บทที่19 าครั้งใหญ่ของเมืองพยัคฆ์คราม (4)
"แต่เท่าที่ข้าเห็นมีแต่คนของข้าตระกูลหม่าที่กำลังสู้กับสัตว์อสูรระดับ5อยู่ไม่เห็นพวกตระกูลกัวสักคน?" หม่าจือฉวนยังคงใส่น้ำเสียงแดกดันใส่กัวเจ๋อเทาอยู่เหมือนเดิม
"ข้าก็เห็นคนตระกูลหม่าของเจ้ารับมือได้ข้าก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่ง" กัวเจ๋อเทาตอบด้วยท่าไม่ทุกข์ร้อนอะไร
"ท่านท่านหยุดทะเลาะกันเสียเถอะทางด้านนู้นมีสัตว์อสูรระดับ5หลุดเข้ามาอีกหนึ่งตัวแล้วพวกท่านรีบส่งคนไปรับมือเถอะ!" เจ้าเมืองพูดด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม
"ได้ตะกูลกัวของข้าจัดการเอง" กัวเจ๋อเทาพูดจบก็สั่งให้ผู้อาวุโสของตระกูลกัว4คนลงสู่สนามรบไปจัดการสัตว์อสูรระดับ5ทันที
ทางด้านผู้อาวุโสสามคนที่ปะทะกับหัวหน้ากระทิงสายฟ้า,ผู้อาวุโสทั้งสามคนใล่ต้อนหัวหน้ากระทิงสายฟ้าจนอยู่หมัดหัวหน้ากระทิงสายฟ้าต่างมีบาดแผลเต็มไปทั้งตัวเรี่ยวแรงเริ่มที่จะหมดลงแล้ว
ขณะที่ผู้อาวุโสทั้งสามกำลังจะปิดฉากการต่อสู้ลงได้ก็ได้มีเงาสายฟ้าพุ่งเข้ามาปะทะกับกระบี่ของผู้อาวุโสที่สองที่กำลังจะตัดศรีสะของหัวหน้ากระทิงสายฟ้าเงาสายฟ้าที่พุ่งเข้ามาก็คือเหยี่ยวสายฟ้าระดับ5ขั้นต้นแล้วตามาด้วยพยัคฆ์สายฟ้าระดับ5ขั้นต้นอีกหนึ่งตัวสถานการณ์พลิกกลับทันทีการที่ต้องรับมือกับพยัคฆ์สายฟ้านั้นไม่ได้ยากเท่าไหร่แต่กับเหยี่ยวสายฟ้านี้ค่อนข้างจะลำบากด้วนการที่เหยี่ยวสายฟ้านั้นสามารถบินได้แถมความรวดเร็วยังสูงอย่างมากทำให้เหล่าผู้อาวุโสไม่สามารถโจมตีเหยี่ยวสายฟ้าได้ต้องรอให้เหยี่ยวสายฟ้าบินลงมาก่อนเท่านั้น!
"พวกเจ้าสองคนจัดการพยัคฆ์สายฟ้ากับหัวหน้ากระทิงสายฟ้าส่วนข้าจะคอยระวังเหยี่ยวสายฟ้าให้เอง!"
ผู้อาวุโสที่สองแบ่งหน้าที่ให้กับผู้อาวุโสที่สามและสี่แล้วก็จับจ้องไปที่เหยี่ยวสายฟ้า
"ผู้อาวุโสที่สามกับผู้อาวุโสที่สี่มีสมาธิกับการรับมือพยัคฆ์สายฟ้าเถอะส่วนหัวหน้ากระทิงสายฟ้าที่บาดเจ็บสาหัสข้ากับรั่วชิงจะจัดการให้เอง" หม่าซินรุ่ยพูดจบผู้อาวุโสที่สามกับผู้อาวุโสที่สี่ก็พุ่งเข้าไปปะทะกับพยัคฆ์สายฟ้าทันทีส่วนหม่าซินรุ่ยกับรั่วชิงก็พุ่งเข้าไปจัดการกับหัวหน้ากระทิงสายฟ้าเช่นกัน
ด้วยการที่หัวหน้ากระทิงสายฟ้าบาดเจ็บสาหัสทำให้พลังโจมตีของมันเองลดลงอย่างมากรั่วชิงและหม่าซินรุ่ยสามารถฟันสายฟ้าที่หัวหน้ากระทิงสายฟ้าปล่อยออกมาได้อย่างง่ายดาย
ผู้อาวุโสที่สามกับผู้อาวุโสที่สี่เองก็สามารถกดดันพยัคฆ์สายฟ้าได้อย่างมากพลังป้องกันของพยัคฆ์สายฟ้าน้อยกว่าหัวหน้ากระทิงสายฟ้ามากทำให้พยัคฆ์สายฟ้านั้นได้รับบาดเจ็บไม่น้อยเพียงแค่ปะทะกันไม่กี่ลมหายใจ
เหยี่ยวสายฟ้าเองก็พยามที่จะลอบโจมตีผู้อาวุโสที่สามกับผู้อาวุโสที่สี่แต่กลับถูกผู้อาวุโสที่สองขัดขวางไว้ได้ตลอด
ทางด้านหม่าซินรุ่ยนั้นราบรื่นอย่างมากนางกับรั่วชิงใช้อาคมเสริมแกร่งเพียวอย่างเดียวก็สามารถโจมตีทะลุเกราะพลังปราณของหัวหน้ากระทิงสายฟ้าได้อย่างง่ายดายเลือดของหัวหน้ากระทิงสายฟ้าไหลออกมาอย่างต่อเนื่องมันแทบจะไม่มีแรงต่อต้านใดๆอีกต่อไป
"เงาเทพอัคคี" รัวชิงใช้ออกด้วยเงาเทพอัคคีเข้าไปประชิดตัวหัวหน้ากระทิงสายฟ้าพร้อมกับใช้กระบี่ฟันไปที่คอของหัวหน้ากระทิงสายฟ้าหวังที่จะจบการต่อสู้ลงทันที
แต่ว่าเหยี่ยวสายฟ้าที่ปะทะอยู่กับผู้อาวุโสที่สองกลับเปลี่ยนเป้าหมายมาที่รั่วชิงเสียอย่างนั้นผู้อาวุโสที่สองพยามที่จะใล่ตามแต่ก็ไม่สามารถตามความเร็วของเหยี่ยวสายฟ้าได้ทันกระบี่ของรั่วชิงกำลังจะตัดศรีสะของหน้ากระทิงสายฟ้า!
เหยี่ยวสายฟ้าเองที่พุ่งเข้ามาด้านหลังของรั่วชิงก็ใช้กรงเล็บที่แหลมคมของมันหวังที่จะตัดศรีสะของรั่วชิงเช่นเดียวกัน!
หม่าซินรุ่ยแม้จะมองเห็นทุกอย่างแต่นางไม่สามารถที่จะตอบสนองต่อเหตุการตรงหน้าได้ทันความเร็วของเหยี่ยวสายฟ้านั้นเร็วมากจริงๆถ้าเกิดว่านางสามารถใช้เงาเทพอัคคีได้อย่างรั่วชิงคงพอที่จะเข้ามาช่วยรั่วชิงได้ทัน
"รั่วชิงระวังข้างหลังเจ้า!" หม่าซินรุ่ยทำได้เพียงแค่ส่งเสียงเตือนรั่วชิง!
"ดัชนีหยกเทวะ!"
"วี๊ดดดดดด!"
"ซวบ!"
"ฉัวะ!"
"ตุบ!"
"ตุบ!"
กรงเล็บของเหยี่ยวสายฟ้าอยู่ห่างจากคอของรั่วชิงเพียง1เซนติเมตรเท่านั้นก็มีสำแสงสีเขียวพุ่งทะลุลำคอของเหยี่ยวสายฟ้าทำให้เหยี่ยวสายฟ้านั้นร่วงหล่นลงมาพร้อมกับตายลงทันที,เป็นเวลาเดียวกันกับที่รั่วชิงตัดศรีสะของหัวหน้ากระทิงสายฟ้าทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน!
พร้อมกับมีหญิงสาวชุดเขียวเดินเข้ามาหารั่วชิงหญิงสาวชุดเขียวก็ไม่ใช่ใครที่ไหนก็คือลู่จื้อนั้นเอง,ลู่จื้อเองหลังจากที่มั่นใจแล้วว่าหม่าซินรุ่ยกับรั่วชิงนั้นจะต้องเกี่ยวข้องกับเจ้านายคนใหม่ของนางอย่างแน่นอนก็ได้เข้ามาที่สนามรบเพื่อจะสอบถามหม่าซินรุ่ยเกี่ยวกับเจ้านายคนใหม่ของนางนั้นเอง
หม่าซินรุ่ยเองก็รีบเดินมาคำนับและเอ่ยขอบคุณลู่จื้อ
"ขอบคุณแม่นางลู่จื้อที่ช่วยชีวิตรั่วชิงไว้!"
"ขอบคุณแม่นางลู่จื้อที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้!" รั่วชิงเองก็เอ่ยขอบคุณลู่จื้อ
ผู้อาวุโสที่สองก็ตามเข้ามาสมทบแม้ว่าตัวเองจะอยู่ห่างพอสมควรแต่ก็มองเห็นเหตุการทั้งหมดอย่างชั้ดเจน
"แม่นางลู่จื้อแห่งสมาคมการค้าต้าเป่าข้าผู้อาวุโสที่สองขอเป็นตัวแทนของตระกูลหม่าขอบคุณแม่นางอย่างมากสำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้!" ผู้อาวุโสที่สองเอ่ยของคุณพร้อมกับคำนับให้กับลู่จื้อ
"ไม่เป็นไรแค่เรื่องเล็กน้อยผู้อาวุโสอย่าได้เกรงใจ!" ลู่จื้อตอบพร้อมกับคำนับกลับทันที
"ฝีมือของแม่นางลู่จื้อช่างรายกาจยิ่งนักสามารถสังหารเหยี่ยวสายฟ้าระดับ5ขั้นต้นได้ในหนึ่งกระบวนท่าทำให้ผู้ชราอย่างข้าอดเลื่อมใสมิได้!"
"ข้าแค่โชคดีที่เหยี่ยวสายฟ้านั้นไม่ทันระวังตัวทำให้การลอบโจมตีครั้งนี้สำเร็จไปได้ด้วยดี!"
ลู่จื้อตอบกลับผู้อาวุโสที่สองไปอย่างถ่อมตัวแต่ตัวของนางก็ตกใจเหมือนกันวิชาดัชนีหยกเทวะนั้นมันรุนแรงกว่าที่นางคิดไว้มากมันทะลุเกราะลมปราณของเหยี่ยวสายฟ้าได้อย่างง่ายดายพร้อมกับดับลมหายใจของเหยี่ยวสายฟ้าลงทันที!
สถานการณ์ในสนามรบเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆมีสัตว์อสูรระดับ4-5หลุดเข้ามามากขึ้นทำให้ฝั่งของมนุษย์นั้นเสียกำลังคนไปมากกว่าหนึ่งพันคนแล้วถึงแม้ว่าจะสังหารสัตว์อสูรไปได้ร่วมสองหมื่นตัวแล้วก็ตามแต่สถานการณ์ก็ยังเลวร้ายอยู่ถึงแม้กองทัพมนุษย์จะเสียกำลังพลไปไม่มากแต่เรี่ยวแรงก็เริ่มถดถอยลงเรื่อยๆในขณะที่สัตว์อสูรยังคงเหลืออยู่กว่าสามหมื่นตัว นับตั้งแต่สัญญาณเตือนภัยดังขึ้นก็ผ่านมาแล้ว2ชั่วยาม
"แม่นางลู่จื้อเหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่กันข้าคิดว่าสมาคมการค้าต้าเป่าออกจาเมืองไปหมดแล้วเสียอีก?" ผู้อาวุโสที่สองถามลู่จื้อ
"คนของสมาคมการค้าต้าเป่าหน้าจะออกจาเมืองไปหมดแล้วแต่ข้านั้นมิใช่คนของสมาคมการค้าต้าเป่าอีกต่อไปแล้วข้าแค่มารอคนๆหนึ่งเท่านั้นและคนที่ข้ารอก็เหมือนว่าจะรู้จักกับตระกูลหม่าของท่าน!"
"คนรู้จักของตระกูลหม่า?? แม่นางลู่จื้อเจ้าหมายถึงผู้ใดกัน?" ผู้อาวุโสที่สองถามกลับด้วยความงุนงง
ต่างจากหม่าซินรุ่ยที่พอได้ฟังที่ลู่จื้อพูดภาพของเฟยอวี่ก็ปรากฏขึ้นในหัวทันทีพร้อมกับคำพูดที่ว่าจะพาคนอีกคนมาแนะนำให้รู้จัก!
"เรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะสถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมาะจะพูดคุยพวกเรารีบไปจัดการสัตว์อสูรกันก่อนดีกว่า!" ลู่จื้อพูดจบก็พุ่งออกไปจัดการสัตว์อสูรต่อทันที นางต้องการที่จะทดสอบพลังของตัวนางเองในตอนนี้ว่าจะมีมากเพียงใด
"ฟุบ!"
ความเร็วของลู่จื้อนั้นทำให้ผู้อาวุโสที่สองนั้นตกใจไม่น้อยลูจื้ออยู่แค่ระดับ5ขั้นต้นแต่กลับมีความเร็วมากกว่าตัวเขาอยู่อยู่ระดับ5ขั้นกลางเสียอีก
"พวกเราเองก็ไปช่วยผู้อาวุโสที่สามและสี่จัดการพยัคฆ์สายฟ้าเถอะ" อาวุโสที่สองพูดจบทั้งสามคนก็เข้าไปช่วยผู้อาวุโสที่สามและสี่
"พุบ!"
"พุบ!"
"พุบ!"
พยัคฆ์สายฟ้าถูกผู้อาวุโสที่สามและสี่กดดันอย่างหนักอยู่ก่อนแล้วพอผู้อาวุโสที่สองเข้ามาสมทบอีกคนก็ทำให้การฆ่าพยัคฆ์สายฟ้านั้นง่ายดายยิ่งขึ้นไปอีก หม่าซินรุ่ยกับรั่วชิงเห็นแบบนี้ก็เลือกที่จะหันไปจัดการสัตว์อสูรตัวอื่นแทนปล่อยให้สามผู้อาวุโสจัดการพยัคฆ์สายฟ้าไป
ลู่จื้อใล่จัดการสัตว์อสูรระดับ4ไปหลายตัวแล้วแต่นางก็ไม่ได้รู้สึกพอใจสัตว์อสูรระดับ4อ่อนแอ่เกินไปเพียวแค่หนึ่งฝ่ามือของนางสัตว์อสูรระดับ4ก็ตายลงทันทีสิ่งที่นางต้องการคือสัตว์อสูรระดับ5ขึ้นไปเท่านั้น
และในที่สุดนางก็พบเป้าหมายของนาง ลิงยักษ์ตัวหนึ่งได้ทะลุบาเรียเข้ามาขนาดตัวของมันนั้นสูงกว่า3เมตรผิวของมันเงางามเหมือนกับเหล็กชั้นดีดูแล้วช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก มันก็คือวานรเหล็กไหลระดับ5ขั้นกลาง!นั้นเอง
วานรเหล็กไหลกระโดดทุบผู้คนจนร่างแหลกละเอียดทหารที่กำลังรับมือกับสัตว์อสูรอยู่ก็รีบถอยออกมาทันทีแต่ก็ยังมีคนที่หนีไม่ทันอีกหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อของวานรเหล็กไหล
หานกู่เองก็สังเกตเห็นแล้วเช่นกันและเตรียมตัวที่จะเข้าไปรับมือกับวานรเหล็กไหล