถลบภาพนั้นออกจากหัวเขาได้เลย เขาโยนลูกแมวลงไปในสระน้ำแล้วร้องเรียกให้คนช่วย หวังจะแกล้งบ่าวรับใช้ ให้ลงไปในสระเพื่อความสนุกของเขานั่นเอง ทว่าไม่เป็อย่างเขาที่คิด ไม่มีบ่าวคนไหนได้ยินเสียงเขาเลยเพราะโดนเรียกไปทำความสะอาดตามจุดอื่นๆ เพื่อเตรียมการจัดงานวันเกิดให้มารดาเขาเขายืนดูแมวเห็นท่าไม่ค่อยดี จึงจะลงไปช่วยเอง ขณะนั้นมารดาก็กำลังตามหาตัวเขาอยู่บังเอิญมาผ่านมาเห็นเฟยิกำลังก้าวเท้าจะลงสระน้ำ ด้วยความเป็ห่วงของมารดา ไม่รู้มาก่อนว่าเฟยิว่ายน้ำเป็จึงสั่งให้เฟยิหยุด ไม่ให้ลงไปในสระและให้รีบไปตามบ่าวรับใช้มาช่วยเขารีบวิ่งไปตามบ่าวรับใช้ มารดาเขารอเฝ้าอยู่ข้างสระ ผ่านไปไม่นานเฟยิกลับมาพร้อมกับบ่าวรับใช้คนหนึ่งสิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำให้เขาต้องตาค้าง ยืนตัวแข็งทื่อ ช็อกไปชั่วขณะ มารดาเขาหมดสติลอยน้ำอยู่ พร้อมกับแมวตัวนั้น บ่าวรับใช้ไม่รอช้ารีบพาตัวมารดาเขาขึ้นฝั่งแต่ช้าไปเสียแล้ว มารดาเขากลายเป็ร่างที่ไร้ลมหายใจเนื้อตัวเย็น เฟยิจับตัวมารดาเขย่าเต็มแรงพร้อม ร้องเรียกมารดา แต่เรียกอย่างไรนางก็ไม่ตื่น
“ ท่านแม่.....หือๆๆ ”เสียงร้องดังไปทั่วจวน ใน่ระยะเวลานั้นเขาเอาแต่ร้องไห้ไม่กินข้าวปลา จนจะไม่มีเสียง ในวันต่อมาบ่าวคนสนิทของมารดาก็หายไปอย่างไร้ล่องรอยทุกคนช่วยกันตามหาแต่ก็ไม่พบ เฟยิยังเ็ปจากการจากไปของมารดา แต่กระนั้นก็ตาม ผู้เป็บิดาก็ยังกล่าวประนามว่าเขาเป็ต้นเหตุให้มารดาเสียชีวิต จนทุกวันนี้ เขาโตพอที่จะมีภรรยาได้แล้วแต่บิดาก็ไม่หยุดที่จะกล่าวดุด่าอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เฟยิไม่ค่อยยิ้ม ได้แต่เก็บคำดุด่าไว้ในใจ ถึงแม้เขาจะโดนบิดาดุอยู่บ่อยครั้งใช่ว่าจะกระทำการตามใจบิดาเขามักจะทำตามความคิดของตน โดยเฉพาะการเข้าไปทำงานในวังหลวงเฟยิไม่ยอมเข้าไปทำงานในวังหลวง ส่วน ซีห่าวผู้พี่ เป็ผู้บัญชาการหน่วยใต้ หลี่ซีห่าวมีภรรยาแต่ยังไม่มีบุตรนานๆที จะมาที่จวนบิดา ทั้งสองไม่ค่อยสนิทสนมเหมือนดังพี่น้องทั่วไป ด้วยความที่มีนิสัยที่แตกต่างกัน
เฟยิมักชอบแอบไปนอกจวนอยู่บ่อยครั้งไปหาตกปลาเล่น ด้วยความบังเอิญกลับถูกชะตากับผู้เฒ่าที่ชอบตกปลาด้วยกัน ผู้เฒ่าท่านนี้มีวรยุทธ์ที่เป็เลิศได้รับเฟยิเป็ศิษย์แม้ว่าบิดาจะมีสอนวิชาการต่อสู้อยู่บ้างแล้ว เขาก็อยากจะเรียนรู้สิ่งใหม่และได้เรียนจากอาจารย์หลายกระบวนท่าเขาเองก็อยากจะเก่ง เพื่อที่จะได้ปกป้องคนที่เขารักอยู่แล้วแต่บิดาไม่รู้มาก่อนว่าเขามีอาจารย์ที่สอนวิชาให้
ค่ำคืนเดือนหงาย ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับเขานั่งมองดาวบนท้องฟ้า แล้วบ่นพึมพำ
“ใต้หล้านี้มีผู้คนมากมาย พวกเขาจะสุขหรือจะทุกข์ใจเช่นข้าหรือไม่ ภายนอกจะสวยงาม เช่นไร”
เขานั่งคิดถึงสิ่งต่าง ๆ ทำให้เกิดความอยากรู้อยากเห็นของโลกภายนอกเขาจึง อยากจะขอบิดาออกนอกเมืองท่องเที่ยวยุทธภพหาประสบการณ์ ความรู้ข้างนอก เขารู้ดีว่าบิดาเขาก็ไม่เห็นด้วยเป็แน่แต่มิอาจห้ามเขาได้เช่นกัน เฟยิมีบ่าวที่สนิทมากคนหนึ่ง คือฮ่าวอู๋ไปไหนมาไหนมักมีฮ่าวอู๋ไปด้วยตลอดและในครั้งนี้เฟยิก็อยากจะพาฮ่าวอู๋ไปด้วย
“เ้าจะไปกับข้าไหม”เฟยิชวนฮ่าวอู๋ร่วมเดินทางด้วย
“คุณชายไปที่ใดก็จะมีข้าอยู่ที่นั่นด้วยขอรับ” ฮ่าวอู๋ยืนมือทั้งสองขัดกันกอดอกแน่นพร้อมยิ้มแสดงออกถึงความมั่นใจในคำพูดตน
“ก็ดี”
ก่อนเฟยิเดินทาง ได้เข้าไปหาบิดาเพื่อบอกกล่าวแต่ก็ไม่วายที่จะโดนบิดาด่าเหมือนเคย
“เ้าอยากจะไปไหนก็ไป อยากจะทำอะไรก็ทำ ในเมื่อข้าบอกเ้าไม่ได้อยู่แล้ว” หลี่เว่ยซุนพูดด้วยความไม่พอใจ
“อยากเป็คนเร่รอนก็ปล่อยไปเถอะท่านพ่อ” ผู้เป็พี่ พูดแทรกขึ้นมา
“ข้างนอกอันตรายแค่ไหนคนโง่เช่นเ้าจะเอาตัวรอดได้อย่างไร” บิดากล่าว
เฟยิกำมือที่แนบกายทั้งสองกำชุดตัวเองแน่นเขาคุกเข่าลงทำการคารวะ แต่บิดาไม่ได้รับการคารวะแต่อย่างใด และหันหลังใส่
“ถ้าข้าเอาตัวรอดไม่ได้หรือไม่ได้กลับมาแล้ว ข้าเป็ลูกอกตัญญู ที่ยังไม่ได้ดูแลท่านพ่อไว้ชาติหน้าข้าจะตอบแทนพระคุณท่าน”
เฟยิลุกขึ้น เขาไม่ได้คาดหวังกับคำอวยพรของบิดาอยู่แล้วและไม่แปลกอะไรที่บิดาจะกล่าวเช่นนี้เพียงแค่เขามาลาบิดาก่อนเดินทาง
เฟยิออกจากจวนก็ดิ่งไปหาอาจารย์ทันที
ผู้เฒ่านั่งริมน้ำกำลังตกปลาเพลิดเพลิน เฟยิเดินมาค่อยๆนั่งลงข้างๆ
“เห็นหน้าก็รู้แล้ว ไม่มีอะไรหรอกนอกจากโดนพ่อด่ามาอีกละซิเ้าก็เนี่ยนะ ตามใจเขาหน่อยก็ไม่ได้ ยังไงก็ไม่มีพ่อคนไหนไม่รักลูกตัวเอง”
“ขอรับท่านอาจารย์”เฟยิตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ
“อาจารย์ข้าว่าจะไปท่องยุทธภพท่านอาจารย์จะไปกับข้าไหม”
“โอ้ยข้าแก่แล้ว... ขออยู่เงียบๆแบบนี้แหละ สบายใจเยอะ. เลย....”
“ข้าคงคิดถึงท่าน”
“ไปเถอะ ตอนข้าอายุเท่าเ้าก็เหมือนกับเ้านี่แหละ ยุทธภพกว้างใหญ่ อะไรมันจะไปสู้ พบเห็นด้วยตาตนเอง”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น”
พอเฟยิพูดจบ อาจารย์ก็เดินหันหลังไปพร้อมบอกเฟยิให้รอประเดี๋ยวและกลับมาพร้อมดาบที่คมกริบ ยื่นให้เฟยิ
“เอาไว้ใช้ ยามเ้ามีภัยข้างนอกบางอย่างอาจดูสวยหรู แท้จริงแล้วเป็เช่นไรหารู้ไม่ ฉะนั้นอย่าวางใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าถ้าเ้ายังไม่รู้จักดีพอ”
ฮ่าวอู๋ตาเบิกกว้าง “อืม...พูดได้ดีขอรับ ว่าแต่มีของข้าด้วยไหมขอรับ” พร้อมฉีกยิ้มหันหน้าไปทางอาจารย์เฟยิ
“ไม่มี...เ้าไม่ใช่ลูกศิษย์ข้าแล้วข้าไม่รับลูกศิษย์เพิ่ม” อาจารย์พูดเสียงแข็ง
อาจารย์หันหน้าหนี ฮ่าวอู๋ก็สะบัดหน้าไปอีกทาง
ทั้งสองกล่าวลากันพักใหญ่
เฟยิก็ออกเดินทาง กับฮ่าวอู๋ ผ่านป่าเขาลำเนาแปลกตา
“คุณชาย ข้าไม่เคยออกมาข้างนอกแบบนี้พอออกมาแล้วข้ายิ่งอยากไปเรื่อยๆข้างหน้าจะเจอกับอะไร น่าตื่นเต้นดีขอรับ”
“หนทางข้างหน้า ข้าว่าคงต้องทำให้เ้าตื่นตาได้มากกว่านี้”
“คุณชายเคยเห็นแล้วรึขอรับ” ฮ่าวอู๋กรอกตามองเฟยิยิ้มเย้ย
เฟยิกัดฟัด “เ้า..” เขาใช้ดาบในมือฟาดไปที่ก้นม้าของฮ่าวอู๋ม้าตื่นวิ่งพรวดออกไป
“คุณชาย...ข้าล้อเล่น”ฮ่าวอู๋ะโดังลั่น
จู่ๆ มีชายชราแต่งตัวด้วยผ้าเก่าๆมีรอยปะบนเสื้อผ้า กับเด็กสองคน กวักมือ ฮ่าวอู๋หยุดม้ารอเฟยิ
“ท่านตามีอะไรหรือ” ฮ่าวอู๋เอ๋ยถามด้วยความสงสัย
“พ่อหนุ่มข้าเอารากไม้สมุนไพรมาขาย ท่านจะดูก่อนไหมสรรพคุณของมันดีนักนะ”
“ข้าไม่มีเงินหรอกเดี๋ยวรอคุณชายข้า”
เฟยิขี่ม้ามาถึง
“มีอะไรเหรอ”
“คุณชายตาท่านนี้เอาสมุนไพรมาขายขอรับ”
“สาหมุนไพรของเราดีจริงๆนะ พี่ชาย” เสียงเล็กๆ ของเด็กอีกคนที่มาด้วย พูดขึ้น เฟยิเห็นเด็กพูดเช่นนี้ก็เอ็นดูช่างรู้ความนักรู้จักขายของเขาก้าวขาลงจากหลังมาแล้วเข้ามาถามใกล้ๆ
“มันดีอย่างไรรึ”
“ตอนที่ข้าไม่สบายลุกไม่ขึ้นท่านตาต้มยานี้ให้ข้าดื่ม วันต่อมาก็มีแรงลุกขึ้นนั่งได้แล้วตอนที่ข้ามีแผล ท่านตาให้ข้าดื่มและทาที่แผลๆของข้าก็หายเร็ว ข้าพูดจริงๆนะ” ด้วยความใสซื่อของเด็กจึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับตัวเองให้ฟัง
จากที่หน้านิ่งเ็าของเฟยิก็อดยิ้มที่มุมปากไม่ได้
“เอาเถอะข้าเชื่อแล้วข้าเอาหมดนี่”
เด็กทั้งสองะโเย้ ดีใจพร้อมกันชายชรารีบเก็บรวบมัดห่อผ้าและยื่นให้เฟยิ เขาไม่ถามราคาแต่อย่างใดกำเงินทีติดตัวมายื่นให้ชายชรา ชายชรามองดูที่เงินตาเบิกกว้างแล้วพูดว่า
“เงินนี่มันเยอะเกินไปข้ารับไม่ได้หรอกสมุนไพรของข้าแค่ 1 ตำลึง ที่เหลือคุณชายเอากลับคืนไปเถอะ”
เฟยิเห็นท่าชายชราผู้นี้ไม่น่าจะรับเงินเขาง่ายๆจึงรับเงินที่เหลือกลับคืนมา จ่ายให้ไปแค่ค่าสมุนไพรเท่านั้นเขาเห็นว่าบริเวณๆรอบนี้มีแต่ป่า แล้วชายชรากับเด็กมาเดินที่นี่ได้อย่างไรเฟยิเอ่ยถาม
“ข้าไม่เห็นว่าแถวนี้จะมีบ้านคนพวกท่านมาอยู่นี่ได้อย่างไร”
“ไม่มีใครเห็นบ้านของพวกเราหรอกถ้าท่านอยากไปข้าจะพาไป” ชายชรากล่าว
ฮ่าวอู๋มองหน้าเฟยิแววตาดูระแวงไม่ค่อยไว้ใจเฟยิพยักหน้าส่งสัญญาณ ว่าไม่น่ามีอะไร
โดยปกติแล้วเขาจะไม่พาคนอื่นไปที่บ้านเพื่อความปลอดภัย แต่เห็นว่าเฟยิน่าจะเป็คนดีเขาจึงพาเฟยิและฮ่าวอู๋เดินเข้าป่า เป็ทางเดินเล็กๆลับตาคน ค่อนข้างจะลำบาก ครั้นถึงจุดหมาย ก็มีบ้านโซมๆ อยู่สองหลัง มีเด็ก ห้า หกคน วิ่งมารับ มีทั้งอายุเจ็ดขวบจนถึงสิบขวบ