“ฉันควรแต่งตัวยังไงคะ” ลลิตาเปรยเบาๆกับร่างสูงที่ตระกองกอดเธออยู่บนเตียง เธอไม่เคยไปงานแต่งคนแคชเมียร์แต่โดยนิสัยแล้วเธอไม่รังเกียจที่จะเข้าร่วมเป็ส่วนหนึ่งของกิจกรรมและพิธีกรรมท้องถิ่นในทุกที่ที่เธอได้ไปเยือนลลิตาจึงตอบรับคำเชิญมูฮัมหมัดอย่างยินดี
“เดี๋ยวผมจัดการให้เองคุณลิตาชอบสีอะไรครับ?” ฟารีสพูดพลางเขี่ยปลายผมยาวสลวยเล่น
“สีม่วงค่ะ ว่าแต่ครอบครัวคุณรู้เื่ของเราหรือเปล่าคะ?”ลลิตารู้สึกกังวลเล็กน้อยถึงคนรุ่นใหม่อย่างเธอจะเห็นว่าความสัมพันธ์แบบนี้ไม่ใช่เื่ใหญ่แต่ผู้ใหญ่ไม่ได้มองแบบนั้น
“รู้ครับ รู้ว่าผมตามจีบคุณลิตาอยู่” ฟารีสพูดพร้อมกับมือใหญ่เริ่มซุกซนลูบคลำไปตามร่างขาวผ่องที่เปลือยเปล่าอยู่ในผ้าห่ม
“อื้อ...ทำอะไรคะ?” ลลิตาครางเสียงสั่นเมื่อคนร่างั์พลิกเธอลงไปอยู่ใต้ร่างอีกครั้ง
“วัดสัดส่วนครับผมต้องเตรียมชุดให้คุณไปงานแต่งไง” ฟารีสส่งเสียงทุ้มอู้อี้มาจากซอกคอ
“อ๊า...ตรงนั้นไม่ต้องวัดก็ได้ค่ะ!!!”...
วันนี้ลลิตาพักผ่อนอยู่ที่บ้านเรือ ฟารีสนัดจะมารับไปงานแต่งที่บ้านในตอนเที่ยงตลอด่เช้าหญิงสาวจึงออกมานั่งเขียนงานอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้านเรือ
“นูนจายกับปาโกด้าครับ”คุณพ่อบ้านยกชากับของว่างมาเสิร์ฟ
“ขอบคุณค่ะ ข้างในเป็อะไรคะ?” ลลิตาถามเมื่อเห็นว่าของว่างวันนี้เป็อะไรบางอย่างชุบแป้งทอดสีเหลืองทองขนาดพอดีคำ หอมกลิ่นเครื่องเทศ
“รากบัว กับมันฝรั่งครับ”
“กินหมดนี่น่าจะกินข้าวในงานแต่งไม่ไหวนะคะตอนนี้ 11 โมงแล้วน่าจะย่อยไม่ทัน” ลลิตาพูดขำๆ พลางยกข้อมือขึ้นดูเวลา
“กินเถอะครับ เชื่อผม” คุณพ่อบ้านคะยั้นคะยอ
“คุณอาลีวันนี้หล่อจังเลยนะคะ”ลลิตายิ้มให้คุณพ่อบ้านที่วันนี้อยู่ในชุดเสื้อกุรต่าสีกรมท่ากับเกงเกงสีดำเตรียมพร้อมไปร่วมงานแต่งเช่นกัน
“ขอบคุณครับคุณลิตากินเสร็จก็เปลี่ยนชุดได้แล้วนะครับสักพักคุณฟารีสน่าจะมารับแล้ว” คุณพ่อบ้านเตือนเมื่อเห็นเธอยังอยู่ในชุดพร้อมนอน
“รับทราบค่ะ”ลลิตาตอบรับพร้อมยิ้มทะเล้นให้คุณพ่อบ้าน
ลลิตาหมุนซ้ายขวาสำรวจตัวเองในกระจกหญิงสาวอยู่ในชุดเพหรั่น (Phairan)สีม่วงตัวยาวปักตกแต่ง่คอ ขอบแขนเสื้อและชายเสื้อด้วยไหมสีทองเข้าชุดกับกางเกงสีครีมชายกางเกงปักลายเดียวกันผมยาวสลวยถูกรวบถักเป็เปียเดี่ยว ดวงหน้ารูปหัวใจถูกแต่งแต้มอย่างพิถีพิถันหญิงสาวหยิบผ้าคลุมผมสีเหลืองปักด้ายทองมาลองคลุมศีรษะ
“สวยมากครับ” เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลังพร้อมกับร่างสูงในชุดเสื้อกุรต่าสีเขียวกับกางเกงปาจามาสสีดำฟารีสสาวเท้ามากอดเอวบางไว้หลวมๆ
ลลิตามองสบตาร่างสูงผ่านกระจกจากปกติหล่อมากอยู่แล้ววันนี้ยิ่งดูดีกว่าเดิมจนหญิงสาวนึกอิจฉาคนที่จะมาเป็ภรรยาเขาในอนาคตไม่ได้ดวงตาคมหวานชวนเคลิ้มนั้นเหมือนดึงดูดเธอให้ต้องมนต์
“คิดถึงคุณจัง”ฟารีสรั้งร่างระหงให้หันหน้ามาหา ก่อนโน้มตัวลงประกบจูบริมฝีปากบางอ้อยอิ่ง
“ลิปสติกเลอะปากคุณหมดแล้วค่ะ”ลลิตาหัวเราะเบาๆ พลางหยิบกระดาษมาเช็ดปากซุกซนใต้ไรหนวดที่ตอนนี้แดงก่ำเพราะลิปสติกจากริมฝีปากเธอ
ประมาณเที่ยงครึ่งก็มาถึงบ้านของฟารีส บ้านอิฐ3 ชั้นขนาดใหญ่ที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าทำให้ ลลิตาอดทึ่งไม่ได้
“อยู่กันกี่คนคะเนี่ย?”
“7 คนครับ มีพ่อแม่และพี่ชายพี่สาวกับแม่บ้านอีก2 คน” ฟารีสตอบพลางพาเดินเข้าด้านใน
“ซาลาม มาเลย์กุมคุณลลิตา” ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่หนวดและเคราดกหนามีสีขาวแซมประปราย ทักทายมาจากประตูหน้าบ้าน
“คุณพ่อของผมครับ” ฟารีสแนะนำ
“มาเลย์กุม ซาลามค่ะคุณมูฮัมหมัด”ลลิตาทักตอบพร้อมยื่นมือจับทักทาย
“ส่วนนี่คุณแม่ครับ” ฟารีสแนะนำคุณแม่อยู่ชุดพาหรั่นสีฟ้าสดใสคลุมศีรษะด้วยผ้าคลุมสีเดียวกันส่งยิ้มบางๆให้เธออย่างเป็มิตร
“ตามธรรมเนียมที่นี่แขกชายหญิงต้องนั่งแยกพื้นที่กันเดี๋ยวคุณแม่จะพาไปนะครับ” ฟารีสอธิบาย
“ทางนี้จ้ะ”ในขณะที่ลลิตากำลังงุนงงคุณแม่ก็ฉวยจับจูงมือเธอเดินไปยังห้องโถงขนาดใหญ่ในบ้านที่มีพรมผืนใหญ่ปูไว้เต็มพื้นที่ห้องลลิตามองไปรอบๆ มีแขกผู้หญิงนั่งอยู่หนาตาและมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่ใช่คนแคชเมียร์น่าจะเป็แขกจากบ้านเรือเหมือนกับเธอ
คุณแม่เชิญเธอให้นั่งบนเบาะที่มุมหนึ่งของห้องก่อนยกมือเรียกแม่บ้าน
“ฉันอยากคุยกับหนูมานานแล้วจ้ะแต่ฟารีสไม่ยอมพามาสักที”เมื่อนมร้อนและขนมถูกเสิร์ฟเรียบร้อยคุณแม่ก็เริ่มบทสนทนาอย่างไม่อ้อมค้อม
ลลิตาลอบถอนหายใจโล่งอกเมื่อคุณแม่พูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วแต่กลับหนักใจเมื่อคาดเดาถึงเื่ที่อีกฝ่าย้าจะคุยกับเธอ
“หนูไม่ใช่มุสลิมใช่ไหมจ้ะ”คุณแม่ถามตรงไปตรงมา
“ไม่ใช่ค่ะ” ลลิตาเกร็งจนต้องยกแก้วนมขึ้นจิบ
“หนูคงพอรู้ว่าวิถีการใช้ชีวิตของคนมุสลิมที่นี่เป็อย่างไรใช่ไหม?”
“ก็พอรู้มาบ้างค่ะ แต่คุณแม่คะถ้าคุณแม่กังวลเื่ฉันกับฟารีส....” ลลิตาพยายามหาคำอธิบาย
“ใช่จ้ะ ค่อนข้างกังวลเลยอยากอธิบายให้หนูเข้าใจ” คุณแม่พูดพร้อมกับยิ้มน้อยๆ
ฟารีสยืนชะเง้อจากหน้าประตูห้องโถง ลอบมองดวงหน้าหวานที่แสดงสีหน้ายุ่งยากใจอย่างเป็ห่วงเขาพอคาดเดาได้ว่าแม่เขาจะพูดเื่อะไรกับลลิตา เมื่อเขาปฏิเสธลูกสาวของเพื่อนพ่อที่ส่งคนมาทาบทามด้วยเหตุผลว่าเขามีคนที่ชอบอยู่แล้ว
“แกต้องเชื่อใจแม่”มูฮัมหมัดพูดกับลูกชาย พลางตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ
“ครับพ่อ” ฟารีสรับคำผู้เป็พ่อลอบพ่นลมหายใจอย่างเป็กังวล แล้วเดินเข้าไปดูความเรียบร้อยในครัว
“บ้านเราเป็มุสลิมก็จริงแต่ก็ไม่ได้จำกัดขอบเขตการใช้ชีวิตเท่ากับคนรุ่นก่อนผู้หญิงบ้านเราทำงานนอกบ้านได้ อย่างฉันเป็ครู ส่วนฟารีดาพี่สาวของฟารีสก็เป็ผู้บริหารโรงแรม”คุณแม่อธิบายยืดยาว
“คุณแม่คะ คือว่าฉันกับฟารีสไม่ได้...”ลลิตาพยายามจะอธิบายหากแต่คุณแม่ไม่ยอมโดนขัดจังหวะ
“ดังนั้นหากหนูแต่งงานกับฟารีสหนูก็ยังมีอิสระได้ตามที่ใจหนู้า ไม่ต้องกังวลนะจ้ะ” คุณแม่ยิ้มละไม
“แต่ว่า...” เมื่อเื่ผิดจากที่คาดไว้ความมึนงงทำให้ลลิตาได้แต่นั่งเหลอหลา คิดหาคำพูดมาอธิบายไม่ทัน
“ฉันขอตัวนะจ้ะต้องไปช่วยพ่อฟารีสรับแขก” คุณแม่เดินจากไปแล้ว ลลิตานั่งเงียบๆตั้งสติเรียบเรียงสิ่งที่ได้ยิน ดูเหมือนว่าเธอมีเื่ต้องกลับไปชำระบัญชีกับคนหนวดดกเยอะเลยทีเดียวลลิตานึกพลางค้อนลมค้อนแล้ง
“ไฮ้ ลิตา ลิตาใช่ไหม?”เสียงทักดังมาจากประตูทางเข้าห้องโถง
“อ้าว มิยูกิ ซานะ” ลลิตาทักตอบ ทั้งคู่เป็เพื่อนในกลุ่มเดียวกับอากิระที่ได้เจอกันที่กุลมาร์ค
สองสาวชาวญี่ปุ่นทรุดตัวลงนั่งบนเบาะข้างลลิตาหญิงสาวรู้สึกดีใจที่เจอคนรู้จักจะได้มีเพื่อนคุย
“แล้วอากิระล่ะคะ?” ลลิตาถาม
“อยู่อีกห้องกับพวกผู้ชายน่ะค่ะ” มิยูกิตอบ
“ได้ยินว่าอาหารงานแต่งมื้อเที่ยงจะเสิร์ฟตอน14 นาฬิกาแน่ะ” ซานะบ่นเบาๆ
“แย่ละ ฉันอุส่าห์เก็บท้องไว้กินวาซวาน(wazwan)[1] เลยไม่ได้กินอะไรลองท้องมาเลย”มิยูกิทำหน้าสลดได้ครู่เดียวแม่บ้านก็เสิร์ฟนมกับของว่างให้คนละชุด
‘มิน่าล่ะคุณพ่อบ้านถึงคะยั้นคะยอให้กินชากับปาโกด้าก่อนมา’ลลิตานึกในใจ
“ว่าแต่ไม่เห็นรู้เลยว่าพวกเธอพักที่บ้านเรืออามานดีฟด้วย” ลลิตาชวนคุย
“อืม ที่จริงพวกเราวางแผนจะพักบ้านเรืออยู่แล้วหลังกลับจากกุลมาร์คพอดีวันที่เราคุยกันลิตาพูดถึงที่นี่พวกเราเลยลองติดต่อดูน่ะ”
สามสาวพูดคุยกันเพลินรู้ตัวอีกทีเ้าภาพก็นำผ้าขาวผืนยาวมาปูเป็แนวบนพรมเพื่อวางถาดอาหารแขกถูกแบ่งเป็กลุ่มละ 3-4 คน อาหารถูกนำมาเสิร์ฟเป็ข้าวเม็ดเรียวในถาดใบั์โป๊ะหน้าด้วยเคบับแกะเป็อย่างแรกลลิตาแลซ้ายแลขวาเห็นเ้าถิ่นกินด้วยกันถาดละ 4 คนและ...กินด้วยมือ
ลลิตามองสบตากับเพื่อนร่วมวงอีก 2คนที่ต่างก็ส่งสายตาหารือกลับมา ทั้งสามพยักหน้าก่อนจ้วงมือลงในถาดอย่างเด็ดเดี่ยวเมื่อกับข้าวอย่างแรกหมด อย่างที่สองก็ตามมาเป็เนื้อเคี่ยวเครื่องเทศ (Maazemeth) ซี่โครงแกะทอดเนย (Tabakh maaz)จากนั้นก็เป็แกงต่างๆ อีก 5-6 อย่างที่ทำจากแพะ แกะและไก่ แกงเผ็ดลูกแกะ(Rogan Josh) ลูกชิ้นแพะในน้ำเกรวี่สีแดง (Rista) และอีกหลายอย่างที่ลลิตาเริ่มแยกไม่ออกเพราะมันคล้ายๆ กันไปหมดตบท้ายด้วยแกงลูกชิ้นั์ใส่โยเกิร์ต
ผ่านไปราว 1ชั่วโมงกับการต่อสู้กับพนักงานเสิร์ฟที่เสิร์ฟไม่หยุดแถมเพิ่มความหฤโหดด้วยการรับประทานแกงร้อนๆ ที่ราดบนข้าวด้วยมือเปล่าสามสาวถอนหายใจอย่างโล่งอก กลุ่มคุณป้าแคชเมียร์ที่นั่งรอบๆถึงกับหัวเราะกันครึกครื้นเมื่อเห็นสภาพของพวกเธอ ซึ่งบอกได้แค่ว่าเละตุ้มเป๊ะไม่เป็ท่า
พนักงานเริ่มเก็บถาดอาหารออกไปและนำคนโทน้ำและอ่างมาให้แขกล้างมือและตามด้วยของหวานเสร็จจากของหวาน แขกในงานเริ่มทยอยกลับ ลลิตาหยิบมือถือขึ้นมากดดูเมื่อได้ยินเสียงเตือนข้อความเข้าเป็ข้อความจากฟารีสบอกว่าต้องอยู่ช่วยงานที่บ้านไปส่งไม่ได้อาลีจะเป็คนไปส่งที่บ้านเรือเธอส่งข้อความตอบกลับแล้วเดินออกไปรอบริเวณหน้าบ้านพร้อมกับแขกคนอื่นที่เริ่มทยอยกลับ
“ลิตา”สำเนียงภาษาอังกฤษแบบญี่ปุ่นดังขึ้น ไม่ต้องหันไปมองลลิตาก็รู้ว่าเป็ใครเมื่อเห็นมิยูกิและซานะโบกไม้โบกมือไปทางเ้าของเสียงลลิตาหยุดยืนรอเ้าของร่างสูงเพรียวที่เดินตรงมาหา
“ว่าแล้วว่าต้องเจอคุณลิตาที่นี่”อากิระยิ้มกว้าง
“ได้ข่าวว่าพักที่บ้านเรืออามานดีฟเหมือนกันเหรอคะ?”
“ครับ จำชื่อที่พักได้จากที่คุณลิตาบอกเลยโทรดูโชคดีมีห้องว่างแต่เสียดายไม่ได้อยู่ลำเดียวกับคุณลิตาเลยไม่ได้เจอกันเลย” อากิระพูดอย่างรื่นเริง
“ฟังดูเหมือนตามฉันมาเลยนะคะ”ลลิตาหยอกเบาๆ หนุ่มตรงหน้าพูดได้ว่า ขาว สูง ตี๋ แว่น ถือว่าตรงสเปกเธอทีเดียว
“ดูออกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”อากิระหัวเราะเขินๆ
ลลิตารู้สึกเย็นวูบที่แผ่นหลังเมื่อััได้ถึงร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระง่านอยู่ด้านหลัง
“สวัสดีครับคุณฟารีส”อากิระทักทายคนที่เพิ่งเดินมาสมทบ แขกของบ้านเรือทุกคนรู้จักฟารีสเพราะเป็ธรรมเนียมที่ฟารีสในฐานะเ้าของบ้านเรือจะต้องไปทักทายแขกกลุ่มใหม่ทุกกลุ่มที่มาเข้าพัก
“สวัสดีครับคุณอากิระยังไม่กลับอีกเหรอครับ?” ฟารีสทักตอบพลางขยับเข้าใกล้ร่างระหงยิ่งกว่าเดิม
“กำลังจะกลับครับว่าจะชวนคุณลิตากลับด้วยกัน” รอยยิ้มสดใสยังไม่หายไปจากใบหน้าอากิระ
“คุณลิตาเป็แขกคนพิเศษของผม ผมไปส่งเองครับ”ดวงตาคมส่งประกายดุดันวาววับ หากแต่ปากบางภายใต้ไรหนวดยังคงส่งรอยยิ้มการค้าให้อีกฝ่าย
อากิระคิ้วกระตุก ชายหนุ่มพิจารณาภาษากายของคนตรงหน้าทั้งสองก็พอเข้าใจสถานการณ์ลลิตาไม่ได้มีท่าทีรังเกียจที่ฟารีสเข้ามายืนประชิดตัวจนแถบจะเรียกได้ว่าสิง ส่วนฟารีสนั้นชัดเจนว่าหวงแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัยเขายิ้มบางๆ สบตาฟารีส
“โอเค เข้าใจแล้ว งั้นผมลานะครับ” อากิระกล่าวลาส่งยิ้มให้ลลิตาและเดินขึ้นรถไป
“ไหนว่าต้องอยู่ช่วยงานที่บ้านไม่ใช่เหรอคะ?”ลลิตาหันมามองหน้าคมที่ตอนนี้แดงจัด
“เดี๋ยวค่อยกลับมาช่วยครับ ขอจัดการคนแถวนี้ก่อน”ฟารีสพูดเสียงดุดันตาคมเปล่งประกายวาววับ
บรรยากาศในรถเงียบงันจนลลิตารู้สึกอึดอัดเธอเหลือบมองฟารีส ใบหน้าคมยังแดงกล่ำ ริมฝีปากใต้ไรหนวดเม้มสนิท
“อารมณ์ไม่ดีเหรอคะ?”ลลิตาเอ่ยทำลายความเงียบ
“ครับ”
“เพราะฉันเหรอคะ?”
“ครับ”
“ฉันทำอะไรเหรอคะ?”
“...” ไม่มีคำตอบจากริมฝีปากใต้ไรหนวด
“พูดมาสิคะ” ลลิตาถามอย่างเหลืออด
ใบหน้าคมยังคงนิ่งเฉยมือใหญ่บังคับพวงมาลัยให้รถลัดเลาะไปตามซอยเล็กๆ ย่านเมืองเก่าก่อนจอดลงริมถนนในซอยเงียบสงัด
[1]วาซวาน(อังกฤษ: Wazwan) เป็ชุดของอาหารที่มีชื่อเสียงในแคชเมียร์ในอดีตเคยมีถึง 36 รายการ ส่วนใหญ่ปรุงด้วยเนื้อสัตว์โดยเฉพาะเนื้อแกะ เป็เมนูสำหรับงานเลี้ยงในโอกาสสำคัญต่างๆ เช่น งานแต่งงานขึ้นบ้านใหม่ งานสำคัญของทางราชการ ช่างที่ปรุงวาซวานจะมีชื่อเฉพาะว่าวัซซา (Waza)