ดิวมาที่สตูดิโอจัดรายการ เขารู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ นี่คือครั้งแรกสำหรับการออกรายการทีวี อาจจะไม่ใช่ถ่ายทอดสดแต่เป็นเทปที่บันทึกไว้ แต่มันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ ยังไงซะเราก็ออกทีวีอยู่ดี
ช้างใส่ชุดสูท ให้ตายเถอะเขาเหมือนมาเฟียตัวใหญ่ในหนังฮ่องกงสักเรื่อง แต่น่าเสียดายที่ไม่มีเคราเข้มๆ ถ้าไม่อย่างนั้นคงดีกว่านี้
พิธีกรรายงานมีสี่คนอย่างที่ว่า ดูไปแล้วปากจัดไม่เบา เห็นว่ามีคนหนึ่งชื่อเปรี้ยว เพิ่งแต่งงานกับผัวแต่ก็เลิกกัน สมบัติที่ได้ติดตัวมาจากผัวคงมีแค่ลูกชายคนหนึ่งเท่านั้น เธอต้องวิ่งเต้นไปรายการนู้นรายการนี้ที เพื่ออนาคตของลูกชายวัยสองขวบ ดูไปแล้วเป็นคนขยันไม่เบา แต่น่าเศร้า เธอดันเลือกคนผิดซะนี่สิ
แน่นอนว่าที่ดิวมาวันนี้คือโชว์ รวมถึงคุยเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยตามประสารูปแบบรายการจิกๆกัดๆ
มองดูจากตรงนี้มันต่างจากหน้าจอทีวีเหลือเกิน ทุกอย่างดูเร่งด่วนไปซะหมด เหมือนกับตอนขึ้นรถไฟเช้าๆ เจอคุณป้าหาบไก่ย่างไปขาย ดูน่าปวดหัวจริงๆ
“แล้ววันนี้นะคะ เรามีศิลปินที่กำลังมีผลงานโดดเด่นในโลกอินเตอร์เน็ตที่สุดในตอนนี้รออยู่หลังเวทีแล้วค่ะ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก น้องดิวค่ะ!” หนึ่งในพิธีกร นกเล็กที่เป็นเก้งกว้างให้สัญญาณ เสียงดนตรีก็เริ่มขึ้น ดิวเดินออกมาอย่างช้าๆ แสงไฟที่ถูกเตรียมไว้ทำให้เขาดูมีออร่า มีพลังบางเบาที่ทำให้ทุกคนมองมา
ผู้ชมที่จ้างมาคนละ 300 ในสตูต่างส่งเสียงกรี๊ดตามสคริปต์ที่ทางรายการได้จัดเตรียมไว้ พวกเธอแสดงได้ดี คุ้มค่ากับเงิน 300 เลยละ
ดิวออกมาพร้อมกับกีตาร์ตัวหนึ่ง แน่นอนว่าการปรากฏตัวของเขาทุกครั้งจะมีกีตาร์ด้วย ดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเขาไปแล้ว
มองไปที่กล้องตัวหนึ่งที่กำลังโฟกัส ดิวเริ่มโซโล่กีตาร์อย่างเมามันส์ ทักษะของเขาดีกว่าเมื่อก่อนมาก ในเมื่อเล่นทุกวัน ขัดเกลาทักษะคู่มือตลอดเวลา หากไม่เปลี่ยนแปลงคงแปลกแล้ว
ได้ฟังเสียงกีตาร์ และเสียงร้องที่เข้ากันของชายคนนี้ แม้แต่พิธีกรสี่ท่านเองยังอดตื่นเต้นไม่ได้ เมื่อเสียงเพลงจบลง พิธีกรก็เดินเข้าไปหาดิวด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง
“สวัสดี สวัสดีครับ สวัสดีครับ” แน่นอนว่าเราคนไทย ก็ต้องกล่าวทักทายกันจริงมั้ย มันถือเป็นมารยาทอย่างหนึ่งในสังคม รวมถึงในองค์กรใหญ่
“สวัสดีค่ะน้องดิว เพลงเมื่อกี้ชื่อว่าเพลงอะไรคะ” พิธีกรเปรี้ยวถาม ว้าวเธอนี่แต่งตัวเปรี้ยวสมชื่อเลย เป็นคุณแม่ลูกหนึ่งแต่หุ่นยังน่าเซี้ย ในวัยสามสิบปีถือว่าเธอดูแลร่างกายได้ดีมากเลยล่ะ
“ชื่อว่าลงเอยครับ”
“ลงเอย? แล้วลงรูต้องไปทางไหนคะ” พิธีการเจ้าประจำอีกคนหนึ่ง ยิงมุกที่ค่อนข้างหยาบ
“ยังไม่มีที่ลงเลยครับ แต่ถ้าพี่ว่างก็ได้นะ...” การมาออกรายการอย่างนี้เราจะมามัวเหนียมอายไม่ได้เด็ดขาด มีอะไรก็ใส่ให้เต็มที่เลย ดีกว่าเสียใจภายหลัง
“ว้ายๆ ตายแล้ว อิแม่จะเป็นลม!” แหม นางทำท่าจะเป็นลมจริงๆด้วย แถมยังล้มพับไปหาดิว ถ้าหากเป็นผู้หญิงดิวคงรู้สึกดีกว่านี้ แต่ว่านี่คือเก้งกว้างที่ชอบกินหนุ่มตี๋ๆ นี่สิ อดที่จะหวาดเสียวก้นตัวเองไม่ได้
“เพราะจังเลยนะคะ ฉันยังรู้สึกเศร้าอยู่เลย ว่าแต่ใครแต่งกันคะเพลงนี้” เปรี้ยวถาม
“แต่งเองครับ ทั้งเมโลดี้ทั้งเนื้อร้อง ทุกอย่างผมแต่งเอง” ดิวตอบคำถามของเธอทันที
ในยุคนี้ไม่มีศิลปินที่แต่งเพลงกันเองนัก โดยส่วนใหญ่จะเป็นง่อย รอค่ายคลอดเพลงออกมา แน่ะดูไร้ความสามารถชะมัด บางคนไม่ได้มีพรสวรรค์ในด้านนี้เลยด้วยซ้ำ แต่ยังมีหน้าเอาชื่อของตัวเองใส่ไปว่ามีส่วนช่วยในด้านของการเรียบเรียง เห้อ อดที่จะยิ้มดูแคลนไม่ได้
“ว๊าวว! แต่งเองเหรอคะเนี่ย”
“สุดยอดเลยค่ะ มาจากประสบการณ์ตรงหรือเปล่าคะเนี่ย”
“อืมม์ ก็มีบ้างครับ”
“ไม่น่าเชื่อนะคะ ว่าหล่อๆ อย่างนี้สาวๆ จะเท”
“เดี๋ยวๆ หล่อนกำลังทำอะไรอยู่ ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เปรี้ยวรีบเข้าไปจับนกเล็กที่กำลังคลอกับดิว เธอลากเขาออกมาด้วยใบหน้าปนยิ้ม
“โหย นิดหน่อยๆ เอง ทำเป็นหวงไปได้” นกเล็กมีนิสัยแบบนี้ เขาชอบเล่นกับแขกรับเชิญ ถ้าหากเป็นผู้หญิงมาเขาค่อนข้างจะเบะปาก แต่หากเป็นผู้ชายจะหวี๊ดว๊าดเป็นพิเศษ และครั้งนี้เองก็เหมือนกัน
“แล้วยอดวิวตอนนี้ไปถึงเท่าไหร่แล้วคะเนี่ย”
“ถ้ารวมทั้งหมด ก็น่าจะร้อยล้านนะครับ”
“ร้อยล้าน! นั่นมันเยอะมากเลยนะคะ”
ดิวไม่ได้โกหก ยอดวิวหนึ่งเพลงอาจจะไม่ถึงร้อยล้านก็จริงในตอนนี้ แต่หากนับรวมกันล่ะก็ ถือว่าเขาเป็นนักร้องคนหนึ่งที่มียอดวิวสูงสุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้
ดิวไม่ได้มีเงินเพียงเพราะเล่นคอนเสิร์ตในแต่ละที่เท่านั้น แต่เขายังได้เงินจากยูทูปอีก เพราะงั้นจึงไม่แปลกหากเขาจะสามารถทำเงินได้เร็วในเวลาอันสั้น
ในยุคนี้มีดาราผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ตกอับก็มีหลายคน คนไหนฉลาดมีหัวธุรกิจมักจะหาลู่ทางไว้ในตอนที่ไม่มีงานในวงการ ส่วนคนโง่จะไม่คิดอะไร พวกเขาจะคิดแค่ว่ามีงานเท่านั้น พอถึงเวลาเจ็บไข้ได้ป่วยก็จะมาเรี่ยไร ทั้งที่ทำงานได้เงินมากกว่าคนทั่วไป เห็นแบบนี้แล้วน่าเหนื่อยใจชะมัด เพราะงั้นยูทูปจึงเป็นแหล่งทำเงินให้กับพวกเขาจำนวนหนึ่ง
“แล้วตอนนี้น้องดิวมีผลงานเพลงกี่เพลงแล้วคะ”
“ห้าเพลงครับ แต่เพลงที่ทำเอ็มวีมีแค่เพลงเดียว”
“ว้าว สุดยอดเลยนะคะ”
“เดี๋ยวๆ ขอแทรกนิดนึงนะคะ นางเอกเอ็มวีคนนั้นน่ะค่ะ น้องดิวว่าพี่กับนางใครสวยกว่ากันคะ” นกเล็กเชิดหน้า ดิวเห็นแบบนั้นก็อดขำไม่ได้กับท่าทางของเขา แน่นอนว่านี่คือโลกมายา จำเป็นต้องแสดงสินะ
“แน่นอนว่าต้องพี่นกสิครับ”
“ว๊าย ตายแล้ว ตายแล้ว!!” ได้ยินอย่างนั้น นกเล็กก็ทำท่าจะขาดใจอีกครั้ง
“ใจเย็น น้องเขาอาจจะโกหกก็ได้ แกจะได้ไม่เสียใจ”
“น้องดิวไม่มีทางทำอย่างนั้นหรอกย่ะ ใช่มั้ยคะน้องดิว”
“ฮ่าฮ่า ครับ”
รายการนี้สามารถพ่นคำหยาบคายได้ แต่ยังมีขอบเขตที่กำหนดไว้ ว่าหยาบได้แค่ไหน
“ในส่วนของผลงานเพลงกำลังเป็นไปได้ด้วยดีเลยนะคะ มาถามถึงด้านความรักกันดีกว่าค่ะ ตอนนี้ความรักของน้องดิวเป็นยังไงบ้างคะ” ได้ยินคำถามจากเปรี้ยว ผู้ชมก็ส่งเสียงหวี๊ดหว๊าดอย่างกับผัวตัวเอง มีบางคนที่แสดงออกมาอย่างนั้นจริงๆ เพราะชื่นชมในตัวดิว ส่วนบางคนแค่ทำตามสคริปต์เท่านั้น
“ตอนนี้หัวใจผมว่างมากเลยครับ เนี่ย ถ้าได้พี่เปรี้ยวมาดูแลหัวใจให้ คงดี...”
รายการต้องการสีสัน บางครั้งการทำแบบนี้ก็ได้ผลลัพธ์ที่ดี ดิวส่งสายตาหยาดเยิ้มต้องการเปรี้ยว ทำเอาพิธีกรสาวอายม้วนไม่เป็นท่า นกเล็กรู้สึกหงุดหงิด แต่ยังแสร้งยิ้มตามธรรมชาติ
การถ่ายรายการผ่านไปได้ด้วยดี หลังจากเลิกรายนการนกเล็กเข้ามาขอไลน์ด้วย ดิวไม่ได้ปฏิเสธ เขาให้ไลน์ไปตามปกติ แต่จะมานัดขอเข้าข้างหลัง อย่างนั้นขอเลย ไม่เอาหรอกครับ
หลังจบอัดรายการ ดิวยังไม่ได้กลับเชียงใหม่ เขามีเล่นที่ร้านแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ พอดี ต้องเตรียมตัวสำหรับคืนนี้ให้พร้อม เมื่อออกจากบริษัทบันเทิง จึงรุดหน้ากลับที่พักทันที
“เป็นไงบ้างพี่ดิว ถ่ายรายการสนุกมั้ย” ดาวเรืองถามอย่างกระตือรือร้น เธอและไผ่ไม่ได้ไป จะรออยู่ที่ห้องพักในโรงแรม
“ผมดูนกเล็กในอีพีเก่าๆ แต่ดูแล้วไม่น่าจะเล็กเลยนะครับ โดยเฉพาะเป้ากางเกง...” ไม่คิดเลยว่าไผ่จะเป็นตลกหน้าตาย เขาพูดออกมาทั้งแบบนั้นโดยที่สีหน้ายังไม่เปลี่ยน เห็นแบบนี้น่าจับไปอยู่กับตลกคาเฟ่จริงๆ
“ฮ่าฮ่า มึงก็เกินไป นกเล็กไม่ได้แค่ใหญ่นะ แต่เป็นบ้องข้าวหลามเลยต่างหาก!” ช้างเข้ามาผสมโรง เห็นแบบนี้เขาก็เป็นคนอารมณ์ขันเหมือนกันนะ ถึงแม้โดยภาพรวมจะไม่เข้ากับบุคลิกก็เถอะ
“นอนก่อนนะ ได้เวลาแล้วปลุกด้วยล่ะ” ดิวรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน หลังเดินทางจากเชียงใหม่มาถึงกรุงเทพฯ ก็ยังไม่ได้พัก ไปอัดรายการทันที ตอนนี้จึงต้องรีบนอนแต่หัววัน เพื่อเก็บแรงไว้ไปโดดตอนกลางคืน
การเป็นศิลปินที่ดีต้องไปตามที่ได้รับงานไว้และแน่นอนว่าดิวไม่เคยไปสาย ในกรุงเทพฯ เมืองใหญ่มีคนรู้จักเขาเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่คือวัยรุ่น กระโดดแย้วๆ ไปกับแสงสี
มีผู้หญิงมากหน้าหลายตา แต่ละคนสามารถไปเป็นพริตตี้ในงานมอเตอร์โชว์ได้หากแต่งตัวปัดหน้าสักนิด แต่น่าเศร้า ดูเหมือนผู้หญิงพวกนี้จะไม่ระวังตัวเลยนี่สิ เอ๊ะ หรืออาจจะจงใจให้มันเป็นแบบนี้ก็ได้
กระโดด กระโดด กระโดด แล้วก็ตามด้วยเพลงเศร้า ต้องหาเพื่อนข้างๆ มานั่งปลอบ ส่วนบางคนก็มีเพื่อนคือเหล้าในมือ ดื่มไปฟังเพลงไป ไม่ไปโดดกับคนอื่น
“เห้ย มองไม่เห็นเลยอะแก” คิม ยูอิน ยายอ้วนก็มาดูดิวเหมือนกัน เธอมากับตากล้องใหม่ ที่มีท่าทางกระแดะๆ
“ก็แหงดิ ใครใช้ให้แกแต่งตัวนานแบบนี้ล่ะ!” ใหม่เท้าสะเอว มองยูอินอย่างเคืองๆ
“เห้ย พูดเกินไปหรือเปล่า แค่สิบห้านาทีเอง” ยูอินหมุนตัวไปรอบๆ จนใหม่ต้องเบะปาก
การแต่งหน้าของยูอินเป็นอะไรที่แย่มาก เด็กอนุบาลยังทำได้ดีกว่าเธอด้วยซ้ำ และตอนนี้หุ่นของยูอินเหรอ...มันก็เหมือนเดิม ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยน เธออ้วนเป็นยายช้างน้ำ แถมยังกินแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ความตั้งใจของยูอินมีแค่ไม่กี่วินาทีก่อนจะกลับไปหิวเหมือนเดิม ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครมาเปลี่ยนยูอินได้ เธอยังยึดมั่นในหุ่นแบบนี้ กลัวว่าจะขาดทุนหากลดน้ำหนัก
หลังจากเล่นจบยูอินคิดว่าจะไปหาดิวสักหน่อย แต่เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เธอเห็นสาวคนหนึ่งเข้าไปหาดิว เปรี้ยว เธอคือพิธีกรที่ใหม่ชอบดู...