07-งานเยอะมากแม่!
ลลิตากับเมษยาเข้าทำงานในบริษัทอิเล็กทรอนิกส์กรุ๊ปมาได้ร่ามสี่เดือนแล้ว หลังพ้นโปรก็มีการปรับเงินเดือนขึ้นอีก จากเดิมที่มากกว่าคนจบใหม่ทั่วไปแล้ว ตอนนี้เรียกว่าทั้งสองคนไม่ห่วงกับเื่เงินรายได้มากนัก และมีสวัสดิการที่ดีเยี่ยมของอิเล็กทรอนิกส์กรุปอีก
สำหรับคนจบใหม่แบบพวกเธอ การได้เรียนรู้ ใช้ชีวิตการทำงานอย่างแท้จริงนั้น เป็สกิลความรู้ที่มีให้ฝึกปรืออยู่เรื่อยๆ ต่อไปจะทำงานอะไร ใช้ทักษะประกอบอาชีพอยู่ที่ไหนก็ไม่กังวลอีกต่อไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ดูจะเหนื่อยอยู่ไม่น้อย
“ลิ้นจี่ คอร์สที่พี่ให้เราไปลงเรียนเสริมที่ตึกโน้นเป็ยังไงบ้าง” และนี่ก็เป็อีกภารกิจที่โรสรินทั้งยัดทั้งเยียดใส่มือเธอ บอกว่าไปเรียนรู้ไว้ การอัพเดทเทรนใหม่ๆ ให้ทันสมัยอยู่เสมอ เป็อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของฝ่ายแผนการตลาดอย่างพวกเธอ
“ดีค่ะพี่โรส เค้าสอนเทคนิค แล้วก็แพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่กำลังมาแรง สร้างยอดขายได้มากในตอนนี้หลายตัวเลย” ลลิตายืดหลังตั้งตรง ตอบคำถามรุ่นพี่กลับไป โรสรินเวลางานกับนอกเวลางานนั้นไม่เหมือนกัน ทำให้ลลิตาต้องคอยแอคทีฟตลอด ถามมาตอบไปให้เป็การเป็งานที่สุด บางทีเธอแอบคิดว่าสาวใหญ่คนนี้เหมือนกับอาจารย์สุดเนี้ยบที่คอยถือไม้เรียวคอยจี้เด็กนักเรียนสมัยที่เรียนประถมมากอยู่ ได้แต่คิดฟุ้งซ่านแล้วส่ายหัวแรงๆ
“อืมดีแล้ว งั้นพี่ฝากทำสไลด์พรีเซนต์โปรเจกต์ที่จะดีลกับบริษัทฮ่องกงวันศุกร์หน้านี้ด้วยนะ พี่ต้องไปประสานงานลูกค้าอีกเคสที่ขอนแก่นพรุ่งนี้เลย งานด่วนน่ะ อีกสองสามวันกลับมาจะมาตรวจงาน ฝากด้วยนะโรส” ยุทธหัวหน้าประสานงานของแผนกจัดแจงเสร็จสรรพก็โบกมือเดินลิ่วๆ ออกไป
ลลิตาได้แต่ปากอ้าตาค้าง แบบนี้ก็ได้หรือ คือโปรเจกต์อะไร ยังไงนะ เธอเพิ่งได้รับรู้ข้อมูลมาเมื่อกี้เลย หันไปมองหน้าโรสริน ทางนั้นก็ส่งยิ้มแหย่ๆ ให้เธอ
“อย่างนี้แหละสาวน้อย งานบางอย่างเหมือนเผือกร้อน แต่เราก็ต้องก้มหน้าทำให้มันผ่านไปให้ได้ พวกโปรเจกต์ใหญ่ๆ ไม่เคยตกมาถึงมือเด็กใหม่ๆ หรอกนะ ดูอย่างเ้าโจ๊กสิ รายนั้นอยู่มาสามปีแล้วยังไม่มีใครโยนงานสำคัญๆ ให้จับเลย นี่เป็โอกาสปล่อยของแล้วนะ” โรสรินพูดโน้มน้าว ตบบ่ารุ่นน้องสาวเบาๆ ก่อนจะก้มลงมากระซิบบางอย่างสำทับ สร้างขวัญกำลังใจให้หญิงสาว
“โปรเจกต์นี้สำคัญกับบริษัทมาก ผู้บริหารไปกับเพียบ ถ้าดีลผ่านฉลุย งานนี้รับประกันอนาคตการงานเราได้เลย ไม่ต้องกลัว พี่จะช่วยไกด์ เราเอาข้อมูลที่พี่ยุทธส่งให้ไปศึกษามาก่อน แล้วมาเล่าไอเดียงานกับพี่อีกที” โรสรินพูดอย่างหมายมั่นปั้นมือ ลลิตาคนนี้เธอเห็นความสนใจและตั้งใจทำงานของเธอมาหลายเดือน ศักยภาพของเธอนั้นมีมากกว่าที่เห็นเยอะ
“ค่ะพี่โรส ลิ้นจี่จะทำให้เต็มที่ค่ะ” ลลิตาฮึดขึ้นมาหลังจากได้ยินว่าคือโอกาสปล่อยของ กำปั้นน้อยชูขึ้นมาแสดงให้เห็นว่าเธอฮึดสู้ตาย ก่อนที่โรสรินจะยิ้มให้กำลังใจแล้วเดินไปทำงานของตนเองต่อ
“แกต้องทำโปรเจกต์กับพี่ยุทธพี่โรส เพื่อไปเสนอบอร์ดบริหารที่ชลบุรีศุกร์หน้านี้จริงดิลิ้นจี่” เสียงเมษยาตื่นเต้นแทนเพื่อนที่มีโอกาสได้ไปทำงานนอกสถานที่ แถมยังได้แสดงฝีมือต่อหน้าประธานบริษัทอีก นี่มันโอกาสทองของการเลื่อนขั้นตำแหน่งการทำงานชัดๆ
“ตอนแรกฉันก็อึ้ง พอพี่โรสปลอบใจ ก็ตื่นเต้นแบบแกเลย พอเปิดดูเนื้อหางานของพี่ยุทธเท่านั้นแหละ ฮือออ ฉันจะรอดมั้ย” ลลิตาผู้ปวดหัวกับงานที่ต้องแบกรับมากลัดกลุ้มใจจนจะบ้าแล้ว มีหลายคนกำลังอิจฉาเธอ แต่หารู้ไม่ว่าข้างในนั้นมีอะไรอีกร้อยพันต้องจัดการอย่างมีระบบและรัดกุม เพื่อนำไปสื่อสารได้เข้าใจง่ายมากที่สุด
“เอาน่า ยังมีพี่ๆ คอยดูอยู่ แกเจ๋งอยู่ละ ฉันรู้ว่าแกชอบงานท้าทายศักยภาพ ขนาดผู้ชายแกยังอยากสอยจุดสูงสุดเลย” เมษยาพูดให้ลลิตาคลายความเครียดเื่งานลง แต่ดันกลายเป็จี้ใจคนฟังเข้าซะงั้น
“เงียบไปเลยยัยชี! เดี๋ยวนี้ชักปากคอเราะร้ายนะ อะไรแย่ๆ ก็อย่าไปเรียนรู้มาจากยัยดาให้มากนัก” ลลิตาถึงตาโตขู่เมษยา ทั้งที่ตัวเองก็เพิ่งเรียกสรรพนามเพื่อนด้วยคำที่นลินดามักเรียกแท้ๆ เมษยาก็ได้แต่มองบนให้กับชะตาชีวิตของเธอ ทำไมต้องมาเจอเพื่อนแบบลลิตากับนลิดาด้วยนะ เอะอะก็เสียงดังโวยวาย เอะอะก็ข่มขู่ เธอเศร้าใจจริงๆ
วันเจรจาร่วมทุนของอิเล็กทรอนิกส์กรุป กับบริษัทอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สัญชาติฮ่องกงถูกจัดขึ้นในโรงแรมดังริมทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก แม้จะเป็บรรยากาศสุดสัปดาห์ที่ดูสบาย น่าพักผ่อนเป็ไหน ๆ แต่นั่นไม่ใช่สำหรับลลิตาที่ภารกิจหลักคือมาทำงาน ไม่ใช่การเที่ยวพักผ่อนอย่างคนส่วนใหญ่
“อย่ากดดันตัวเองไปลิ้นจี่ เราคุยงานกันมาแล้ว ทำตามที่ฝึกซ้อมมา เหมือนตอนที่เราเล่าให้พี่กับพี่โรสฟังนั่นแหละ เราทำได้”
“อืม ลิ้นจี่ค่อยๆ หายใจเข้าออกลึกๆ ครั้งแรกพี่ก็ตื่นเต้นแบบเราแหละ แต่พอเราโฟกัสงาน ถึงตอนนั้นถ่ายทอดออกมาให้เต็มที่ จบงานก็จะโล่ง รู้สึกดีมากเลยล่ะ” ยุทธและโรสรินต่างให้กำลังใจหญิงสาวที่นั่งคั่นกลางพวกเขาในห้องประชุม บรรยากาศคล้ายพ่อแม่ให้กำลังใจลูกมารอผลสอบเข้ามอปลาย ไม่นานก็มีผู้บริหารทยอยเข้ามาในห้องจนครบองค์ประชุม
“คนนั้นคือคุณรัฐ ประธานใหญ่ของเรา อีกสองคนที่ลิ้นจี่ต้องโฟกัสคือคุณเฉิน คุณจาง ตัวแทนที่มาร่วมตัดสินใจการดีลธุรกิจครั้งนี้จากฮองกง ทำให้เต็มที่ แสดงศักยภาพตัวเองออกมา” โรสรินบอกว่าใครคือคนสำคัญของงานนี้ ให้ลลิตาจับจุดและพรีเซนต์ผลงานอย่างเต็มที่
“ค่ะพี่โรส ลิ้นจี่ทำได้!” ลลิตาให้กำลังใจตัวเอง แม้มองโดยรอบแล้วยังไม่เห็นเขาคนนั้น เธอจึงรับรู้ว่ารังสรรค์ไม่ได้เข้าร่วมงานครั้งนี้ แม้จะผิดหวังเล็กน้อยที่ทำงานอยู่บ้านเขามาหลายเดือนแล้วแท้ แต่ยังไม่เคยเห็นหน้าเขาอีกเลย
“สวัสดีค่ะ ดิฉันลลิตา สุขสถิต ตัวแทนฝ่ายวางแผนการตลาด วันนี้มีความยินดีต้อนรับผู้บริหารและผู้ร่วมทุนทุกท่าน...” แต่อย่างไรการทำงานก็ต้องเดินหน้าต่อ เธอทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม เวลาเธอพูดน้ำเสียง บุคลิกน่าเชื่อถือ มีความมั่นใจสูง เหมือนถอดคราบของยามปกติทิ้งไป เข้าสู่โหมดจริงจังและตั้งใจ สร้างความพอใจให้กับพี่เลี้ยงอย่างโรสรินและยุทธอย่างมาก
รวมไปถึงคุณรัฐที่พอใจกับการทำงานของฝ่ายการตลาดไม่น้อย ทำงานกันได้ดีจริงๆ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงคนนั้น ดูคล่องแคล่ว ฉลาดเฉลียวไหวพริบดี ผู้บริหารจากฮ่องกงก็พยักหน้าพึงพอใจ การร่วมเจรจาครั้งนี้จึงผ่านไปได้อย่างงดงาม
“มาๆๆ ชนแก้ว! แกร็งๆๆ”
“เก่งมากเลยลิ้นจี่ คุณรัฐเข้ามาถามด้วยนะว่าไปปั้นเด็กที่ไหนมา คนนี้ใช้ได้” ทั้งยุทธและโรสรินชมลลิตาไม่ขาด หน้าก็ยิ้มอยู่ตลอด แน่นอนสิ นี่มันเด็กปั้นแผนกพวกเขา คนได้หน้าก็เป็พวกเขาอีกที่ปั้นมากับมือ
“ขอบคุณค่ะพี่ๆ ลิ้นจี่เครียดจะแย่ กลัวทำงานพังมาก แต่ก็ด้วยหน้าที่ ต้องทำออกมาให้เต็มที่ที่สุด ไม่มีพี่ๆ ลิ้นจี่ไม่ได้เกิดแน่ๆ” ลลิตาพูดขอบอกขอบใจพี่เลี้ยง ไม่วายอวยยศให้อีกในท้ายประโยค พูดจาอยู่เป็แบบนี้ใครจะไม่เอ็นดู รู้ทั้งรู้ว่าพูดเกินจริงไปบ้าง แต่ใครจะไม่ชอบฟังคำพูดดีๆ ที่คนอื่นพูดชื่นชมตัวเองล่ะ
งานเลี้ยงฉลองร่วมทุนครั้งนี้จัดขึ้นอย่างหรูหรา ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของเด็กต่างจังหวัดอย่างลิ้นจี่ไม่เคยััมาก่อนจริงๆ ทั้งการตกแต่งซุ้ม อาหารการกินนานาชาติ เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์หลากสีหลายดีกรีตามความพอใจจะเลือกดื่ม
ความซุกซนวาปผ่านความคิดชั่วขณะ ไหนๆ ก็ทำงานเต็มที่มาทั้งอาทิตย์แล้ว วันนี้ปิดจ๊อบก็ต้องผ่อนคลายหน่อยสิ ไหน! เริ่มจากน้ำสีอะไรดีน้า คิคิ สาวหน้าหวานคิดอย่างเ้าเล่ห์
“แก้วนี้อร่อยนะพี่โรส ขรึมๆ อย่างพี่ต้องลอง ผ่อนคลายกันบ้าง! ส่วนพี่ยุทธไม่ต้องกินหรอก เอะอะชนแก้ว เอะอะสังสรรค์ พี่ต้องอยู่ช่วยทีมบ้าง ไม่ใช่โยนไว้ก่อน ค่อยมาตามเก็บทีหลัง แบบนี้ไม่น่ารักเลย” บางทีการดื่มควรมีลิมิทบ้าง อย่างนลินดาที่เป็ตัวอย่างเธอ แต่พอเจอของแพงดื่มง่ายก็ซัดซะเมาแอ๋
“หึๆๆ” โรสรินได้แต่กลั้นขำให้กับสภาพเมาไม่รู้เื่ของรุ่นน้องสาว เมาแล้วปากแจ๋วไม่ไหว ไม่วายชำเลืองมองหน้าคนโดนเด็กมันเล่นงานเข้าแล้ว
“...” ส่วนยุทธนั้นได้แต่อึ้งไปกับคำพูดประจานภาพลักษณ์ของเขา งานเขาต้องคุยกับหลายส่วน เข้ามาทีก็หลายโปรเจกต์ ไม่โยนให้คนช่วยจะจ้างพวกหล่อนมาทำไมล่ะเห้ย! เขาได้แต่ฮึดฮัด ส่งค้อนวงใหญ่ให้ลลิตากับโรสริน
ไม่ได้การละ แบบนี้คงต้องเพิ่มคนทำงานในแผนกอีกหลายคนสินะ ส่วนชะตากรรมของลลิตานั่น ไม่แน่ชัดแล้วว่าจะรุ่งโรจน์หรือรุ่งริ่งกันแน่ ตอนนี้หญิงสาวที่เริ่มเมามายอาจกำลังถูกคนตั้งตัวว่าเป็พี่เลี้ยงอีกคนของเธอหมายหัวเข้าให้แล้วก็ได้
__________
ลิ้นจี่เอ้ย หนูลูกกก จะมาเมาให้ที่ทำงานจับโป๊ะไม่ได้ แก มันโป๊ะเกิน 55555+ ละยังไง! หนุ่มในฝันเธอมันเจอได้แค่ตอนนอนรึป่าว หายไปไหนน้าาา?