แน่นอนว่าจาบุไม่ยอมรับฟัง เพราะพฤติกรรมในอดีตของเซย่าไม่เป็นที่ชอบใจของเขา เลยมะเหงกใส่หนึ่งดอก พร้อมด่าสำทับอีกคำรบ
“ โป้ก…..”
“ นี่แน่ะ….ไอ้หน้าโง่จอมดื้อด้าน เลิกเถียง แล้วทำตามคำสั่งซะ เพราะแกมันก็แค่คนชั้นต่ำ อย่าบังอาจมาปีนเกลียวกับผู้สูงศักดิ์อย่างคุณหนูซาโอริ เข้าใจมั้ย ”
คิ้วของกล้าเริ่มขมวดเข้าหากัน อารมณ์โกรธทะยานสูง เพราะนี่คือการละเมิดสิทธิมนุษยชนและหยามหมิ่นศักดิ์ศรีอย่างรุนแรง ทว่าเนื้อแท้ของเขายังเหลือความเป็นเด็กแหยอยู่ จึงได้แต่ยอมแบบปราศจากเงื่อนไข
“ ชิ…ก็ได้ แค่ส่งมอบครอธ ก็พอแล้ว ใช่มั้ย ” แต่ในขณะที่กล้ากำลังจะปลดกล่องครอธเพกาซัส เด็กหนุ่มก็พลันฉุกคิด
“ เอ๊ะ! เดี๋ยวสิ ตามเนื้อเรื่องในการ์ตูนที่เคยดู ตัวเอกไม่ยอมมอบครอธในทีแรกจนต้องประมือกับจาบุนิดหน่อย ถ้าเราให้เขาง่ายๆในทีเดียว เกรงว่ามันจะไม่ตรงกับความจริง แล้วถ้าแหกบทแบบนี้ จะมีผลกับการได้กลับบ้านของเรามั้ยนะ(โลกความจริง) ”
กล้าเริ่มลังเล แต่พอเหล่หางตาไปมองคู่ต่อกร ก็พบว่าจาบุมีท่าทีขึงขัง หน้าตาคมเข้มของเขาแลดุดัน กายล่ำสันดูปราดเปรียว ราวกับเสือดาว ทำให้เด็กหนุ่มนึกหวั่น
“ แต่ถ้าคิดสู้กับหมอนี่ เราจะไหวมั้ยนะ เพราะคู่ต่อสู้ในตอนนี้เป็นเซนต์ที่ใช้คอสโมได้เหมือนกัน ดีไม่ดี อาจชำนาญกว่า เพราะฝึกกันมาเป็นแรมปี ต่างกับเราที่เพิ่งรู้จักการใช้พลังได้ไม่กี่วัน ไม่สิ จะมาหลอนไม่ได้ ต้องลุยไปข้างหน้าอย่างเดียว ไม่งั้น อดกลับบ้านแน่ๆ ” พอกล้าตัดสินใจเด็ดขาด เขาก็ยกสองมือขึ้นตบหน้าตัวเอง พร้อมตะโกนปลุกใจ
“ โอ้….สู้โว้ย…..”
“ เฮ้ย! เป็นอะไรวะ หรือแกจะเสียสติไปแล้ว ” และกิริยาดังกล่าว ก็ทำให้จาบุตกใจนิดหน่อย แต่ไม่นาน เขาก็พบว่ากล้าในร่างเซย่าได้เงยหน้าขึ้นมา พร้อมปฏิเสธเสียงแข็ง
“ ไม่ ชั้นไม่ให้ชุดครอธกับนาย ”
“ หือ….แกว่าไงนะ ” จาบุรู้สึกฉุนขาด เลยยกสองมือขึ้นมาดัดนิ้วตนเองอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังกร็อปๆ ฟันบนล่างขบกันแน่น ใบหน้าถมึงทึง ราวกับยักษ์มาร และท่วงท่าดังกล่าวได้สร้างความหวาดผวาแก่กล้าอย่างมากมาย
“ เหวอ……..จาบุดูน่ากลัวชะมัด ชั้นจะรอดตายมั้ยเนี่ย เพราะหมอนี่คือบรอนต์เซนต์ในตำนานเลยนะ ” แต่พอกล้าเริ่มตั้งสติได้ สมองก็สำนึกถึงความจริงที่ทำให้หวาดกลัวน้อยลง
“ เออ....จริงสิ ถึงหมอนี่จะเป็นบรอนต์เซนต์ในตำนาน แต่เราเองก็ได้ร่างกายของเซย่ามา น่าจะเอาชนะได้ไม่ยาก จะกลัวมันไปทำไม ”
ทว่าเด็กหนุ่มก็คิดได้ เมื่อสายไปแล้ว เพราะวินาทีต่อมา เขาก็ถูกกำปั้นลุ่นๆกระแทกหน้าเต็มแรงจนส่งให้ร่างเพรียวได้ส่วนกระเด็นไกลไปชนโพเดียม
“ โครม……”
ร่างของเซย่ากลิ้งโคโล่โคโล่ พร้อมการพังทลายของโพเดียมไม้ จากนั้นนอนคว่ำหน้าแน่นิ่ง คล้ายว่าจะสลบเหมือดด้วยฤทธิหมัด แน่นอนว่านี่คือเป็นฝีมือการต่อยของจาบุ
“ หึ หึ หึ เป็นยังไง กำปั้นของชั้นหนักดีมั้ย นอนพักให้สบายจนถึงวันแข่งเถอะ เจ้าเซย่า ” จาบุหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามาจับสายสะพาย เพื่อเตรียมปลดครอธที่สะพายหลัง แต่ทันทีที่สัมผัสถูก ฝ่าเท้าของเซนต์จำเป็นก็พุ่งตรงมาที่ใบหน้าของเด็กหนุ่ม
“ เฮ้ย!......” จาบุสบถดัง ก่อนจะพลิกตัวหลบลูกถีบดังกล่าว และในจังหวะที่ถอยห่าง กล้าก็สปริงตัวลุกขึ้นมาคลำแก้ม
“ อู้ย….นายนี่หมัดหนักชะมัด ขนาดมีร่างของเซย่าคุ้มกาย ก็ยังรู้สึกเจ็บปวด ”
แม้จะโดนต่อต้าน แต่จาบุกลับดูสบอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง มุมปากปรากฏรอยยิ้มนิดๆ คล้ายว่านี่คือปฏิกิริยาที่เขาอยากจะเห็น
“ ใช่แล้ว นี่แหละคือเจ้าจอมดื้อด้านที่ชั้นเคยรู้จัก ในที่สุด นายก็ได้กลับมาจริงๆซักที เอาล่ะ เรามาตัดสินแพ้ชนะกันตรงนี้เลย ”
ถึงจะรู้ว่าจาบุเริ่มเอาจริง แต่กล้าก็นึกแปลกใจที่ตัวเองไม่รู้สึกหวาดกลัวเลย อันค้านกับนิสัยขี้ขลาดที่ประจำในกมลสันดาน อาจเป็นเพราะเขาโดนกำปั้นกระแทกหน้าจนทำให้เลือดหนุ่มวิ่งพล่านไปทั่วร่าง
“ อืม…..ทำไมเราถึงไม่กลัวหมอนี่ แถมยังอยากต่อสู้กับมันอีก หรือว่าองค์ของเซย่าจะลง เลยบ้าดีเดือดแบบนี้ ”
แต่ก่อนที่คู่อริทั้งสอง(มั้งนะ)จะได้ประลองกันแบบฟูลไทม์ ซาโอริก็เข้ามาห้ามมวยด้วยเสียงตะโกน
“ หยุดต่อสู้เดี๋ยวนี้ พวกเธอยังมีเวลาวัดฝีมือกันในลานประลอง ”
ด้วยความที่จาบุอยู่ในโอวาทของคุณหนูผู้สูงศักดิ์โดยตลอด เขาจึงหยุดชะงักตามคำสั่ง ผิดกับกล้าที่ประสบการณ์น้อย เพราะเพิ่งหลงเข้าในโลกเซนต์เซย่าได้ไม่นาน เลยยั้งตัวไม่ทัน พร้อมหวดฝ่าเท้าเข้าไปที่ระหว่างขาของเด็กหนุ่มหน้าเข้ม
“ ปึก……”
“ อุ้ก……” ใบหน้าของจาบุถึงกับเขียวคล้ำ เพราะจุดที่ถูกปะทะ เป็นอวัยวะลับของลูกผู้ชายที่ค่อนข้างอ่อนแอ แต่ด้วยศักดิ์ศรีที่แบกกลางหลัง เลยวางท่ายืนเก๊กอยู่แบบนั้น ทั้งที่ความจริง อยากจะก้มลงไปคลำกระบอกข้าวหลามของตัวเองใจจะขาดอยู่แล้ว
“ อะ….เอ่อ….นะ…นายเป็นไงบ้าง วะ…ไหวมั้ย ” กล้าถามเสียงอ่อย ท่าทางสำนึกผิด เพราะเขาเป็นคนที่ทำให้จาบุตกอยู่ในสภาพแบบนี้
“ หึ หึ หึ มะ…ไม่เป็นไร มะ…ไม่ต้องห่วง คะ…คนอย่างแกทำอะไรชั้นไม่ได้หรอก ” จาบุฝืนยิ้ม
และด้วยความที่กล้ารู้ตัวว่าผิดเต็มประตู เขาจึงรีบปลดกล่องครอธที่สะพายหลัง จากนั้นก็กล่าวอำลา แล้ววิ่งหนีไป
“ อ่า…นายไม่เป็นไร ก็ดีแล้ว งั้นฝากครอธเพกาซัสไว้ด้วยนะ เจอกันวันแข่งล่ะ ”
หลายสิบชีวิตในห้องกว้างพากันเงียบกริบ ในใจรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะทีแรกพวกเขาคิดว่าจะได้ดูการต่อสู้ระดับเหนือมนุษย์ของเหล่าเซนต์ สุดท้ายกลับเจอการสัประยุทธ์ที่น่าอดสู
“ เฮ้อ….เซ็งเลย นึกว่าจะได้เห็นยอดฝีมือดวลกัน ”
“ พวกเราอดสนุก เพราะคุณหนูซาโอริดันเข้ามาห้ามโดยแท้ ”
“ แต่จะว่าไป เด็กหนุ่มพวกนี้เก่งจริงๆเหรอ ดูสิ กะอีแค่เตะผ่าหมาก ยังไม่มีปัญญาหลบเลย ”
“ แต่เขาก็แข็งแกร่งนะ ถ้าเป็นคนธรรมดาโดนแบบนั้น ลงไปนอนชักดิ้นแล้ว ”
“ ไม่หรอก หมอนั่นน่ะเจ็บสุดๆ แต่มันกลัวเสียหน้ามากกว่า เลยแอ๊คโชว์ซะ ”
ระหว่างที่นักข่าวทุ่มเถียงกันว่าจาบุเจ็บจริงหรือไม่ คนรับใช้ร่างใหญ่ในชุดสูทดำที่ชื่อ “ทัตซึมิ” ก็ตรงเข้ามาพูดคุยกับจาบุที่พยายามหยัดยืนให้ตัวตรงมากที่สุด ทั้งที่ใบหน้ายังคงเขียวคล้ำ
“ จาบุ นายอย่าแสดงความเจ็บปวดออกมา เพราะถ้าเผยความอ่อนแอให้ใครเห็น มีหวังคนทั้งโลกต้องโจษจันว่าเซนต์อย่างนายเป็นแค่พวกเล่นปาหี่ตามงานวัดแน่ๆ ”
“ หน็อย…ไอ้หมอนี่แล้งน้ำใจชะมัด แทนที่จะเห็นใจกัน ดันมาสั่งให้ชั้นแกล้งไม่เจ็บอีก มันน่าสั่งสอนด้วยการตบหัวเหม่งชะมัด ” จาบุนึกด่าทัตซึมิในใจ พร้อมเล็งไปยังศีรษะที่ล้านเลี่ยนเตียนโล่ง แต่สุดท้ายเด็กหนุ่มก็ใจเย็นลง เมื่อได้ยินเสียงร้องทักที่สดใสของคุณหนูคนสวย
“ จาบุ เธอเป็นยังไงบ้าง บาดเจ็บรึเปล่า ”
จาบุหันมองเจ้าของเสียง ก็พบกับคุณหนูซาโอริที่ถามไถ่พอเป็นพิธี สังเกตได้จากใบหน้าสวยใสที่แลสงบนิ่ง แต่เพราะความรักข้างเดียวที่คอยบังตา เลยทำให้เด็กหนุ่มมโนไปว่านางฟ้าของเขาแย้มยิ้มอยู่นิดๆ
“ ว้าว…..คุณหนูซาโอริส่งยิ้มให้เราด้วย ทำไมถึงดีงามปานเทพธิดาแบบนี้ ”
ทว่าจิตใจของจาบุล่องลอยไม่นาน ก็หล่นวูบลงมาสู่โลกแห่งความจริง เมื่อได้ยินเสียงกระซิบของทัตซึมิที่อยู่ข้างกาย
“ เป็นบ้าอะไร ทำไมทำหน้าเคลิ้มฝันเป็นเด็กปัญญาอ่อนแบบนั้น วางท่าให้มีมาดหน่อยสิ นายเป็นเซนต์ผู้มีพลังเหนือมนุษย์นะ อย่าทำงี่เง่าให้เสียเกียรติของคุณหนู ”
จาบุแทบอยากจะกระโดดกัดหูของทัตซึมิให้ขาดติดปาก แต่เพราะภาพลักษณ์ที่ต้องรักษา ประกอบกับหมอนี่เป็นคนสนิทของคุณหนู ยอดดวงใจที่แอบรักและเทิดทูนมาอย่างยาวนาน เขาจึงก้มศีรษะรับคำแบบไม่เต็มใจ
“ ครับ ”
“ ดีมาก เพื่อให้เรตติ้งการแข่งกาแล็คเซี่ยนวอร์ไม่ตก ต้องแกล้งทำเป็นไม่เจ็บ เดินไปจากที่นี่แบบมาดมั่น พอถึงหลังฉาก จะแหกปากร้องครำครวญยังไง ก็เรื่องของนาย ” ทัตซึมิยังคงออกคำสั่งด้วยกระแสเสียงที่ได้ยินแค่สองคน ดวงตาฉายแววไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจน ประมาณจะบอกว่า….ถ้าไม่ยอมทำ นายตายแน่
เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ จาบุก็ต้องเล่นตามบทด้วยการเดินยืดอกแบบพระเอก และเป้าหมายที่เขาตรงไปก็คือ…..หลังเวที พอกายล่ำสันพ้นสายตาผู้คน เด็กหนุ่มก็ก้มลงนวดกระปู๋ของตัวเอง พร้อมปลดปล่อยความเจ็บปวด
“ อู้ย……ปวดจังโว้ย ไอ้บ้าเซย่า แกไม่คิดยั้งเท้าเลยซักนิดหรือไงวะ ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
