“มา ๆ ....มากินข้าวกันได้แล้วคร๊าบ” เสียงจากทางห้องครัวของฐานที่พักตำรวจพลร่มแห่งนี้ จ่าอุดม เป็พ่อครัวหัวป่าที่รับหน้าที่ทำกับข้าวให้กับทุกคนได้ทานกันอย่างเอร็ดอร่อย
หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกันมาทั้งวัน ก็ได้เวลาพักผ่อนของแต่ละคนกันแล้ว บางคนอาจจะโทรกลับไปหาครอบครัว คนรัก บางทีการสนทนาทางโทรศัพท์ของแต่ละคน ทำให้รฐนนท์ถึงกับอิจฉาเลยทีเดียว เขามักจะโทรหาแม่แต่ก็ไม่ใช่ทุกวัน นอกจากนั้นก็ไม่มีใครให้โทรหาอีก จนบางครั้งเขาถูกลูกน้องแซวเื่ไม่มีแฟน
แต่เขาไม่สนใจและไม่คิดจะมีเพราะเขาคิดว่า คนที่ทำงานมีชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายแบบเขา ไม่ควรดึงใครให้เขามาเกี่ยวข้องด้วยจะดีกว่า อีกอย่างอาจเพราะเขายังไม่เจอคนที่มาทลายกำแพงอันแข็งแกร่งที่เขาพยายามสร้างมันมานานลงได้นั่งเอง
“พี่นนท์ เมื่อเช้าผมเห็นคุณครูคนสวย เค้าให้อะไรพี่เหรอครับ ว่าจะถามตั้งนานละ แต่ดันลืม” ผู้หมวดอาทิตย์ถามออกไปขณะกำลังกินข้าวกันอยู่ ทำให้สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ผู้กองหนุ่มทันที
“อ๋อ ก็... ไม่มีอะไรหรอกเขาแค่มาขอบคุณแล้วก็ ให้นาฬิกาพกเป็ของที่ระลึก น่ะ” คนถูกถามตอบไปด้วย พลางตักข้าวเข้าปากไปด้วย แบบไม่ค่อยใส่ใจเื่ที่กล่าวไปสักเท่าไร
“แต่ผมเห็นคุยกันอยู่ตั้งนาน ไม่มีอะไรแน่เหรอคร๊าบ .... แล้วสาวเ้ายังจะทิ้งของให้ดูต่างหน้าอีก แสดงว่าเธอต้องสนใจพี่แน่ ๆ เลย เออ... แล้วพี่ได้ขอเบอร์เธอมาไหมครับ” ผู้หมวดหนุ่มยังคงซักไม่หยุด
“จะไปขอได้ยังไงล่ะ เพิ่งเจอกันแค่ครั้งเดียว แล้วอีกอย่างก็ไม่มีอะไรที่ต้องติดต่อกันแล้วนี่ ฉันไม่ใช่แกนะจะได้ไวซะขนาดนั้นเื่ผู้หญิงเนี่ย พอ ๆ คนจะกินข้าวถามอยู่ได้ แล้วไม่กินเหรอข้าวน่ะ ใครไม่กินก็ออกไปพักไป ถ้าจะกินห้ามพูด นี่คือคำสั่ง” รฐนนท์พูดเสียงแข็ง
“อ่อนแบบนี้แล้วเมื่อไรจะได้มีแฟนกับเขาซะทีล่ะเนี่ยลูกพี่เรา เอ็งว่าปะ” หมวดอาทิตย์หันไปกระซิบกับคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วทุกคนก็กินข้าวกันต่อด้วยความเงียบ เป็ที่รู้กันว่าหากลูกพี่ออกคำสั่งแล้วละก็ ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งเขาเด็ดขาด เพราะบทลงโทษที่จะตามมามันไม่คุ้มกันเลยจริง ๆ
ดารันเองพอกลับไปถึงบ้านได้ก็หลับเป็ตาย ตอนที่ออกจากพื้นที่สีแดงได้อย่างปลอดภัย เธอค่อยรู้สึกหายใจได้ทั่วท้องหน่อยอยากะโดัง ๆ ว่า ‘โอว... ฉันรอดแล้ว’ คือพอเธออยู่ในที่หนึ่งด้วยความกลัว หวาดระแวง แล้วได้ออกมาจากที่นั่นมันเหมือนกับว่าเธอได้เกิดใหม่อย่างนั้นแหละ ถึงตอนแรกจะคิดว่าที่นั่นไม่น่ากลัวแต่พอได้เจอเหตุะเิก็เริ่มจะเปลี่ยนความคิดขึ้นมาบ้างเสียแล้วว่า มันก็มีบางมุมที่น่ากลัวเช่นกัน
หลายวันต่อมาดารันไปสอนหนังสือตามปกติ มีอยู่วันหนึ่งครูแก้วได้เอารูปจากเฟสบุ๊คของตำรวจพลร่ม ที่โพสต์รูปตอนที่ไปงานวันเด็กให้ดูกัน ดารันจึงจำชื่อเฟสบุ๊คเอาไว้แล้วมาลองค้นหาดูเอง เผื่อว่าจะมีข้อมูลหรือข่าวคราวของผู้กองรฐนนท์บ้าง เพราะเธอเองก็ยังอยากรู้ความเป็ไปของเขาอยู่ แต่จากการที่เธอ ‘แอบส่อง’ ดูแล้วก็ยังไม่รู้อะไรคืบหน้าอยู่ดี รูปของเขาที่ลงก็แทบไม่ค่อยจะมีเลยด้วยซ้ำ
“รัน ฉันว่าแกเลิกหาข่าวเค้าเถอะนะ แกไปชอบอะไรเค้านักวะหะ แต่ก่อนไม่เห็นแกจะสนใจใครเลยนี่นา ฉันแนะนำใครให้แกก็บอกว่าไม่ชอบ คนนั้นก็ไม่เอา คนนี้ก็ไม่ใช่ แล้วไงล่ะคราวนี้เกิดไปถูกใจอะไรอีตาผู้กองนี่เข้าให้ล่ะ” นิชา เพื่อนสนิทของดารันพูดขึ้นหลังจากที่ดารันเล่าเื่ราวต่าง ๆ เกี่ยวกับผู้กองรฐนนท์ให้เธอฟัง จากทั้งน้ำเสียงและสีหน้าท่าทางของคนเล่าทำให้นิชาพอจะเดาออกว่าเพื่อนสาวออกจะปลื้มคนที่ถูกพูดถึงอยู่มากเลยทีเดียว
“ฉันก็แค่ อยากรู้ว่าเค้าเป็ยังไงบ้าง ก็แค่นั้นเอง ไม่ได้ชอบอะไรมากมายซะหน่อย” ดารันแก้ตัว พลางเอนตัวลงนอนบนเตียงภายในห้องนอนของเธอเอง วันนี้เป็วันหยุด เธอจึงนัดนิชาให้มารับที่บ้านเพื่อออกไปข้างนอกด้วยกันเหมือนเช่นเคย บางครั้งก็ไปหาหนังสือใหม่อ่าน หรือไม่ก็ออกไปเดินเล่นหาอะไรอร่อย ๆ กินกัน
“อย่าเลย! ฉันเห็นที่แกทำก็ดูออกละ เอางี้ละกัน ฉันจะลองหาวิธีช่วยแกเอง เห็นแล้วก็สงสารว่ะ อืม...จากที่ฉันได้ผ่านการดูซีรีย์ต่างๆ มามากมาย หรือจะเรียกว่าเ้าแม่ซีรีย์ก็ว่าได้ ฮ่า ๆๆ วิธีที่เราจะติดต่อผู้ชายก่อนแบบไม่น่าอายมันต้องแบบไม่ให้เขารู้ว่าเราอยากติดต่อกับเขาก่อนนั่นก็คือ... เราต้องหาข้ออ้าง" นิชาทำท่าทางจริงจังหน้าเชื่อถือ
"ข้ออ้างเหรอ...แล้วเราจะอ้างอะไร ยังไงดีล่ะ ไหนแกลองพูดให้เคลียร์ ๆ หน่อยซิ" ดารันทำหน้างง กับคำแนะนำของเพื่อนรัก
"ก็แบบนี้ไง... แกบอกว่าครูแก้วเคยส่งของไปให้พวกตชด. ที่ฐานใช่ปะ งั้นแกก็ส่งของไปให้บ้างสิ แกจะได้ติดต่อกับเขาไง ดีปะ” นิชาหาวิธีให้ ไอ้เื่จับคู่นี่เธอถนัดนักล่ะ จับมาหลายคู่ละ ยกเว้นตัวเองที่ยังไม่สามารถทำได้สักทีแม้ว่าจะอยากทำมากๆ ก็ตาม
“อืม…. ก็ดีนะ ที่จริงฉันคิดว่าจะส่งของให้เ้าหน้าที่ทางใต้อยู่แล้วอะนะ เพราะว่าเขาอยู่กันแบบลำบาก จะว่าไปเขาก็ทำเพื่อพวกเรา ทำเพื่อชาติบ้านเมือง ถ้ามีโอกาสฉันก็อยากทำเพื่อชาติกับเขาบ้าง อ้อ...แล้วแก...ต้องไปช่วยฉันเลือกซื้อของที่จะส่งไปให้เขาด้วยนะไหน ๆ แกก็ออกความคิดแล้วหนิ ต้องลงมือลงแรงด้วย โอเคนะ” ดารันพูดแกมบังคับจนนิชาต้องยอมรับคำแต่โดยดี
จากนั้นดารันจึงรีบจัดการตามแผนของเพื่อนรัก โดยเริ่มจากการสอบถามแอดมินเฟสเป้าหมาย ถึงที่อยู่ที่จะให้ส่งของไป แล้วก็แอบล้วงข้อมูลว่ามีคนดูแลเฟสกี่คน อะไร ยังไง จนได้ข้อมูลมาว่าแอดมินมีหลายคนช่วย ๆ กันดูถ้าใครมีเวลาว่าง
ดารันคิดว่าน่าจะมีโอกาสที่รฐนนท์จะเข้ามาดูความเคลื่อนไหวในนี้ เธอจึงเริ่มแผนการ ดารันถ่ายรูปข้าวของที่ซื้อมาเตรียมส่งไปรษณีย์ เพื่อโพสต์ลงเฟสบุ๊คโดยแท๊กไปที่เฟสของตำรวจพลร่มด้วย ว่าจะส่งของไปให้และลงรูปที่เธอถ่ายกับคณะครูแก้วตอนไปที่ยะลาด้วย หลังจากนั้นก็มีแอดมินคนหนึ่ง ซึ่งเธอไม่รู้ว่าเป็ใครมาขอบคุณพร้อมกับตำรวจอีกหลาย ๆ คน แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะเป็ผู้กองรฐนนท์เลย
ผ่านไปหลายวันเฟสบุ๊คของเธอถึงได้รับแจ้งเตือนตามที่เธอรอคอย มีรูปข้าวของเครื่องใช้ที่เธอส่งไปพร้อมกับข้อความแจ้งว่าได้รับของแล้ว และกล่าวขอบคุณเธอที่ส่งของมาให้ ซึ่งก็ดูจะไม่มีอะไรพิเศษ แต่เมื่อเธอกดดูรูปอีกทีจึงสังเกตเห็นว่าตรงมุมด้านขวาบนของรูป มีนาฬิกาของเธอวางอยู่ด้วย
ดารันดีใจมากคิดว่าแอดมินคนนี้คงต้องเป็ผู้กองรฐนนท์เป็แน่ นี่แสดงว่าเขาจำเธอได้ และเขาอาจจะอยากสื่ออะไรถึงเธอถึงได้วางนาฬิกาเอาไว้แบบนี้
“นิชา! แกว่าเขาทำแบบนี้มันหมายความว่าไงอะ” ดารันโทรศัพท์ถามเพื่อนหลังจากที่ส่งรูปให้นิชาดู รูปที่คิดว่าผู้กองรฐนนท์เป็คนลงในเฟสบุ๊คของตำรวจพลร่ม แต่นิชากลับแกล้งตอบว่า ‘เขาคงลืมทิ้งไว้แล้วบังเอิญมีคนถ่ายติดมามั้ง’ แต่ดารันก็ยังคิดว่าไม่น่าจะใช่ตามที่นิชาบอก ผู้กองรฐนนท์น่าจะอยากสื่ออะไรถึงเธอ แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรอีกแม้ว่าเธอจะคอยเฝ้าดูอย่างละเอียด สรุปจนแล้วจนรอดเธอแทบไม่ได้อะไรเพิ่มเติมเลย
“รัน ่ปิดเทอม ฉันว่าจะไปสมัครเป็ครูอาสาบนดอยทางเหนือน่ะ แกสนใจไหม ไปด้วยกันดิ” นิชาถามดารันเมื่อออกมาทานข้าวกันนอกบ้านในวันหยุด
“อืม...ก็ดีนะ ฉันก็อยากไป แล้วต้องทำยังไงบ้างล่ะ ไปนานไหม” ดารันถามอย่างสนใจ เธอคิดว่าเป็การดีที่เธอจะได้มีประสบการณ์ เพิ่มขึ้น และยังได้ช่วยเหลือเด็ก ๆ ด้วยในคราวเดียวกัน
“มีกำหนด 3 เดือนน่ะ เราก็ใช้เวลา่ปิดเทอมใหญ่และต้องลางานอีกนิดหน่อย แต่ฉันถามที่โรงเรียนที่ฉันสอนแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรนะเขาสนับสนุนดีเพราะไงเราก็ไม่ใช่ครูประจำอยู่แล้วจะได้หาประสบการณ์เพิ่มด้วย แกลองถามครูแก้วดูสิ”
“งั้น...ฉันต้องไปขอครูแก้วก่อน แต่คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรเหมือนกันแหละ เพราะครูแก้วแกชอบช่วยเหลือสังคมอยู่แล้วขนาดไปใต้ที่ว่าอันตรายมาก ๆ แกก็ยังไปมาแล้วเลย แต่คนสำคัญที่สุดเลยก็คือ แม่ฉันน่ะสิ คนนี้ไม่รู้ว่าจะอนุญาตไหม เฮ้อ......” ดารันพูดไปด้วยกินไปด้วยอย่างเอร็ดอร่อย แต่ก็ยังไม่วายถอนหายใจเมื่อคิดว่าจะผ่านด่านแม่ของเธอไปได้อย่างไร
“เออ แล้วผู้กองของแกล่ะ เค้าไม่มีทีท่าอะไรกับแกเลยเหรอวะ หลังจากเื่โพสต์รูปวันนั้นแล้วอะ” นิชาถามเพราะนึกขึ้นได้เมื่อดารันพูดถึงเื่ไปใต้ และเธอไม่ได้ยินเพื่อนพูดถึงผู้กองคนนั้นมานานแล้ว
“ก็... ไม่มีอะไรเลยน่ะสิ เขาก็แค่เข้ามาโพสต์รูปบ้างนาน ๆ ครั้ง แต่แปลกที่หลายๆ รูปที่เขาโพท จะมีนาฬิกาที่ฉันให้เขาอยู่ด้วยอะ แกว่าแปลกมะ” ดารันหยุดกินแล้วหันมาถามเพื่อนแบบจริงจัง
“อืม ...มันก็แปลกอยู่นะ เขา้าจะสื่ออะไร หรือว่าเขายังคิดถึงแกอยู่เหมือนกัน แต่เขาอาจจะไม่กล้าคุยกับแกตรง ๆ ไง เขาก็เลยทำแบบนี้ ที่จริงฉันว่ามันก็...แอบโรแมนติกอยู่นะ เคยเห็นแต่พระเอกซีรีย์เค้าทำกันอะ ฉันไม่คิดเลยว่าอีตาผู้กองนี่จะโรแมนติกเป็กับเค้าด้วย ฮ่าๆๆ” นิชาหัวเราะร่าทั้งที่ในปากยังเต็มไปด้วยอาหาร
“แกคิดอย่างนั้นเหรอ แต่ฉันว่าไม่ว่ะ ดูแล้วเค้าไม่น่าจะเป็คนโรแมนติกเท่าไหร่ ออกจะแบบ...เ็า ปากจัด อะไรแบบนี้มากกว่า เฮ้อ... พอ ๆ เลิกสนใจดีกว่า ฉันว่าเขาคงไม่ได้ชอบฉันหรอก เพราะถ้าชอบเขาน่าจะคุยกับฉันไปนานละ เฟสฉันเขาก็รู้ แต่ก็ไม่เห็นทักมาเลย พอเลิกเพ้อเจ้อได้ละเรา”
ดารันกินอาหารตรงหน้าต่อ เธอจะเลิกหวังให้เขาติดต่อเธอมาเพราะมันคงไม่มีทาง ทางที่ดีควรตัดใจดีกว่า เพราะคนอย่างเขาคงไม่มีใครหรืออะไรสำคัญไปกว่าหน้าที่ที่เขารับผิดชอบไปได้