“น่าตาย...เ้ามันน่าตายนักหลิวซิ่วอิง!”ร่างสูงทำได้แค่อดทนเท่านั้น หากสตรีนางนี้ตื่นขึ้นมาร้องโวยวายจนคนทั้งจวนรู้เห็นเข้าคราวนี้เื่วุ่นวายคงบังเกิดอย่างไม่ต้องสงสัย
สมรสมงคลระหว่างเขาและนางจะต้องเกิดขึ้นแน่!
ซึ่งเป็ที่แน่นอนว่าบุรุษผู้เพียบพร้อมเช่นเขาย่อมไม่อยากร่วมห้องหอกับหลิวซิ่งอิงผู้นี้
“เอ๊ะ! ทำไมมันแข็งสู้มือข้าล่ะ” แทนที่จะปล่อยมือแต่กลับค้นหาปริศนาความแข็งขึงต่อ
“ฟ้าดินเป็พยานหากข้าหนีออกจากจวนนี้ได้เมื่อไหร่ ข้าจะจัดการเ้าเป็ลำดับที่สอง!” เสียงแ่เบาแต่กลับดุดัน
ร่างสูงเอ่ยวาจาคาดโทษได้ไม่เท่าไหร่เสียงหัวเราะซึ่งมีแต่เขาผู้เดียวที่ได้ยินก็ดังขึ้น...
ฮ่าฮ่า! ฮ่าฮ่า!
เสียงหัวเราะของสัตว์เทพดังกึกก้องอย่างสะใจซ้ำยังเปลี่ยนรูปร่างที่เคยใหญ่โตย่อส่วนลงมาเหลือเพียงแค่ตัวเท่าฝ่ามือและยังโปร่งแสงจนไม่อาจจะมีผู้ใดพบเห็นได้ด้วยตาเปล่านอกเสียจากคนในตระกูลหลิวสายตรงเท่านั้น
“หากใครมาเห็นท่านอ๋องในสภาพนี้คงสังเวชใจไม่น้อยกร๊ากกกก” กลายเป็ว่าขบขันกว่าเก่าเมื่อมองไปยังอ๋องหนุ่มฉายาผู้ไร้พ่ายกำลังถูกหลิวซิ่วอิงชักดึงแท่งเนื้อมโหฬารไม่หยุดมือ
ความอับอายนี้ทำให้ท่านอ๋องหนุ่มถึงกับยอมเอ่ยปากขอร้องสัตว์เทพเป็ครั้งแรก
“ครั้งเดียว”เสียงเย่อหยิ่งเบาราวกระซิบ “ช่วยข้าแค่ครั้งเดียวเท่านั้น”
ในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องยอมรับสภาพ ถึงแม้จะไม่เต็มใจก็เถอะ!
หากจะแก้แค้นอีกสิบปีก็ยังไม่สายมิใช่หรือ...
“จะให้ข้าช่วยก็ต้องมีอะไรมาแลกเปลี่ยนสิ” จิ้งจอกก็คือจิ้งจอก สัตว์แห่งความเ้าเล่ห์อยู่วันยังค่ำ
“เ้า้าอะไรล่ะ”
สัตว์เทพทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็นึกออก“ถังหูลู่...ข้าชอบกินถังหูลู่”
“ถังหูลู่เนี่ยนะ?” ร่างกำยำเอ่ยซ้ำเพื่อความแน่ใจ
ขนมหวานกับปีศาจช่างไม่มีความเข้ากันเลยสักนิด...ฟ้าผ่าตายเถอะ!
“ใช่! ยิ่งเยอะยิ่งดี”
“ข้านึกว่าเ้าจะชอบพวกเนื้อสัตว์ดิบๆเสียอีก”
“ลิ้นของข้าไม่ชมชอบรสชาติน่าขยะแขยงจากของเช่นนั้น”
“ข้าเข้าใจความ้าของเ้าแล้วแต่ก่อนอื่น...”นิ้วเรียวยาวชี้มายังสาเหตุที่ทำให้เขาต้องยอมเอ่ยประโยคขอร้องออกมา “ช่วยจัดการสภาพของข้าให้เรียบร้อยแล้วก็ช่วยให้คนในจวนหลับสนิทจนกว่าข้าจะหนีออกจากจวนของราชครูหลิวไป๋ลู่ไปได้”