สืบสู้ผี ภาค 1-3

    44 กลายร่าง !


    พวกเราทั้งหมดยกเว้นไอริณที่ยังนั่งประคองร่างของชายที่ชื่อชัยยา ต่างลุกขึ้นยืนและมองไปที่เจ้าของเสียงที่มีหัวเป็นอสุรกายหรือปืศาจนั้นอย่างแปลกใจไปตามๆกัน แต่เมื่อผมได้มองเขาอย่างตั้งใจอีกครั้งแล้ว ก็เห็นว่าเขาน่าจะไม่ได้มีหัวเป็นปิศาจหรืออสูรกายไปจริงๆ เพราะเมื่อสังเกตุดูดีๆแล้ว ก็เห็นว่าที่ส่วนหัวของเขานั้นน่าจะเป็นหน้ากากหรือหัวปลอมที่มีเขาสองเขายื่นออกมาซะมากกว่า มันช่างน่าแปลกจริงๆที่ทำไมเขาถึงสวมสิ่งนั้นไว้บนหัว เพราะลำพังการแต่งกายของเขาก็ดูหลุดโลกราวกับว่าเขาได้หลุดออกมาจากมหาวิหารในดินแดนของอิยิปต์ในสมัยโบราณอย่างไงอย่างงั้น แต่ที่น่าแปลกสุดๆก็คือทำไมเขาถึงมาปรากฏกายพร้อมๆกับสิงห์ได้ล่ะนี่ ? "สิงห์... ?" ผมเรียกสิงห์ในร่างนุชที่ยังคงยืนทำหน้าเครียดอยู่ "นาย... นายหายไปไหนมาตั้งพักใหญ่ แล้วนี่นายพาใครมาด้วยงั้นเหรอ ?" สิงห์ในร่างนุชขยับตัวจะเดินมามาข้างหน้า แต่แล้วคนลึกลับที่สวมหัวปิศาจนั่นก็กลับยกแขนขึ้นมาขวางหน้าไว้ซะก่อน สิงห์จึงหันไปพูดกับเขาด้วยคำพูดที่ไร้เสียง และก็ไม่น่าเชื่อว่าคนลึกลับนั่นก็ดูเหมือนจะเข้าใจคำพูดของสิงห์ด้วยเช่นกัน เขาสองคนได้สนธนากันอยู่ไม่กี่ประโยค จากนั้นสิงห์ก็หันหน้ามาหาพวกเรา พร้อมกับขยับปากส่งเสียงพูดอันไร้สุ้มเสียงใดๆมาทางเรา แล้วพี่เมฆก็พยักหน้าสองสามครั้งอย่างเข้าใจคำพูดของสิงห์ ก่อนจะหันมาบอกทางพวกเราว่า "สิงห์บอกว่า ต้องทิ้งร่างของ... ของคนที่ชื่อชัยยานี้ไว้ตรงนี้ทันที ก่อนที่อะไรๆมันจะสายเกินไปน่ะ..." ผมกับจันตะลึงกับคำที่พี่เมฆเพิ่งจะได้รับการถ่ายทอดมาจากสิงห์ ส่วนไอริณก็ขมวดคิ้วจนหัวคิ้วแทบจะชนกัน "ให้ทิ้งเขาคนนี้อย่างงั้นเหรอคะ....?" หางเสียงไอริณดูขัดเคือง "ก็เห็นๆกันอยู่ไม่ใช่เหรอคะ ว่าเขาคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ ยังไม่ได้สิ้นใจหรือตายไปแล้วสักหน่อย แล้วทำไมถึงบอกให้..." แล้วจังหวะนั้น ชายผู้ที่ได้รับบาดเจ็บก็ลงมือผลักไอริณออกไปจากตัวอย่างแรง จนไอริณเองก็เสียหลักล้มกลิ้งไปหนึ่งรอบ ! แต่ไอริณก็รีบพลิกตัวกลับขึ้นมายืนอย่างรวดเร็ว พลางจ้องหน้าเขาอย่างงงงวย... ?! แล้วดวงตาของเธอก็ถึงกับลุกโพลง ราวกับว่าเธอเพิ่งจะได้พบกับสิ่งผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้นกับชายที่ชื่อชัยยาในขณะนี้ ! "รีบ... รีบหนีไปซะ...!" ชายที่ชื่อชัยยาออกเสียงสั่งในขณะที่เขาลงไปกองอยู่กับพื้นตรงนั้น "ผม... ผมกำลังจะกลาย... เป็นพวกมันแล้ว... ผมรู้ล่วงหน้าแล้ว... ว่ามันจะเป็นอย่างนี้... ผม..." แล้วพวกเราทั้งหมดก็ได้เห็นพร้อมๆกันตรงนั้นว่า หน้าของชายผู้ที่ได้รับบาดเจ็บค่อนข้างหนักนี้ ค่อยๆเปลี่ยนสีไปเป็นสีม่วงๆสลับกับซีดขาวโดยไม่มีสีเลือดหลงเหลืออยู่ในใบหน้าเหมือนก่อนหน้านี้อีกเลย จากนั้นเพียงครู่เดียว เขาก็เริ่มแยกเขี้ยวออกมาราวกับสุนัขที่ติดเชื้อบ้า และประกายตาแห่งความเป็นมนุษย์ของเขาที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ก็เริ่มสูญสลายกลายเป็นดวงตาของคนวิกลจริตที่ดูเหมือนจะสูญเสียจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ไปเรียบร้อยแล้ว และไอริณในขณะนี้ก็ได้ถอยร่างของเธอจนมาอยู่ข้างๆผมและพี่เมฆด้วยสีหน้าที่ซีดผืด แล้วสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาของพวกเราต่อไป เมื่อชายที่ชื่อชัยยาได้ลุกขึ้นมายืนกางขาและกางกรงเล็บที่เพื่งงอกเงยออกมาจากมือทั้งสองของเขาอย่างน่ากลัว จากนั้นเขาก็แยกเขี้ยวขึ้นอีกครั้ง และคราวนี้พวกเราก็ได้เห็นว่า ในปากของเขามีเขี้ยวสอง เขี้ยวที่เพิ่งงอกยาวออกมาราวนิ้วครึ่ง แถมมันยังเป็นเขี้ยวที่ดูคมกริบจนน่าขนลุก ! พริบตานั้น เขาก็ทะยานเข้ามาหาพวกเราด้วยความเร็วราวสายฟ้าแล่บ ในเสี้ยววินาทีแห่งความตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกของพวกเรา กรงเล็บจากมือขวาของเขาก็พุ่งทะยานเข้ามาจนเกือบจะถึงก้านคอของผม... ! ฟึบบบบบ....!! เสียงวัตถุบางอย่างแหวกอากาศมาจนถึงข้างหน้าผม พร้อมๆกับมีเสียงร้องราวกับสัตว์ร้ายที่ได้รับบาดเจ็บ ในขณะที่ผมก็ได้มองเห็นว่า ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยกรงเล็บนั้น เปลี่ยนทิศทางออกไปจากก้านคอของผมอย่างฉิวเฉียด และพอผมดึงสติกลับมาได้แล้ว ก็เห็นว่ามีลูกธนูดอกหนึ่งปักทะลุฝ่ามือนั้นไปครึ่งดอก ! ชายผู้ไม่เหลือความเป็นมนุษย์นั้นทรุดตัวนั่งลงกุมมือขวาที่บาดเจ็บของตัวเองพลางส่งเสียงร้องอย่างโหยหวน ธนูดอกนี้ถูกยิงมาจากที่ไหนกันแน่ ? แต่ที่แน่ๆดอกธนูดอกนี้กลับมีสีเขียวเช่นเดียวกับดอกธนูดอกเดิมที่ปักอยู่บนร่างของชายที่สิ้นความเป็นมนุษย์คนนี้...? ผมหันไปมองหน้าไอริณกับพี่เมฆ แล้วก็เห็นว่าทั้งสองคนต่างมองไปที่คนที่แต่งตัวประหลาดๆและสวมหัวอสุรกายนั้นอย่างตื่นตะลึง และ.... ดอกธนูสีเขียวนั้นที่แท้ก็ถูกยิงมาจากคนประหลาดคนนี้นั่นเอง เพราะขณะนี้คันธนูในมือซ้ายของเขาก็ยังยกเล็งมาทางด้านนี้อย่างไม่วางมือ ถ้างั้นเป็นไปได้ไหมว่า... ดอกธนูดอกที่แต่เดิมได้ปักคาร่างของชายที่ชื่อชัยยากับดอกที่เพิ่งจะถูกยิงออกไปนี้ ล้วนเป็นฝีมือของบุคคลที่แต่งตัวประหลาดๆที่เพิ่งจะมาปรากฏตัวพร้อมๆกับสิงห์นี่เอง ? ความเงียบหรือความชงักงันได้เกิดขึ้นกับพวกเราทั้งหมดอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่เสียงที่เป็นเสียงพูดของมนุษย์ก็ดังมาจากร่างของชายที่ชื่อชัยยาอีกครั้ง... "ช่วย... ช่วยพี่... ช่วยพี่ชายผมด้วย..." เสียงพูดอย่างมนุษย์ปกตินั้นฟังดูอ่อนแรงราวกับจะสิ้นใจ และในขณะนี้พวกเราต่างก็มองเห็นว่าเขี้ยวทั้งสองในปากของเขานั้นได้หดหายลงไปเกือบหมดสิ้น และกรงเล็บในมือทั้งสองข้างก็เช่นกัน แล้วไอริณก็ถลาออกไปตรงหน้าเขา "คุณชัยยาคะ..! ตอนนี้คุณจำพวกเราได้หรือเปล่าคะ...?" "ถอยออกมาเดี๋ยวนี้ ! อย่าเข้าไปอยู่ใกล้ๆเขา...!" เสียงของคนที่แต่งตัวประหลาดดังสำทับมาอย่างเร่งร้อน และขณะนี้ผมก็เห็นว่าเขาหยิบดอกธนูออกมาจากด้านหลังอีกดอกหนึ่ง แต่... ดอกธนูดอกนี้กลับมีสีแดงราวกับเพลิงไฟ ! นี่เขาจะยิงชายที่ชื่อชัยยาอีกครั้งอย่างนั้นหรือ...? และถ้ายิงดอกนี้ออกไป มันก็น่าจะเป็นการปลิดชีพของคนที่ถูกยิงไปแล้วถึงสองดอกเลยทันทีหรือเปล่านะ ? "หยุดนะ...!!" ไอริณหันไปทางคนที่แต่งตัวประหลาด "ตอนนี้เขาอาจจะยังคุยรู้เรื่อง อย่าได้ยิงเขาอีก ดิฉันอยากจะขอคุยกับเขาสักหน่อย..." "เจ้าพวกหน้าโง่...!" เสียงคนแต่งตัวประหลาดเริ่มมีโทสะ "พวกเจ้ายังไม่รู้สินะว่ากำลังยุ่งเกี่ยวอยู่กับอะไร รีบๆถอยออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นอย่าหาว่าข้ารุนแรง...!" พูดจบคำเขาก็วาดธนูไปที่ไอริณ ! คุณพระ...! นี่เขาจะทำอะไรกันนี่ เขากล้าแม้แต่จะยิงผู้หญิงคนหนึ่งเลยงั้นรึ...?!!"

    คล้ายกับเรื่องสืบสู้ผี ภาค 1-3 ที่คุณอ่าน