บทที่ 25
ประจบประแจง
บ้านหลังเก่าๆที่อยู่ด้านหลังเมือง ยามนี้โดนปรับปรุงให้มันดูดีขึ้น ซูฉีได้เงินจำนวนหนึ่งมาใช้เงินจำนวนนั้นในการจ้างพวกช่างไม้มาซ่อมแซมบ้านหลังนี้ของนาง
แม้ว่าจะไม้สามารถขยายขนาดของบ้านไม่ได้ แต่ว่านางเองก็สามารถซ่อมแซมโดยการเปลี่ยนใหม่หรือแม้กระทั่งอุดรูรั่วต่างๆภายในบ้าน
ใช้เวลาซ่อมแซมเพียงแค่ประมาณสองวัน บ้านแห่งนี้ก็ถูกซ่อมแซมจนเสร็จเรียบร้อย ที่ใช้เวลาน้อยนิดในการซ่อมแซมเพราะขนาดบ้านที่เล็ก มันดูกลายเป็บ้านใหม่ขึ้นมาแม้ว่าจะมีขนาดไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่ก็เพียงพอให้พวกนางทั้งสองคนนายบ่าวอยู่อาศัยได้อย่างสบาย
ซูฉีไม่ใช่คุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ ถึงแม้ว่าร่างกายของซูมี่จะเติบโตมาภายในตระกูลใหญ่โต แต่สำหรับนางที่เป็เพียงแค่คนคนหนึ่งที่เติบโตมาด้วยตัวคนเดียว บ้านแห่งนี้ใหญ่โตสำหรับนางแล้ว
อีกทั้งนางเองก็ไม่ได้มีจุดประสงค์หรือมีเป้าหมายในการปักหลักที่เมืองแห่งนี้ั้แ่แรก ยามนี้หวังเพียงว่าจะอยู่อาศัยภายในสถานที่แห่งนี้ไปได้จนกว่าตนเองจะเก็บเงินได้ครบถ้วนมากพอ เผื่อในวันนึงจะไปตั้งตัวที่เมืองอื่น
หญิงสาววัยสิบแปดนั่งเลือกและนับเงินภายในบ้านของตน
“ สอง… สาม… ” ซูฉีขะมักเขม้นในการนับเงินที่อยู่เบื้องหน้า
ผ่านมาหลายวันขายสุราได้เป็จำนวนมาก มันกลายเป็ว่านางสามารถเก็บเกี่ยวเงินได้มากมาย “ หักจะค่าซ่อมแซมบ้านและก็ค่าใช้จ่ายต่างๆ ตอนนี้มีเงินเก็บอยู่ประมาณสามสิบตำลึงเงิน ”
การค้าขายสุราเป็ไปได้ดีกว่าที่คิดเอาไว้ ตอนแรกคิดว่าการค้าขายสุรามันจะไม่ได้รุ่งเรืองมากขนาดนี้ แต่เพราะมีคนนิยมเป็อย่างมาก จึงทำให้จำนวนผลิตต้องมากขึ้นเรื่อยๆ เงินที่เป็ค่าตอบแทนที่ได้รับกลับมาก็มีมากขึ้นตามไปด้วย
ซูฉีรู้สึกถึงสภาพการเงินที่คล่องตัว นางเคยทำงานเกี่ยวกับเื่การเงินมาบ้าง เพราะแบบนั้นตอนนี้รู้ดีว่าสถานการณ์ของตนเองกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ
บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มนางกอดอกมองถุงเงินที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความภูมิใจ “ ยอดเยี่ยม ถ้าเป็แบบนี้ใช้เวลาเก็บอีกไม่นานก็คงจะไปอาศัยอยู่ที่เมืองอื่นได้ ”
อันที่จริงแล้วเงินในตอนนี้มันก็เพียงพอจะไปตั้งหลักที่เมืองอื่น เพียงแต่ว่าซูฉีเป็คนรอบคอบ นางจำเป็จะต้องหาเงินสำรอง และก็ค่าใช้จ่ายอื่นๆอีก จึงจำเป็จะต้องเก็บเงินให้มันมากขึ้นกว่าสิ่งที่ควรจะเป็
อีกทั้งนางก็ไม่สามารถทำใจละทิ้งเมืองแห่งนี้ที่ตอนนี้กำลังค้าขายดิบดีได้ เมืองชายแดนเป็เมืองที่ไม่ใหญ่
ผู้คนส่วนใหญ่มีฐานะอยู่ในค่อนข้างยากจน แต่ว่ามันก็มีพ่อค้าจากต่างแดนหรือแม้กระทั่งพวกพ่อค้าจากต่างที่เดินมาอยู่บ่อยครั้ง คนพวกนั้นมักจะอุดหนุนสุราของนางอยู่บ่อยๆ
นี่เป็เหตุผลว่าทำไมสุราของนางถึงขายดี แม้ว่าภายในเมืองแห่งนี้จะมีผู้คนที่มีฐานะยากจน เพราะว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็พ่อค้า
อีกทั้งนายหญิงจื่อก็ดีกับนางมาก ในตอนนี้นางทำงานดี จึงเพิ่มเงินเดือนให้อีก ฐานะการงานกำลังก้าวหน้าการจะทำใจละทิ้งเมืองแห่งนี้ไปมันเองก็เป็เื่ที่ยาก เพราะนางเริ่มปรับตัวกับเมืองแห่งนี้ได้แล้ว
แต่ถ้ามองถึงาแบบนั้นจะเกิดขึ้นมาอีกนางเองก็คงจะไม่เอาชีวิตของตนเองไปเสี่ยง
‘ าในตอนนี้คล้ายคลึงว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกสักพัก กองทัพเกราะดำพวกเขาแข็งแกร่ง ผู้คนมากมายต่างบอกว่าไม่มีศัตรูที่ได้กล้าบุกโจมตีเมืองแห่งนี้ในตอนนี้ ’
‘ แบบนั้นก็ดีเราจะได้สามารถหาเงินจากเมืองแห่งนี้ได้อีกสักพัก บ่อน้ำที่ขุดขึ้นมามีผู้คนใช้ในแต่ละวันมากกว่าสามร้อยครั้ง ทำให้แต้มความดีที่ได้มามากกว่าสามร้อยแต้มความดีต่อวัน เพียงแค่นี้แต้มความดีที่มีอยู่มันก็ใช่ไม่หมดแล้ว ’
ซูฉีกำลังอยู่ใน่เวลาลงตัว แต้มความดีที่ได้จากบ่อน้ำ มันกลายเป็แต้มความดีจำนวนมหาศาลที่เป็แหล่งแต้มความดีให้กับนาง
ในแต่ละวันจากการประเมินประมาณสามถึงสี่วันที่ผ่านมา มีคนที่เข้ามาใช้บ่อน้ำจำนวนมาก
โดยในแต่ละวันแต่ละวันผู้ที่เข้ามาใช้บ่อน้ำทางทิศเหนือของเมืองมีจำนวนมากกว่าสามร้อยครั้ง นั่นคือจำนวนแต้มความดีที่นางได้รับมาในแต่ละวัน
ทำให้ตอนนี้หลังจากผ่านไปสามถึงสี่วัน หักหลบพลังิญญาที่ใช้ในการแลกแต้มความดีไปนางมีแต้มความดีเกือบครบพันแล้วที่เก็บสะสม
ท้องนภาด้านนอกค่อยๆเปลี่ยนสี ยามนี้เข้าสู่ใน่ยามเย็น สองนายบ่าวเตรียมตัวตั้งใจจะเดินทางไปทำงานที่โรงสุราเช่นทุกวัน
ซูฉีและลี่ถังจะไปให้ถึงโรงสุราก่อนท้องฟ้ามืด เพราะว่าท้องฟ้ามืดมิดแล้วเดินทางไปจะเป็อันตราย พวกนางสองคนเป็สตรีภายในเมืองแห่งนี้พิษสงรอบตัว
จึงรู้ดีว่าควรจะเดินทางไปให้ถึงล้านก่อนที่ร้านจะเปิด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและก็เพื่อไม่ให้เป็ปัญหาตามมา
ลี่ถังได้รับเลื่อนระดับ ตอนนี้นางไม่ได้เป็คนยกของหลังร้านอีกแล้ว โดยนางได้เลื่อนระดับกลายเป็คนดูแลสินค้า
เป็เพราะว่านางเป็คนละเอียดรอบคอบจึงทำให้นายหญิงจื่อมอบหมายให้นางนั้นดูแลสินค้าภายในร้าน
แม้ว่าจะไม่ได้ทำงานกับคุณหนูแต่นี่ก็ถือว่าเป็งานสบายไม่จำเป็จะต้องยกของหนักๆ นายหญิงจื่อดูไว้ใจสองนายบ่าวผู้นี้เป็อย่างมาก
เข้ามาทำงานเพียงไม่เท่าไรกับมอบหมายตำแหน่งสำคัญให้ กลายเป็ว่าผู้คนภายในร้านบางคนรู้สึกริษยาซูฉีและลี่ถัง
เพราะคนบางคนทำงานมาหลายเดือนยังไม่ได้รับการเลื่อน แต่สองนายบ่าวผู้นี้เข้ามาเพียงแค่ไม่กี่วันกลับได้รับการเลื่อนระดับอย่างน่าประหลาด
มีเสียงซุบซิบนินทามากมาย คนภายในร้านต่างว่ากล่าวว่าซูฉีนั้นประจบประแจง ซูฉีไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่ามีคนว่าลับหลังนาง
แต่ว่านางไม่ได้สนใจ อันที่จริงแล้วแม้แต่นางเองก็สงสัยเช่นเดียวกัน ว่าเหตุใดนายหญิงจึงมอบหน้าที่สำคัญให้กับนางอย่างรวดเร็วแบบนี้
ซูฉีจัดการบัญชีภายในร้าน ตรวจตราบัญชีทุกอย่างอย่างละเอียด ยามนี้กำลังขีดเขียนพู่กันและจัดแจงรายละเอียดทุกอย่างภายใน
นางเป็คนดูแลบัญชีภายในร้านจึงรู้ดีว่าโรงสุราแห่งนี้มีรายได้ในแต่ละวันไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะเป็โรงสุราขนาดใหญ่แห่งเดียวภายในเมือง ไม่มีคู่แข่งจึงสามารถเก็บเกี่ยวกำไรได้อย่างเต็มที่
ซูฉีนั่งทำงานอยู่สักพัก ร่างกายเริ่มเมื่อยล้านางบิดร่างกายไปมา ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและก็ตั้งใจจะเดินออกไปสูดอากาศด้านนอก
ค่อยๆเดินออกไปผลักดันประตูที่ปิดอยู่ด้านหน้าเปิดออก ประตูแง้มเปิดได้เพียงแค่เล็กน้อย ซูฉีหยุดชะงัก
นางได้ยินเสียงบางอย่างห้องทำงานของนางเชื่อมโยงอยู่กับโถงทางเดินหลักด้านหลังร้าน
“ เ้าคิดว่าซูมี่มีอะไรดีอย่างงั้นหรือ? เหตุใดนายหญิงจึงให้นางดูแลบัญชี ไม่เพียงเท่านั้นยังให้บ่าวไพร่ของนางไปดูแลสินค้าอีก ”
“ ข้าเองก็ไม่รู้เช่นเดียวกัน อันที่จริงแล้วนางก็เป็คนแปลกๆ ”
ที่ซูฉีหยุดลงเพราะว่าได้ยินเสียงนินทาของพวกคนในร้าน นางใช้ดวงตาของตนมองรอบช่องว่างของประตูที่กำลังจะเปิดออก
พบเห็นเป็คนงานภายในร้านที่เป็สตรีสองนาง พวกนางสองคนนี้เป็คนที่รับหน้าที่ในการดูแลแขกหน้าร้าน
เป็หญิงสาววัยไล่เลี่ยกับซูฉี มีใบหน้าที่ดูดีเมื่อเทียบกับหญิงชนบท แต่งกายด้วยชุดสีแดงชาดเป็ที่สะดุดตา พวกนางทั้งสองกำลังพูดคุยเกี่ยวกับเื่ซูฉีและก็ออกท่าออกทาง
ซูฉีจำได้คนที่อยู่ด้านขวาคือถงถง ส่วนคนที่อยู่ด้านซ้ายคือ เหยาเหยา พวกนางทั้งสองคนเป็คนงานภายในร้านที่ทำงานมาก่อน
ซูฉีรู้สึกมาสักพักแล้วว่าพวกนางทั้งสองตั้งแง่กับตน ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยชอบใบหน้าของนางซักเท่าไหร่
แต่ที่ผ่านมานางมักจะปล่อยผ่าน ยามนี้มาเอี้ยวหูฟังบทสนทนาของพวกนางว่าพวกนางกำลังพูดว่าอะไรบ้าง
“ ข้าว่านางประจบประแจงนายหญิงมากกว่า นางก็รู้ได้ในทันทีนางเป็หญิงแพศยาคนหนึ่ง ” เหยาเหยากล่าวขึ้นพูดว่าร้ายอย่างเต็มปาก
ซูฉีที่อยู่หลังประตูใบหน้าของนางเริ่มเปลี่ยนไป แม้ว่านางจะไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับผู้ใดสักเท่าไหร่แต่ก็ไม่ใช่ว่านางจะยอม
ยามนี้สตรีสองนางนี้กำลังวางกล่าวนางอย่างออกนอกหน้า ไม่มีเหตุผลอะไรที่นางจำเป็จะต้องงอมืองอเท้าและรับฟังพวกนางเอาไว้
ซูฉีตัดสินใจผลักประตูออกไปดัง ปั้ง!!!
ถงถงและเหยาเหยาที่ยืนอยู่สะดุ้งเฮือกหันมองเป็ตาเดียว พบเห็นร่างของซูฉีที่เดินออกมาจากภายในห้อง
จบบท