วันมงคลสมรส
ขบวนเจ้าสาวบนเกี้ยวสีแดงจากกระท่อมปลายนา มาสู่กระท่อมของเจ้าหยางหลงด้วยระยะทางเพียงครึ่งลี้เท่านั้น ชาวบ้านที่มาร่วมงานมีกลุ่มท่านลุง ท่านป้าที่มาช่วยทำนาในทุกๆปีและด้านหน้ากระท่อมของเจ้าหยางหลงยังมีฮ่องเต้ผู้สูงศักดิ์ในชุดสีขาวบริสุทธิ์ปักลายมังกรสีเหลืองทอง นั่งร่วมกับฮองเฮาในชุดแบบเดียวกันมาเป็นญาติฝ่ายเจ้าบ่าวนั่งรอให้พรแก่คนทั้งคู่ เหล่าชาวบ้านที่ไม่เคยพบหน้าพระพักตร์ของทั้งสองพระองค์ต่างตื่นเต้นกับรูปโฉมอันงดงามอย่างยากจะหาผู้ใดมาเปรียบได้ในแผ่นดินแคว้นเพ่ย แม้ฮ่องเต้และฮองเฮาจะทรงยิ้มแย้มอย่างใจดีแต่ก็มิมีผู้ใดกล้าเข้าไปถวายพระพรเพราะรอบข้างของทั้งสองพระองค์เต็มไปด้วยองครักษ์ เหล่าชาวบ้านจึงทำเพียงแค่ลอบมองและชื่นชมกันอยู่เช่นนั้น
เมื่อรถม้าจอดลง “เจ้าสาวมาแล้ว!!” เจ้าเฟิ่งเซียนฮองเฮาผู้งดงามล่มเมืองรีบลุกจากที่นั่งทั้งๆที่ตั้งครรภ์อยู่ จนพระสวามีอย่างฮ่องเต้เพ่ยหานหรงต้องรีบจับแขนเล็กเอาไว้ ความไม่สำรวมของนางก่อนหน้าที่พบกันเป็นอย่างไรตอนนี้ก็มิเคยเปลี่ยนเลยสักนิด
“เจ้าท้องอยู่เฟิ่งเอ๋อร์ นั่งลง” ????
☹️ คนถูกดุหน้าบึ้งทันทีแต่ก็นั่งลงตามคำสั่งของสามีเพราะนางท้องจริงๆ “เจ้าค่ะ” แม้ใจนางจะวิ่งไปจับจูงสตรีตาบอดแต่ไม่บอดผู้นั้นแล้วก็ตาม เรื่องราวของเจ้าหยางหลงที่เข้ามาเล่าให้ฟังเมื่อสองวันก่อนช่างน่าตื่นเต้นเหลือเกิน ทั้งเรื่องค้างคาวปีศาจ ทั้งเรื่องที่พี่สะใภ้ดวงตาสีเขียวมรกตซึ่งนางยังไม่เคยเห็นนั้นด้วย ‘จะงามมากเพียงใดกันนะ’
เจ้าหยางหลงที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วได้แต่มองน้องสาวของตนเองแล้วส่ายหน้าไปมา เขาเดินไปยังรถม้าและเปิดผ้าม่านทันที เจ้าสาวที่มีผ้าคลุมหน้าสีแดงถูกจูงเข้าไปในกระท่อม คู่บ่าวสาวรับคำอวยพรจากฮ่องเต้ ฮองเฮา ผู้อาวุโสในหมู่บ้าน ท่านยาย ท่านพ่อ จากนั้นท่านยายจึงส่งตัวเจ้าสาวเข้าห้องหอตามพิธีการในยามซื่อ(10.00)
ในห้องนั้นมีแม่หมอเจียวจิน ฮองเฮาเจ้าเฟิ่งเซียนและสาวใช้นามว่าหว่าหวา นั่งสนทนาร่วมกันกับเจ้าสาวตัวเล็กในชุดสีแดง
“ข้าว่าพี่สะใภ้เปิดผ้าคลุมดีหรือไม่ ปิดไว้เช่นนี้มองสิ่งใดไม่ถนัด” ฮองเฮาเจ้าเฟิ่งเซียนผู้ทรงพระครรภ์ได้หกเดือนถาม…จริงๆแล้วนางอยากเห็นหน้าพี่สะใภ้ชัดๆ ต่างหากเล่า
“มิเป็นไร ข้าชินแล้ว” นางปิดตามานาน เพียงแค่ผ้าคลุมหน้าจะเป็นไรไป อีกสองชั่วยาม (4ชั่วโมง) ก็ได้ฤกษ์เข้าหอแล้ว
“แต่ท่านต้องกินอะไรรองท้องไว้ก่อนนะเผื่อพี่หยางหลงเข้ามาก็ตั้งยามอุ้ย (14.00) แต่เอ๊ะ!!!” หันมองท่านยายหมอดู “ทำไมฤกษ์ยามเข้าหอถึงสว่างจ้าเช่นนี้เล่าเจ้าคะท่านยาย แบบนี้มิเห็นกันหมดหรอกรึ”
คำพูดของฮองเฮาผู้เยาว์วัยทำเอาสตรีอีกสามคนพากันหน้าแดงไปหมดไม่เว้นผมขาวผมดำ
หว่าหวา สาวใช้หน้านิ่งสะกิดฮองเฮาของตนเองยิกๆ “กล่าวอันใดน่ะเจ้าคะคุณหนู”
เจียวหนิงอันอยากจะต่อว่าน้องสามีเสียจริง จะมากล่าวให้นางคิดทำไมกันเล่า ในเมื่อนางก็ทำใจไปกว่าครึ่งแล้ว…ภาพเหตุการณ์ในโรงเตี๊ยมยังคงลอยวนเข้ามา ‘ยามนั้นก็เห็นกันหมด’
“มันเป็นฤกษ์ด่วนที่หลานเขยจัดเตรียมมา แม้ยายอยากจะค้านแต่ก็ไม่สามารถทำได้แล้ว” แม่หมอเจียวจินหน้าแดงไปตอบไป ยามที่เจ้าหยางหลงมาบอกฤกษ์ส่งตัว เป็นนางที่ไม่ดูให้ดีเสียก่อน
“ช่างเถอะเจ้าค่ะ จากนี้ไปจะเป็นสามีภรรยากันแล้วไม่เห็นวันนี้ วันหน้าก็ต้องเห็นอยู่ดี มันเลี่ยงไม่ได้” คนท้องเดินไปหยุดลงตรงหน้าสตรีชุดแดงที่นั่งอยู่บนเตียง “มาสิเจ้าคะ มาทานอะไรรองท้องเสียหน่อยและที่สำคัญที่สุดในยามนี้คือ…ข้าอยากเห็นหน้าพี่สะใภ้” น้องสาวว่าที่สามีมือไวเปิดผ้าคลุม พรึ่บ!!! ก่อนจะทำตาโตร้องเสียงดังออกมา “ว๊าว!!!”
เจียวหนิงอันยิ้มหวานใส่คนที่ร้องตะโกนตรงหน้า 'ฮองเฮาก็ยังคงงดงามล่มแคว้นเช่นเดิมจริงๆ'
“พี่สะใภ้ดวงตางามมาก...แม้จะสูงวัยไปหน่อยแต่ใบหน้าท่านอ่อนเยาว์จริงๆนะเจ้าคะ!!”
‘มันคือคำชมใช่หรือไม่นะ?’ คนฟังขมวดคิ้วมุ่น ???’ “ขอบคุณน้องสะใภ้”
“ถ้าหยางหลงมีบุตร ไม่แน่บุตรของหยางหลงจะมีสีตาเช่นพี่สะใภ้…ไม่เอานะเจ้าคะ!!” สตรีตั้งครรภ์ผู้มีศักดิ์เป็นฮองเฮาทำท่าทางงอแงเหมือนเด็กน้อย ‘ก็เด็กจริงๆนั่นล่ะเพราะนางอายุเท่าหยางหลง’ “ข้าไม่ยอมเจ้าค่ะ” หันหลังเดินออกจากห้องหอไป แล้วเสียงโวยวายด้านนอกก็ดังขึ้น
เจียวหนิงอันหัวเราะออกมาเบาๆ “มันจะห้ามกันได้หรือเจ้าคะท่านยาย เรื่องของสีดวงตาน่ะ”
“ไม่รู้สิ..ห้ามตั้งแต่ยังไม่ตั้งครรภ์นี่น่ะรึ?”
สองยายหลานต่างหัวเราะชอบใจ
ยามอุ้ย
ก่อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณว่าเจ้าบ่าวกำลังจะเข้ามาแล้ว ทำให้เจียวหนิงอันตื่นเต้นจนใจแทบจะระเบิด แม้นางและเจ้าหยางหลงจะพบเจอกันอยู่แล้วในทุกๆวัน แต่ความรู้สึกในวันนี้มันช่างแตกต่าง มันไม่ใช่จะเจอแล้วแยกย้าย แต่เจอแล้วต้องอยู่ด้วยกันตลอดไปจนชั่วชีวิตซึ่งมันช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริงๆ..ตายจากชาติที่แล้วอย่างโดดเดี่ยวไร้คู่ มาอยู่ชาตินี้ ‘มีคู่’
แกร่ก!! เจ้าหยางหลงเดินเข้ามาพร้อมกับเรียก “หนิงอันยอดรัก..กก” น้ำเสียงมีความยานคางและกลิ่น ‘สุรา’ โชยมาก่อนตัว “ข้าเมามายเสียแล้ว” หมับ!! มือแกร่งจับบ่าของนางไว้
“เมารึ?”
“เป็นเช่นนั้น เพราะเฟิ่งเอ๋อร์คนเดียว นางสั่งให้สวามีของนางมอมเมาข้า นางไม่อยากให้ข้ามีบุตร นางไม่อยากให้ข้าได้บุตรดวงตางดงาม” ไม้คานจากมือเจ้าหยางหลงเปิดผ้าคลุมสีแดงขึ้นช้าๆ
ใบหน้างดงามกระจ่างใสยิ้มหวานใส่ จนเจ้าหยางหลงดวงตาพร่ามัวไปหมด “นางแค่โมโห ไม่นานก็หายเจ้าอย่าได้บ่นนางมากนักเลยนางกำลังตั้งครรภ์” เจียวหนิงอันบอกสามีตามที่รู้สึก
“หึ” มือแกร่งค่อยๆแกะเครื่องประดับบนหัวให้สตรีที่รักอย่างเบามือ “ข้ารู้ นางแค่อยากแกล้งข้าเท่านั้นล่ะ” ก่อนจะเชยปลายคางมนขึ้นมารับจุมพิตดุดันราวกับจะกระชากวิญญาณ
“อื้ม..อะ” ยันหน้าอกแกร่งของบุรุษให้ถอยห่าง ยามนี้นางเริ่มเมาพร้อมกับสามีไปแล้วหลังจากรับจูบดูดดื่ม “เดี๋ยวก่อน สุรามงคลเล่า”
“อ่อ” เจ้าหยางหลงถอยออกมารินสุรามงคลรสชาติหอมหวานสองจอกก่อนจะนำมันมาส่งให้เจียวหนิงอันตัวน้อย ทั้งคู่คล้องแขนกันป้อนสุราหวานชื่น
รสชาติสุราไหลลงสู่ลำคอสตรีผู้ไม่เคยลิ้มรสชาติมันมาก่อน นางมีสีหน้าเหยเกไม่ชอบใจ
“รสชาติแย่” ย่นจมูกนิดหน่อย
“นี่คือสุราชั้นดีของแคว้นเพ่ย จะแย่ได้อย่างไร มานี่มาชายารักข้าจะถอดชุดให้เจ้า”
เจียวหนิงอันเบี่ยงกายหนีอย่างว่องไว “จะถอดชุดได้อย่างไรนี่เพิ่งจะยามอุ้ย”