ภายในรถยนต์คันหรูสีดำเงาคนตัวสูงกำลังขับรถด้วยความเร็วที่บนโทรลเวย์อนุญาตให้ขับได้โดยมีคนตัวเล็กนั่งอยู่ข้างๆ มองแสงไฟยามค่ำคืนที่ตอนนี้ก็ล่วงเลยเข้าอีกวันเป็ที่เรียบร้อยความเย็นภายในรถทำให้คนตัวเล็กเอามือข้างหนึ่งลูบแขนตัวเองเบาๆ
“หนาวหรอครับ”
คนข้างๆ ช่างสังเกตถามด้วยความเป็ห่วง
“นิดนึงค่ะ”
ตอบกลับไปแล้วพูดต่อ…
“ขอลดแอร์หน่อยได้มั้ย”
พร้อมเอื้อมมือเล็กออกไปที่แผงคอนโซลด้านหน้าเป็จังหวะเดียวกันกับที่มือเรียวยาวเอื้อมมาหวังจะลดแอร์ให้คนที่กำลังหนาวเช่นกัน
“โอ๊ะ!!”
เพียงััปลายนิ้วทำไมมันเหมือนมีไฟฟ้าสถิตย์กับคนทั้งคู่
“กดตรงนี้ใช่มั้ยคะ”
คนตัวเล็กทำเป็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วกดลดแอร์เพื่อลดความเย็นแต่ใจเต้นรัว
“คะ...ครับ...”
“ใช่ๆ”
(มือเย็นมากเลย)
(หนาวมากหรือเปล่า)
คนตัวสูงที่กำลังขับรถคิดในใจพลางมองคนข้างๆที่บังเอิญมือโดนกันไปเมื่อสักครู่
“เอ่อ...”
“เอ่อ!!...”
จู่ๆ คนทั้งคู่ก็เหมือนจะเอ่ยอะไรขึ้นมาและจะพร้อมกันซะด้วย
“ครับว่า...”
คนตัวสูงให้เกียรติLady first ก่อน
“เอ่อ… พี่…”
“ไม่ใช่ซิ… หมอ…”
“หมอใช่หรือเปล่าคะ”
คนตัวเล็กถามออกไปตรงๆหลังจากคิดแล้วคิดอีกคิดซ้ำไปซ้ำมา เอาวะ!!ถามๆ ให้รู้ๆ ไปเลย
“อึหึ”
คนตัวสูงหัวเราะในลำคอเบาๆ
“ใช่ครับ”
“หมอเอง…”
ตอบกลับไปยิ้มๆ
“นั่นไง!!”
“ก็ว่าแล้ว”
“คุ้นมาก…”
ส่งเสียงออกมาราวกับเด็กๆที่เดาคำตอบถูก
“ตอนแรกก็ไม่คุ้นเท่าไหร่หรอก”
“พอวันที่ไปฉีดฟิลเลอร์กับหมออ่ะค่ะ”
“ยิ่งคุ้นขึ้นไปอีก”
“แต่ก็ไม่กล้าถาม”
“เพราะหมอทำงานอยู่”
“ไม่อยากถามเื่ส่วนตัว”
คนตัวเล็กเริ่มพูดเจื้อยแจ้วผิดกับ่แรกๆ ที่ขึ้นรถมา
“ถ้าอยากรู้”
“ก็ถามได้นะครับ”
“เื่ส่วนตัวหน่ะ…”
หมอเอ่ยประโยคชวนสตั้นมองหน้ามนคนตัวเล็ก
“ห้ะ!!”
เอาอีกแล้ว รอบที่ 4แล้วนะ ฉันจะมีชีวิตจนถึงบ้านมั้ยหรือจะเหลวเป๋วไปก่อน… เมื่อเกิดอาการช็อตฟีลจนได้ยินเสียงแอร์ คนตัวสูงเลยพูดต่อ
“จริงๆเมื่อกี้”
“พี่ก็จะบอกเหมือนกันว่าเป็หมอครับ”
“แต่คนไข้…”
“เออะไม่ซิ!”
“น้องแคทถามขึ้นมาก่อน”
เริ่มบทสนทนาใหม่กับสรรพนามที่เรียกคนตัวเล็กเปลี่ยนไป
“อ้อ…”
“งั้นถามอีกอย่างได้มั้ยคะ”
คนตัวเล็กพูดเป็เชิงขออนุญาตคนข้างๆก่อน
“ครับ”
“ถามอะไรหรอ”
คนตัวสูงสนใจในคำถามที่กำลังจะเกิดขึ้น
“หลังจากนี้”
“หนูควรเรียกหมอว่าอะไรดีคะ”
“เรียกว่าหมอหรือพี่ดี”
คนตัวเล็กลองถาม
“แล้วน้องแคท”
“อยากเรียกว่าอะไรล่ะครับ”
ยังไม่ยอมตอบคำถามแต่ถามกลับ
“อืมม…”
คนตัวเล็กทำท่าครุ่นคิด
“แล้วแต่อารมณ์แล้วกันค่ะ”
“5555”
หัวเราะปิดท้ายประโยค
“อึหึ”
“ ^^ ”
คนตัวสูงหัวเราะตอบรู้สึกคาดเดาอะไรไม่ได้เลยจากคนตัวเล็ก
(น่ารักดีแฮะ)
คุณเค้าคิดในใจ
“เรียกพี่กับหนูก็ได้นะครับ…”
“ชอบบ!!!”
เน้นคำพูดสุดท้าย้าดูปฏิกิริยาของคนข้างๆ
“เฮ้ย!!!!”
“หมอเลี้ยวซ้ายเลยค่ะ”
“เกือบเลยซอยและ”
“คุยเพลิน”
ร่างบางโพล่งออกมา
ขวับบบผมหักพวงมาลัยรถแทบไม่ทันเมื่อคนตัวเล็กบอกกะทันหันแถมยังเมินกับประโยคของผมก่อนหน้านี้อีกมันน่านัก!!
เมื่อเบนซ์จอดเทียบกับรั้วบ้านหลังหนึ่ง
“เย่ถึงแล้ว”
คนตัวเล็กพึมพำระหว่างปลดเข็มขัดนิรภัย
“ขอบคุณมากๆนะคะที่มาส่ง”
ยกมือไหว้คนตัวสูงไป1 ที
“ครับผม”
ตอบกลับไป
“เอ่อคือว่า…”
รั้งไว้ยังไม่ยอมให้คนตัวเล็กลงจากรถง่ายๆ
ร่างบางมองหน้าร่างสูง
“คะ?”
(กำลังคิดอะไรอยู่นะ)
ทำไมหน้าตาดูมีพิรุธ
“เอ่อ…”
“อืมม……”
“ขอID แชท ได้มั้ยครับ”
พูดออกไปและส่งสายตาจริงใจให้ ^^
ตึกตัก
ตึกตัก
ตึกตัก
ฉันว่าเสียงหัวใจฉันคงดังกว่าแอร์ในรถคนตรงหน้าจะได้ยินด้วยมั้ยนั่น
“…”
“ได้...”
“ได้ค่ะ…”
“ ^v^ ”
ตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้มและคนตรงข้ามก็ยิ้มออกมาเช่นกัน
(น่ารักอ่ะ)
“ขับรถกลับดีๆนะคะ”
ยืนโบกมือลาอยู่หน้าบ้านหวังให้คนตัวสูงขับรถออกไปลับตาก่อน
“ฝันดีครับ”
เอ่ยก่อนเคลื่อนรถออกไป
เบนซ์หรูขับออกไปได้ไม่ถึง200 เมตร
แท่ด…
แท่ด……..
แท่ด…………….
พรึ่บ!!!
“อ่าว!! เฮ้ย!!!”
“รถเป็อะไร”
“เฮ้ยยยยย!!!”
ชายหนุ่มในรถหัวเสียที่จู่ๆรถตัวเองดับไปกะทันหัน
“น้ำมันหมด!!!”
“โอ้ยยไอ้จอม!!!”
“ขับรถเพลินไม่ดูน้ำมันเล๊ยยย”
“ยังไงต่อดีวะเนี่ย”
สบถกับตัวเอง
ก๊อกๆๆ...
คนตัวสูงหันไปตามเสียงเคาะ
(อ้าว… คนตัวเล็กนี่นา)
(ยังไม่เข้าบ้านอีกหรอ)
ค่อยๆ เปิดประตูรถออกไป
“รถเป็อะไรป่ะคะ”
คนตัวเล็กถาม
“เอ่อ… คือ…”
คนตัวสูงอ้ำๆ อึ้งๆ
“น้ำมันหมดน่ะครับ”
แล้วเกาหัวเบาๆ
“เอ้า!! ทำไงดี”
“นี่ก็จะตี1 แล้วด้วย”
“จิ๊ๆๆๆ”
คนตัวเล็กจิ๊ปากทำท่าคิด
“อืม…”
“เดี๋ยวเรียกGrab แท็กซี่เอาก็ได้ครับ”
“แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาเอารถ”
คนตัวสูงหาทางที่จะพาตัวเองกลับบ้าน
“อืมม… งั้น...”
“นอนบ้านหนูมั้ยคะ”
ข้อเสนอของคนตัวเล็กที่ทำให้คนได้ยินอย่างคนตัวสูงหัวใจเต้นเร็วขึ้นมาซะงั้น
“คะ… ครับบ?”
ถามอีกที เพื่อ make sure ว่าตัวเองหูแว่วไปหรือเปล่า
“นอนบ้านหนูก็ได้นะ”
“ดึกแล้ว”
“พ่อแม่อยู่”
“พี่ก็อยู่”
“ข้าวโพดก็อยู่”
“ปลอดภัย”
“หนูไม่ทำอะไรหมอหรอก”
พูดติดตลก
“พรุ่งนี้ค่อยกลับ”
“ไม่ต้องเกรงใจค่ะ”
“อีกอย่างที่น้ำมันหมอหมด”
“ก็คงเป็เพราะขับรถมาส่งหนูด้วย”
“เข้าบ้านเถอะ”
“จะตี1 แล้วนะ”
คนตัวสูงได้ยินทุกคำทุกประโยคจากสาวน้อยชัดเจนทำไมชอบทำให้ใจเต้นแรงอยู่เรื่อยเลยนะ
“ไปเร็ว”
ชวนหมอเข้าบ้านแต่ดูหมอยังเกร็งๆ ออกแนวตัดสินใจไม่ได้
“หรือว่าต้องกลับไปหาใครหรือเปล่า”
“มีคนคอยอยู่หรอคะ”
“งั้นเดี๋ยวหนูขับรถไปส่งหมอก็ได้นะ”
คนตัวเล็กเสนอแล้วยืนจ้องหน้าหมอรอคำตอบ
(เลือกสักทางเถอะค่ะ)
พลางคิดในใจ
“เอ้อ… ไม่มีใครรอครับ”
ปฏิเสธออกไป คิดๆ ดูอีกไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้วอีกอย่างจะให้คนตัวเล็กขับไปส่งตนหรอเหนื่อยน่าดูตาจะปิดอยู่แล้วแต่ปากยังพูดเจื้อยแจ้ว
“นอนก็ได้ครับ”
“รบกวนด้วยนะครับ”
ผมจึงตัดสินใจตอบไปแบบนี้
“เยี่ยมค่ะหมอ”
เอ่ยชมที่หมอเลือกทางนี้ถ้าหมอเลือกทางที่สองนี่กว่าฉันจะได้นอนน่าจะเช้า
ทันทีที่เข้ามาในบ้านเ้า 4 ขาก็วิ่งมาเลียแข้งเลียขาฉันตื่นตัวย้อนแย้งกับเวลาจริงๆ
“ยังไม่นอนหรอ”
คุยกับเ้าตัวขาวที่ยังพันแข้งพันขาไม่เลิกเมื่อผู้มาเยือนปรากฏตัวขึ้น เ้าจมูกดีก็รีบวิ่งเข้าใส่
“โอ๊ะ!”
ชายหนุ่มแปลกใจที่จู่ๆมีไซบีเรียนพุ่งเข้าหา แต่ก็ไม่ได้กลัวเพราะเ้าแสนซนยังตัวเล็กเหมือนเ้าของ อิอิ
“ชื่ออะไรเนี่ย”
ลงไปนั่งชันเข่าเพื่อเล่นกับเ้าถิ่น
“ข้าวโพดค่ะ”
คนตัวเล็กตอบพร้อมเก็บข้าวของพะลุงพะลังที่แบกมาทั้งวันเหลือบไปเห็นคนตัวสูงที่กำลังเล่นกับข้าวโพดแล้วยิ่งทำให้ใจบางขึ้นไปอีก
(ดูอ่อนโยนดูหล่อดูเท่)
(ดูท่าว่าจะต้องมาเป็แฟนฉัน)
(อยากได้)
(อยากได้)
(*v*)
สลัดกับความคิดที่จะเริ่มเลอะเทอะ
“หมอเล่นกับข้าวโพดไปก่อนนะ”
“เดี๋ยวไปเอาชุดนอนมาให้”
บอกก่อนเดินหายไป
“ได้ครับ”
ไม่นานคนตัวเล็กก็เอาสิ่งของที่จำเป็มาให้ผมนี่บ้านเธอเป็ร้านสะดวกซื้อหรือเปล่ามีทุกอย่างเลย
“ชุดของพี่น่ะค่ะ”
“น่าจะใส่ได้อยู่”
“ไปอาบน้ำได้เลยนะคะหมอ”
ชี้ทิศทางไปยังที่ตั้งของห้องน้ำ
“ครับผม”
“แล้วก็คืนนี้”
“หมอนอนตรงโซฟาโถงนะคะ”
พูดพร้อมวางนวมสีเข้มที่พับมาอย่างเรียบร้อยไว้ข้างๆแล้วกดเปิดสวิตซ์แอร์ให้คนตัวเล็กพูดจบแล้วหันมามองหน้าผู้ฟังที่ดีแล้วก็อุ้มข้าวโพดออกไปจากที่ที่ยืนอยู่เธอพูดๆๆ อยู่ฝ่ายเดียว ผมยังไม่มีจังหวะได้คุยบ้างเลย
.
.
“อื้มมม...สบายตัวจัง”
หลังจากคนตัวสูงจัดการตัวเองเสร็จก็เตรียมตัวเข้านอนเหลือบดูนาฬิกาบนผนังพบว่าเป็เวลา01.30 น. แล้ว
(ป่านนี้คนตัวเล็กจะหลับหรือยังนะ)
คิดๆ พลางไล่ข้อความในโทรศัพท์ดู
(นี่ไง…)
(โปรไฟล์คนตัวเล็กที่อยู่บนแอพลิเคชั่นที่เพิ่งขอID ไปก่อนหน้านี้)
(ยิ้มตาหยีเชียว)
ตือดือดึ้งง…
จู่ๆ เสียงข้อความก็ดังขึ้นผมที่นอนอยู่บนโซฟาต้องเด้งลุกขึ้นมาทันที คนตัวเล็กส่งข้อความมา
“หลับหรือยังคะ”
“จะเอาไรเพิ่มก็บอกนะ”
“สงสัยจะหลับล่ะ”
สติ๊กเกอร์ฝันดี
ขนาดในข้อความยังพูดๆๆเป็ตุเป็ตะ
กดเข้าไปในห้องแชท
“ฝันดีเหมือนกันนะครับ”
และส่งสติ๊กเกอร์
ล้มตัวลงนอนแล้วฉีกยิ้ม
(คืนนี้ผมคงฝันดีจริงๆ :) Zzz)
.
.
03.03 น.
.
.
“อื้มม”
“ปวดฉี่”
ร่างบางงัวเงียลุกขึ้นมาในยามที่ผู้คนส่วนใหญ่กำลังหลับใหล
“สงสัยจะกินน้ำเยอะ”
พึมพำๆ
หลังทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยร่างบางตัดสินใจลงไปดูแขกที่มาอาศัยนอนที่บ้านหน่อย
(จะเป็ยังไงบ้างนะ)
เปิดประตูโถงย่องเข้าไปเบาๆ ทำตัวเป็โจรปล้นบ้านตัวเองไปได้
“โอ๊ะ!”
“หลับสนิทเลยแฮ้ะ”
คนตัวเล็กพึมพำแล้วโน้มตัวลงไปจับผ้าห่มที่ร่นลงไปที่่เอวของคนตัวสูงดึงขึ้นมาปิดให้ถึง่อกกลัวว่าจะหนาว
กล้ามแขนสมส่วนที่รับกับความกว้างของอกคิ้วเข้มเรียงสวย สันจมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากขนาดพอดีที่ประดับอยู่บนใบหน้ารูปไข่ผสมกันจนขอให้คำจำกัดความสั้นๆ ว่า “หล่อ” เพียงแค่เห็นผ่านความมืดที่มีแสงไฟจากภายนอกสาดส่องเข้ามา มันยิ่งทำให้รู้สึกว่าเซ็กซี่และทำให้หัวใจฉันเต้นไม่เป็จังหวะ
(ไม่ๆๆ)
ส่ายหัวเบาๆ ฉันควรกลับไปนอนก่อนที่ความคิดจะเตลิดเปิดเปิงไปมากกว่านี้
.
.
ติ้ดๆ…
ติ้ดๆ…
ติ้ดๆ…
เสียงปลุกจากเครื่องมือสื่อสารดังขึ้นแขนยาวเอื้อมไปกดปิดแล้วลุกขึ้นมาบิดี้เี
“อื้มมม…”
05.30 น.
ใช่ครับ ผมตื่นแล้วผมรีบตื่นเพราะไม่รู้ว่านอกจากคนตัวเล็กและไซบีเรียนแล้วจะมีใครอีก แต่เท่าที่จำได้เมื่อคืนคนตัวเล็กบอกทุกคนอยู่ครบผมไม่อยากให้ผู้ใหญ่ใที่เจอคนแปลกหน้าในบ้าน ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและไปกดเปิดสวิตซ์ไฟ
(เอ๊ะ!! นั่น!!)
(คนตัวเล็กทำไมมานอนตรงนี้)
เธอนอนอยู่โซฟาฝั่งตรงข้ามผมครับผมจำได้ว่าเมื่อคืนเธอแอบมาห่มผ้าให้ผม ใช่ครับ ผมรู้ เพราะผมลุกไปเข้าห้องน้ำมาและพบว่าชั้น2 กำลังเปิดไฟพอดี
ทีแรกผมเข้าใจว่าต้องเป็ใครลุกขึ้นมาทำอะไรผมเลยรีบปิดไฟแล้วไปนอนต่อ แต่ก็ไม่คิดเหมือนกันครับว่าจะเป็คนตัวเล็กจนกระทั่งเธอมาห่มผ้าให้ผมและพึมพำว่าผมหลับสนิท อิอิ ผมแกล้งหลับเนียนหรอเนี่ย
ร่างสูงเดินตรงไปยังโซฟาฝั่งตรงข้ามคุกเข่าลงข้างโซฟา พิจารณาคนตัวเล็กที่หายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเธอคงไม่ได้กำลังแกล้งหลับแบบผมหรอกนะ ใบหน้ามนที่มีผมหน้าม้าปกคลุมนิดหน่อยจมูกเล็ก ริมฝีปากอิ่มสีชมพูอิ่มกับแก้มที่มีเนื้อนิดๆ มันน่าหมันเขี้ยวมากครับ
(อุ่ย!!)
เธอขยับนิดหน่อย เส้นผมเลยลงมาปิดใบหน้าเธอคิดอยู่สักพักคนตัวสูงจึงถือวิสาสะเอื้อมมือไปเกลี่ยผมออกให้คนที่หลับไม่รู้เื่อย่างเบามือ
“เฮ้ย!!!!”
“ใครน่ะ?!!”
ขวับบ ผมหันไปตามเสียง
“เข้ามาได้ยังไง???”
ชายสูงอายุที่อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาก๊วยอุ้มลูกไซบีเรียนอยู่ในอ้อมแขน มีท่าทางใที่เห็นผม
(พ่อ!!)
(พ่อคนตัวเล็กแน่ๆ)
สัญชาตญาณผมบอกแบบนั้น
“สวัสดีครับ”
รีบทักทายและจะแนะนำตัว
“อื้มม…”
“เสียงดังอะไรกัน”
คนตัวเล็กสะดุ้งตื่นทันทีที่ได้ยินเสียงเมื่อกี้นี้และก็ต้องหายง่วงทันทีที่เห็นว่าพ่อของตัวเองกำลังยืนทนโท่อยู่ตรงหน้า
“เอ้าพ่อ!!!”
อุทานออกไป
“นี่พี่ที่รู้จัก”
“เมื่อคืนมานอนที่บ้าน”
“รถเค้าน้ำมันหมด”
“กลับบ้านไม่ได้”
บอกความจริงผู้เป็บิดาไปว่าเื่ราวมันเป็ยังไง
“สวัสดีครับ”
เอ่ยทักทายอีกครั้งพร้อมแนะนำตัว
“ผมชื่อจอมทัพครับ”
“ ^^ ”
“แล้วเมื่อกี้ลงไปนั่งทำอะไรข้างๆโซฟา”
“เอามือไปลูบหน้าลูกผมทำไม”
ชายสูงวัยถามคำถามที่ตัวเองเข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดิบพอดี
คนตัวเล็กหันขวับบบบ
“เอ่อ…”
“คือว่า…”
คราวนี้ทั้งชายสูงวัยและคนตัวเล็กต่างก็หันมามองที่คนตัวสูงรอฟังคำตอบ
“เอ่อ… คือว่า…”
(เอาไงดีวะไอ้จอม)
(ถ้าบอกว่าเอามือไปเกลี่ยผมลูกสาวเค้า)
(เค้าจะหาว่าโรคจิตมั้ยเนี่ย)
(เอาไงดีวะ)
(จิ๊ๆๆๆๆ)
(เอ๊อะงั้นเอางี้…)
“เอามือไปปัดยุงน่ะครับ”
“เห็นยุงมาตอมหน้าน้องอยู่”
“แล้วผมก็ร่วงลงมาปรกหน้า”
“กลัวเค้าหายใจไม่สะดวก”
“เลยไปเกลี่ยออกให้น่ะครับ”
(เอาวะ)
(อย่างน้อยก็มีความจริงอยู่ในประโยค)
(คงไม่บาปมากหรอก)
คนตัวสูงคิดและส่งยิ้มไปให้ชายสูงวัย1 ที
“…”
“อืมๆดีๆ นะ”
คุณพ่อของคนตัวเล็กตอบกลับมาแล้วชี้นิ้วมาที่ผมซึ่งผมคาดเดาจากน้ำเสียงและท่าทาง ผมคิดว่าคำตอบผมน่าจะฟังขึ้นอยู่(บ้างแหละ)
“ ^^” ”
“เดี๋ยวพ่อพาข้าวโพดไปเดินเล่น”
หันมาบอกลูกสาวก่อนจะเดินออกจากบ้านไป
“เมื่อกี้ยุงมากัดหน้าหนูจริงหรอหมอ”
ยิงคำถามต่อทันที
“เอ่อ…”
“คือว่า…เอ่อออ…”
หมอเลิ่กลั่กที่คนตัวเล็กยังคงสงสัยเื่ยุง
“ก็ว่าแล้วคันๆหน้า”
“ขอบคุณค่ะ”
พูดแล้วเกาๆ ที่หน้าตัวเอง
หมอหลุดหัวเราะออกมาในคำพูดและท่าทางของคนตัวเล็กทำไมเธอชอบทำตัวน่ารักอยู่เรื่อยไม่เหนื่อยบ้างหรอ คุณหมอเผลอยิ้ม ^^