[ณ ตำหนักชั้นบน ที่อยู่ติดกับลานทดสอบศักดิ์สิทธิ์]
ผู้าุโนักบุญทั้งสามนาง ยังคงไม่ได้ลุกไปไหน แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีผู้ใดเหลืออยู่ตรงลานทดสอบแล้วก็ตาม บรรยากาศยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด
"สุธีรา...นุสา...เ้ามีความเห็นว่าอย่างไรกับเื่นี้?" าุโนักบุญสาธิตาหันไปถามสหายผู้าุโที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยน้ำเสียงที่แฝงความนัยบางอย่าง
"เื่นี้บอกอะไรได้ยากนักท่านสาธิตา ทางที่ดีที่สุด...เราควรจะส่งคนไปสืบประวัติของเด็กคนนั้นอย่างละเอียดเสียก่อน" สุธีราผู้มีท่าทีสุขุมกว่าเสนอความเห็น
[ณ กระท่อมมิติ]
"อาจารย์พาใครมาเนี่ย? นั่นมันคนธรรมดาเลยนี่นา" เสียงใสๆ ของมาริน สาวน้อยผมฟ้าดังขึ้น นางเดินมาหาเชียร์ร่าที่โต๊ะแท่นยาว หลังจากที่เห็นรุจิพาณิชาเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นบนแล้ว
"ความคิดของท่านอาจารย์...ยากแท้ที่จะหยั่งถึง ห่วงแต่เื่ของตัวเองเถอะน่ามาริน การสอบเข้าโรงเรียนสหเวทย์สาขา 896 ใกล้จะมาถึงแล้วนะ เธอฝึกตนจนถึงระดับ 1 ดาวแล้วหรือยัง?"
เชียร์ร่าเอ่ยถามมารินกลับไปอย่างคาดคั้น
"คิกๆ! พี่เชียร์ร่าดูนี่สิ!"
มารินหัวเราะเบาๆ อย่างขี้เล่นหลังจากได้ยินสิ่งที่เชียร์ร่าถาม นางถอยหลังไปสามก้าว แล้วจึงพึมพำเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน
"ปลดปล่อย...วงแหวน!" เสียงใสๆ ของมารินดังกังวานไปทั่วทั้งห้อง
สิ้นสุดคำพูดของมาริน ที่ด้านหลังของนางก็พลันปรากฏวงแหวนขนาดใหญ่ที่กำลังหมุนวนอย่างสวยงามละลานตา!
หากสังเกตดูดีๆ จะเห็นว่ามีที่ประทับสำหรับลูกแก้วอยู่หนึ่งที่ในวงแหวนนั้น มารินยืดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
"หืมม...ใช้ได้เหมือนกันนี่นา เหลือแต่เพียงหาลูกแก้วทักษะิญญามาใส่แล้ว เธอก็จะเป็จอมเวทย์ทวิลักษณ์ ไม่ใช่เป็เพียงแค่จอมเวทย์ทั่วๆ ไปอีกต่อไปแล้วนะ"
เชียร์ร่ายิ้มออกมาอย่างจริงใจ นางรู้สึกยินดีกับความสำเร็จของมารินเป็อย่างยิ่ง
"เหลือแต่เพียงว่าจะได้ทักษะจากลูกแก้วิญญาเป็อะไรแล้วล่ะนะ" มารินเพ้อฝันถึงทักษะที่ตนเองอยากจะได้
พอขึ้นบันไดมาถึงยังชั้นบน รุจิก็บอกกับณิชาว่าจะมีห้องใหญ่ๆ ของท่านอาจารย์อยู่ 3 ห้องด้วยกัน ห้องแรกคือห้องทำงาน ห้องที่สองคือห้องสมุนไพร และห้องที่สามคือห้องนอน
ศิษย์ทุกคนห้ามขึ้นมายังชั้นนี้โดยเด็ดขาด หากท่านอาจารย์มิได้เป็ผู้เรียกตัวมาเอง เธอพาณิชาเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานของท่านอาจารย์
"ท่านอาจารย์เ้าขา...ขออนุญาตเ้าค่ะ" รุจิกล่าวด้วยความนอบน้อม ในขณะที่ผลักประตูเข้าไปยังห้องทำงานของาุโนักบุญมทินา
"รุจิ...ขอบใจเ้ามาก ณิชา...มานั่งตรงนี้สิ" เสียงอันนุ่มนวลและฟังสบายของมทินาดังขึ้น เสียงที่ไม่มีผู้ใดจะกล้าปฏิเสธได้ลง
หลังจากที่อาจารย์มทินากล่าวจบ รุจิก็ได้ก้มศีรษะคารวะท่านอาจารย์ แล้วจึงเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ
ณิชาเดินไปนั่งลงตรงชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้หินอ่อนตามที่ท่านอาจารย์ได้บอกไว้ เห็นท่านอาจารย์กำลังนั่งชงชาอย่างสบายอารมณ์และสง่างาม มีบรรยากาศที่สะอาดบริสุทธิ์ปราศจากเื่ราวทางโลกีย์รายล้อมอยู่รอบกายท่าน
ณิชาเธอไม่เคยเข้าใจความหมายของคำว่า "ศักดิ์สิทธิ์" มาก่อนเลยในชีวิต แต่สำหรับท่านอาจารย์ที่นั่งอยู่ตรงหน้าของเธอในตอนนี้นั้น ช่างใกล้เคียงกับคำๆ นี้มากที่สุดแล้วเท่าที่เธอเคยพบเจอมา
"ลองดื่มนี่ดูสิ" มทินายื่นถ้วยชาที่เธอเพิ่งจะชงเสร็จใหม่ๆ ให้กับณิชา
ณิชามองดูถ้วยชานั้นอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะคำนับรับมาแล้วจึงค่อยๆ ดื่มลงไปจนหมด เสร็จแล้วนางก็คืนถ้วยให้กับมทินา
ผ่านไปสักพักหนึ่ง...ไม่นานนัก ณิชาก็รู้สึกว่าร่างกายของนางเกิดความผิดปกติขึ้น! มันร้อนไปทั้งตัว! มีเหงื่อเม็ดโตผุดออกมาจากรูขุมขนทั่วร่างกายมากกว่าปกติ!
ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยปากถามอะไรออกมา ก็มีเสียงของท่านอาจารย์ดังขึ้นเสียก่อน
"นิ่ง...จงทำสมาธิ...หายใจเข้าออกลึกๆ อย่างช้าๆ"
เสียงอันแ่เบาและสงบนิ่งของมทินาทำให้นางคลายความตื่นใลงไปได้บ้าง
ณิชาระงับอาการแตกตื่นของตนเอง แล้วรีบทำตามที่ท่านอาจารย์บอก เธอรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย
แต่มันก็เหมือนจะค่อยๆ หดเล็กลงเรื่อยๆ และในขณะเดียวกันมันก็ยิ่งทวีความร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน!
"ตั้งจิตให้มั่น! นึกถึงภาพหัวใจของตัวเอง! แล้วจงอดทนให้ถึงที่สุด!" เสียงของมทินาพลันหนักแน่นและทรงพลังขึ้น!
"ตึกๆ!! ตึกๆๆ!!! ตึกๆๆๆ!!!! ตึกๆๆๆๆ!!!!!"
เสียงหัวใจของณิชาเต้นถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ! ความร้อนทั่วทั้งร่างกายของนางกำลังหดเล็กลงและควบแน่นเข้าไปยังจุดศูนย์กลางที่บริเวณหัวใจ!
ณิชารู้สึกว่าหัวใจของนางกำลังแสบร้อนราวกับจะถูกแผดเผาจนมอดไหม้!
นางแทบจะสิ้นสติลงไปให้ได้! หยาดน้ำตาจากความเ็ปอันแสนสาหัสไหลทะลักออกมา ก่อนจะระเหยหายไปอย่างรวดเร็วด้วยความร้อน!
เธอกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ปสุดจะทานทน! ก่อนจะมีเสียงดังขึ้น!
"ปังง!!"
เสียงดังสนั่นราวกับถุงลมที่ถูกอัดแน่นจนะเิออก! พร้อมกับอากาศร้อนที่พุ่งออกมาจากร่างของณิชาอย่างรุนแรงจนเกิดเป็หมอกควันจางๆ!
นางลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง แล้วรีบเอามือกุมมาที่หัวใจของตนเอง! ณิชารู้สึกได้ในทันทีว่าหัวใจของนางนั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว!
ร่างกายของนางก็ไม่เหมือนเดิมเช่นกัน! มันเบาหวิวราวกับจะล่องลอยขึ้นไปบนอากาศ! นางรู้สึกสบายตัวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนในชีวิต!
"ในอดีต มันถูกเรียกขานกันมาหลายชื่อ บ้างก็เรียกว่าแหล่งพลัง บ้างก็ตันเถียน หรือแม้แต่หัวใจมานา …”
“…แต่ในยุคปัจจุบันนี้...เราเรียกมันว่า 'ปฏิกรณ์เวทมนตร์' มันจะเป็หัวใจดวงใหม่ของเ้า...ณิชา"
ราวกับจะล่วงรู้ได้ว่าณิชากำลังคิดอะไรอยู่ มทินาจึงได้อธิบายให้นางฟังโดยที่นางยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากถามเลยด้วยซ้ำ
"ในเมื่อเ้ามีแหล่งจ่ายพลังงานแล้ว ต่อไปก็คือตัวกลางสำหรับดึงพลังงานออกมาใช้.... "
"ณิชา...เ้าจงถอดเสื้อผ้าออก แล้วนอนคว่ำลงไปบนเตียงนี้"
เสียงราบเรียบของมทินากล่าวขึ้น ราวกับว่ามันไม่ใช่เื่สลักสำคัญอะไรเลย
ณิชาได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับใ! ริมฝีปากของนางเม้มเข้าหากันแน่น เผยอขึ้นน้อยๆ อย่างไม่รู้ตัว แก้มทั้งสองข้างเริ่มระเรื่อเป็สีชมพูอ่อนๆ!
นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่นางจะต้องมาเปลือยกายให้ใครได้เห็น! แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็สตรีเพศเดียวกันก็ตามที...นางก็อดที่จะรู้สึกเขินอายไม่ได้!
นางได้แต่รีบทำตามที่ท่านอาจารย์บอก แล้วรีบไปนอนคว่ำลงบนเตียงอย่างรวดเร็ว ราวกับอยากจะปกปิดร่างกายของตนเองไว้ให้ได้มากที่สุด!
"ตัวกลางนี้...เป็แบบแปลนรอยสักวงแหวน ที่เหล่านายช่างเวทมนตร์ระดับ 2เป็ผู้สร้างสรรค์ขึ้นมา…"
"...ถ้าหากในอนาคตเ้าหาแบบแปลนที่ดีกว่านี้มาได้ ก็สามารถที่จะเปลี่ยนมันได้โดยการวางทับลงไปบนรอยเก่าได้เลย"
มทินาบอกกล่าวในสิ่งที่นางกำลังจะทำ โดยมิได้สนใจในท่าทีเขินอายของณิชาเลยแม้แต่น้อย
มทินาอธิบายเกี่ยวกับหน้าที่ของมันต่อไป ณิชาจับใจความได้ว่า มันมีหน้าที่ในการดึงพลังงานจากปฏิกรณ์เวทมนตร์ที่หัวใจของนางออกมา แล้วแสดงผลในลักษณะของวงแหวนที่ด้านหลังของนาง
นางได้รู้จักกับคำว่า 'ลูกแก้วทักษะิญญา' เป็ครั้งแรก ซึ่งลูกแก้วนี้จะถูกนำมาใช้เชื่อมต่อกับรอยสักวงแหวนอีกทอดหนึ่ง
ลูกแก้วนี้เปรียบเสมือนทักษะวิชาหรือบทเวทมนตร์ เพื่อใช้แสดงรูปแบบของพลังงานในรูปแบบต่างๆ
โดยลูกแก้วแต่ละลูกนั้นจะมีทักษะที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับิญญาที่สถิตอยู่ด้านใน พวกมันจึงถูกเรียกขานว่า ลูกแก้วทักษะิญญา
"สรุปให้เ้าเข้าใจง่ายๆ ก็คือ...หัวใจปฏิกรณ์เป็แหล่งพลังงาน...วงแหวนคือตัวกลาง...เพื่อใช้ในการเรียกใช้ทักษะผ่านทางลูกแก้ว"
"ใส่เสื้อผ้าของเ้าได้แล้ว...อาจารย์ทำให้เ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว"
หลังมทินาสรุปให้ณิชาฟังเสร็จ นางก็ไปหยิบเสื้อผ้าที่ณิชาถอดทิ้งไว้มาส่งคืนให้ณิชา
สิ่งที่ณิชาเห็นท่านอาจารย์ทำเมื่อครู่นี้ก็คือการนำเอาแผ่นกระดาษแบบแปลนวงแหวนมาทาบลงบนแผ่นหลังของเธอเท่านั้น!
เธอลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า แต่ก็ยังคงเปิดแผ่นหลังอันขาวเนียนละมุนของตนเองไว้ เพื่อดูว่าิัด้านหลังของเธอมีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
เธอเดินไปหยุดอยู่ตรงหัวมุมห้องที่มิวางกระจกบานใหญ่อยู่ มีรอยสักรูปวงแหวนปรากฏขึ้นที่กลางหลังของเธอจริงๆ! เธอมองมันอยู่สักพักใหญ่ แต่แล้วอยู่ๆ มันก็ค่อยๆ จางหายไป!
"มันไม่ได้หายไปไหนหรอก...มันแค่เปลี่ยนสีไปตามิัของเ้าเท่านั้น" ท่านอาจารย์เอ่ยตอบข้อสงสัยของเธอ
"ลองเพ่งจิตของเ้าไปที่ปฏิกรณ์เวทมนตร์ดูสิ...แล้วพูดคำว่า 'ปลดปล่อย' ออกมา"
ณิชาลองทำตามที่ท่านอาจารย์พูด ทันใดนั้น! นางก็รู้สึกได้ว่าที่แผ่นหลังบริเวณวงแหวนของนางนั้นกำลังสูบคลื่นพลังงานบางอย่างที่ปฏิกรณ์เวทมนตร์ของนางสร้างขึ้น! ก่อนที่มันจะแสดงภาพลักษณ์ของวงแหวนขนาดใหญ่ที่ด้านหลังของนางออกมา!
ตอนนี้ณิชาดูราวกับเป็เทพีแห่งสรวง์ก็ไม่ปาน! วงแหวนนั้นกำลังหมุนวนอย่างไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไป ภายในวงแหวนนั้นดูเหมือนจะมีที่ประทับสำหรับลูกแก้วอยู่หนึ่งลูก!
ณิชาคิดว่ามันน่าจะเป็ที่สำหรับใส่ลูกแก้วทักษะิญญาที่ท่านอาจารย์เพิ่งจะพูดถึงเมื่อครู่นี้เป็แน่
"ตอนนี้...เธอได้กลายเป็นักเวทย์อย่างสมบูรณ์แล้ว ผู้ที่มีลูกแก้วิญญาอยู่ในวงแหวนจะไม่ใช่นักเวทย์ธรรมดาทั่วไปอีกต่อไป เราเรียกพวกเขาเ่าั้กันว่า 'จอมเวทย์ทวิลักษณ์'…"
"...ปฏิกรณ์เวทมนตร์ของเ้าสามารถสร้างที่ประทับได้ 1 ลูกแก้ว ซึ่งหมายความว่าเ้าอยู่ในระดับ 1 ดาว เมื่อใดที่เ้ายกระดับขึ้นสู่ 2 ดาว วงแหวนของเ้าก็จะมีที่ประทับเพิ่มขึ้นเป็ 2 ที่…"
"...แต่ก็ไม่แน่เสมอไปว่าทุกคนจะสามารถมีได้นะ...พร์เท่านั้นที่จะเป็ตัวกำหนด! ผลจากการทดสอบที่แท่นศิลานั้น ก็เป็เพียงแค่การบ่งบอกถึงแนวโน้มของพร์เท่านั้นเอง"
มทินาอธิบายให้ณิชาฟังอย่างไม่รีบร้อน เพื่อให้ณิชาได้มีเวลาทำความเข้าใจและย่อยข้อมูลที่ได้รับมาได้อย่างทันท่วงที
เธอรู้ดีว่าณิชานั้นเป็เพียงคนธรรมดาที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกใบนี้เลยแม้แต่น้อย วันนี้...จึงถือเป็วันที่เธอได้รู้จักกับโลกอย่างแท้จริงเป็ครั้งแรก!
'ตอนที่ข้าเข้ารับการทดสอบ...ข้าทำให้แสงเกิดขึ้น 3 จุด...นั่นหมายความว่าข้ามีสิทธิ์ที่จะสร้างที่ประทับสำหรับลูกแก้วิญญาได้ไม่เกิน 3 ที่อย่างนั้นหรือ?' ณิชาคิดในใจอย่างตื่นเต้น
"อันนี้...เป็ของขวัญจากอาจารย์เอง" มทินายื่นตลับกล่องใบหนึ่งมาให้ณิชา ไม่รู้ว่านางไปหยิบมันมาั้แ่เมื่อใด!
ณิชากล่าวขอบคุณท่านอาจารย์ แล้วจึงรับตลับกล่องนั้นมา ท่านอาจารย์อนุญาตให้เธอเปิดกล่องได้ เธอจึงไม่รอช้าอีกต่อไป!
แสงสว่างจ้าจนรู้สึกแสบตาพลันสาดส่องออกมาทันทีที่นางเปิดฝากล่องออก! ข้างในนั้นมีลูกแก้วสีทองอร่ามลูกหนึ่งวางอยู่!
เมื่อมองเข้าไปในลูกแก้วนั้น จะเห็นภาพของดาบที่ดูสวยงามและทรงพลังอย่างยิ่งยวดอยู่เล่มหนึ่ง แต่ก็ยังไม่สามารถมองเห็นรายละเอียดของมันได้อย่างชัดเจนนัก
"ลองให้มันเข้าไปประทับอยู่บนวงแหวนของเธอสิ ณิชา...แค่เพ่งจิตของเ้าไปยังลูกแก้ว แล้วเอ่ยคำว่า 'ดูดซับ' ออกมาก็พอแล้ว"
มทินาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวเล็กน้อย พร้อมกับสายตาที่แปรเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด โดยที่ณิชาหาได้สังเกตเห็นไม่
ลูกแก้วสีทองได้ลอยออกจากกล่อง ไปยังวงแหวนของณิชาก่อนที่จะลงไปประทับ ณ ตำแหน่งสำหรับลูกแก้วพอดิบพอดี! วงแหวนของณิชาพลันหมุนอย่างรวดเร็ว! พร้อมกับแสงที่เรืองรองสว่างไสวเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม!
แต่อยู่ๆ ร่างกายของนางก็พลันควบคุมไม่ได้ขึ้นมา! มันขยับไปเอง! มือของนางยื่นออกมาเบื้องหน้าเหมือนกับว่ากำลังจับด้ามของอะไรบางอย่างอยู่...แต่มันกลับว่างเปล่า!
กำลังคิดจะเอ่ยปากบอกท่านอาจารย์ แต่ก่อนที่จะได้ทำเช่นนั้น...ปากของนางก็พลันขยับไปเอง!
"จำแลงดาบ" นี่ไม่ใช่เสียงของใครอื่น...มันคือเสียงของนางเอง! แต่ปากของนางมันกลับพูดออกไปเอง!
ทันใดนั้นเอง! ก็มีไอแสงสีทองพวยพุ่งออกมาจากวงแหวนที่กำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่งอยู่ที่ด้านหลังของนาง!
มันควบแน่นรวมตัวกันจนกลายเป็ปีก! นางถึงกับอึ้งและตื่นตะลึงอย่างที่สุดเมื่อได้เห็นเงาสะท้อนของตนเองในกระจก! ดูเหมือนว่าตัวนางจะมีปีกสีทองอร่ามถึง 4 ปีกงอกออกมาจากด้านหลัง! ทำให้นางในยามนี้ดูราวกับเป็เทพธิดาที่จุติลงมาจากสรวง์!
แต่มันหาใช่ปีกของนางไม่...มันเป็ปีกของร่างจำแลงเทพธิดาที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของนางต่างหาก! ดูช่างสวยงามและศักดิ์สิทธิ์เสียเหลือเกิน!
เทพธิดานำดาบของนางไปวางลงบนมือของณิชาที่กำลังยื่นออกมาเมื่อครู่นี้พอดี! มือของณิชาที่ดูเหมือนจะกำลังกำอากาศอันว่างเปล่าอยู่นั้น บัดนี้ได้มีด้ามดาบมาให้นางได้จับต้องแทนแล้ว!
แสงสีทองสว่างเรืองรองวาบขึ้น! ก่อนจะก่อเกิดเป็ดาบที่แท้จริงหนึ่งเล่ม! ด้ามจับที่เรียวยาว...กระบังดาบที่เป็รูปปีกของเทพธิดา...สีของใบมีดที่เป็สีเงินบริสุทธิ์...มันคือดาบที่เธอถืออยู่ตอนนี้นั่นเอง!
เมื่อดาบเล่มนั้นปรากฏขึ้นอย่างสมบูรณ์...เงาของเทพธิดาที่อยู่ด้านหลังเธอก็พลันจางหายไป...
มทินาตื่นตะลึงอย่างยิ่ง! ถ้าหากณิชาได้หันมาเห็นนางในตอนนี้ เธอคงจะไม่เชื่อเป็แน่ว่ามทินาผู้แสนจะบริสุทธิ์และเงียบขรึมราวกับแม่พระนั้น จะสามารถแสดงสีหน้าและสื่ออารมณ์ตื่นตระหนกได้อย่างชัดเจนบนใบหน้าเช่นนี้ได้!