เช้าที่สดใสของมู่หลินคนเดียว เพราะคนอื่นนั้นขอบตาดำเนื่องจากแทบไม่ได้นอนเลย มู่หลินที่เหมือนยกหินออกจากอกก็ดูอารมณ์จะดีเป็พิเศษ นางสามารถเอาของในมิติออกมาทำกินได้แล้ว
ท่านแม่ให้เติมข้าวสารแค่ครึ่งถัง กับเครื่องปรุงที่เอาออกมาวางไว้ได้ก็มีแค่เกลือกับน้ำตาลอย่างละนิดหน่อย หากใครมาที่บ้านแล้วเห็นของมากมายจะสงสัยเอาได้
อาหารที่มู่หลินทำเช้านี้ นางไม่ได้ทำอะไรมากเพราะเป็มื้อเช้า มู่หลินต้มข้าวต้มหมูสับ ทอดปาท่องโก๋กินคู่กัน แล้วนางยังนำนมออกมาบำรุงทุกคนในบ้านด้วยเพราะเนื่องจากขาดสารอาหารเป็เวลานานร่างกายแต่ละคนจึงผอมเกินไป พี่ใหญ่ พี่รองและตัวมู่หลินนั้นก็ดูจะไม่โตเต็มวัยเหมือนเด็กในรุ่นเดียวกัน
หลังจากกินอาหารเช้าแล้วท่านพ่อพาบุตรทั้งสามเดินทางเข้าเมือง ท่านแม่นั้นไม่ไปด้วยเพราะ้าตัดชุดให้กับทุกคนแทน เมื่อคืนก่อนออกจากมิติมู่หลินพาท่านแม่ไปเลือกผ้าที่จะใช้ตัดชุดผ้าที่มู่หลินซื้อมาเก็บไว้นั้นมีทั้งผ้าฝ้ายเนื้อหยาบไปจนถึงผ้าไหมเนื้อดี
ถ้าต้องให้ท่านแม่เป็คนเลือกเพราะชาวบ้านจะได้ไม่สงสัยเกินไป ผ้าฝ้ายเนื้อหยาบที่ชาวบ้านทั่วไปใช้ใส่ทำงานนั้นหนึ่งพับประมาณ100-200อีแปะ ชาวบ้านโดยทั่วสามารถซื้อมาตัดชุดได้2-3ชุดต่อพับ
ค่าเงิน
1 อีแปะ หรือ 1 เหรียญทองแดง
100 อีแปะ = 1ตำลึงเงิน(หรือ1ก้วน)
10 ตำลึงเงิน = 1 ตำลึงทอง
*ตั๋วเงิน คือ แผ่นกระดาษที่ออกให้ใช้แทนเหรียญทองแดงหรือตำลึง ที่มีมูลค่าสูง สะดวกมากกว่าการพกเหรียญหนักๆ
เจียวจิ้นพาบุตรทั้งสามเดินเท้าครึ่งชั่วยามก็ถึงประตูเมือง ถ้าหากเข้าเมืองจะต้องเสียค่าเข้าคนละสองอีแปะ ชาวบ้านทั่วไปถ้าไม่มีเื่จำเป็ก็ไม่อยากจะเสียเงินเข้าเมืองจึงทำให้มีพ่อค้าซื้อของจากในเมืองเพื่อไปเร่ขายตามหมู่บ้านหรือผู้ใหญ่บ้านหมู่ไหนมีใจเมตตาต่อลูกบ้านก็จะรับอาสาซื้อของให้ตอนเข้ามาทำธุระในเมือง
เจียวจิ้นแม้จะเข้าเมืองเพื่อขายของป่ากับสัตว์ป่าให้เหลาอาหารแล้ว ก็ยังไม่เคยทำการค้ากับร้านขายสมุนไพรหรือโรงหมอเลย มู่หลินจึงรับอาสาถามแม่ค้าท่าทางใจดีว่า้านำสมุนไพรมาขายร้านไหนที่ให้ราคายุติธรรมไม่เอาเปรียบบ้าง
แม่ค้าก็แนะนำให้ไปร้านถังิ ถึงจะเป็ร้านไม่ใหญ่แต่ให้ราคาเป็ธรรมแน่นอน หลังจากขอบคุณแม่ค้าแล้วเจียวจิ้นก็พาบุตร
เดินตามทางที่แม่ค้าได้บอกไว้จนมาถึงร้านยาถังิ เสี่ยวเอ้อ หน้าร้านก็ตอนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่แสดงอาการรังเกียจหรือดูิ่บ้านหวังทั้งสี่ ที่ใส่เสื้อผ้าแทบจะมีแต่รอยปะชุนรอบตัว
"ไม่ทราบว่ามาซื้อหรือมาขายสมุนไพรหรือ้าพบหมอขอรับ"
"ข้านำสมุนไพรมาขาย รบกวนช่วยแจ้งหลงจู๊ให้ด้วยขอรับ" เจียวจิ้นที่แจ้งจุดประสงค์อย่างนอบน้อม
"รอประเดี๋ยวขอรับ ข้าน้อยจะไปแจ้งหลงจู๊ให้ เชิญพวกท่านมารอที่ห้องตรวจสินค้าก่อนขอรับ" เสี่ยวเอ้อพาบ้านหวังทั้งสี่ไปนั่งในห้องรอแล้วก็หายไปด้านหลังแค่่สามลมหายใจก็กลับมาพร้อมชายวัยกลางคน
"ไม่ทราบว่าพวกท่านนำสมุนไพรอันใดมาขายหรือ" มู่หลินที่พิจารณาหลงจู๊ก็ดูจะพอใจกับการต้อนรับครั้งนี้มาก
เจียวจิ้นหยิบเห็ดหลินจือดอกขนาดกลาง 1 ดอก และขนาดเล็กอีก 2 ดอก ออกมาวาง ที่ยังไม่เอาออกมาตามจำนวนที่คิดจะขายนั้น เพราะมู่หลิน้าตรวจสอบเื่ราคาและความน่าเชื่อถือก่อน
หลงจู๊ที่เห็นเป็เห็ดหลินจือก็รู้แล้วว่าตนนั้นไม่มีอำนาจใจการซื้อขายครั้งนี้จึงได้รีบร้อนขอตัวออกไปตามท่านหมออู๋ ที่เป็ทั้งหมอแล้วเ้าของร้านด้วย พอทราบว่ามีคนนำเห็ดหลินจือแดงมาขายก็รีบแทบจะกลายเป็วิ่งมาดู เพราะก่อนหน้านี้สองวันทางเมืองหลวงแจ้งมาว่า้าเห็ดหลินจือแดงราคาไม่เกี่ยง คนในวังต้องใช้ แต่ไม่อาจทราบได้ว่าเป็ผู้ใด
"์เมตตาโรงหมอเล็กๆ ของข้าแล้ว" หมออู๋นั้นแสดงอาการออกมาโดยไม่สนใจบ้านหวังทั้งสี่คนเลย จนหลงจู๊ต้องเอ่ยเตือนผู้เป็นาย
"ขออภัย ขออภัย ขอไม่ปิดบังทางเมืองหลวง้าเห็ดหลินจือแดงเป็จำนวนมาก แต่ไม่มีใครนำมาขายนานมากแล้ว ข้าจะให้ราคาที่ดีที่สุด ไม่เอาเปรียบพวกเ้าอย่างแน่นอน ข้าหมออู๋ อู๋หลาง" หมออู๋แนะนำตัวพร้อมรีบเจรจาเพราะกลัวบ้านหวังจะไม่ขายให้
"ข้าน้อยหวังเจียวจิ้น บุตรชายคนโตหวังเเจียวโจว บุตรชายคนรองหวังเจียวจ้าน บุตรสาวคนเล็กหวังมู่หลินขอรับ"
"ข้าให้ดอกใหญ่ 1,500 ตำลึงทอง ดอกเล็ก 900 ตำลึงทอง พวกเ้ายอมรับหรือไม่" บุรุษบ้านหวังทั้งสามนั้นเสียอาการไปแล้ว สติหายไปหมด เหลือเพียงแค่มู่หลินที่ยอมรับกับราคานี้เพียงคนเดียว
"ถ้ามีอีกพวกเ้ามาขายที่ร้านข้าได้เลย ข้ารับทั้งหมด แล้วเรียกข้าว่าท่านปู่แล้วกัน" หมออู๋นั้นพอใจกับท่าทีของมู่หลินอย่างมากที่เก็บอารมณ์ได้แล้วยังสามารถเจรจาได้เป็อย่างดี
"ท่านลุง/ท่านปู่/ท่านปู่/ท่านปู่" ทุกคนขานรับอย่างว่าง่าย
"ท่านปู่อู๋ ความจริงแล้วพวกข้ายังมีอีกท่านรับซื้อทั้งหมดหรือไม่" มู่หลินขายทั้งหมดที่เคยคุยไว้ก่อนหน้านี้ เพราะนาง้าจะสร้างบ้านใหม่ให้ทันก่อนฤดูหนาว
"รับสิ รับทั้งหมด เอาออกมาเลย" หมออู๋ทั้งใและดีใจ ที่โรงหมอจะได้มีหน้ามีตาจากการหาเห็ดหลินจือแดงส่งเข้าวังหลวงได้
ราคาที่หมออู๋ให้ถือว่ามากกว่าราคาปัจจุบันมากนัก ด้วยที่ตอนนี้เป็ของที่้าอย่างมากและมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง
มู่หลิน ให้ท่านพ่อนำดอกขนาดกลางออกมาอีก 2 ดอก และดอกเล็กอีก 3 ดอก หมออู๋ใแล้วใอีกเพราะไม่คิดว่าครอบครัวนี้จะโชคดีเจอเยอะขนาดนี้ แต่ถ้าหมออู๋รู้จำนวนดอกที่แท้จริง แล้วยังมีดอกที่ใหญ่กว่านี้ไม่รู้ว่าจะใจนหัวใจวายเลยหรือไม่