ครั้นอี้เฉินที่ยังเป็น นักโทษดินแดนจันทราทมิฬ สถานที่แห่งนี้ตัวเขาเห็นแต่ไกล แต่ก็ไม่อาจคิดฝันอาจเอื้อม มาเหยียบย่ำยังสถานที่ ที่เหมือนกับแดนศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าประชาชนดินแดนจันทราทมิฬได้ สถานที่แห่งนี้ถือเป็นเขตหวงห้ามมากที่สุดของ ดินแดนแห่งนี้มันก็คือสถานที่ประทับขององค์จักรพรรดิ และเหล่าเชื้อพระวงศ์
แต่ผ่านไปไม่ถึงสามเดือนตัวอี้เฉิน กลับสามารถมาเหยียบย่ำยังสถานที่ต้องห้ามแห่งนี้ได้ ดวงตาจ้องเขม็ง เข้าไปภายในพระราชวังจักรพรรดิอย่างไม่วางตา มองไปที่เทพสวรรค์แท้จริง ที่ประทับอยู่ภายในส่วนลึกอย่างไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่สะทกสะท้าน จิตสังหารแผ่ซ่านไปทั่วกายา
....อี้เฉินไม่ได้รั้งรออีกต่อไป ก้าวเดินเข้าไปภายในพระราชวังหยกด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทันทีที่เขามาถึงด้านบนของพระราชวัง เพียงเดินเข้ามาภายในสิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นจากหยกขาว ตัวเขาก็รู้ซึ้งทันทีที่เหยียบย่ำมัน หยกขาวชนิดนี้แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ถึงมันจะไม่ใช่อัญมณีที่มีค่าอะไรมากมาย แต่ก็นับเป็นแร่หยกขาวชนิดหนึ่งที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แม้แต่เจอการโจมตีของเทพสวรรค์ มันกลับมีเพียงแต่รอยแตกร้าว หากเป็นหินอัญมณีชนิดอื่นป่านนี้ สถานที่แห่งนี้คงแหลก เป็นฝุ่นผงไปแล้วเป็นแน่
ครั้นที่อี้เฉิน เดินเข้าไปภายในส่วนลึกของ ห้องโถงใหญ่ ตัวเขาที่เห็นเทพสวรรค์แท้จริงเต็มตา อี้เฉินที่เห็นสายตาของเทพสวรรค์ เขาก็รู้ได้ในทันที ว่าเทพสวรรค์องค์นี้ ดูผ่านโลกมายาวนาน คงเป็นชายชรา แก่หงำเหงือก จากโลกเบื้องบนอย่างแน่นอน เขาที่ลงมาจุติใหม่จึงได้ร่างกายของผู้คนดินแดนเบื้องล่างจึงดูอ่อนเยาว์ลง กระนั้นก็ไม่อาจปกปิด แววตานุ่มลึกที่ดูผ่านกาลเวลามาได้
ด้านข้างของเทพสวรรค์ทั้งสองข้าง ราวกับมีขุนนางน้อยใหญ่ยืนขนาบทั้งสองข้าง แต่เมื่อมองดี ดี พวกเขาก็เป็นเพียงราชวงศ์ ของดินแดนนี้เท่านั้นกายาของพวกเขาเหล่านั้น สั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว เหมือนว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นองค์จักรพรรดิเสียด้วย
อี้เฉินไม่ได้สนใจพวกเชื้อพระวงศ์พวกนั้นแต่อย่างใด ก้าวเท้าเดินเข้าไปภายในห้องโถง ประจันหน้ากับเทพสวรรค์ ด้วยความโอหัง ตัวเขาเตรียมจะชูหอกเลือดขึ้นมา พร้อมเปิดฉากการต่อสู้ให้เลือดอาบนอง ย้อมปฐพี จิตสังหารพุ่งขึ้นสูงอย่างบ้าคลั่ง ประหนึ่งมารร้ายที่แพร่จิตสังหารออกมา เหล่าผู้คนที่อยู่ภายในพระราชวังต่างตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว กายาต่างก้มลงต่ำ คืบคลานอยู่บนพื้นเบื้องล่างในทันที
เทพสวรรค์ หลินเทียน ที่เหมือนราชันย์หนุ่ม นั่งด้านบนบัลลังก์ในยามนี้ เขายกยิ้มขึ้นมาในทันที เมื่อสัมผัสถึงจิตสังหารที่บ้าคลั่งของอี้เฉินได้ เอ่ยชมเด็กหนุ่มผมขาวอยู่ไม่น้อย "แบบนี้สิ ถึงจะเรียกว่าเทพสวรรค์ เจ้าจะต้องโหดเหี้ยมยิ่งกว่านี้ หากคิดจะปกครองผู้คนทั้งโลกหล้า"
อี้เฉินเขาที่ได้ยินถึงกับเดือดดาลอยู่ไม่น้อย ยกหอกเลือดในมือขึ้นมา ครั้น ชี้ไปที่ใบหน้าของเทพสวรรค์ หลินเทียนที่เปื้อนยิ้มอยู่ แต่อยู่ๆ มือของอี้เฉิน ที่ถือหอกเลือด ชี้ออกไปในทิศทางด้านหน้า ก็สั่นไหวขึ้นมาไม่หยุด ทันทีที่อี้เฉินเหลือบไปเห็น ภาพสลักฝาผนังด้านหลังเทพสวรรค์หลินซาน มันก็ทำให้รูม่านตาอี้เฉินเบิกออกกว้าง ไม่อยากเชื่อกับภาพที่เห็น มันก็คือรูปของหญิงสาวนางหนึ่ง ใบหน้าของนางช่างดูงดงาม ราวกับหลุดมาจากภาพวาด ถือเป็นโฉมสะคราญงามล่มเมือง ดั่งเซียนหญิงที่ลงมาจุติ อาภรณ์ที่นางสวมใส่ ไม่ต้องสงสัยเลยนางก็คือจักรพรรดิ ของดินแดนจันทราทมิฬอย่างแน่นอน
มันจึงทำให้อี้เฉินตกตะลึง มืออีกข้างหนึ่ง ดึงภาพเสมือนของหญิงสาวที่ตกพื้น มาไว้ในมือในทันที มันจึงทำให้ เทพสวรรค์หลินเทียนไม่สบอารมณ์เล็กน้อย ไม่คิดเด็กหนุ่มผมขาว จะสนใจภาพวาดเสมือน สาวงามเช่นนี้ อยากรู้เด็กหนุ่มจะทำการใดต่อไป
เหล่าเชื้อพระวงศ์เอง ต่างตัวสั่นเทิ้มราวกับเป็นลูกนกก้มหน้าอยู่กับพื้นเบื้องล่างด้วยความหวาดกลัว เหมือนพวกเขาในยามนี้ ยืนท่ามกลางสมรภูมิรบ แม้แต่เรี่ยวแรงที่จะหันขึ้นมามองเบื้องหน้าก็ยังมิกล้า เอาแต่ก้มหัว ราวกับเต่าที่หดหัว
อี้เฉิน ครั้นอยากจะถามเมี่ยนจือให้รู้ความจริงเสียตรงนี้ แต่เกรงว่าจะเสียเวลาไปกับนางเปล่าๆ จึงเปิดปากพูดไปที่เหล่าเชื้อพระวงศ์ ในทันที ก่อนมือหนึ่งของเขา จะคลี่ม้วนภาพวาดของหญิงสาว ที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับเมี่ยนจือ ออกมา
"พวกเจ้าคงเป็นเชื้อพระวงศ์สินะ บอกข้อสงสัยของข้าหน่อยได้หรือไม่ ว่าหญิงสาวที่อยู่ในรูปนางเป็นผู้ใดกันแน่"
เหล่าเชื้อพระวงศ์ที่ก้มหน้าก้มตาอยู่ เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงของ อี้เฉินจากที่ไกลๆ ก็อยากจะตอบคำถามของเด็กหนุ่ม แต่พวกเขาในยามนี้แม้จะ เงยหน้าขึ้นมาก็ยังไม่กล้า เรื่องจะให้พูดแทบไม่ต้องหวัง
เมื่อเมิ่งอี้ นางที่จดจำน้ำเสียงที่คุ้นเคยได้ ดวงตาของนางทอประกายขึ้นมาในทันที แต่ลึกๆ ก็เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น กายาสั่นน้อยๆ ครั้นไม่อยากจะเชื่อว่าน้ำเสียงของคนผู้นั้น จะเหมือนเด็กหนุ่มผมสีขาวที่นางรู้จัก นางเงยหน้าขึ้นมามองไปที่เสียง เสียงนั้นในทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง ว่าจะไม่ใช่เด็กหนุ่มผมขาว แต่ทันใดหนังตาของนางก็กระตุกถี่อย่างรุนแรง สบถด่าในใจขึ้นมาในทันที 'คนอื่นมีเยอะแยะถมไป เหตุใดถึงเป็นเจ้าอีกอี้เฉิน คนบ้าอะไรหาแต่เรื่องใส่ตัว'
ในยามนี้ไม่รู้ว่านางจะ ดีใจหรือเสียใจดี หัวใจของนางเต็มไปด้วยความสับสน แต่เมื่อมองเห็นกายาอี้เฉินเต็มไปด้วยบาดแผล ตัวนางก็ถึงกับหน้ามืดทะมึน บาดแผลอี้เฉินถึงจะดูไม่ได้บาดเจ็บหนักแต่ มันไม่มีทีท่าว่า จะสมานเข้าหากันแม้แต่น้อย บาดแผลค่อยๆ เลวร้ายลงไปเรื่อยๆ ราวกับถูกบางอย่างกัดกิน หางตาของนางเริ่มมีน้ำตาน้อยๆ ไหลซึมออกมา รู้สึกสงสารเด็กหนุ่มผมขาวที่อยู่ไม่ไกลนักในทันใด
อี้เฉินที่เห็นเมิ่งอี้ยังมีชีวิตอยู่ ตัวเขาก็ถึงกับดวงตาทอประกายขึ้นมา คนที่เขาอยากช่วยนางยังมีลมหายใจอยู่ เยี่ยฉินเองนางก็ยังปลอดภัย เมื่อนางเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มมันก็ทำให้นางตกตะลึงอยู่ไม่น้อย อี้เฉินเขาจึงกลับมาสงบนิ่งมากกว่าแต่ก่อนหลายขุม ก่อนจะส่งรอยยิ้มเจิดจ้า ราวแสงอาทิตย์ไปให้ พวกนางทั้งสองคน
เมิ่งอี้ ที่เห็นรอยยิ้มเด็กหนุ่ม ที่แฝงมาด้วยความเจ็บปวดเล็กๆ มันก็ทำให้นางทำอะไรไม่ถูกไปครู่หนึ่ง เกือบจะลืมที่เด็กหนุ่มเอ่ยถามไปในเสี้ยววินาที นางในยามนี้ ไม่มีท่าทีหวั่นเกรงเทพสวรรค์แท้จริงอีกต่อไป เมื่อเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มผมขาวที่อยู่เบื้องหน้า นางเอ่ยตอบออกมาในทันที "นั้นคือภาพวาดขององค์จักรพรรดิ องค์แรกของ ดินแดนจันทราทมิฬ"
เมื่ออี้เฉินที่ได้คำตอบ ตัวเขาก็ตกใจเป็นอย่างมากในยามนี้ ไม่คิดเมี่ยนจือนางจะเป็นองค์จักรพรรดิ องค์แรกของดินแดนแห่งนี้ ถึงว่านางแบกรับบางสิ่งเอาไว้ แล้วนางยังเป็นต้นตอของสงครามทั้งหมดด้วย มันก็ทำให้อี้เฉินถึงกับหน้ามืดทะมึน 'หากผู้ใดล่วงรู้ ตัวเขาพูดจากับองค์จักรพรรดิของพวกเขา ราวกับเพื่อนฝูง เกรงว่า ผู้คนดินแดนแห่งนี้ จะต้องเดือดดาลเป็นแน่แท้'
เมี่ยนจือนางถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะให้อี้เฉินกลับมาจดจ่อกับการต่อสู้ "หากเจ้าแพ้ ทุกๆ อย่างที่เจ้ากับข้าทำมาก็จะจบสิ้น ...เมื่อเจ้ารู้ความจริง หวังว่าเจ้าจะไม่คิดบิดพลิ้วคำพูดของเจ้านะอี้เฉิน"
อี้เฉินพยักหน้ารับในทันที ก่อนจะชูหอกเลือดออกไปในทิศทางด้านหน้าในทันใด ในยามนี้เขาไม่มีท่าทีลังเลอีกต่อไป "เทพสวรรค์ หลินเทียน เรามาจบการต่อสู้ครั้งนี้เถอะ"
เทพสวรรค์ หลินเทียน ยกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ "ข้าเองก็คิดเช่นนั้น เรามาจบสงครามที่สั่นสะเทือนใต้หล้ากันเถอะ ว่าใครจะเป็นผู้กำชัยชนะในศึกเทพสวรรค์ครั้งนี้ ผู้ใดจะได้ครอบครองโลกเบื้องล่างแห่งนี้ เป็นผู้ยืนบนหัวเต่ามังกรอย่างแท้จริง"
ทันใดพระราชวังของจักรพรรดิ ก็กลายเป็นลานต่อสู้ในฉับพลัน จิตสังหารแพร่กระจายออกมาจากพระราชวัง ท่วมท้นท้องฟ้า ผู้คนต่างอพยพ หนีไปโดยไว ไม่กล้าชักช้าอีกต่อไป
เมิ่งอี้ นางอยากจะเข้าไปกอดกายาอี้เฉินให้หายคิดถึง แต่ก็ไม่อาจทำได้ถูก เยี่ยฉิน กับเยี่ยฉุน ดึงกายาของนางจากไปในทันที ถึงพวกเขาจะตกตะลึงอยู่ไม่น้อย ว่าเหตุใดอี้เฉินถึงเข้ามาต่อสู้กับเทพสวรรค์ตามลำพัง ที่พวกเขาพอจะคิดได้ก็มีเพียง องค์หญิงเมิ่งอี้ เท่านั้นที่เด็กหนุ่มผมขาวอยากมาช่วยเหลือ