เซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope

    ตอนที่ 41 ขอโทษที เท้าไวเกินไป

            แน่นอนว่าจาบุไม่ยอมรับฟัง  เพราะพฤติกรรมในอดีตของเซย่าไม่เป็นที่ชอบใจของเขา  เลยมะเหงกใส่หนึ่งดอก  พร้อมด่าสำทับอีกคำรบ 


    “ โป้ก…..” 


    “ นี่แน่ะ….ไอ้หน้าโง่จอมดื้อด้าน  เลิกเถียง  แล้วทำตามคำสั่งซะ  เพราะแกมันก็แค่คนชั้นต่ำ  อย่าบังอาจมาปีนเกลียวกับผู้สูงศักดิ์อย่างคุณหนูซาโอริ  เข้าใจมั้ย ”


     

                คิ้วของกล้าเริ่มขมวดเข้าหากัน  อารมณ์โกรธทะยานสูง  เพราะนี่คือการละเมิดสิทธิมนุษยชนและหยามหมิ่นศักดิ์ศรีอย่างรุนแรง  ทว่าเนื้อแท้ของเขายังเหลือความเป็นเด็กแหยอยู่  จึงได้แต่ยอมแบบปราศจากเงื่อนไข 


    “ ชิ…ก็ได้  แค่ส่งมอบครอธ  ก็พอแล้ว  ใช่มั้ย ” แต่ในขณะที่กล้ากำลังจะปลดกล่องครอธเพกาซัส  เด็กหนุ่มก็พลันฉุกคิด 


    “ เอ๊ะ!  เดี๋ยวสิ  ตามเนื้อเรื่องในการ์ตูนที่เคยดู  ตัวเอกไม่ยอมมอบครอธในทีแรกจนต้องประมือกับจาบุนิดหน่อย  ถ้าเราให้เขาง่ายๆในทีเดียว  เกรงว่ามันจะไม่ตรงกับความจริง  แล้วถ้าแหกบทแบบนี้  จะมีผลกับการได้กลับบ้านของเรามั้ยนะ(โลกความจริง) ”


     

                 กล้าเริ่มลังเล  แต่พอเหล่หางตาไปมองคู่ต่อกร  ก็พบว่าจาบุมีท่าทีขึงขัง  หน้าตาคมเข้มของเขาแลดุดัน  กายล่ำสันดูปราดเปรียว  ราวกับเสือดาว  ทำให้เด็กหนุ่มนึกหวั่น 


    “ แต่ถ้าคิดสู้กับหมอนี่  เราจะไหวมั้ยนะ  เพราะคู่ต่อสู้ในตอนนี้เป็นเซนต์ที่ใช้คอสโมได้เหมือนกัน  ดีไม่ดี  อาจชำนาญกว่า  เพราะฝึกกันมาเป็นแรมปี  ต่างกับเราที่เพิ่งรู้จักการใช้พลังได้ไม่กี่วัน  ไม่สิ  จะมาหลอนไม่ได้  ต้องลุยไปข้างหน้าอย่างเดียว  ไม่งั้น  อดกลับบ้านแน่ๆ ” พอกล้าตัดสินใจเด็ดขาด  เขาก็ยกสองมือขึ้นตบหน้าตัวเอง  พร้อมตะโกนปลุกใจ 


    “ โอ้….สู้โว้ย…..” 


    “ เฮ้ย!  เป็นอะไรวะ  หรือแกจะเสียสติไปแล้ว ” และกิริยาดังกล่าว  ก็ทำให้จาบุตกใจนิดหน่อย  แต่ไม่นาน  เขาก็พบว่ากล้าในร่างเซย่าได้เงยหน้าขึ้นมา  พร้อมปฏิเสธเสียงแข็ง 


    “ ไม่  ชั้นไม่ให้ชุดครอธกับนาย ” 


    “ หือ….แกว่าไงนะ ” จาบุรู้สึกฉุนขาด  เลยยกสองมือขึ้นมาดัดนิ้วตนเองอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังกร็อปๆ  ฟันบนล่างขบกันแน่น  ใบหน้าถมึงทึง  ราวกับยักษ์มาร  และท่วงท่าดังกล่าวได้สร้างความหวาดผวาแก่กล้าอย่างมากมาย 


    “ เหวอ……..จาบุดูน่ากลัวชะมัด  ชั้นจะรอดตายมั้ยเนี่ย  เพราะหมอนี่คือบรอนต์เซนต์ในตำนานเลยนะ ” แต่พอกล้าเริ่มตั้งสติได้  สมองก็สำนึกถึงความจริงที่ทำให้หวาดกลัวน้อยลง 


    “ เออ....จริงสิ  ถึงหมอนี่จะเป็นบรอนต์เซนต์ในตำนาน  แต่เราเองก็ได้ร่างกายของเซย่ามา  น่าจะเอาชนะได้ไม่ยาก  จะกลัวมันไปทำไม ”


     

                ทว่าเด็กหนุ่มก็คิดได้  เมื่อสายไปแล้ว  เพราะวินาทีต่อมา  เขาก็ถูกกำปั้นลุ่นๆกระแทกหน้าเต็มแรงจนส่งให้ร่างเพรียวได้ส่วนกระเด็นไกลไปชนโพเดียม 


    “ โครม……”


     

                 ร่างของเซย่ากลิ้งโคโล่โคโล่  พร้อมการพังทลายของโพเดียมไม้  จากนั้นนอนคว่ำหน้าแน่นิ่ง  คล้ายว่าจะสลบเหมือดด้วยฤทธิหมัด  แน่นอนว่านี่คือเป็นฝีมือการต่อยของจาบุ 


    “ หึ  หึ  หึ  เป็นยังไง  กำปั้นของชั้นหนักดีมั้ย  นอนพักให้สบายจนถึงวันแข่งเถอะ  เจ้าเซย่า ” จาบุหัวเราะเบาๆ  ก่อนจะเดินเข้ามาจับสายสะพาย  เพื่อเตรียมปลดครอธที่สะพายหลัง  แต่ทันทีที่สัมผัสถูก  ฝ่าเท้าของเซนต์จำเป็นก็พุ่งตรงมาที่ใบหน้าของเด็กหนุ่ม 


    “ เฮ้ย!......” จาบุสบถดัง  ก่อนจะพลิกตัวหลบลูกถีบดังกล่าว  และในจังหวะที่ถอยห่าง  กล้าก็สปริงตัวลุกขึ้นมาคลำแก้ม 


    “ อู้ย….นายนี่หมัดหนักชะมัด  ขนาดมีร่างของเซย่าคุ้มกาย  ก็ยังรู้สึกเจ็บปวด ”


     

                แม้จะโดนต่อต้าน  แต่จาบุกลับดูสบอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง  มุมปากปรากฏรอยยิ้มนิดๆ  คล้ายว่านี่คือปฏิกิริยาที่เขาอยากจะเห็น 


    “ ใช่แล้ว  นี่แหละคือเจ้าจอมดื้อด้านที่ชั้นเคยรู้จัก  ในที่สุด  นายก็ได้กลับมาจริงๆซักที  เอาล่ะ  เรามาตัดสินแพ้ชนะกันตรงนี้เลย ”


     

                   ถึงจะรู้ว่าจาบุเริ่มเอาจริง  แต่กล้าก็นึกแปลกใจที่ตัวเองไม่รู้สึกหวาดกลัวเลย  อันค้านกับนิสัยขี้ขลาดที่ประจำในกมลสันดาน  อาจเป็นเพราะเขาโดนกำปั้นกระแทกหน้าจนทำให้เลือดหนุ่มวิ่งพล่านไปทั่วร่าง 


    “ อืม…..ทำไมเราถึงไม่กลัวหมอนี่  แถมยังอยากต่อสู้กับมันอีก  หรือว่าองค์ของเซย่าจะลง  เลยบ้าดีเดือดแบบนี้ ”


     

                 แต่ก่อนที่คู่อริทั้งสอง(มั้งนะ)จะได้ประลองกันแบบฟูลไทม์  ซาโอริก็เข้ามาห้ามมวยด้วยเสียงตะโกน 


    “ หยุดต่อสู้เดี๋ยวนี้  พวกเธอยังมีเวลาวัดฝีมือกันในลานประลอง ”


     

                 ด้วยความที่จาบุอยู่ในโอวาทของคุณหนูผู้สูงศักดิ์โดยตลอด  เขาจึงหยุดชะงักตามคำสั่ง  ผิดกับกล้าที่ประสบการณ์น้อย  เพราะเพิ่งหลงเข้าในโลกเซนต์เซย่าได้ไม่นาน  เลยยั้งตัวไม่ทัน  พร้อมหวดฝ่าเท้าเข้าไปที่ระหว่างขาของเด็กหนุ่มหน้าเข้ม 


    “ ปึก……” 


    “ อุ้ก……” ใบหน้าของจาบุถึงกับเขียวคล้ำ  เพราะจุดที่ถูกปะทะ  เป็นอวัยวะลับของลูกผู้ชายที่ค่อนข้างอ่อนแอ  แต่ด้วยศักดิ์ศรีที่แบกกลางหลัง  เลยวางท่ายืนเก๊กอยู่แบบนั้น  ทั้งที่ความจริง  อยากจะก้มลงไปคลำกระบอกข้าวหลามของตัวเองใจจะขาดอยู่แล้ว 


    “ อะ….เอ่อ….นะ…นายเป็นไงบ้าง  วะ…ไหวมั้ย ” กล้าถามเสียงอ่อย  ท่าทางสำนึกผิด  เพราะเขาเป็นคนที่ทำให้จาบุตกอยู่ในสภาพแบบนี้ 


    “ หึ  หึ  หึ  มะ…ไม่เป็นไร  มะ…ไม่ต้องห่วง  คะ…คนอย่างแกทำอะไรชั้นไม่ได้หรอก ” จาบุฝืนยิ้ม


       

              และด้วยความที่กล้ารู้ตัวว่าผิดเต็มประตู  เขาจึงรีบปลดกล่องครอธที่สะพายหลัง  จากนั้นก็กล่าวอำลา  แล้ววิ่งหนีไป 


    “ อ่า…นายไม่เป็นไร  ก็ดีแล้ว  งั้นฝากครอธเพกาซัสไว้ด้วยนะ  เจอกันวันแข่งล่ะ ”


     

              หลายสิบชีวิตในห้องกว้างพากันเงียบกริบ  ในใจรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก  เพราะทีแรกพวกเขาคิดว่าจะได้ดูการต่อสู้ระดับเหนือมนุษย์ของเหล่าเซนต์  สุดท้ายกลับเจอการสัประยุทธ์ที่น่าอดสู 


    “ เฮ้อ….เซ็งเลย  นึกว่าจะได้เห็นยอดฝีมือดวลกัน ” 


    “ พวกเราอดสนุก  เพราะคุณหนูซาโอริดันเข้ามาห้ามโดยแท้ ” 


    “ แต่จะว่าไป  เด็กหนุ่มพวกนี้เก่งจริงๆเหรอ  ดูสิ  กะอีแค่เตะผ่าหมาก  ยังไม่มีปัญญาหลบเลย ” 


    “ แต่เขาก็แข็งแกร่งนะ  ถ้าเป็นคนธรรมดาโดนแบบนั้น  ลงไปนอนชักดิ้นแล้ว ” 


    “ ไม่หรอก  หมอนั่นน่ะเจ็บสุดๆ  แต่มันกลัวเสียหน้ามากกว่า  เลยแอ๊คโชว์ซะ ”


     

                  ระหว่างที่นักข่าวทุ่มเถียงกันว่าจาบุเจ็บจริงหรือไม่  คนรับใช้ร่างใหญ่ในชุดสูทดำที่ชื่อ “ทัตซึมิ” ก็ตรงเข้ามาพูดคุยกับจาบุที่พยายามหยัดยืนให้ตัวตรงมากที่สุด  ทั้งที่ใบหน้ายังคงเขียวคล้ำ 


    “ จาบุ  นายอย่าแสดงความเจ็บปวดออกมา  เพราะถ้าเผยความอ่อนแอให้ใครเห็น  มีหวังคนทั้งโลกต้องโจษจันว่าเซนต์อย่างนายเป็นแค่พวกเล่นปาหี่ตามงานวัดแน่ๆ ” 


    “ หน็อย…ไอ้หมอนี่แล้งน้ำใจชะมัด  แทนที่จะเห็นใจกัน  ดันมาสั่งให้ชั้นแกล้งไม่เจ็บอีก  มันน่าสั่งสอนด้วยการตบหัวเหม่งชะมัด ” จาบุนึกด่าทัตซึมิในใจ  พร้อมเล็งไปยังศีรษะที่ล้านเลี่ยนเตียนโล่ง  แต่สุดท้ายเด็กหนุ่มก็ใจเย็นลง  เมื่อได้ยินเสียงร้องทักที่สดใสของคุณหนูคนสวย 


    “ จาบุ  เธอเป็นยังไงบ้าง  บาดเจ็บรึเปล่า ”


     

                จาบุหันมองเจ้าของเสียง  ก็พบกับคุณหนูซาโอริที่ถามไถ่พอเป็นพิธี  สังเกตได้จากใบหน้าสวยใสที่แลสงบนิ่ง  แต่เพราะความรักข้างเดียวที่คอยบังตา  เลยทำให้เด็กหนุ่มมโนไปว่านางฟ้าของเขาแย้มยิ้มอยู่นิดๆ 


    “ ว้าว…..คุณหนูซาโอริส่งยิ้มให้เราด้วย  ทำไมถึงดีงามปานเทพธิดาแบบนี้ ”


     

                ทว่าจิตใจของจาบุล่องลอยไม่นาน  ก็หล่นวูบลงมาสู่โลกแห่งความจริง  เมื่อได้ยินเสียงกระซิบของทัตซึมิที่อยู่ข้างกาย 


    “ เป็นบ้าอะไร ทำไมทำหน้าเคลิ้มฝันเป็นเด็กปัญญาอ่อนแบบนั้น  วางท่าให้มีมาดหน่อยสิ  นายเป็นเซนต์ผู้มีพลังเหนือมนุษย์นะ  อย่าทำงี่เง่าให้เสียเกียรติของคุณหนู ”


     

               จาบุแทบอยากจะกระโดดกัดหูของทัตซึมิให้ขาดติดปาก  แต่เพราะภาพลักษณ์ที่ต้องรักษา  ประกอบกับหมอนี่เป็นคนสนิทของคุณหนู  ยอดดวงใจที่แอบรักและเทิดทูนมาอย่างยาวนาน  เขาจึงก้มศีรษะรับคำแบบไม่เต็มใจ 


    “ ครับ ” 


    “ ดีมาก  เพื่อให้เรตติ้งการแข่งกาแล็คเซี่ยนวอร์ไม่ตก  ต้องแกล้งทำเป็นไม่เจ็บ  เดินไปจากที่นี่แบบมาดมั่น  พอถึงหลังฉาก  จะแหกปากร้องครำครวญยังไง  ก็เรื่องของนาย ” ทัตซึมิยังคงออกคำสั่งด้วยกระแสเสียงที่ได้ยินแค่สองคน  ดวงตาฉายแววไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจน  ประมาณจะบอกว่า….ถ้าไม่ยอมทำ  นายตายแน่


     

               เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้  จาบุก็ต้องเล่นตามบทด้วยการเดินยืดอกแบบพระเอก  และเป้าหมายที่เขาตรงไปก็คือ…..หลังเวที  พอกายล่ำสันพ้นสายตาผู้คน  เด็กหนุ่มก็ก้มลงนวดกระปู๋ของตัวเอง  พร้อมปลดปล่อยความเจ็บปวด 


    “ อู้ย……ปวดจังโว้ย  ไอ้บ้าเซย่า  แกไม่คิดยั้งเท้าเลยซักนิดหรือไงวะ ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2