“ว่าแต่สองคนนั่นไปนานชะมัด อยู่ตรงนี้ก็ร้อนนะเนี่ย”
ชบาหันหน้าเข้าหาต้นไม้ เอากำปั้นต่อยลำต้นของมัน ใบไม้้าส่ายไหวแล้วร่วงลงมาพิมพ์ไหมที่ใช้ต้นไม้นี้เป็ที่บังแดด ต้องรีบยกมือขึ้นมากันไว้
“อย่าสิ ชบา เกิดมีตัวบุ้ง มดหรือหนอนหล่นลงมาฉันจะทำยังไงล่ะ”
“อ๊ะ โทษทีลืมตัวไป”
ชบาก็รังเกียจแมลงพวกนั้นเหมือนกัน เธอจึงเปลี่ยนที่ระบายอารมณ์มาเป็การเคาะเท้าแทน
“ให้ตายเถอะ ง้อกันเร็วๆ หน่อยได้ไหมเนี่ย”
“ยูกิจัง... คงจะโกรธมากล่ะนะ”
ถึงพิมพ์ไหมจะดีใจที่ก้านธูปชมว่าเธอน่ารักแต่หากลองมองในมุมของยูกิแล้ว มันก็น่าน้อยใจและหงุดหงิด
“เธอนี่ใจกว้างเป็แม่น้ำเหลือเกินนะ”
เห็นพิมพ์ไหมไม่โกรธยูกิ แถมยังปล่อยให้แฟนไปง้อเอง ชบาก็เบ้ปาก
“ฉันไม่ได้ใจกว้างอะไรสักหน่อย ก็แค่เข้าใจยูกิจังเท่านั้นเอง”
“ก็นั่นแหละที่เรียกว่าใจกว้างคนทั่วไปคงโกรธแทบบ้าแล้วถ้ารู้ว่าแฟนตัวเองคบกับอีกคนด้วยไม่รู้ว่าเธอยังยิ้มอยู่ได้ยังไง”
ชบาส่ายหัวจนผมหางม้าสะบัดไหว พิมพ์ไหมยิ้มบางยกมือบังแสงแดดที่แยงเข้าตา
“คงเพราะ... ฉันรักก้านธูปมากล่ะมั้ง”
“รักมากจนยอมให้มีใครอีกคนเข้ามาได้งั้นเหรอ”
ชบามองอย่างข้องใจ พิมพ์ไหมหลุบตาลงซ่อนความรู้สึก
“ถ้าก้านธูปบอกว่าดี ยังไงก็ได้ทั้งนั้น อีกอย่างยูกิจังก็สวยมากด้วย”
ตอนที่เจอครั้งแรกพิมพ์ไหมก็รับรู้ถึงความเป็ราชินีน้ำแข็งในตัวของยูกิยิ่งตอนที่ยูกิยิ้มมีความสุขอยู่กับก้านธูป เธอถึงกับเคลิบเคลิ้มไปเลย ไม่น่าแปลกว่าทำไมก้านธูปจึงได้ชอบยูกิก็สวย สง่างาม เก่งกาจและเป็ที่พึ่งพาได้นี่นา
“ไม่เข้าใจแฮะ ถ้าเป็ฉันนะคงทนไม่ได้แล้วทำท่าจระเข้ฟาดหางใส่แฟนแน่นอน” พูดออกไปแล้วชบาก็ทำหน้าบึ้งตึง “ยังไงฉันคงทนคบต่อไปไม่ได้”
พิมพ์ไหมไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะรู้ว่าชบาไม่ชอบคนหลายใจแล้วคนร่วมสายโลหิตเดียวกันดันมาเป็ซะเอง เ้าตัวคงหงุดหงิดมาก
ในตอนที่ความอดทนของชบากำลังจะหมดลง ก้านธูปก็กลับมาพร้อมยูกิมือของทั้งสองจับกันแน่น สีหน้าแลดูอิ่มเอม เห็นภาพนั้นหัวใจของพิมพ์ไหมเจ็บแปลบขึ้นมาชบามองอารมณ์ของคนข้างกายออกจึงพูดเพื่อเบี่ยงความคิด
“ช้ามาก! นี่ไปง้อถึงขั้วโลกใต้กันเลยหรือไง!”
“ก็เกือบใกล้เคียงล่ะนะ” ก้านธูปทำมือเป็เชิงขอโทษ “แบบว่ายูกิเดินหนีไปไกลมากน่ะ”
ชบาลอบมองสีหน้าของพิมพ์ไหมอีกที เห็นคนข้างกายดูดีขึ้นแล้วจึงว่า
“งั้นในเมื่อมากันแล้วก็ไปรับค่าจ้างกันเถอะ จะได้ไปจากที่ร้อนๆแบบนี้เสียที!”
“เป็กุมารร้อนได้ด้วยเหรอ”
ก้านธูปหยอกกลับไป แล้วชบาก็ค้อนใส่
“ฉันร้อนหรือเปล่าไม่ใช่เื่สำคัญ แต่พิมพ์ไหมต่างหากล่ะหลบแดดอยู่ตรงนี้จนเหี่ยวแห้งไปหมดแล้ว!”
“ชบาก็พูดเกินไปนะ”
พิมพ์ไหมยิ้มแหย แต่แล้วก้านธูปก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนหน้าผากแนบกัน
“หน้าร้อนหน่อยๆ นะ นี่ดีขึ้นแล้วจริงเหรอ?”
“อะ อืม ดีขึ้นแล้วล่ะ”
หัวใจของพิมพ์ไหมเต้นระรัวที่เห็นดวงหน้าของคนรักอยู่ใกล้ขนาดนี้แต่เมื่อเหลือบไปเห็นสีหน้ามึนตึงของยูกิ เธอจึงรีบผละออกมา
“ไหม?”
“อ๊ะ คะ คือว่าไปหาอะไรกินด้วยเถอะนะ น่าจะช่วยดับร้อนได้ดีเลย”
ไม่รู้จะหาข้ออ้างยังไงเื่การถอยห่างจากก้านธูปเมื่อกี้ เธอก็เลยยกเื่กินขึ้นมา
“หิวเหรอ ไหม?”
“ก็นิดหน่อยน่ะ ไม่อยากกินกันเหรอ?”
“ก็ไม่เลวนะ เอาสิ”
ก้านธูปพยักหน้าเห็นด้วย เมื่อพวกเธอมารวมกลุ่มเรียบร้อยแล้ว ชบาก็กลับเข้าหุ่นทั้งสามคนที่เหลือก็ยกขบวนไปหาผู้ว่าจ้าง
ทีแรกคนที่จ้างวานพวกเธอมีการอิดออดไม่ยอมจ่ายเพราะเห็นว่าก้านธูปยังเป็เด็กอยู่ยูกิที่ตั้งตารอจะกินของอร่อยๆคลายร้อนจึงแผ่ไอเย็นคุกคามผู้ว่าจ้างและยังทำหน้าตาน่ากลัวใส่อีกฝ่ายจึงควักเงินจ่ายแทบไม่ทัน
“เกลียดนักพวกที่ดูถูกคนอื่น!”
ยูกิทำหน้าบึ้งซ้ำยังกระแทกเสียงใส่เธอเดินนำออกมาจากสถานที่จัดเช้งเม้ง พิมพ์ไหมรู้สึกเห็นด้วยตามที่ยูกิว่า
“เสียมารยาทมากเลยล่ะ เป็คนจ้างมาแท้ๆ พอทำงานให้กลับคิดจะเบี้ยวทำแบบนี้ได้ยังไงกัน”
พิมพ์ไหมเองก็โกรธ เมื่อกี้ิญญาร้ายมีไม่น้อยเลยหากไม่ได้รับการปัดเป่าจากก้านธูป งานเช้งเม้งนี้คงมีคนโดนิญญาตามติดหรือถูกสิงไปแล้ว
“อย่าโกรธกันเลย คนที่ไม่เชื่อเื่ผีก็เป็อย่างนี้แหละโมโหไปก็ไม่ได้อะไร”ก้านธูปรวบผมของตัวเองใหม่หลังจากที่มันยุ่งเหยิงเพราะการต่อสู้เมื่อกี้ “อีกอย่างยูกิก็สั่งสอนไปแล้วด้วย เขาคงจะเชื่อเื่ภูตผีขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ”
การแผ่ไอเย็นคุกคาม ซ้ำยังทำตาขวางใส่ เพียงพอจะให้ผู้ว่าจ้างคนนั้นหวาดกลัวแล้วเริ่มคิดว่ายูกิมีบางอย่างที่ไม่ปกติและเป็การยืนยันพลังอีกด้วย
“ไม่! มันยังไม่พอหรอก รู้งี้ฉันน่าจะแช่แข็งแขนหรือขาสักข้างจะได้รู้จักให้เกียรติอาชีพของคนอื่นบ้าง!”
“ถ้าเราไปทำร้ายผู้ว่าจ้างเสียเอง เท่ากับเราจะปล้นเขานะแค่ขู่เมื่อกี้ก็แย่แล้ว”
ก้านธูปส่ายหน้าไม่เอาด้วยกับความคิดของยูกิ
“แต่ถ้าผู้ที่จ้างวานเบี้ยวเงินเราก็มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องนี่!”
“ก็ใช่ แต่อย่าใช้กำลังจนเกินไปเลยนะ เอาแค่พอหอมปากหอมคอ”
“ฮึ้ย!”
“นะ ยูกิ”
“...ก็ได้”
เมื่อโดนก้านธูปออดอ้อนขอร้อง ยูกิก็ยอมใจอ่อนจนได้
พิมพ์ไหมเดินตามทั้งสองอยู่เื้ั ยิ้มอ่อนโยนให้กับยูกิถึงเป็หญิงสาวที่ดูแข็งกระด้างไปสักหน่อยแต่เมื่ออยู่กับก้านธูปแล้วสาวหิมะจะนุ่มนวลขึ้นนั่นเพราะยูกิรักอีกฝ่ายมากนั่นเอง
“เอ่อ ยูกิจังอยากกินอะไรเป็พิเศษหรือเปล่า”
พิมพ์ไหมะโเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย ยูกิย่นคิ้วใส่ แต่ก็ตอบว่า
“น้ำแข็งไส”
“น้ำแข็งไส ตอนนี้น่ะเหรอ?”
ก้านธูปกะพริบตาปริบๆ เพราะไม่คิดว่าสาวหิมะจะเรียกร้องหาน้ำแข็งทั้งที่ตัวเองก็เสกออกมาได้
“ก็มันร้อนนี่นา! ไม่รู้ล่ะถ้าไม่ได้น้ำแข็งไสยังไงฉันก็ไม่ยอมกินอย่างอื่นแน่!”
ยูกิเริ่มเอาแต่ใจ พิมพ์ไหมครางอืม ถ้าจะหาน้ำแข็งไสกินคาดว่าแถวที่พวกเธออยู่คงไม่มีแน่ ต้องเข้าตัวเมืองน่าจะมีโอกาสหาได้มากกว่า
“รอบๆ นี้มีแต่อาหารตามสั่งกับน้ำผลไม้ ถ้ายูกิจังอยากกินก็เข้าเมืองแล้วกันนะว่าไง?”
พิมพ์ไหมลองถามความเห็นจากก้านธูปก่อนเพราะคนที่พาไปยังไงก็คืออีกฝ่ายนี่นา
“ยูกิ เสกน้ำแข็งได้ไม่ใช่เหรอ?”
“เสกมาแล้วไงล่ะ มันไม่มีน้ำเชื่อมหวานราดสักหน่อย”
ยูกิถลึงตาใส่ที่อีกฝ่ายถามอะไรไม่คิด ก้านธูปจึงยิ้มแห้ง
“ที่จริงก็แค่อยากกินอะไรหวานๆ เย็นๆ ใช่ไหมล่ะ”
“ก็บอกอยู่นี่”
ยูกิสะบัดหน้าเหมือนจะงอนอีกรอบ ก้านธูปจึงรีบง้อ
“ในเมื่ออยากกินน้ำแข็งไส ก็ได้ เข้าเมืองก็เข้าเมืองยังไงเราก็ต้องไปซื้อตั๋วรถไฟกลับกรุงเทพฯ อยู่แล้ว”
ไหนๆ ก็เสร็จงานแล้วจะมาเดินเล่นแถวนี้ก็ใช่เื่สู้ไปเดินในตัวเมืองยังดีเสียกว่า
“ขากลับขอตั๋วนอนเถอะนะ ตั๋วนั่งมันเบียดเสียดเกินไป”
ยูกิร้องขอ หลังจากเจอคนตีตั๋วยืนดันมาอยู่ในตู้เดียวกันกับตั๋วนั่ง มันช่างน่าอึดอัดและเป็ฝันร้ายชัดๆ
“...ฉันจะเหลือเงินค่าจ้างให้ตัวเองเท่าไหร่ล่ะเนี่ย”
ก้านธูปรู้สึกว่ามาทำงานที่นี่ไม่คุ้มเสียแล้วพิมพ์ไหมเห็นใจจึงกอดแขนแฟนไว้ แล้วเอาหัวซบไหล่
“จ่ายให้ยูกิจังก็พอแล้วล่ะ ตั๋วรถไฟขากลับน่ะฉันจะออกเอง”
“จะดีเหรอ”
“อื้ม ฉันพกเงินติดตัวมาบ้างนะ ไม่ยอมให้ก้านธูปลำบากหรอก”
“พิมพ์ไหม...”
ก้านธูปส่งสายตาซาบซึ้งให้เธอ จนยูกิเริ่มหึงขึ้นมาอีกครั้งแล้วเดินตรงเข้ามาแทรกกลางพวกเธอทันที
“จะมาสวีทหวานกันอีกนานไหมเนี่ย! ร้อนก็ร้อน ไปกันได้แล้ว!”
“จ้าๆ”
ก้านธูปไม่อยากให้ยูกิงอนอีกจึงผละจากพิมพ์ไหมเธอที่เป็ฝ่ายกอดแขนหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจได้ว่าอากาศร้อนๆแบบนี้สำหรับสาวหิมะคงทำให้อารมณ์แปรปรวนเป็ธรรมดา
ยูกิตวัดสายตาไปยังที่ตั้งหลุมศพซึ่งพวกเขาเพิ่งเดินออกมา
“พวกมนุษย์นี่ก็แปลกจริง ทำไมต้องมาสร้างหลุมกลางแจ้งแบบนี้ด้วยให้ตายยังไงฉันก็ไม่ยอมถูกฝังในที่แบบนี้แน่!”
“ฉันเองก็ไม่อยากถูกฝังแบบนี้เหมือนกัน”
พิมพ์ไหมเห็นด้วยพลางปัดเรือนผมที่โดนลมร้อนพัดมาปรกหน้าปรกตา
“เธอไม่ต้องมาเออออเอาใจฉันหรอก” ยูกิพูดอย่างเ็า
“ไม่ได้พูดเอาใจสักหน่อย ฉันเองก็คิดว่าถ้าตายแล้วก็อยากจะให้เผาเป็ขี้เถ้าแล้วลอยทะเลแบบนั้นก็คงดีกว่า”
พิมพ์ไหมชอบทะเล ยิ่งอากาศร้อนๆ แบบนี้ยิ่งอยากหนีความร้อนจับใจหากตัวเธอกลายเป็หนึ่งเดียวกับทะเล เป็ฟองอากาศ เป็ปะการังเป็ปลาที่อยู่ในสายน้ำเย็นฉ่ำมันจะดีสักแค่ไหนนะ
“พวกเธอเลิกพูดเื่ตายกันได้ไหม” ก้านธูปย่นคิ้วสีหน้าแลดูไม่สบายใจ “เอาแต่พูดถึงที่ตายมันเป็ลางไม่ดีนะ”
“ขอโทษจ้ะ ฉันก็แค่พูดไปเรื่อยน่ะ”
พิมพ์ไหมยิ้มปลอบ ยูกิเองก็ยื่นมือมาจับมือก้านธูปไว้
ก้านธูปมักจะอ่อนไหวเื่เกี่ยวกับการลาจากเป็พิเศษพิมพ์ไหมได้แต่ตำหนิตัวเองที่พูดอะไรไม่คิดทำให้แฟนของเธอต้องทำหน้าซึมเศร้าออกมาจนได้