อีฮยอนแอบตามอยู่ด้านหลังกลุ่มมู่เฉิน แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครเห็นเธอ ราวกับว่าเธอกำลังล่องหนอยู่อย่างนั้นแหละ
มู่เฉินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ จากนั้นชายที่พามาก็กลับมาบอกว่า “ดูเหมือนตอนนี้ผู้ปลดเปลื้องจะออกไปข้างนอก ทั้งสามท่านโปรดรอสักพัก ไม่นานเกินรอเดี๋ยวท่านก็กลับมา” กล่าวจบก็ถอยหลัง ปิดประตูอย่างช้าๆ ปล่อยให้พวกเขาอยู่กันสามคนเพียงลำพัง
โซฟี เรนเนอร์นั่งลงบนโซฟา สกาเล็ต คอนเนลลี่เดินดูรอบๆ ห้อง
“นี่ทั้งสองคน บอกผมมาได้หรือเปล่าว่าทำไมถึงอยากเข้ามาที่นี่ คุณอยู่กับผมก็ไม่เคยอดหรือขาดอาหารนี่นา”
“นั่นเพราะว่า...” โซฟี เรนเนอร์้าบอกเหตุผล แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าเพราะเหตุใดจึงเป็แบบนี้
“ไม่รู้สิ รู้เพียงแค่ว่ามองตาของชาวบ้านเ่าั้แล้วมันน่าหลงใหล พวกเราจึงตามเข้ามาเท่านั้นเอง แต่อย่างใดก็ตามที่หนึ่งของหัวใจของฉันก็มีแต่คุณเท่านั้น” เพราะกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด สกาเล็ต คอนเนลลี่จึงเข้ามาควงแขนพร้อมกับอธิบาย แต่ว่าเขาก็ยังรู้สึกว่ามันแปลกๆ
“ผมว่าทุกคนที่นี่กำลังมีปัญหา” มู่เฉินวิเคราะห์ผ่านชาวบ้านและแฟนสาวสองคน
“คุณกังวลเกินไปที่รัก ที่นี่ปลอดภัยออกนะ” โซฟี เรนเนอร์เข้ามากอดมู่เฉิน แต่การกระทำของเธอกลับสร้างความโกรธให้กับสกาเลต คอนเนลลี่ ทั้งสองมองตากันไม่ห่าง
“เธอจะเอายังไง”
“เธอต่างหากจะเอายังไง”
“ฉันเจอเขาก่อน ฉันอยู่กับเขาในหลุมหลบภัยวันแรกๆ ของไวรัสระบาดแล้วเธอล่ะอยู่ที่ไหนโซฟี หากฉันคิดไม่ผิดเธอคงจะรั้งตัวเขาไว้สินะ เขาถึงได้ปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวตามลำพังใน่หลายวันที่ผ่านมา!” สกาเล็ต คอนเนลลี่ะโเสียงกร้าว
โซฟี เรนเนอร์หัวเราะคิกคัก “ตลกจัง นั่นเพราะเสน่ห์ของเธอมันน้อยเกินไปต่างหากจึงไม่สามารถพิชิตใจของเขาได้ ใช่เขาอยู่กับฉันแต่แล้วยังไง เธออิจฉาเหรอ”
“นางบ้านี่ อย่าคิดว่าเป็เพื่อนร่วมอาชีพแล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไรนะ!”
“ก็ทำเลยสิ มึงคิดว่ากูกลัวเหรอ!”
“อีสัส!”
ทั้งสองคนเริ่มต่อสู้ บาฮามุทบินโฉบเข้าไปที่สกาเล็ต คอนเนลลี่ คล้ายกับว่ามัน้าช่วยโซฟี เรนเนอร์ มู่เฉินรีบคว้าตัวลูกัไว้ หากเขาปล่อยมันไปมีหวังหญิงสาวได้หน้าเสียโฉม
“พวกเธอกำลังถูกควบคุม ถึงจะไม่รู้ว่ามันทำได้ยังไงแต่ไม่ใช่เื่ดีแน่” มู่เฉินเคยผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ มานับไม่ถ้วนจึงมีความเข้าใจในพลังวิเศษเป็อย่างดี พลังในแต่ละบุคคลนั้นแตกต่างกันออกไป แต่จากที่เกิดขึ้นตอนนี้ต้องเกี่ยวข้องกับการควบคุมจิตใจแน่ รวมถึงผู้คนในหมู่บ้าน ทั้งหมดถูกควบคุมโดยผู้ปลดเปลื้อง
โซฟี เรนเนอร์หยิบปืนพกออกมาจากกางเกง เธอปลดเซฟตี้และ้ายิงเข้าศีรษะของสกาเล็ต คอนเนลลี่ แต่ว่าตอนนั้นเองเสียงหนึ่งได้ดังขึ้น
“ตื่นได้แล้ว!”
ไม่รู้ว่าเป็เพราะเสียงนี้หรือเปล่าทั้งสองถึงได้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะล้มลงไปบนพื้นในสภาพเหงื่อชโลมกาย มู่เฉินหันไปหาเ้าของเสียงแต่พบเพียงความว่างเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่ลดความระมัดระวังลง
“คุณเป็ใคร ใช่ผู้ปลดเปลื้องหรือเปล่า อย่าเล่นเกมซ่อนหาอยู่เลยน่า รีบๆ ออกมาก่อนที่ผมจะโกรธไปมากกว่านี้!”
อีฮยอนที่ล่องหนอยู่ตอบคำถาม “ฉันไม่ใช่ผู้ปลดเปลื้องแต่กำลังช่วยคุณอยู่”
“ช่วยเหรอ แล้วทำไมถึงไม่ออกมา คุณกำลังซ่อนตัวอยู่ที่ไหน” ในขณะที่ระวังคนเข้ามาทำร้ายแฟนสาวมู่เฉินก็หันไปมองรอบๆ ห้อง
“ฉันออกไปไม่ได้ตอนนี้ฉันกำลังล่องหนอยู่”
“ล่องหนเหรอ?”
“ใช่ หลังจากที่ฉันบังเอิญฆ่าซอมบี้ก็ได้รับความสามารถนี้มา แต่ว่าฉันล่องหนได้แต่เสื้อผ้ากลับไม่ล่องหนเนี่ยสิ ดังนั้นคุณน่าจะเข้าใจนะ” อีฮยอนอธิบาย
“มันเป็แบบนี้” มู่เฉินพยักหน้า กล่าวโดยสรุปหากเธอยกเลิกการล่องหนร่างกายก็จะปรากฏออกมา แต่จะโป๊นั่นเอง
“จริงสิเมื่อกี้คุณทำอะไร ทำไมเพียงแค่คำพูดของคุณแฟนของผมถึงได้ตื่นจากความบ้าคลั่งนั่น”
“สนามพลังจิต”
“สนามพลังจิตเหรอ”
“ใช่ นอกจากความสามารถล่องหนแล้วฉันยังใช้สนามพลังจิตได้ ดังนั้นมันจึงช่วยทำให้ฉันมีตัวตนอยู่ในหมู่บ้านตงสวี่โดยไม่ถูกควบคุมเหมือนคนอื่น”
“มันเป็แบบนี้ แต่ดูจากความสามารถของคุณน่าจะหนีไปได้นะ แต่ทำไมถึง...”
อีฮยอนเม้มริมฝีปาก “นั่นเพราะเพื่อนของฉันถูกผู้ปลดเปลื้องฆ่าตาย ฉันยังอยู่ที่นี่ก็เพราะ้าโอกาสในการฆ่าเขา แต่หญิงคนนั้นใช่ว่าจะโง่ คนที่อยู่ข้างกายเธอเต็มไปด้วยอาวุธปืน จริงอยู่ที่ฉันล่องหนหรือสร้างสนามพลังจิตได้แต่มันไร้ผลต่อหน้าผู้ปลดเปลื้อง ดังนั้นฉันจึงทำได้เพียงคอยเตือนผู้มาใหม่เช่นคุณ แต่ดูเหมือนคุณจะไม่ตกอยู่ในผลกระทบของพลังจิต คุณเองก็มีพลังจิตเหรอ”
มู่เฉินไม่ตอบแต่เหลือบมองแหวนโมเบียสในมือ นี่คือแหวนที่เขาได้รับผ่านการตกปลาเมื่อไม่กี่วันก่อน หากไม่มีมันเขาก็คงตกเป็หนึ่งในทาสของผู้ปลดเปลื้อง
“คุณชื่ออะไร ภาษาจีนของคุณฟังดูแหม่งๆ นะ คุณไม่ใช่คนจีนใช่ไหม” มู่เฉินไม่ตอบคำถามแต่ถามเธอแทน ในขณะเดียวกันเขาก็เข้าไปตรวจสอบทั้งสองคนที่อยู่บนพื้น
“ฉันไม่ใช่คนจีนแต่เป็ชาวเกาหลีใต้ ฉันชื่ออีฮยอน” หญิงสาวแนะนำตัวเอง
“ชื่อฟังดูคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหน คุณเป็ดาราหรือเปล่า”
“ฉัน...เดี๋ยวสิสนามพลังของฉันกำลังถูกรบกวน ผู้ปลดเปลื้องกำลังจะเข้ามาแล้ว ฉันจำเป็ต้องหาที่ซ่อนก่อนที่พลังจะถูกยกเลิก!”
“อะไร!” มู่เฉินไม่มีสนามพลังแบบเธอดังนั้นจึงไม่สามารถััอะไรได้ เวลานี้เขาจึงค่อนข้างตื่นตัว มองไปทางประตูใหญ่ด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
เสียงประตูถูกผลักจากด้านนอก มีใครหลายคนเดินเข้ามา พวกเขาล้อมรอบผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ตรงกลาง เธอสวมเสื้อคลุมสีดำและบนศีรษะมีกะโหลกของแพะ ดูคล้ายกับผู้นำลัทธิประหลาด
“โอ้นี่หรอชายที่เข้ามาใหม่ หน้าตาดีนี่นาชื่ออะไรล่ะ” ผู้ปลดเปลื้องถาม พลางมองมู่เฉินด้วยั์ตาอยากอาหาร
“ไม่จำเป็ต้องตอบ เพราะถึงยังไงคนที่ตายก็เป็เธอ”
“อะไรนะ นี่มึงไม่ได้ตกอยู่ในภาพลวงตาหรอ มันเป็ไปได้ยังไง!” ผู้ปลดเปลื้องเดินถอยหลังไปด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ความสามารถของเธอคือการแพร่เชื้อผ่านทางดวงตาของกลุ่มคน ดังนั้นเธอจึงคิดว่าพวกเขาติดเชื้อั้แ่อยู่บนถนนก่อนเข้ามาในหมู่บ้าน แต่ในความจริงคนที่ติดเชื้อในภาพลวงตากลับมีเพียงสองรอดมาหนึ่งเพราะแหวนโมเบียส
“ฆ่ามัน!” ต่อให้มู่เฉินจะหล่อหรือหุ่นดีแต่เมื่อมีภัยคุกคามเธอก็ไม่คิดเอาไว้ กลุ่มตำรวจหนุ่มที่อยู่รอบกายหยิบอาวุธปืนออกมา เล็งเป้าไปที่มู่เฉิน อีฮยอนอยากออกไปช่วยแต่ถ้าทำแบบนั้นสนามพลังของเธอจะหลุดจากการควบคุม และถ้าหากเป็แบบนั้นก็อาจติดเชื้อตกอยู่ในภาพลวงตาของผู้ปลดเปลื้อง ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงภาวนา
เสียงปืนหลายนัดดังขึ้นจนอีฮยอนไม่กล้ามอง แต่หากฟังให้ดูดีๆ จะพบว่าเหมือนะุกระทบโลหะ เงยหน้าขึ้นมองจึงเห็นว่าด้านหน้าของมู่เฉินปรากฏเป็ชั้นพลังงานสีม่วง
“นั่นอะไร...” อีฮยอนสังเกตอย่างเงียบๆ และเห็นว่าพลังนั้นน่าจะมาจากหนึ่งในแหวนที่อยู่บนนิ้วของเขา
“ยิง ยิงมันเข้าไป ไม่ว่ายังไงก็ต้องฆ่ามันให้ได้!” ผู้ปลดเปลื้องกรีดร้อง มู่เฉินป้องกันะุด้วยหนึ่งในแหวนแห่งบาป 7 ประการ ที่เขาทำแบบนี้เพราะกลัวว่าะุจะไปโดนแฟนสาวสองคนที่ยังไม่ฟื้นคืนสติอยู่บนพื้น ครั้นเห็นว่าะุในรังเพลิงหมดมู่เฉินจึงยกเลิกโล่แสง จากนั้นในมือของเขาดันปรากฏดาบแสงสีแดง
“ดาบเลเซอร์ นั่นมันอาวุธจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดไม่ใช่เหรอ เขามีมันได้ยังไง มันคงไม่ใช่ของเล่นหรอกใช่ไหม” อีฮยอนเบิกตากว้าง จนลืมไปว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้ล่องหนแล้วเพราะถึงขีดจำกัด ส่วนผู้ปลดเปลื้องความสามารถในการควบคุมด้วยภาพลวงตาผ่านพลังจิตดูเหมือนจะถูกลดทอนลงมา อันเนื่องมาจากสิ่งที่มู่เฉินทำอยู่ตอนนี้
ผู้ชายคนนี้ราวกับสัตว์ประหลาด มีความสามารถแปลกๆ มากมาย นอกจากนั้นอาวุธที่อยู่ในมือพอฟันเข้าที่ร่างกายของตำรวจก็เหมือนการหั่นเนย ร่างขาดไปเลยครึ่งตัว
มู่เฉินกวัดแกว่งดาบเลเซอร์ฆ่าคนเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย พริบตาตำรวจทั้ง 5 คนก็สิ้นชีวิต เหลือเพียงผู้ปลดเปลื้องเพียงคนเดียว
“ทำไม...ทำไมมึงถึงไม่เป็อะไร ทั้งที่คนอื่นตกอยู่ในภาพลวงตาและเชื่อฟังกู แต่ทำไมมึงถึงได้...อั๊ก!” ผู้ปลดเปลื้องเืออกที่มุมปาก ตอนนี้เธอถูกดาบเลเซอร์เจาะทะลุขั้วหัวใจ ร่างล้มลงบนพื้นพรม ตายตาไม่หลับ เพราะั้แ่ได้รับพลังมาก็คิดว่าจะตั้งลัทธิขึ้นมา เป็พระเ้าผู้เผยแผ่หลักคำสอนให้อยู่รอดในวันโลกาวินาศ ทว่าสิ่งเ่าั้กลับเริ่มได้เพียงไม่กี่วันก็ต้องจบ ช่างเป็ความฝันที่พังทลายเร็วเหลือเกิน
มู่เฉินเก็บดาบเลเซอร์ก่อนจะสังเกตเห็นว่าอีฮยอนไม่ได้ล่องหนอยู่ เขาโบกมือทีหนึ่งชุดพยาบาลสีชมพูก็ถูกโยนไปที่เธอ ตอนนี้อีฮยอนจึงเพิ่งเข้าใจว่าตัวเองไม่ได้ล่องหน ถูกเขาเห็นหมดแล้ว น่าอายจริงๆ
“ว่าแล้วทำไมผมถึงคุ้นชื่อคุณ ที่แท้คุณก็เล่นเป็นางเอกนี่เอง แถมยังกลายเป็ซอมบี้ด้วยแต่ยังมีสติ ใช่ไหมคุณอีฮยอน” มู่เฉินมองเธอด้วยรอยยิ้ม