บทที่7
ภายในงานเปิดตัวเครื่องสำอางนำเข้าจากเกาหลีภายใต้แบรนด์Y- Kiss มีช่างภาพและสื่อมวลชนมารอทำข่าวอยู่เป็จำนวนมากจนแน่นห้องประชุมขนาดกว้างเพราะสินค้าตัวนี้เน้นกลุ่มเป้าหมายใหม่คือผู้ชายจึงเกิดกระแสติดปากถึงการเลือกนายแบบหนุ่มอย่างภูพัด ซึ่งกำลังมีข่าวกระแสวายมาเป็แอมบาสเดอร์คู่กับสารทูล พิธีกรจากชาแนล เค
วาตีนั่งนิ่งเมินหน้าหนีจากผู้จัดการดาราอย่างเอบี หันไปมองยังหน้าเวทีเมื่อพิธีกรสาวขึ้นมากล่าวทักทายแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายแหล่จนกระทั่งเชิญทีมผู้บริหารขึ้นมากล่าวเปิดงาน
หลังจากสิ้นพิธีการอันน่าเบื่อ่เวลาทองที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงไฟในงานสีเหลืองที่สาดอยู่รอบห้องค่อยๆหรี่ลงจนกระทั่งมืดสนิทเสียงดนตรีเริ่มบรรเลงคลอจากช้าไปเร็วคละเคล้าด้วยกลิ่นหอมสะอาดเย็นชื่นลอยอวลไปทั่วทั้งห้องพลันนั้นไฟที่หน้าเวทีก็สว่างเป็วงกลมตรงกลางสองจุด
ชายหนุ่มสองคนปรากฏตัวด้วยสูทลำลองสีขาวทั้งชุดมือทั้งคู่ถือผลิตภัณฑ์คนละชนิด ยืนนิ่งราวกับหุ่นปูนปั้น...แต่จะมีหุ่นที่ไหนหล่อะเิขนาดนี้บ้างนะ?
แม้นในใจวาตียังคงมีอคติต่อภูพัดติดค้างอยู่บ้างครั้นได้พบตัวจริงในระยะใกล้ ความคิดหล่อนก็แทบเปลี่ยน เพราะยามนี้ภูพัดดูเป็ชายหนุ่มผิวพรรณสะอาดสะอ้านรอยยิ้มเปิดกว้างอย่างมีเสน่ห์ชวนหลงใหลประกายในดวงตาคู่คมสะกดให้หล่อนจับจ้องจนไม่วางตา
แล้วที่สำคัญ...หล่อนกำลังรู้สึกไปเองหรือเปล่านะ?เขาจ้องมาที่หล่อนด้วยสายตาชวนฝัน!
นับจากนาทีนั้นหญิงสาวผู้เขียนนิยายรักวาบหวามอย่างวาตีจึงปล่อยใจให้เคลิบเคลิ้มไปกับการเดินแบบการนั่งให้สัมภาษณ์การนิ่งเป็หุ่นทดลองให้เมคอัพฯชื่อดังของวงการแฟชั่นจับมาเป็แบบใช้เครื่องสำอางของแบรนด์นี้ต่อหน้าสื่อมวลชนโดยที่หล่อนไม่ได้จับสังเกต ไม่ได้ตั้งคำถาม ไม่ได้พินิจพิจารณาใดๆตลอดหนึ่งชั่วโมงนั้น
มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อเสียงปรบมือในห้องดังกึกก้องพร้อมกับที่เอบีสะกิดต้นแขนของหล่อนเบาๆ
“ว่ายังไงฮ้าคุณนักเขียนเรียกตั้งหลายครั้งแล้วนะฮะ ฉันจะเข้าไปข้างในแล้ว เพราะว่างานเสร็จปุ๊บจะต้องรีบพาน้องพัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปงานอื่นต่อ เดี๋ยวจะไม่มีเวลาคุย”
เมื่อสติลอยกลับมาหล่อนจึงไหวไหล่และยกยิ้มไปพร้อมกัน “งานเสร็จแล้วเหรอคะ...ถ้าอย่างนั้นคุณเอบีก็นำทางเข้าไปข้างในเถอะค่ะจะได้ไม่เสียเวลา”
แล้วนักปั้นมือทองก็ลุกขึ้นเดินนำหล่อนเลียบข้างเวทีไปโผล่ข้างหลังในห้องแต่งตัว ซึ่งมีคนแปลกหน้าเกือบสิบคนคาดเดาว่าคงเป็พวกทีมงานไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่งแต่กะเทยสองนางที่กำลังขยับปากมุบมิบอย่างได้อรรถรสน่าจะเป็ฝ่ายเสื้อผ้าเพราะในมือยังคงถือชุดที่ใส่แขวนค้างเอาไว้ แต่ที่น่าประหลาดใจเพราะหนึ่งในกะเทยสองนางนั้นทำตาเหลือกด้วยความใ ลดมือที่กำลังถือกางเกงยีนขายาวลงอย่างเร็ว
“สวัสดีค่าพี่เอบี...หนูสองคนก็นึกว่าพี่ไม่มาซะอีก” กะเทยสองนางย่อตัวถอนสายบัวอย่างใส่จริต
ทว่าเอบีกลับทักทายด้วยน้ำเสียงจิกกัดพร้อมกับเท้าสะเอวข้างหนึ่ง มือที่คล้องกระเป๋าอีกข้างหักข้อมือแล้วสะบัดนิ้วชี้รัวติดๆกันก่อนจะถลันไปใกล้กะเทยสองนางนั้น
“อุต๊ะ! ฉันเห็นนะยะอีกะเทยโรคจิต...หล่อนแอบดมเป้ากางเกงน้องพัดใช่ไหมยะ”
กะเทยนางนั้นร้องแก้ตัวเสียงหลง“ว้าย! ไม่มี๊ ไม่มีค่า พี่เอบีตาฝาดแล้วค่าคุณน้องแค่ยกกางเกงขึ้นมาดูใกล้ๆเท่านั้น ไม่ได้แอบดงแอบดมเลยนะค้า...ใช่ไหมตัวเธอ”
นางหันไปถามเพื่อนสาวอีกคนที่ยืนหน้าซีดกำลังอ้าปากจะตอบ ประตูห้องแต่งตัวก็ถูกผลักออกพร้อมกับนายแบบหนุ่มนามว่า เสือสารทูล เดินเข้ามา
สารทูลบ่นอุบพร้อมกับชักสีหน้าโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาบ่นอะไร แต่คนทั้งห้องก็พร้อมใจกันเงียบกริบกะเทยฝ่ายเสื้อผ้าสองนางจึงถือโอกาสจรลี เดินก้นย้วยออกไปทั้งคู่แล้วคนอื่นที่เหลือจึงต่างทยอยกันลุกขึ้นออกจากห้องไปตามกัน
เพราะรู้ดีจากกิตติศัพท์ทางหน้านิตยสารหัวต่างๆว่าสารทูลผู้นี้...ขี้โมโห!
“หน้าตาบูดแบบนี้ถูกนักข่าวถามจุกจิกอีกหรือฮ้าน้องเสือ”
เอบีเป็ฝ่ายเอ่ยทักขึ้นก่อนหลังจากรับไหว้นายแบบพิธีกรหนุ่ม แต่ดูเหมือนเขาไม่อาจระงับอารมณ์ได้ทันควันจึงเผลอเบ้ปากใส่ผู้ถาม
“ทั้งนักข่าว...ทั้งที่ไม่ใช่นักข่าวนั่นแหละครับ”
สารทูลตอบแบบแกนๆอย่างไร้มนุษย์สัมพันธ์พร้อมกับตรงไปที่ราวแขวนเสื้อผ้า เปลื้องชุดที่สวมอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นความหนั่นแน่นในกายหนุ่มโดยมิได้ใส่ใจต่อผู้จัดการดาราคนดังหรือสายตาของสตรีแปลกหน้าอย่างวาตีสักนิด
หล่อนจึงรู้สึกว่าผิวแก้มร้อนซู่ด้วยความขัดเขินจนต้องเบี่ยงตัวหันไปมองทางอื่นอย่างช่วยไม่ได้ ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีสารทูลก็เปลี่ยนชุดเสร็จสรรพ หล่อนจึงกลับไปมองได้เต็มตาอีกครั้ง
สารทูลในชุดเสื้อยืดสีขาวแขนศอกสีน้ำเงินเข้มแนบลำตัวนุ่งกางเกงยีนรัดติ้วกับรองเท้าผ้าใบ แม้นดูเรียบง่ายแสนจะธรรมดาแต่ก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวใช่หยอก
หล่อนแอบวิเคราะห์สารทูลอยู่ในใจโดยที่คราวนี้เขาหันมาสบตากับหล่อนแวบหนึ่งเป็สายตาที่ไร้ประกายของความเป็มิตรสิ้นดี...แถมยังรู้สึกได้ว่ามุมปากเขาติดจะเยาะเสียด้วยซ้ำ
ผู้ชายอะไรกัน...ไร้มารยาทชะมัด!
แล้วเขาก็ยกมือไหว้ผู้จัดการคนดังแบบขอไปทีคว้ากระเป๋าเป้ที่กองอยู่มุมหนึ่งบนโซฟาขึ้นพาดไหล่ เดินจ้ำอ้าวไปเปิดประตูออกอย่างแรง
สวนกับผู้ที่เข้ามาใหม่อย่างภูพัด...
//////////////////////////////////////////////////