ณ ตอนนี้เีเ่กำลังสวมชุดยาวสีแดงยืนอยู่ในห้องที่แปะเต็มไปด้วยอักษรสีแดงคำว่า“สุขสันต์” (囍)ทุกที่ทาง คืนก่อน ท่านปู่ของเขาเซียวเล่ยและอาหญิงเล็กเซียวหลิงซีเป็ผู้จัดการงานฝีมือนี้ด้วยตนเองห้องนอนของเีเ่ถูกแปรสภาพกลายเป็ห้องหออย่างสมบูรณ์
ทันใดนั้น ประตูก็เปิดออกปรากฏเงาร่างอ้อนแอ้นปราดเข้ามาอย่างรวดเร็ว เีเ่ยืนขึ้นทันทีและยิ้ม “อาหญิงท่านปู่กลับมาแล้วหรือ?”
เซียวหลิงซีคือบุตรสาวในวัยกลางคนของเซียวเล่ย แม้จะเป็อาของเีเ่ทว่านางเพิ่งจะอายุครบสิบห้าในปีนี้และอ่อนกว่าเขาหนึ่งปีแม้จะอายุยังน้อยแต่ความงามของนางเปล่งประกายทรงเสน่ห์จนแทบััได้พลังยุทธ์ของนางอยู่ระดับหกในชั้นปราณแรกเริ่ม แม้ว่าไม่อาจเทียบกับเซี่ยชิงเยว่หากเปรียบเทียบแล้ว พลังยุทธ์ของนางนับว่าไม่ธรรมดาสามารถนับเป็ทรัพยากรที่สำคัญของตระกูลเซียวและได้รับการยกย่องอย่างสูง
“โอ ลูกเช่อ ในที่สุดเ้าก็ฟื้นแล้ว”
สุ้มเสียงอ่อนโยนทอดข้ามห้องเมื่อเซียวเล่ยก้าวเข้ามาเมื่อเห็นสภาพเซียวเช่อปกติสุขเรียบร้อยดีเซียวเล่ยผ่อนคลายเล็กน้อยทางด้านหลังยืนไว้ด้วยพ่อบ้านเซียวหงและแพทย์อันดับหนึ่งแห่งเมืองเมฆาล่อง ท่านหมอซือถู
“ดีจริงๆที่เ้าฟื้นและดูสบายดีแล้ว แต่ให้ท่านหมอซือถูได้ตรวจร่างกายเ้าเสียหน่อยเถอะวันนี้เป็วันแต่งงานของเ้าและเราไม่ควรให้มีความผิดพลาดใดแม้เพียงเล็กน้อยท่านหมอซือถู เชิญตรวจ” เซียวเล่ยเดินมาอยู่ด้านข้างระหว่างที่พูดไปด้วย
หมอซือถูวางกล่องยาลงบนโต๊ะและนั่งลงเบื้องหน้าเีเ่ยกนิ้วขึ้นทาบลงบนชีพจรข้อมือ ผ่านไปครูหนึ่งแพทย์ซือถูจึงชักมือออก
“ท่านหมอซือถู อาการของเีเ่เป็อย่างไรบ้าง? ไม่ร้ายแรงใช่มั้ย?” เซียวหลิงซีถามอย่างกังวล สีหน้าแสดงความหวาดวิตกอย่างเห็นได้ชัด
แม้จะไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาหากสีหน้าของเซียวเล่ยเคร่งขรึมดุดัน...เขาจะไม่ตระหนักได้อย่างไรว่าการหมดสติกะทันหันของเีเ่นั้นผิดปกติ
ใบหน้าหมอซือถูค่อยๆกระจ่างและคลายออกเป็รอยยิ้ม “ผู้าุโเซียวไม่ต้องเป็กังวลสภาพร่างกายหลานชายของท่านยอดเยี่ยม เขาไม่เจ็บไข้ใดๆ ทั้งสิ้นไม่มีแม้แต่อาการหวัดไม่แน่ว่า...หลานชายอาจหมดสติเนื่องจากวิตกกังวลและตื่นเต้นเกินไป ยังไงๆหลานท่านก็กำลังจะแต่งงานกับบุตรสาวตระกูลเซี่ยสาวงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองเมฆาล่อง ฮ่าๆๆ”
แม้ว่าหมอซือถูจะพยายามปิดซ่อนเจตนาแต่คำพูดของเขาแสดงออกถึงความผิดหวังสาวงามอัจฉริยะกำลังจะแต่งงานกับคนไร้ประโยชน์ไร้อนาคตช่างเป็ความจริงที่ยากจะรับได้
“ดีจริงๆ”เซียวเล่ยถอนใจด้วยความโล่งอกและผงกหัวอย่างครุ่นคิด“ต้องลำบากท่านหมอซือถูที่ต้องถูกพามาตรวจแต่เช้า อาฮง! เชิญท่านหมอซือถูไปที่ห้องรับรองเพื่อพักผ่อน”
“ไม่เป็ไร”หมอซือถูตอบพร้อมโบกมือปฏิเสธ ท่านหมอสะพายล่วมยาขึ้นมา“ในเมื่อหลานชายของท่านไม่เป็ไรแล้ว ข้าก็จะกลับล่ะ ขอแสดงความยินดีต่อผู้าุโเซียวที่กำลังจะได้ลูกสะใภ้ที่โดดเด่นที่สุดในเมืองเมฆาล่องข้าไม่รู้ว่าจะมีคนมากน้อยเท่าใดที่อิจฉาท่านตอนนี้ ฮ่าๆ ข้าไปล่ะ”
“ท่านต้องอย่าลืมมาดื่มฉลองในงานแต่งนะอาฮง นำส่งท่านหมอซือถู”
“ลูกเช่อเ้าสบายดีจริงๆ ใช่มั้ย รู้สึกไม่สบายตรงไหนรึเปล่า? ” เซียวเล่ยยังคงไม่มั่นใจและนิ่วหน้าอย่างครุ่นคิดเมื่อเีเ่พลันสิ้นสติ อุณหภูมิร่างกายตกลงและสูญเสียกำลังชีวิตอย่างรวดเร็วนี่ไม่ใช่แค่อาการของคนตื่นเต้นจนเกินไปอย่างแน่นอนจากอาการของเีเ่ในปัจจุบัน เด็กหนุ่มดูสบายดี หากเซียวเล่ยยังคงไม่สามารถลบความสงสัยออกไปจากใจได้
“ข้าไม่เป็อะไรจริงๆท่านปู่ ท่านวางใจเถอะ” เีเ่พูดและแสดงออกอย่างผ่อนคลาย มันช่วยไม่ได้จริงๆ ที่เด็กหนุ่มจะรู้สึกตื้อขึ้นจมูกจากความตื้นตันเมื่อเขามองไปที่เซียวเล่ยและเห็นร่องรอยความเป็ห่วงเป็ใยบนใบหน้าที่ล้อมกรอบด้วยเส้นผมหงอกขาวเต็มศีรษะ
ตระกูลเซียวประกอบไปด้วยผู้าุโห้าท่านและแม้ว่าเซียวเล่ยจะเป็ผู้าุโลำดับห้าหากพลังฝีมือกลับสูงสุดในตระกูลห้าปีก่อนเขาก้าวเข้าสู่ขั้นที่สิบของขอบเขตยุทธ์ชั้นลมปราณจิตและปัจจุบันบรรลุถึงลมปราณจิตขั้นสิบระดับสมบูรณ์สูงสุดและมีโอกาสที่จะทะลวงผ่านชั้นยุทธ์ลมปราณจิตไปยังขั้นสูงกว่าซึ่งเป็ระดับชั้นที่ใครๆ เฝ้าใฝ่ฝัน
เซียวเล่ยเพียงอายุห้าสิบห้าปีในปีนี้ด้วยความแข็งแกร่งระดับยอดยุทธ์ขั้นสิบชั้นลมปราณจิต ทว่าผมเผ้าของเขากลับหงอกขาวทุกครั้งคราเีเ่มองภาพท่านปู่ผู้มีผมขาวทั้งศีรษะต้องรู้สึกจิตใจขื่นขมเสมอเมื่อแลเห็น
เหตุผลที่เซียวเล่ยผมหงอกขาวทั้งศีรษะทั้งที่อยู่ในวัยกลางคนเป็ที่รับรู้ไปทั่วทุกผู้คนในเมืองเมฆาล่องบุตรชายคนเดียวของเขา บิดาของเีเ่ คือเซียวยิงผู้ซึ่งถูกขนานนามเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเมืองเมฆาล่องเมื่ออายุได้สิบเจ็ดปี บรรลุพลังยุทธ์ชั้นปราณก่อตั้ง อายุยี่สิบปีเข้าสู่ระดับห้าขอบเขตยุทธ์ชั้นลมปราณก่อตั้ง อายุยี่สิบสามปีก้าวข้ามชั้นลมปราณก่อตั้งสู้ชั้นยุทธ์ลมปราณแท้จริงสร้างความตื่นตระหนกต่อผู้คนทั้งหลายในเมืองเมฆาล่อง ชายหนุ่มกลายเป็ความภาคภูมิใจของตระกูลเซียวและเป็ความภาคภูมิยินดีของเซียวเล่ยแทบทุกผู้คนล้วนเชื่อมั่นว่าเมื่อเซียวยิงเข้าสู่วัยกลางคนต้องเป็หนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งผู้สืบทอดผู้นำตระกูลเซียวที่โดดเด่นที่สุดแน่นอน
ทว่าโชคร้ายนัก อาจเป็เพราะภูตเทพริษยาผู้โดดเด่นหนึ่งเดือนหลังจากเีเ่ถือกำเนิด เซียวยิงถูกลอบสังหารเพียงสองสามวันก่อนหน้าการลงมือทำร้าย เซียวยิงได้เข้าช่วยชีวิตบุตรสาวตระกูลเซี่ย หลังเหตุการณ์นั้นทำให้เซียวยิงเหลือพลังฝีมือไม่ถึงครึ่งของปกติและทำได้เพียงขับไล่มือสังหารจากไปพร้อมลมหายใจสุดท้ายของตนเองภรรยาของเขาเศร้าโศกจนดวงใจแหลกสลายจากการจากไปของผู้เป็ที่รักและจากไปไม่นานหลังจากนั้นเส้นผมของเซียวเล่ยกลับกลายเป็สีขาวโพลนเพียงชั่วคืนสืบเนื่องจากความตระหนกเสียใจของการสูญเสียบุตรชายคนเดียวเก้าเดือนต่อมา เซียวหลิงซีถือได้กำเนิดเนื่องจากการทนทรมานด้วยความเศร้าเสียใจจากการสูญเสียบุตรชายเพียงคนเดียวมารดาของเซียวหลิงซีหมดลมหายใจในหนึ่งเดือนหลังการคลอด
ไม่มีใครรู้ว่าเซียวเล่ยใช้ชีวิตอย่างไรหลังการตายของบุตรชายและภรรยาเส้นผมสีขาวของเขาสะท้อนถึงความเ็ปเสียใจสุดประมาณ ความเกลียดแค้นและความโศกเศร้าสุดพรรณนา
จนถึงทุกวันนี้เซียวเล่ยยังไม่อาจรู้ตัวฆาตกรฆ่าบุตรชายของตน
หลังจากนั้นเซียวเล่ยฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่เีเ่...หากการค้นพบความจริงอันเ็ปที่ว่าหลานชายของตนเกิดมามีเส้นชีพจรพิการเปรียบประดุจฟ้าผ่าลงกลางใจ ทำให้ชีวิตเีเ่หมดหวังนับแต่นั้น
อย่างไรก็ตามต่อหน้าหลานชายผู้หมดหวัง เซียวเล่ยไม่เคยแสดงอาการใดๆ บ่งบอกถึงความผิดหวังหรือเสียใจ ในสายตาของเขาการเกิดมาโดยมีเส้นชีพจรพิการนั้น แปลว่าโชคชะตาไม่ยุติธรรมเขาไม่ควรถูกกล่าวโทษเพราะความอยุติธรรมของฟ้าเขาไม่ควรลำเอียงหรือประชดประชันเีเ่หากควรรักถนอมเีเ่ให้มากขึ้นเพื่อชดเชยสิ่งเหล่านี้เป็เวลาหลายปีที่เขาแสวงหาทุกทางเป็ไปได้ที่จะรักษาเส้นชีพจรที่ถูกทำลาย
ทว่า เส้นชีพจรลมปราณเปรียบประดุจเส้นชีวิตหล่อเลี้ยงความแข็งแกร่งของลมปราณคนผู้หนึ่งจะสามารถรักษาฟื้นฟูอย่างง่ายดายได้อย่างไร?
แม้ว่าเีเ่จะถูกมองข้ามและได้รับสายตาเยาะหยันจากคนรอบข้างที่ก้าวหน้ากว่าตนเขายังคงรู้สึกโชคดีที่มีท่านปู่ที่แสนดีเช่นนี้
เมื่อมองไปที่เส้นผมหงอกขาวของเซียวเล่ยดวงตาของเีเ่ทอประกายคมกล้า
...เมื่อพระเ้าประทานโอกาสครั้งที่สองนี้และให้ความทรงจำทั้งสองร่างแม้นี่จะเป็เพียงแค่การปลอบโยนต่อท่านปู่ ข้าก็จะต้องมีชีวิตอย่างยิ่งใหญ่! เส้นชีพจรลมปราณพิการแล้วอย่างไร! ข้าคือผู้สืบทอดของเทพโอสถหากข้าสามารถหาตัวยาสมุนไพรที่ถูกต้อง เพียงแค่สามสัปดาห์ข้าก็สามารถฟื้นฟูเส้นชีพจรลมปราณของข้าให้อยู่ในสภาพปกติได้อย่างแน่นอน!
“ปู่โล่งใจจริงๆที่ได้ยินว่าเ้าสบายดี” เซียวเล่ยวางใจในท้ายที่สุดเมื่อได้ยินคำยืนยันจากเีเ่เขามองไปที่ท้องฟ้าพร้อมกับพูดว่า “ลูกเช่อ ใกล้ได้เวลาแล้วเ้าไปเตรียมตัวให้พร้อม ปู่จะไปเตรียมพนักงานจัดงาน...จริงสิ เ้าอยากขี่ม้าไปรึนั่งเกี้ยวไปดีล่ะ?”
หากเป็เีเ่เมื่อวันวานเขาคงต้องตอบว่า “นั่งเกี้ยว” เป็แน่แท้แม้ว่าเขาจะเป็หลานชายเพียงคนเดียวของผู้าุโ แต่หากไม่นับสถานะนี้เขาก็เรียกได้ว่าเป็บุคคลไร้ประโยชน์ทั้งอยู่ในโลกที่แตกต่างจากเซี่ยชิงเยว่ระหว่างทางไปรับเ้าสาวที่ตระกูลเซี่ยมันไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาต้องถูกชี้นิ้ววิพากษ์วิจารณ์โดยคนนับไม่ถ้วนรวมทั้งต้องเป็เป้าจับจ้องด้วยความอิจฉาริษยาและผิดหวัง
เีเ่หัวเราะยิ้มเล็กน้อยพร้อมกล่าวว่า “แน่นอนอยู่แล้ว ข้าต้องขี่ม้าไปสิ! ท่านไม่จำเป็ต้องเป็ห่วงข้าหรอกท่านปู่เซี่ยชิงเยว่อาจจะสูงส่ง แต่นางถูกกำหนดโดยโชคชะตาให้เป็สะใภ้ตระกูลเซียวข้าจะแต่งนางเข้าบ้านอย่างภาคภูมิและมีเกียรติ ไม่ทำให้ท่านต้องขายหน้า”
เซียวเล่ยชะงักไปครู่หนึ่งเนื่องจากเขาไม่เคยคิดว่าหลานชายจะพูดเช่นนี้เขาคลี่รอยยิ้มอ่อนโยนและผงกศีรษะรับช้าๆ “ดีแล้ว”
เพียงแค่คำเดียว แสดงออกถึงความพึงพอใจอย่างลึกล้ำเซียวเล่ยเดินออกไปจากห้องและปิดประตูเบาๆ
ทันทีที่เซียวเล่ยออกพ้นประตูห้องเซียวหลิงซียืนอยู่ต่อหน้าเีเ่พร้อมทั้งห่อริมฝีปากใบหน้าของนางแสดงถึงความไม่พอใจ กล่าวว่า “สรุปแล้ว เ้าตื่นเต้นกับการแต่งงานแล้วทำให้ข้าต้องห่วงกังวลแทบตายเ้าเพียงได้พบหน้าเซี่ยชิงเยว่ไม่กี่ครั้งด้วยซ้ำแต่เ้ากลับหลงรักนาง...อ๋อใช่สิ นางคือโฉมงามอันดับหนึ่งของเมืองเมฆาล่องนี่นา ฮึ!”
เีเ่โบกมือไปมาอย่างรวดเร็ว“จะเป็ไปได้ยังไงกัน! เซี่ยชิงเยว่รูปโฉมงดงามก็จริงแต่ข้าคิดว่าอาหญิงเล็กงดงามกว่ามากถ้าข้าต้องหมดสติไปจริงๆเพราะนาง งั้นชีวิตนี้ข้าคงไม่รู้ต้องหมดสติไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วนเพราะอาหญิงเล็กอยู่เป็เพื่อนกับข้าทุกวี่วันแน่ๆ”
“คิกๆ...”ใบหน้าของเซียวหลิงซีเปลี่ยนเป็ยิ้มกว้างอย่างทันใดพร้อมหัวเราะคิกคัก“เ้ารู้ดีจริงๆ ว่าจะพูดยังไงให้ข้าดีใจ... เีเ่... ถึงเ้าจะเป็ลมไปจริงๆเพราะอยากแต่งงานกับเซี่ยชิงเยว่ก็ไม่แปลก นางทั้งสวยทั้งชาญฉลาดตระกูลเซี่ยก็เป็ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองเมฆาล่องผู้คนมากมายฝันอยากเป็เ้าบ่าวของนางแต่นางกำลังจะแต่งงานกับเีเ่ของตระกูลเรา”
พูดถึงประโยคนี้ใบหน้าของเซียวหลิงซีเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจจากนั้นดวงตาของนางกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยแววหวนรำลึก น้ำเสียงเปลี่ยนเป็อ่อนโยน“ข้ารู้สึกเหมือนวันนี้มาถึงเร็วเหลือเกิน......เีเ่กำลังจะแต่งงานแล้วหรือนี่...”
ก๊อก...ก๊อก
เสียงเคาะประตู ตามมาด้วยเสียงพ่อบ้านชราเซียวหง “นายน้อยได้เวลาออกเดินทางไปรับเ้าสาวแล้วขอรับ”
“โอ...ถึงเวลาแล้วรึ?” เซียวหลิงซีมองไปที่ชุดของเีเ่และแสดงท่าทางตื่นวิตกทันใด“ท่านลุงหงกรุณารอสักครู่ พวกเรากำลังจะออกไปเดี๋ยวนี้”
นางเดินไปหยุดยืนด้านหน้าของเีเ่สองมือที่ทั้งขาวทั้งนุ่มนวลจัดแจงชุดแต่งงานของเขาให้เรียบร้อย“ชุดนี้ค่อนข้างใส่ยาก ชุดของเ้ายุ่งเหยิงนิดหน่อยเพราะเื่เมื่อกี้ ยืนนิ่งๆนะ ข้าจะจัดการให้เอง”
มือทั้งสองที่แลดูนุ่มนวลบอบบางทำหน้าที่อย่างเร่งรีบนางขยับปกเสื้อกลับสู่ด้านที่เหมาะสมและรัดเข็มขัดให้เขาใหม่...ท่าทางของนางดูติดขัดหากนางดูตั้งอกตั้งใจและเป็จริงเป็จังในสิ่งที่ทำอย่างมากเีเ่มองดูนางเงียบๆ ดวงตาของเขาค่อยๆ รื้นน้ำตา...
วันนี้เป็วันที่เขาต้องแต่งงานกับเซี่ยชิงเยว่แต่เขารู้ดีว่าเซี่ยชิงเยว่ไม่ได้แต่งงานกับเขาเพราะความรักหากไม่ใช่สืบเนื่องจากบิดาของทั้งสอง เซียวยิงและเซี่ยหงอี้ได้ตกลงกันไว้เซี่ยชิงเยว่คงไม่แม้แต่จะมองมาทางเขาให้รำคาญสายตาคนเพียงไม่กี่คนที่ห่วงใยใส่ใจเีเ่อย่างแท้จริงบนโลกใบนี้มีเพียงท่านปู่ของเขาเซียวเล่ย และอาหญิงเล็กเซียวหลิงซีเท่านั้น
ในวัยเด็กเซียวหลิงซีติดเีเ่ดุจเดียวกับลูกอม นางตามเขาไปทุกที่ไม่ว่าที่ใด
เขาไม่สามารสลัดนางหลุดได้หากนางไม่เห็นเขาแม้เพียงครู่นางจะร้องไห้เสียงดัง
แต่เมื่อเีเ่อายุได้สิบขวบและเป็ที่แน่นอนแล้วว่าเส้นชีพจรลมปราณของเขาพิการเซียวหลิงซีดูเหมือนจะเติบโตขึ้นภายในชั่วเวลาเพียงข้ามคืนนางกระจ่างในใจถึงผลลัพธ์ของการมีเส้นชีพจรลมปราณที่พิการและเข้าใจถึงตัวตนของนางในฐานะ“อาหญิงเล็ก” ของเขานี่คือจุดเริ่มต้นการฝึกฝนพลังยุทธ์ของนางเพื่อปกป้องชีวิตของเีเ่
หลังจาก “ความฝัน” อันยาวนานกว่ายี่สิบสี่ปีจากดินแดนเมฆครามเีเ่รู้สึกว่า่เวลานี้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงหาอาทรของเซียวหลิงซีช่างล้ำค่าและงดงามนัก
แม้ว่าเซี่ยชิงเยว่กำลังจะมาเป็ภรรยาของเขานางคงเปรียบประดุจจันทราเย็นเยือกกลางเวหา ...คือสิ่งที่มองได้แต่จับต้องไม่ได้...
...ถ้าได้แต่งงานกับหญิงสาวเช่นอาหญิงเล็กนั่นคงวิเศษมาก.....ความคิดนี้จู่ๆก็บังเกิดขึ้นภายในหัวของเีเ่อย่างสุดจะควบคุม
เมื่อจัดการขั้นตอนการแต่งตัวอันซับซ้อนให้แกเีเ่จนสำเร็จเซียวหลิงซีระบายลมหายใจอย่างโล่งอกโล่งใจ นางเขย่งเท้าขึ้น ยกสองมือจัดแจงทรงผมแก่เีเ่ใบหน้าน้อยๆ ของนางแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความรักทะนุถนอมริมฝีปากสีชมพูเผยอเล็กน้อยราวกลีบดอกไม้
...อย่างรวดเร็วเกินใครจะคาดคิด เีเ่ก้มศีรษะลงและกดปากของตนเองลงบนริมฝีปากสีชมพูอันงดงามเย้ายวนของเซียวหลิงซี!!!