4
น้ำขิงเกร็งตัวกลั้นหายใจพยายามไม่ให้มีเสียงหลุดออกไปข้างนอกแม้แต่เสียงลมหายใจของเธอก็ตามยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอราวกับจะเยาะเย้ยเธอยิ่งขนลุกเกร็งตัวมากขึ้น แต่ไม่นานนักเธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อได้ยินฝีเท้าดังห่างออกไปไกลออกไปเรื่อยๆ จนเธอไม่ได้ยินเสียงอีก
“เฮ้อ ไปได้เสียทีเธอคิดว่าจะไม่รอดแล้วนังน้ำขิงเอ๊ย เกือบตายแล้วไหมเล่าเผลอกลั้นหายใจนานไปหน่อยเฮ้อ…” น้ำขิงถอนหายใจอีกครั้งแล้วลุกขึ้นจากเข่งผักปากก็บ่นพึมพำออกมาไม่หยุด ด่าโชคชะตาที่เล่นตลกจนทำให้เธอต้องตัดสินใจเป็ขโมยแบบนี้
ผ่านไปสักครู่เ้าหัวขโมยน้อยก็ออกมาจากเข่งผักเน่าดังที่เขาได้คาดการณ์ไว้หยางเจียจิ้งมองการกระทำของเ้าหัวขโมยนิ่ง ท่าทางะโโลดเต้นดีใจเหมือนว่าในสุดตัวเองก็รอดนั้นสร้างความขบขันให้เขาไม่น้อยก่อนพลิ้วกายลงไปข้างหลังเ้าหัวขโมยน้อยอย่างเงียบงัน
น้ำขิงพอหายใจหายคอคล่องขึ้นก็เริ่มโมโหถึงรู้ว่าตัวเธอเองเป็ฝ่ายผิดก็จริงยังอดบ่นออกมาไม่ได้
“โอ๊ย! บุรุษขี้งกเอ๊ย!! แต่งตัวออกจะดูร่ำรวย เงินแค่นี้ปล่อยๆ บ้างเหอะน่าไล่ล่าเสียน่ากลัวเชียวเฮ้อ ทำไม์ถึงเล่นตลกกับเธอแบบนี้ด้วย ดีนะที่รอดมาได้ ถ้าไม่รอด....” ยังบ่นได้ไม่เท่าไหร่ก็มีเสียงดุดันแทรกขึ้นมาทำให้น้ำขิงม่านตาหดเกร็งตัวแข็งค้าง
“ดูเหมือนเ้าจะไม่รอดนะ” หยางเจียจิ้งพูดเสียงเย็น
น้ำขิงได้ยินเสียงบุรุษเอ่ยออกมาเสียงเยียบเย็นก็ขนลุกเสียวสันหลังวาบเธอค่อยๆ หันหน้าไปมองทางข้างหลัง ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยเสียงอันสั่นเทา
“ทะ...ท่าน” น้ำขิงตกตะลึงอ้าปากค้าง โห…ผู้ชายบ้าอะไรวะหล่อชิบน่าเข้าไปซบแล้วไปคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ ซี้ด...น้ำลายจะไหล แค่กๆ นังน้ำขิงเอ๊ยนังน้ำขิงมันใช่เวลามาบ้าผู้ชายไหมเนี่ย ถึงจะน่ากินแค่ไหนก็เถอะ แต่เ็าชะมัด ทำเป็เข้มเฮอะ!!
“เ้าควรหุบปากแล้วเช็ดน้ำลายของเ้าเสีย ก่อนที่ลิ้นเ้าจะไม่อยู่ในปากของเ้าอีกต่อไป”หยางเจียจิ้งมองเด็กหัวขโมยอ้าปากค้างน้ำลายไหลหยดเปรอะเปื้อนอาภรณ์แล้วจึงอดบอกกล่าวมิได้เหตุใดจึงมองบุรุษด้วยสายตาเช่นนี้ เ้าเด็กนี่ก็เป็บุรุษเฉกเช่นเดียวกันมิใช่หรอกหรือ
“ทะ ท่าน ปล่อยข้าไปเหอะนะ ข้าจำเป็จริงๆ เงินแค่นี้ท่านคงไม่ลำบากใช่หรือไม่ถือเสียทำบุญว่าทำทานให้คนยากไร้สร้างกุศลให้ครอบครัวท่านไม่ดีกว่าหรือ”
น้ำขิงต่อรองด้วยเสียงอันสั่นเทาพร้อมกวาดสายตาหาทางหนีทีไล่ไว้เพื่อต่อรองไม่สำเร็จจะได้โกยเถอะโยม จะเอาไงดีเนี่ยนังน้ำขิง หนังกับนิยายจอมหลอกลวงไม่เห็นจะรอดเลยไอหลบในเข่งผักเน่าเนี่ย!! เหม็นก็เหม็นแถมยังถูกจับได้ง่ายๆ อีก ฮือ…
‘ชิบ!!! กลับไปยุคปัจจุบันได้เมื่อไหร่จะไปเผานิยายทิ้งให้หมด ’ เมื่อเห็นสายตาคมที่มองมาอย่างเ็าน้ำขิงก็ลอบกลืนน้ำลายเตรียมตัวจะวิ่งอีกครั้ง เพราะเธอคาดเดาได้แล้วว่ายังไงไอ้หน้าหล่อนี่คงไม่ยอมตกลงแน่แล้วก็ดูสายตาสิออกจะดุดันแฝงไปด้วยความเ็าจนจะแช่แข็งเธอขนาดนั้น เอาวะน้ำขิงคราวนี้ต้องวิ่งให้พ้นไม่งั้นแกตายก่อนหาสามีแน่น้ำขิงกำลังหันหลังตั้งท่าจะวิ่ง กลับมีมือมากระชากข้อมือไว้
“หมับ เ้าจะ... พลัก...อุ๊บ”
น้ำขิงใที่โดนกระชากข้อมืออย่างแรงจึงหันไปบิดแขนแล้วจับบุรุษหน้าหล่อทุ่มเสียงดังโครม แล้วกระทืบซ้ำ แต่เท้าไม่รักดีดันกระทืบลงไปโดนเ้าหนอนน้อย ตรงกลางหว่างขาของบุรุษผู้นั้นพอดิบพอดี ทำให้เสียงที่บุรุษผู้นั้นเปล่งออกมาชะงักเงียบหายไปด้วยความที่ถูกประทุษร้ายตรงจุดสำคัญอย่างยิ่งยวด
“อู๊ย!! จะสูญพันธุ์ไหมเนี่ย” น้ำขิงอุทานออกมาก่อนเอ่ยขอโทษเบาๆ ขอโทษนะไม่ได้ตั้งใจจริง จริ๊ง!!
“จะ ...เ้า” หยางเจียจิ้งมัวแต่ตกตะลึงกับท่าทุ่มตัวของเ้าหัวขโมย ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็โดนกระทืบซ้ำมาเต็มๆแท่งหยกของเขา จุกจนไม่อาจเปล่งเสียงออกมาได้เต็มเสียงนัก เหตุใดเขาถึงเสียท่าให้กับเด็กหนุ่มเช่นนี้ได้กัน
น้ำขิงเห็นบุรุษผู้นั้นนอนจุกอยู่จึงรีบวิ่งหนีออกไปจากตรอกเล็กทันที เธอไม่รู้เลยว่าวิ่งมานานขนาดไหนแล้ววิ่งจนเธอไม่มีแรงจะวิ่งได้อีกเธอจึงหยุดอยู่หลังต้นไม้ใหญ่เธอค่อยยื่นคอออกจากหลังต้นไม้เพื่อมองทางด้านหลังที่เธอเพิ่งวิ่งมาเมื่อกวาดสายตามองซ้ายมองขวาก็ไม่เห็นใครตามมาแล้วจึงเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมใกล้ๆ อย่างสบายใจเนื่องด้วยความหิวและเหนื่อยมากเหมือนใช้เรี่ยวแรงทั้งชีวิตไปหมดแล้วในวันนี้จึงไม่คิดจะเดินหาที่อื่นอีกต่อไป
น้ำขิงเข้าไปในโรงเตี๊ยมที่ใกล้ที่สุดโดยไม่สนแล้วว่าโรงเตี๊ยมนี้จะดูใหญ่โตและหรูหราเพียงใดเพราะอยากพักผ่อนให้เต็มที่ อยากกินข้าวให้อิ่มหนำแล้วนอนหลับสักงีบคงจะดีไม่น้อย
เมื่อเสี่ยวเอ้อเห็นน้ำขิงเดินเข้ามาก็เตรียมตัวจะไล่ออกไปเพราะดูจากสภาพเสื้อผ้าที่แต่งกายแล้วนั้นคงไม่มีทางที่จ่ายเงินค่าอาหารและที่พักในโรงเตี๊ยมใหญ่แบบนี้ได้แน่นอน หากตนปล่อยเ้าขอทานนี่เข้าไปแล้วละก็อาจเป็ตนเองที่จะเดือดร้อนถูกไล่ออกคิดได้ดังนั้นจึงออกปากไล่ขอทานผู้นี้ไปให้พ้นจากหน้าโรงเตี๊ยม “เ้า ออก ปะ....” เสี่ยวเอ้อยังพูดไม่ทันจบประโยคดีก็ต้องกลืนคำพูดลงท้อง ดวงตาแทบถลนเมื่อเห็นก้อนตำลึงสีทองแวววาวในมือของเด็กหนุ่มขอทานตรงหน้า
“ข้าขอห้องพักและอาหารห้าอย่างด้วย” น้ำขิงบอกเสี่ยวเอ้อด้วยน้ำเสียงดุดัน สายตามองข่มเสี่ยวเอ้อที่ตั้งท่าจะขับไล่ตนยืนจ้องตาถลนกับเงินในมือเธออย่างหมั่นไส้“ขอรับนายท่าน” เสี่ยวเอ้อได้ยินดังนั้นก็สะดุ้ง ขานรับอย่างกุลีกุจอรีบนำทางแขกขึ้นไปชั้นบนแล้วลงมาจัดเตรียมอาหารอย่างเร่งรีบ “ก๊อกๆ อาหารมาแล้วขอรับ”
“อืม เ้าจงไปหาซื้อชุดสตรีอย่างดีมาให้ข้าสักสามชุด บุรุษหนึ่งชุด แล้วเตรียมน้ำอาบด้วยข้าจะชำระร่างกาย”น้ำขิงสั่งเสร็จสรรพโดยไม่หันมามองเสี่ยวเอ้อแม้แต่น้อย
ตอนนี้สิ่งที่เธอสนใจคืออาหารที่วางเรียงรายบนโต๊ะเท่านั้นหากเธอหันไปมองสักนิดเธอคงจะลุกขึ้นไปจับเสี่ยวเอ้อทุ่มลงพื้นสักรอบ เมื่อเห็นสายตาตื่นตะลึงก่อนจะเปลี่ยนเป็ขยะแขยงพร้อมยกมือลูบแขนที่บัดนี้ขนลุกชันเดินจากไปเพราะนึกว่าเธอเป็ต้วนซิ่วที่ชื่นชอบแต่งอาภรณ์ของสตรี
น้ำขิงลงมือหยิบน่องไก่เข้าปากด้วยความหิวโหยจากนั้นใช้มือเปิบข้าวเข้าปากใช่ได้ยินไม่ผิดเธอใช้มือเปิบข้าวกินอย่างมูมมามเลยทีเดียวหากแต่มั่วคุยข้าวคีบข้าวกินอยู่เธอคงหิวตายพอดี น้ำขิงหยิบกาน้ำชารินดื่มแก้ฝืดคอก็ต้องกลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่ายโธ่เอ๊ย! จอกน้ำชาบ้าอะไรเล็กจังเนี่ยแล้วเธอต้องกินกี่จอกถึงจะอิ่มกันเล่า เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็ใช้กาน้ำชาเทเข้าปากของเธอโดยตรงยังดีที่น้ำชาไม่ร้อนมากอุ่นกำลังดีไม่เช่นนั้นเธอไม่อยากคิดสภาพเลยจริงๆ
เธอเพิ่งเข้าใจความอดยากหิวโหยเป็เช่นไรก็ตอนข้ามภพข้ามชาติมาอยู่ในร่างนี้ว่าความอดอยากหิวโหยมันทรมานแค่ไหนเมื่อก่อนเธอกินทิ้งกินขว้างไม่ชอบไม่ถูกปากอาหารเธอก็ไม่คิดจะกินต่อให้แพงแค่ไหนก็ทิ้งไว้บนโต๊ะเช่นนั้นตอนนี้เธอถึงได้นึกเสียดายอาหารเ่าั้
“ก๊อก ๆ ข้าน้อยนำของที่ท่านสั่งมาแล้วขอรับ” เธอกำลังนึกอะไรเรื่อยเปื่อยก็ต้องใสะดุ้งกับเสียงเคาะประตูของเสี่ยวเอ้อ
“เข้ามาได้ ส่วนเงินนี่ข้าให้เ้ามีอะไรข้าจะเรียกเองเ้าวางของไว้แล้วออกไปได้หากไม่มีอะไรสำคัญก็อย่าได้มารบกวนข้า” หลังจากเสี่ยวเอ้อออกไปแล้วน้ำขิงก็เดินไปที่ถังน้ำเพื่อลงแช่น้ำอุ่น
“อืม…สบายจังนานแล้วที่ไม่ได้แช่น้ำอุ่นแบบนี้” น้ำขิงพึมพำเบาๆ อย่างรู้สึกผ่อนคลายผ่อนคลายได้ไม่นานสมองก็ต้องคิดหาวิธีอยู่รอดในยุคนี้อีกครั้ง
เธอได้ซื้อข่าวจากเสี่ยวเอ้อมาจึงได้รู้ว่าที่นี่คือแคว้นหยางมีฮ่องเต้ชื่อหยางเซวียหยวนมีพระอนุชาร่วมมารดาชื่อหยางเจียจิ้งมียศเป็ชินอ๋องเป็บุรุษที่สง่าผ่าเผยหล่อเหลายิ่งนักเสียที่ว่านิสัยเ็าประดุจดั่งน้ำแข็งยังไม่มีชายาเอก หากแต่มีชายารองสองคนกับอนุเป็สิบยังไม่มีบุตรหรือธิดาสักพระองค์
นอกจากชินอ๋องหยางเจียจิ้งแล้วฮ่องเต้ยังทรงมีพระอนุชาต่างมารดาอีกสองพระองค์คืออ๋องห้าหยางไป๋หู่กับอ๋องแปดหยางหลงเจียงทั้งสองพระองค์ยังไม่มีชายาเอกเช่นกันหากแต่มีอนุเต็มวังเนื่องจากพวกเขาเ่าั้กลับมาจากทำศึกหรือราชกิจทีไร ฮ่องเต้ก็ประทานรางวัลเป็หญิงสาวแต่งเข้าวังตลอดแถมยังไม่เกี่ยงว่างดงามหรืออัปลักษณ์แต่จะทำอย่างไรถึงได้มีวาสนาแต่เข้าจวนอ๋องนั้นมิอาจจะรู้ได้ ส่วนบรรดาตระกูลใหญ่หรือพวกขุนนางที่ต้องระวังตัวเธอก็ได้ข้อมูลมาไม่น้อย
สืบมาทั้งวันเกี่ยวกับฮ่องเต้และบรรดาอ๋องได้แค่นี้เองเสี่ยวเอ้อก็เค็มจริงๆกว่าจะง้างปากได้เสียเงินไปตั้งเยอะ นี่ถ้าไม่คิดหาสืบไว้เก็บเข้าฮาเร็มจะไม่ยอมเสียเงินแม้แต่อีแปะเดียวเลยเฮ้อ… คิดแล้วก็เครียด พรุ่งนี้ว่าจะไปเดินดูตลาดแล้วค่อยหาลู่ทางหาเงินหรือไม่ก็ค้าขายสักอย่างก่อนแล้วกันแต่ตอนนี้ขอผ่อนคลายก่อนคิดได้ดังนั้นน้ำขิงก็ค่อยๆ ปิดตาลงดื่มด่ำกับการแช่น้ำอุ่นไอร้อนจากน้ำทำให้ผ่อนคลายจนเคลิ้มหลับไปในที่สุด
“พรวด แค่ก ๆ” โอ๊ย!! ก็ว่าจะพักสายตาสักแป๊บดันหลับจริงเสียได้นังน้ำขิงเอ๊ยเกือบจนน้ำตายอีกรอบแล้วไหมล่ะ พอๆ ขึ้นจากน้ำแล้วค่อยไปนอนต่อสักงีบแล้วกัน
น้ำขิงขึ้นจากน้ำเธอเดินโซเซไปหยิบเสื้อผ้ามาใส่ด้วยความยากลำบากดวงตาเธอเหมือนจะปิดตลอดเวลาทั้งที่เพิ่งขึ้นจากน้ำแทนที่จะสดชื่นเธอกลับ ง่วงงุนยิ่งกว่าเดิม ก็นับว่าไม่แปลกั้แ่เธอข้ามภพมาที่แคว้นหยางนี้เกือบเดือนเธอยังไม่เคยกินอิ่มนอนหลับเต็มที่เลยสักวันเดียวใจจริงเธอก็อยากจะไปร้านขายยาเพื่อซื้อยามาทาตามตัวเธอเหมือนกันแต่วันนี้คงไม่ไหว เธอรู้สึกเหมือนว่าเธอใช้พลังชีวิตทั้งหมดของเธอออกไปแล้วไม่มีเหลือทำอย่างอื่นอีกตอนนี้เธอเพียง้าพักสักที...ภาพตรงหน้าดับวูบเธอทิ้งตัวลงเตียงแล้วหลับไปทั้งอย่างนั้น