โจวอิ้งเยว่ยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์แล้วยื่นหน้าไปกระซิบบอกพี่ชายคนโตให้ได้ยินกันสองคน "พี่ใหญ่ ตอนที่ข้ายังไม่ฟื้นข้าฝันเห็นวิธีทำอาหารจากหน่อไม้พวกนี้แล้วก็อีกหลายๆอย่างเลยล่ะเ้าค่ะ"
โจวไห่เหวินเบิกตากว้างอ้าปากหว๋อด้วยความไม่เชื่อ 'น้องสาวน่าสงสารจัง นางคงจะหิวมากเกินไปเลยอ้างเื่ฝันมาพูดเพื่อไม่ให้ข้าห้ามนางเก็บหน่อไม้พวกนี้'
โจวอิ้งเยว่ไม่รู้ความคิดของพี่ชายคนโต นางพูดจบก็หันหลังกลับไปเก็บหน่อไม้ต่ออย่างอารมณ์ดีโดยมีโจวไห่เหวินช่วยเก็บอีกคนจนเต็มตระกร้าทั้งสองคนถึงหยุดมือแล้วกลับไปรวมตัวกับคนอื่นๆ ใบหน้าของแต่ละคนต่างก็ยิ้มแย้มมีความสุข เห็นผักป่า ไก่ป่าและหน่อไม้ในตระกร้าของตัวเองก็ทำให้ทุกคนรู้สึกสบายใจมาก
พวกเขาพากันพูดคุยกันอย่างมีความสุขจนกระทั่งกลับถึงเรือนก็รีบไปช่วยกันจัดเก็บข้าวของที่ได้มาอย่างเร่งรีบเพราะกลัวว่าจะมีคนผ่านมาเห็นเข้า แม้เรือนจะอยู่ท้ายจวนไม่ค่อยจะมีคนผ่านมาแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีบ่าวไพร่บางคนผ่านมาเลย โดยเฉพาะคนของบ้านใหญ่และบ้านสามที่มักจะมาคอยสืบข่าวพวกเขาอยู่ประจำ ไหนจะพวกองครักษ์ที่คอยเดินตรวจตราความเรียบร้อยอีก
ดังนั้นพวกเขาจำเป็ต้องระมัดระวังตัวไม่ให้คนพวกนั้นจับได้เด็ดขาด ท่านแม่เดินเข้ามาหาลูกๆที่กำลังช่วยกันปลอกเปลือกหน่อไม้อยู่หลังเรือน "พวกลูกเก็บหน่อไม้พวกนี้มาเยอะเกินไปแล้ว หน่อไม้นี่มันขมมากคนเขาไม่ค่อยกินกันหรอก"
"ท่านแม่ ข้ามีวิธีทำให้หน่อไม้พวกนี้ไม่ขมเ้าค่ะ พี่สาวท่านช่วยข้าต้มน้ำหน่อย" โจวอิ้งเยว่พูดขึ้นอย่างมั่นใจ
ทุกคนต่างก็ถอนหายใจแต่ก็ยังเต็มใจช่วยกันปลอกเปลือกหน่อไม้แล้วล้างทำความสะอาดตามคำสั่งของนางอย่างเต็มใจ พวกเขาไม่อยากจะขัดใจนางไม่ว่าอะไรที่นางอยากจะทำพวกเขาก็ยินดีสนับสนุนอย่างไม่มีข้อแม้ ไม่ใช่แค่โจวอิ้งเยว่เท่านั้น แต่ทุกคนยินดีจะสนับสนุนสิ่งที่ทุกคนอยากจะทำเช่นนี้มาเสมอ
โจวอิ้งเยว่ไม่ได้สนใจใบหน้าฝืดเฝื่อนของพวกเขา นางลงมือต้มหน่อไม้อย่างคล่องแคล่วราวกับว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางทำ มือไม้ของนางคล่องแคล่วมากจนคนในครอบครัวต่างก็พากันสงสัยแต่ก็ไม่มีใครคิดจะถามออกไป
ท่านพ่อจัดการกับไก่ป่าที่จับมาได้อย่างคล่องแคล่วแล้วยกเข้ามาในครัวให้ลูกสาวจัดการทำอาหารต่อ โจวอิ้งเยว่จัดการแบ่งไก่ออกมาผัดใส่หน่อไม้และต้มจืดหน่อไม้ใส่ไก่สับ ยังแบ่งอีกส่วนหนึ่งไปหมักเกลือเอาไว้เพื่อทำอาหารให้ทุกคนกินพรุ่งนี้ด้วย
'อื้ม! รสชาติก็พอกินได้อยู่ น่าเสียดายที่เครื่องปรุงมีแค่เกลือไม่อย่างนั้นอาหารมื้อนี้คงอร่อยกว่านี้แน่'
"อื้อหือ อร่อย!" โจวอวี่เฉินอุทานออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง
"อร่อยจริงๆหน่อไม้นี่ก็กรอบไม่ขมสักนิด เยว่เอ๋อร์เ้าเก่งจริงๆต่อไปพี่จะยกหน้าที่ทำอาหารให้เ้าคนเดียวเลย" โจวถิงถิงหันไปชมน้องสาวฝาแฝดอย่างสดใสพรางคีบหน่อไม้ขึ้นมากินอีกคำอย่างมีความสุข
"เอ๋! พี่สาว…ท่านแกล้งชมข้าเพราะี้เีจะทำอาหารใช่หรือไม่? คิกๆ" โจวอิ้งเยว่ทำหน้าทะเล้นแล้วพูดหยอกล้อพี่สาวฝาแฝดอย่างอารมณ์ดี
"ฮ่าฮ่าฮ่า!!"
นี่คงเป็วันที่ครอบครัวนี้มีความสุขอีกวัน ทุกคนได้กินอิ่มเป็มื้อแรกในรอบหลายปีมานี้แม่จะเป็เพียงอาหารธรรมดาๆของคนอื่นแต่สำหรับครอบครัวรองโจวนี้การจะได้กินเนื้อสักคำนั้นเป็สิ่งที่แม้แต่หลับพวกเขาก็ไม่กล้าฝันมาก่อน แม้จะเป็เพียงผัดหน่อไม้ป่าและต้มจืดหน่อไม้ใส่ไก่ป่ามีเครื่องปรุงแค่เกลืออันน้อยนิดไม่มีข้าวสวยหรือหมั่นโถวนุ่มๆแต่ก็เป็มื้ออาหารที่อร่อยที่สุดของพวกเขา
คืนนั้นทุกคนต่างก็นอนหลับอย่างมีความสุขไม่ต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะความหิว เข้ายามเหม่าทุกคนก็ตื่นขึ้นมาเตรียมตัวจะไปทำงานของตัวเองด้วยความเคยชิน โจวหลินหู่จับมือฮูหยินที่กำลังจะลุกลงจากเตียงเอาไว้ "เ้านอนต่อเถิด ต่อไปนี้ครอบครัวเราจะไม่ออกไปทำงานให้พวกเขาอีกแล้ว"
หูซูซ่านเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ นางมองจ้องหน้าสามีผ่านความมืดด้วยความตกตะลึง "ท่านพี่! เช่นนั้นพวกเขาจะไม่หันมาเล่นงานเรากับลูกๆอีกหรือเ้าคะ? ข้าทนได้แต่ข้าไม่อยากให้ลูกของเราถูกคนพวกนั้นรังแกอีกแล้ว"
"พี่ขอโทษเ้าที่พาเ้ามาลำบากกับพี่ ต่อไปนี้พี่จะเป็คนปกป้องเ้าและลูกๆของเราเอง" โจวหลินหู่พูดจบก็ตบหลังมือของฮูหยิินเบาๆเพื่อให้นางได้ผ่อนคลายลง "เสียงลูกคงจะตื่นกันแล้ว ข้าจะออกไปบอกพวกเขาก่อน"
โจวหลินหู่เดินออกมาจากห้องก็เห็นลูกชายคนโตเปิดประตูห้องเดินออกมาพอดี "เ้าใหญ่ วันนี้ไม่ต้องออกไปทำงานแล้วเ้ากลับไปนอนต่อเถิด" จากนั้นเขาก็หันไปหาลูกสาวทั้งสองคนที่พึ่งออกจากห้องมาเหมือนกัน "ถิงเอ๋อร์ เยว่เอ๋อร์ พวกลูกก็กลับไปนอนต่อก่อนเถิด"
"ขอรับ / เ้าค่ะท่านพ่อ"
โจวอิ้งเยว่ยิ้มกว้างด้วยความพอใจ 'ฮิ๊ฮิ๊! ท่านพ่อของข้าไม่ให้พวกเราทั้งบ้านไปทำงานนี่ก็ชัดเจนแล้วว่าเขาจะต่อต้านความอยุติธรรมพวกนั้น เอาเลยท่านพ่อ! ข้าจะต่อสู้กับพวกสารเลวนั่นช่วยท่านเอง…'
"เยว่เอ๋อร์ เ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมวันนี้ท่านพ่อถึงไม่ให้พวกเราไปทำงานกัน?" โจวถิงถิงกระซิบถามโจวอิ้งเยว่เสียงเบา
"ท่านยังไม่เข้าใจอีกหรือ? นี่แสดงว่าท่านพ่อไม่คิดจะก้มหน้ายอมทำตามความ้าของคนบ้านใหญ่และบ้านสามอีกต่อไปแล้วน่ะสิ" โจวอิ้งเยว่ตอบคำถามอย่างอารมณ์ดี
แต่โจวถิงถิงไม่ได้รู้สึกสบายใจเหมือนน้องสาวเลย การที่วันนี้บ้านรองไม่มีใครออกไปทำงานเลยสักคนถึงสองวันติดเช่นนี้หากรอจนฟ้าสว่างจะต้องมีคนมาแหกปากะโด่าทอหาเื่ครอบครัวนางแน่ๆ เื่นี้จะกลายเป็เื่ใหญ่โตจนถูกบ้านใหญ่ลงโทษอย่างไร้ความเมตตาอีกแน่นอน "เช่นนั้นพวกเราก็คงหนีไม่พ้นถูกทำโทษอีกแล้วใช่หรือไม่?"
"ท่านคิดมากไปแล้ว พี่สาว…พวกเราต้องเชื่อใจท่านพ่อสิ นอนต่อกันเถอะ" โจวอิ้งเยว่พูดจบก็ยกมือขึ้นมาปิดปากหาวออกมาก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนแล้วหลับตาลงตัดจบบทสนทนานี่ทันที
โจวถิงถิงมองน้องสาวก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วได้แต่บอกตัวเองในใจว่าช่างเถอะๆแล้วทิ้งตัวลงนอนข้างๆน้องสาวเงียบๆ
ปัง! ปัง! ปัง!
"พวกเ้าตายกันหมดทั้งเรือนแล้วหรือไง? สายปานนี้แล้วยังไม่ตื่นขึ้นมาทำงานกันอีก!!!"
ปัง! ปัง! ปัง!
"ออกมาเดี๋ยวนี้นะ ถ้าพวกเ้ายังไม่ออกมาอีกข้าจะเอาเื่นี้ไปฟ้องนายท่านและฮูหยินแน่!"
ทุกคนในบ้านต่างก็ออกจากห้องนอนกันมารวมตัวอยู่ที่โถงบ้านกันหมดแล้ว โจวหลินหู่กำหมัดแน่นฟังเสียงสาวใช้ผู้นั้นด้วยความคับแค้นใจ เขาก็เป็บุตรชายของเ้าของจวนนี้เหมือนกันเหตุใดต้องมาตกต่ำถึงขนาดนี้กัน? เป็เพราะที่ผ่านมาเขายอมอดทนมาตลอดจนคนพวกนั้นลืมไปแล้วว่าเขาก็เป็ลูกและพี่น้องไปแล้วอย่างนั้นหรือ?
โจวหลินหู่เดินมาเปิดประตูบ้านเผชิญหน้ากับบ่าวชราและสาวใช้อย่างตั้งใจ "เ้ามาแหกปากะโหน้าเรือนของข้าเช่นนี้ทำไม? ต่อจากนี้ไปบ้านรองของข้าจะไม่ทำงานพวกนั้นอีกแล้วเ้ากลับไปเสีย"
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ไม่ทำงานอย่างนั้นหรือ? ไม่ทำงานแล้วเ้าจะกินอะไรเล่า? พวกเ้าคิดจะกินลมตะวันออกแทนข้าวทั้งบ้านเลยหรือ? เ้าคิดว่าตัวเองเป็นายท่านรองหรือ? ถุยๆๆ! ใครบ้างไม่รู้ว่าเ้ามันก็แค่ตัวไร้ค่า บ้านเ้าทั้งบ้านล้วนไร้ค่าทั้งนั้น!"
เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
"ซี๊ดดด!"
พอเห็นท่านแม่ก้าวเท้าออกมาตบปากบ่าวชราผู้นั้นถึงสองครั้งติดโจวไห่เหวิน โจวอวี่เฉินและโจวถิงถิงถึงกับซี๊ดปากออกมาพร้อมกัน ส่วนโจวอิ้งเยว่นั้นยืนมองบ่าวผู้นั้นอย่างสะใจ 'ตบได้ดี…ตบจนฟันร่วงเลยยิ่งดี หึหึ!'
"จ่ะ เ้าๆ เ้ากล้าตบข้าหรือ?!!" บ่าวชราเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าสตรีบ้านนอกผู้นี้ถึงกับกล้าตบหน้านาง ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมานางอ่อนแอก้มหน้าให้ผู้อื่นรังแกมาตลอดไม่ใช่หรือ? วันนี้คนบ้านรองผีเข้าหรืออย่างไรเหตุใดถึงกล้าด่าทอและลงมือทำร้ายผู้อื่นเช่นนี้?
"กล้า! ข้าตบเ้าแล้วอย่างไร? ไสหัวของเ้าไปซะอย่ามาหาเื่พวกข้าอีกไม่อย่างนั้นข้าจะตบให้เ้ากินข้าวไม่ได้ไปอีกสามวันเลย" หูซูซ่านพูดขึ้นอย่างเ็า ภายใต้ใบหน้าและน้ำเสียงที่เย็นเยียบนั้นใครเล่าจะรู้ว่าหัวใจของนางกำลังเต้นกระหน่ำด้วยความไม่สบายใจ