เพี๊ยะ
ชายสูงวัยประมุขของบ้านง้างมือขึ้นตบซ้ำ จนใบหน้าหล่อเหลาสะบัดไปตามแรงตบ
พ่อไม่แม้แต่จะถามผมด้วยซ้ำว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็มายังไง แต่กลับตบผมถึงสองครั้ง
ตบครั้งที่สองทำให้ผมสร่างเมาเต็มที่ ใบหน้าชายิบราวกับถูกเข็มทิ่มแทง
“พ่อเชื่อที่เธอพูดเหรอ” ผมพูดขึ้นหลังจากเช็ดคราบเืที่ปาก แล้วมองทุกคนในห้องด้วยแววตาเ็า
“หึ…ผมจะไปทำอะไรเธอ มีแต่เธอต่างหากที่จะพยายามทำอะไรผม” ผมพูดก่อนจะเหยียดยิ้มออกมา
“ไม่จริงนะคะคุณการันต์” น้ำผึ้งยังคงร้องไห้ไม่หยุดก่อนจะซบใบหน้าลงกับแขนของพ่อ ท่าทางของเธอราวกับตัวเองถูกทำให้เสียหายก็ไม่ปาน ผมหันไปมองน้ำผึ้งด้วยแววตาไม่สบอารมณ์ มารยาสิ้นดี
“ฉันมีตา! ฉันเห็นเองได้ว่าเกิดอะไรขึ้น” พ่อพูดแล้วทำท่าจะปรี่เข้ามาตบผมซ้ำ แต่ร่างเล็ก ๆ ของแพรก็วิ่งเข้ามาขวางไว้
“คุณพ่อการันต์อย่าตีพี่ศิลาเลยได้ไหมคะ…แพรขอร้อง” แพรพูดก่อนจะร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงหน้าผม ผมมองร่างเล็ก ๆ ของแพรที่อยู่ตรงหน้าด้วยหัวใจที่เ็ป
พ่อไม่เชื่อผม แต่พ่อเชื่อน้ำผึ้ง…
เมื่อพ่อไม่สามารถตบผมได้ ก็สาดคำพูดที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากปากของผู้เป็พ่อ พ่อไล่ทุกคนออกไปจากห้อง แล้วทิ้งคำพูดที่ทำให้คนฟังอย่างผมเ็ปอย่างที่สุด…
“แกมันเมาแล้วทำตัวเหลวไหลสิ้นดี!”
“ไอ้ลูกทรพี! คิดจะแย่งของพ่อ”
“ให้มันสำนึกผิดอยู่ในห้อง ใครก็ห้ามเข้ามาใกล้มันแม้แต่คนเดียว!”
ผมนั่งลงพิงขอบเตียงนิ่ง ๆ มองพื้นห้องที่จู่ ๆ ก็ดูว่างเปล่าขึ้นมา กลิ่นน้ำหอมของน้ำผึ้งยังตลบอบอวลอยู่ในอากาศ ผมลุกขึ้นไปเปิดหน้าต่างห้องทิ้งไว้กว้าง ๆ อยากให้อากาศข้างนอกเข้ามาแทนที่กลิ่นโสโครกนี่สักที ก่อนจะขยี้ปากตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างรังเกียจ
หลายวันผ่านไป…
ผมยังถูกขังไว้ในห้อง ให้สำนึกผิดกับความผิดที่ผมไม่ได้ก่อ อาหารถูกส่งเข้ามาเป็เวลา แต่ไม่มีใครยอมเปิดประตูให้ผมออกไป
ผมนั่งพิงกำแพงเงียบ ๆ ปล่อยให้เวลาเดินผ่านไปอย่างเชื่องช้า ในหัวมีแต่คำถามเดิมซ้ำ ๆ ทำไมพ่อถึงไม่ยอมเชื่อผม ทั้งที่ผมเป็ลูกของพ่อแท้ ๆ ทำไมพ่อเชื่อผู้หญิงคนนั้น คำพูดของผู้หญิงคนนั้นมีน้ำหนักมากกว่าผมั้แ่เมื่อไหร่
ถึงอย่างนั้นผมก็ยังพยายามบอกตัวเองว่า ถ้าพ่อใจเย็นลงเมื่อไหร่ พ่ออาจยอมฟังสิ่งที่ผมพูดบ้างก็ได้
ผมเสียแม่ไปแล้วหนึ่งคน ผมยังไม่อยากเสียพ่อไปอีกคน…
ติ้งงง
AM : รักศิลาน้าาา
เสียงข้อความจากแอมดังขึ้น ทำให้ผมเผลอยิ้มออกมา มันเป็รอยยิ้มแรกในรอบหลายวันที่ผ่านมา
ใน่เวลาที่ย่ำแย่แบบนี้ มีแค่แอมคนเดียวเท่านั้น ที่ยังคงเป็ที่พึ่งทางใจของผมเสมอ
Sila : รักแอมเหมือนกันครับ
ผมพิมพ์ตอบกลับไปและคุยกับเธอจนเผลอหลับไป
หลังจากนั้นไม่นานผมก็ได้ถูกปล่อยให้ออกมาจากห้อง ได้ยินว่าแพรไปร้องไห้อ้อนวอนกับพ่ออยู่นานสองนานจนพ่อใจอ่อน
ความสัมพันธ์ของผมกับพ่อเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่…เราไม่สนิทกันั้แ่ตอนไหน…
ในขณะที่ผมกำลังเดินไปตามห้องโถงทางเดิน เวลานี้พ่อน่าจะออกไปทำงานแล้ว
“อืมมม ขอจูบให้ถึงใจกว่านี้ได้ไหม”
“ได้ครับ”
“อืมมม” เสียงครางแ่เบาของผู้หญิงดังขึ้นจากมุมอับของบ้านตามมาด้วยเสียงทุ้มต่ำของผู้ชาย ผมชะงักฝีเท้าก่อนจะรีบหลบทันที
“แม่! ทำแบบนี้อีกแล้วนะ เดี๋ยวไอ้แก่นั้นมันก็จับได้หรอก คราวนี้จะแก้ตัวว่ายังไงอีก” เสียงที่ผมจำได้ว่าเป็พีมดังขึ้น
“เถอะน่า นิด ๆ หน่อย ๆ ฉันลงแดงจะตายอยู่แล้ว ยังสาวยังแซ่ไอ้แก่นั่นก็ตอบสนองให้ฉันไม่ได้สักนิด”
“ก็อย่าทำให้มันประเจิดประเจ้อนักจะได้ไหม รู้ว่าของขาด”
น้ำผึ้งกับพีมและผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้…นี่มันเื่อะไรกันวะเนี่ย
ผู้หญิงที่พ่อพยายามดึงเข้ามาเพื่อเติมเต็มชีวิตหลังจากแม่จากไป เธอกำลังสวมเขาให้พ่อและที่เลวร้ายที่สุดคือนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทำแบบนี้
ผมเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ถ้าพ่อรู้ความจริงพ่อจะเสียใจขนาดไหนกัน…
“ใครบอกให้แกหยุดทำ” เสียงน้ำผึ้งดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด เธอหันไปตวาดใส่ผู้ชายที่กำลังซุกใบหน้าอยู่ที่หน้าอกของเธอ
“ออกไปได้แล้ว” พีมหันไปบอกผู้ชายคนนั้น
เมื่อผู้ชายคนนั้นเดินออกมาจากมุมมืด ผมก็จำได้ทันทีว่ามันเป็คนขับรถของพ่อที่อายุเพียงยี่สิบกว่า ๆ เท่านั้น แถมยังเป็คนขับรถที่พ่อไว้ใจให้คอยรับส่งแทบทุกที่
“ใครบอกให้แกสั่งให้มันไป!” น้ำผึ้งหันไปตวาดใส่พีมอย่างหงุดหงิด
“หรือแม่จะรอให้คนอื่นมาเห็นก่อน คราวนี้จะอ้างว่าอะไรอีก”
“เออน่า ฉันก็แค่พลาดไม่คิดว่านังแพรมันจะเข้ามาเห็นนี่”
เมื่อได้ยินคำพูดพวกนั้น ผมก็อารมณ์พลุ่งพล่านจนถึงขีดสุด ผู้หญิงมารยาคนนี้คือสาเหตุที่ทำให้ผมกับพ่อต้องทะเลาะกัน เพราะคำพูดและน้ำตาจอมปลอมพวกนั้น ทำให้พ่อตบผมและด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง
ไอ้พวกระยำ!
ผมจะต้องบอกความจริงเื่นี้กับพ่อให้ได้ ต่อให้พ่อจะโกรธหรือไม่เชื่อผมก็ตาม ทว่าขณะที่ผมกำลังจะเดินออกไปฝีเท้าก็ต้องหยุดชะงักลง
“แพร…” ใบหน้าเล็กซีดเผือด ดวงตากลมโตสั่นไหวอย่างใ หัวใจของผมกระตุกวูบ เธอมาั้แ่เมื่อไหร่แล้วได้ยินอะไรไปบ้าง
เด็กอายุสิบห้าอย่างแพรไม่ควรต้องมารับรู้เื่ราวแบบนี้เลยสักนิด ทั้งเื่แม่ของตัวเอง ทั้งเื่พี่ชายที่เธอรักและไว้ใจ ผมแทบไม่อยากจินตนาการเลยด้วยซ้ำว่าเด็กคนนี้จะรู้สึกแย่ขนาดไหน
“พะ…พี่ศิลา” เสียงเล็ก ๆ สั่นเครือ ผมยกมือขึ้นจรดปากเป็การส่งสัญญาณให้แพรห้ามส่งเสียงดังแล้วจูงมือเธอไปทางอื่น หยดน้ำตาของแพรไหลลงมาจากดวงตาของเธอช้า ๆ
แพรยังเด็กและไร้เดียงสาเกินกว่าจะมารับรู้เื่ราวที่แสนโสมมแบบนี้
“ทำไมแม่กับพี่พีมถึง…” แพรพูดขึ้นและเริ่มร้องไห้อีกครั้ง ผมลูบศีรษะแพรอย่างแ่เบาก่อนจะบอกกับเธอว่า
“แพรแค่เป็เด็กดีแล้วก็ตั้งใจเรียนก็พอ เื่อื่นให้พี่เป็คนจัดการเอง” แพรพยักหน้าหงึกหงักอย่างเชื่อฟัง เธอมองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น
“แพรจะเป็เด็กดีของพี่ศิลาค่ะ” ผมเผลอยิ้มออกมากับความไร้เดียงสาของคนตรงหน้า
“พี่ศิลาจะไม่ทิ้งแพรใช่ไหมคะ…” เสียงเล็ก ๆ เริ่มสั่นเครือขึ้นมาอีกครั้ง หัวใจของผมอ่อนยวบลงไปชั่วขณะ
“พี่ก็ยังอยู่ตรงนี้ จะทิ้งแพรไปไหนได้ละ”
“สัญญาก่อน” แพรเงยหน้ามองก่อนจะยกนิ้วก้อยขึ้นมาตรงหน้าผมราวกับกำลังรอคำตอบ ผมมองหน้าเธอก่อนจะยกนิ้วก้อยขึ้นไปตรงหน้า
“อือ พี่สัญญา”
“ห้ามผิดสัญญากับแพรนะคะ”
“อืม” แพรยิ้มออกมาทั้งที่ดวงตายังคงเปื้อนไปด้วยหยดน้ำตา
รอยยิ้มของแพรทำให้หัวใจของผมหนักวูบอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ตัวเธอเองก็กำลังเสียใจแต่กลับยังพยายามยิ้มให้ผมอยู่แบบนั้น ผมยิ้มให้เธอก่อนจะใช้นิ้วโป้งแตะลงไปบนหลังมือเธอเบา ๆ
“พี่สัญญา”