รุ่งเช้าของอีกวันซากิลืมตาตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดอุ่นของเครอสกลิ่นกายหอมอ่อนๆของอีกฝ่ายยังคงเป็ความคุ้นชินที่แสนอบอุ่นในทุกเช้าเขาค่อยๆดึงตัวเองออกจากอ้อมแขนแกร่งอย่างแ่เบาไม่้าปลุกคนที่ยังคงหลับใหลอยู่ข้างกาย หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยซากิก็ออกไปวิ่งตามปกติในทุกเช้า
ขณะที่ขายาวก้าวไปตามทางที่คุ้นเคยในยามเช้าอันสดใสจู่ๆเขาก็เห็นร่างสูงโปร่งผิวสีน้ำผึ้งที่คุ้นตาเขามั่นใจว่าเคยเห็นเด็กคนนี้มาก่อน...ใช่แล้ว ไนล์เพื่อนของฮารุที่เคยเห็นเพียงแวบเดียวตอนอยู่กับน้องชาย ซากิตั้งใจจะทำเป็ไม่เห็นและวิ่งผ่านไปแต่ไนล์กลับจำเขาได้เสียก่อน
“สวัสดีครับคุณพี่ชาย”เสียงทุ้มสดใสเอ่ยทัก ไนล์วิ่งเข้ามาหาเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“จำผมได้ไหมครับผมไนล์ เพื่อนฮารุ”
ซากิชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อยใบหน้าเรียบนิ่งมองไปยังเด็กหนุ่มตรงหน้า
“จำได้”เขาตอบสั้นๆ
“ดีใจจังเลยครับที่เจอคุณพี่ชายที่นี่”ไนล์ยังคงยิ้มกว้าง
“คุณพี่ชายมาวิ่งออกกำลังกายเหรอครับ”
“อืม”
“ผมขอวิ่งตามไปด้วยได้ไหมครับ”ไนล์ถามอย่างกระตือรือร้น
ซากิไม่ได้ตอบอะไรแค่พยักหน้าเล็กน้อยแล้วออกวิ่งต่อ ไนล์ก็วิ่งตามมาข้างๆไม่ห่าง ทั้งคู่มาหยุดพักที่ร้านคาเฟ่เล็กๆแห่งหนึ่งที่ซากิแวะซื้ออาหารเช้าให้ฮารุเป็ประจำ
“นายจะกินอะไรฉันเลี้ยงเอง” ซากิถาม ไนล์ยิ้มรับทันทีอย่างไม่เกรงใจ
“งั้นขอคาราเมลมัคคิอาโต้เย็นกับครัวซองต์ช็อกโกแลตนะครับคุณพี่ชาย” ไนล์สั่งอย่างกระตือรือร้นดวงตาสดใสน่าเอ็นดูส่งมาให้ซากิเสมอแถมยังพูดไม่หยุดอีกต่างหาก
‘เขาตั้งใจจะประจบฉันรึไงกัน’ซากิคิดในใจ ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ
เมื่อได้ของครบแล้วซากิก็หันหลังหมายจะเดินไปส่งอาหารเช้าให้ฮารุที่บ้าน แต่ไนล์กลับยังตามเขาไม่หยุด
“นายไม่กลับบ้านเหรอ”ซากิถามด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเรียบเฉย
“จะตามฉันไปถึงไหน”
“ผมอยากไปหาฮารุด้วยพอดีเลย”เด็กหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้มในมือก็ถือแก้วกาแฟขึ้นดูดอย่างสบายอารมณ์
“เวลานี้ฮารุยังไม่ตื่นนายกลับไปก่อนเถอะ” ซากิบอก
“งั้นเหรอครับเอางั้นก็ได้…” ไนล์ทำหน้าหงอยเหมือนน้องหมาหูตกดูน่าสงสาร
“ว่าแต่คุณพี่ชายไม่ชอบผมงั้นเหรอครับ”
“ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับนายเลยทั้งนั้นไม่ได้ชอบหรือไม่ชอบ” ซากิตอบออกไปตรงๆ ตามจริง
ไนล์ได้ฟังแล้วก็คิ้วขมวดหนักกว่าเดิมเสียอีก
“แต่หน้าพี่ดูเหมือนจะไม่พอใจอะไรผมเลย”ไนล์ยังคงซักไซ้ไม่ยอมหยุด จนซากิได้แต่ถอนใจออกมาเบาๆ
“โทษนะแต่หน้าฉันมันเป็แบบนี้” ซากิพูดตัดบท “กลับไปเถอะ” สิ้นเสียง ซากิก็เดินกลับหลังไปทันทีไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตอบอะไร
“ไว้เจอกันอีกนะครับพี่ซากิ!”ไนล์ยังคงะโกลับมาอีก แต่ตัวซากิไม่ได้สนใจจะฟังด้วยซ้ำเขาเดินเอาของไปส่งให้ฮารุที่บ้านอย่างรวดเร็วก่อนจะวิ่งกลับคฤหาสน์ของเครอสโดยที่ครั้งนี้ไม่ได้ซื้อกาแฟของเครอสกลับมาด้วยเขากลัวว่าถ้าวนกลับไปอีกครั้งแล้วเด็กนั่นยังอยู่จะลำบากเอา
พอกลับไปถึงคฤหาสน์ก็พบกับชายร่างใหญ่ผิวขาวผู้มีใบหน้าหล่อราวกับรูปปั้นนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดจ้องมองเขาอยู่ใบหน้าของเครอสดูขุ่นมัวอย่างเห็นได้ชัด
เขาเป็อะไรไปอีก? ซากิได้แต่สงสัยในใจ เขาเดินหลบไปอย่างไม่ถามไถ่
แต่เครอสกลับปรี่ตรงเข้ามาคว้าข้อมือเล็กของซากิไว้
“ทำไมวันนี้กลับมาช้ากว่าปกติ”เครอสถามด้วยน้ำเสียงเจือความไม่พอใจ “ไปไหนมา”
ซากิมองมือที่กอบกุมข้อมือเขาแน่นก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเครอส ดวงตาของเครอสดูขุ่นมัวเล็กน้อยนั่นทำให้ซากิรู้สึกแปลกใจ
“ไปส่งของให้ฮารุมา”ซากิตอบตามจริง พลางพยายามดึงมือออกเบาๆ
เครอสหรี่ตาลงเล็กน้อยพยายามเก็บความรู้สึกหึงหวงไว้ภายใน เขารู้ดีว่าซากิไปไหนมาบ้างในแต่ละเช้าใครที่ซากิเจอ ใครที่ซากิคุยด้วย...ทุกอย่างอยู่ในสายตาคนของเขาหมดเครอสแอบส่งคนไปถ่ายรูปมาให้เขาดูเป็ประจำเลยด้วยซ้ำ แต่เื่นี้ต้องเป็ความลับห้ามให้ซากิรู้เด็ดขาดไม่งั้นมีโกรธแน่ๆ เครอสทำได้แค่ฟึดฟัดในใจก่อนจะยอมปล่อยข้อมือของซากิ
“ไปทำงานกันได้แล้ว”เครอสพูดเสียงห้วน แล้วเดินหนีไป
วันนั้นที่องค์กรเครอสก็งอแงใส่ซากิแปลกๆ เขาเรียกซากิบ่อยกว่าปกติไม่ว่าจะเื่เอกสารที่สามารถให้คนอื่นทำได้ หรือแค่เื่ปากกาหายเครอสก็ต้องให้ซากิไปหาให้ตลอด
“ซากิปากกาฉันอยู่ไหน” เครอสถามเสียงอ่อยพลางทำหน้าเหมือนเด็กน้อยที่โดนขโมยของเล่น
“อยู่นี่ครับ”ซากิหยิบปากกาที่วางอยู่ข้างมือของเครอสยื่นให้
“อ้อ...ขอบคุณ”เครอสรับไปหน้าตาเฉยราวกับไม่เคยเห็นมันวางอยู่ตรงนั้นมาก่อน
อีกครั้งที่เครอสเรียกซากิให้ไปชงกาแฟให้ทั้งๆที่มีวูล์ฟยืนอยู่ไม่ไกลวูล์ฟที่ยืนมองเหตุการณ์มาตลอดได้แต่ส่ายหัวอย่างระอาปนขำ
“ไงซากิวันนี้บอสอ้อนหนักเป็พิเศษเลยนะ” วูล์ฟกระซิบถามซากิด้วยสีหน้ากวนๆ
ซากิเหลือบมองวูล์ฟเล็กน้อยแต่ไม่ได้ตอบอะไร เขาเข้าใจดีว่าเครอสกำลังแสดงอาการงอแงออกมาอย่างน่าเอ็นดูความรู้สึกเอ็นดูปนขบขันแล่นเข้ามาในใจ เขาเดินเข้าไปหาเครอสที่กำลังทำหน้าบึ้งตึง
“มีอะไรอีกครับบอส”ซากิถามเสียงอ่อนโยน
เครอสเงยหน้าขึ้นมองซากิดวงตาคู่คมยังคงมีความขุ่นมัวเล็กน้อย
“ไม่มีอะไรหรอกแค่อยากให้นายอยู่ใกล้ๆ” เขาพูดเสียงเบาพอให้ซากิได้ยินคนเดียวก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ามือของซากิมาบีบเบาๆเป็การแสดงออกถึงความหึงหวงและ้าเรียกร้องความสนใจในแบบของเขาซากิส่ายหัวอย่างยิ้มๆ เขารู้ดีว่าเครอสทำอะไรอยู่และเขาก็ไม่ได้รู้สึกรำคาญเลยแม้แต่น้อย
.
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นก้องในความเงียบสงัดของห้องทำงานส่วนตัวเครอสนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังบุนวมสายตาคมกริบจับจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพกราฟข้อมูลซับซ้อนมือหนาเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเขาเลื่อนรับสายโดยไม่ลังเล
“มีอะไรหรือครับ”เสียงทุ้มต่ำเอ่ยรับ แต่แฝงไปด้วยความจริงจังที่แตกต่างจากยามปกติปลายสายอีกฝั่งรายงานด้วยเสียงเย็นเยียบชวนให้ขวัญผวาข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาทำให้ใบหน้าของเครอสยิ่งเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ