บทที่ 6 ข้อตกลงแรกของแดนต้องห้าม
ภายในกำไลข้อมือนั้นราวกับเป็พื้นที่อิสระ มีกฎน่ากลัวกระจายอยู่ทั่วห้วงอากาศ จิตสำนึกของเฉินชิงหยวนสั่นสะท้านเมื่อกวาดตามองไปรอบ ๆ
ครืน!
กฎข้อหนึ่งก่อตัวขึ้น ร่มสีขาวที่ปิดสนิทปรากฏขึ้นตรงหน้าเฉินชิงหยวน การปรากฏของร่มสีขาวกระตุ้นบางอย่างภายในกำไลหยก จู่ ๆ เสียงเ็าดังขึ้น
“เฉินชิงหยวน นี่คือของขวัญแต่งงานให้คนรักของเ้า เ้าต้องไปร่วมงาน!”
‘ส่งร่มสีขาวในงานแต่งงาน นี่มันสาปแช่งคนอื่นชัด ๆ’
ฟังเสียงนี้แล้ว หรือว่านางกำลังหึงหวง?
เฉินชิงหยวนรู้สึกอึดอัด เขาเคยคิดว่าข้อตกลงแรกจะยากแค่ไหน ที่ไหนได้กลับเป็แบบนี้เสียอย่างนั้น!
ตอนนั้นที่เฉินชิงหยวนเข้าไปในแดนต้องห้ามเทียนหยวน หญิงชุดแดงก็อยากจะเป็คู่หมั้นคู่หมายกับเขา นางชอบพูดเย้าแหย่บ่อย ๆ สำหรับเื่นี้ เฉินชิงหยวนบอกว่าเขามีคู่หมั้นแล้ว จึงปฏิเสธไปตรง ๆ
ไม่ใช่เพราะหญิงชุดแดงน่าเกลียด แต่เป็เพราะสัญญา
ถ้าจะพูดถึงรูปลักษณ์ หญิงชุดแดงมีใบหน้าที่งดงามเหมือนคนธรรมดา ยากที่จะบรรยายด้วยคำพูด ถึงแม้ว่าไป๋ซีเสวียจากตำหนักบูรพาสุขจะงดงาม แต่ก็สู้หญิงชุดแดงไม่ได้เลย
เพียงแค่ประกายความงามก็ห่างกันราวฟ้ากับเหว
“เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่านางเ้าเล่ห์กันนะ?” เฉินชิงหยวนพึมพำเบา ๆ
ตอนนี้เฉินชิงหยวนได้ตัดขาดกับไป๋ซีเสวียแล้ว ทุกอย่างกลายเป็อดีตไปหมด แล้วใครจะรู้ว่าหญิงชุดแดงจะมาทำแบบนี้ เฉินชิงหยวนไม่อยากไปก็ต้องไปอยู่ดี!
อย่าคิดว่าออกจากเขตหวงห้ามเทียนหยวนแล้วจะอิสระได้ หากเฉินชิงหยวนไม่ทำตามสัญญา ผลที่ตามมาจะร้ายแรงยิ่งนัก
หลังจากพักผ่อนไปสองสามวัน เฉินชิงหยวนตั้งใจจะออกจากเมืองิเยว่ กลับไปที่สำนักเสวียนชิง
คิด ๆ ดู อีกครึ่งปีก็จะถึงวันที่สำนักหยก์และตำหนักบูรพาสุขจะจัดงานสมรสกันแล้ว
“ข้าต้องไปแล้ว” เฉินชิงหยวนเมื่อเก็บสัมภาระเสร็จแล้ว ก็ก้มคำนับหลี่มู่หยางที่นั่งอยู่ในลานบ้าน
“ต่อไปหากเจอเื่ยากลำบาก จะมาหาข้าที่นี่ก็ย่อมได้” หลี่มู่หยางให้คำสัญญาไว้ เฉินชิงหยวนเมื่อได้ยินเช่นนั้นไม่ได้พูดอะไรมาก ชายคนนี้เป็เสมือนเครื่องรางคุ้มกันชีวิตชิ้นหนึ่งเลยก็ว่าได้
หลังจากเฉินชิงหยวนจากไป หลี่มู่หยางมองออกไปไกล ๆ เหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
โถงประชุม สำนักเสวียนชิง
ทุกคนกำลังหารือกันเื่กิจการปกติภายในสำนัก พูดถึงเื่การแต่งงานระหว่างสำนักหยก์และตำหนักบูรพาสุข ตั้งใจจะส่งคนไปเป็ตัวแทนเข้าร่วมงาน
ยิ่งใกล้ถึงวันแต่งงาน ตัวแทนจากหลาย ๆ สำนักก็ออกเดินทางไปแล้ว ตำหนักบูรพาสุขก็ค่อย ๆ คึกคักขึ้นเรื่อย ๆ
“ท่านผู้าุโเฉินกลับมาแล้ว!”
เฉินชิงหยวนเพิ่งมาถึงประตูใหญ่ของสำนักเสวียนชิง ลูกศิษย์ที่เฝ้าประตูก็รีบรายงานเื่นี้ขึ้นไป
เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เฉินชิงหยวนได้ปกปิดการบำเพ็ญของตนเอง ซึ่งเพียงแค่สวมกำไลหยกไว้ ก็สามารถปกปิดปราณิญญาของร่างกายได้
“ศิษย์น้องเล็ก ตลอดครึ่งปีมานี้เ้าไปที่ใดมา?” ตงเหวินจวิน ผู้าุโปกปักของสำนักวางทุกสิ่งในมือลง รีบออกมาพบปะ
“ออกไปผ่อนคลายจิตใจมาน่ะ” เฉินชิงหยวนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าว
บรรดาผู้าุโต่างก็มาถึงลานด้านหลังพร้อมกัน พูดคุยเล่นกับเฉินชิงหยวน ครั้งก่อนเฉินชิงหยวนเพิ่งกลับมาไม่นาน ก็ออกไปใช้ชีวิตข้างนอก บรรดาพี่น้องร่วมสำนักยังไม่ได้พบปะดื่มชาเสียด้วยซ้ำ
ตอนนั้นเฉินชิงหยวนเพิ่งกลับมา ก่อให้เกิดความวุ่นวายไม่น้อย นิกายต่าง ๆ มากมาย้าพบเฉินชิงหยวน เพื่อสืบหาข่าวเกี่ยวกับแดนต้องห้ามเทียนหยวนจากตัวเขา
แต่ได้ยินว่าเฉินชิงหยวนกลายเป็คนไร้ค่าแล้ว ทั้งยังแกล้งตายหนีออกมาอีก ประกอบกับท่าทีแข็งกร้าวของสำนักเสวียนชิง สำนักต่าง ๆ จึงไม่สะดวกที่จะดื้อดึงถามอีกต่อไป
ตอนนี้เมื่อสองสำนักนั้นจะแต่งงานกัน ในดินแดนฝูหลิวซิงก็ย้ายความสนใจที่มีต่อสำนักเสวียนชิงไป
ดินแดนเป่ยหวงมีเขตแดนนับไม่ถ้วน เพียงแค่สำนักในเขตแดนฝูหลิวซิง ก็มีมากถึงหลายแสน ทว่าสำนักเสวียนชิงนับว่าเป็กำลังชั้นหนึ่งของดินแดนนี้ และมีชื่อเสียงไม่น้อย
"ศิษย์น้องเล็ก หญิงนางนั้นจากตำหนักบูรพา์ได้ยกเลิกการหมั้นหมายไปแล้ว ถือเสียว่านางคือผู้ที่สูญเสีย เ้าอย่าได้ใส่ใจมากนักเลย พวกข้าจะต้องคิดหาวิธีที่ดี ให้เ้าสร้างรากฐานิญญาใหม่ได้ เมื่อถึงเวลานั้น เ้าก็จะกลับมาเจิดจรัสเหมือนในอดีต”
พี่ชายผู้มีหนวดขาวคนหนึ่งคิดว่าการแต่งงานระหว่างสองสำนักทำให้เฉินชิงหยวนอารมณ์ไม่ดี จึงออกไปผ่อนคลายใจนานราวครึ่งปี
“ขอบคุณศิษย์พี่สวีที่เป็ห่วง”
เฉินชิงหยวนรู้สึกอบอุ่นใจ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
“วันนี้พวกเราได้มาพบปะสังสรรค์กัน อย่าพูดถึงเื่ที่ทำให้ปวดหัวพวกนั้นเลย ชูจอกขึ้นและดื่มร่วมกันดีกว่า!”
ประมุขสำนักหลินฉางเซิงนั่งอยู่ตรงกลาง ลุกขึ้นชูจอก
“ชน”
ทุกคนลุกขึ้น ดื่มสุราหรือน้ำชาในจอก
ภายในของสำนักเสวียนชิงผู้คนสามัคคีกลมเกลียวกัน ไม่เหมือนกับที่อื่น ที่วางอุบายเล่ห์กลต่อกัน มุ่งแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว แน่นอนว่าภายในสำนักยังมีการขัดแย้งกันบ้างเป็ครั้งคราว แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรจึงจัดการได้ง่าย ๆ
ความสามัคคีของคนในสำนัก ล้วนเป็ฝีมือของอาจารย์ผู้าุโ ซึ่งใช้ความพยายามไม่น้อย วันนี้้เหล่าผู้าุโที่นั่งดื่มชากินเหล้าที่นี่ ต่างก็เคยได้รับบุญคุณจากอาจารย์ผู้าุโ
ราวสองร้อยปีก่อน อาจารย์ผู้าุโอุ้มทารกที่ยังอยู่ในผ้าอ้อมกลับมา ฝากทารกไว้กับศิษย์ที่หน้าประตู ไม่นานหลังจากนั้น อาจารย์ผู้าุโก็สิ้นใจตายตกไป
นับแต่นั้นมา บรรดาผู้าุโก็ให้ความสำคัญกับทารกชายคนนั้นมาก ภายนอกยอมรับว่าเป็ศิษย์น้องเล็ก แต่กลับปฏิบัติต่อเขาเหมือนลูกหลาน มีความผูกพันเหมือนเป็ญาติสนิทที่มีสายเืเดียวกัน
ถ้าจะนับจริง ๆ แล้ว อาจารย์ผู้าุโรับศิษย์เพียงคนเดียวตลอดชีวิต นั่นก็คือเฉินชิงหยวน
เหตุที่บรรดาผู้าุโเรียกเฉินชิงหยวนว่าศิษย์น้องเล็ก เพราะพวกเขาเคารพอาจารย์ผู้าุโว่าเป็อาจารย์ของพวกเขา
“ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าอยากไปร่วมพิธีสมรสระหว่างสองสำนัก”
หลังจากดื่มสุรากันไปครู่หนึ่ง เฉินชิงหยวนก็บอกความคิดในใจ และเมื่อหลินฉางเซิงได้ยินดังนั้น ภายในห้องก็เงียบสงัด ทุกคนพากันมองไปที่เฉินชิงหยวน ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
“ทำไม?”
หลินฉางเซิงถามขึ้น ในขณะที่ทุกคนก็มองเฉินชิงหยวนด้วยสายตาสงสัยและตกตะลึง
“ตัดสายสัมพันธ์นี้ให้ขาดสะบั้น” เฉินชิงหยวนกล่าวตรงไปตรงมา ทุกคนครุ่นคิด เหตุผลนี้ไม่มีใครโต้แย้งได้จริง ๆ
“เ้าคิดดีแล้วหรือ” ดวงตาของหลินฉางเซิงเต็มไปด้วยความกังวล
“คิดดีแล้ว” เฉินชิงหยวนยิ้มน้อย ๆ
“งั้นเ้าก็ตามผู้าุโเหยียนไปเถอะ”
หลินฉางเซิงไตร่ตรองสักครู่ ก่อนจะพยักหน้าตกลง
“ขอบคุณศิษย์พี่” เฉินชิงหยวนกล่าวขอบคุณ
สำนักเสวียนชิงส่งเหยียนิไห่ผู้าุโลำดับเจ็ดไปมอบของขวัญให้สำนักหยก์ ไม่ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองสำนักจะอึดอัดแค่ไหน ก็ยังต้องทำตามพิธีการอยู่ดี
สองเดือนต่อมา เหยียนิไห่และเฉินชิงหยวนพร้อมคนอีกสิบกว่าคนก็ออกเดินทาง
บนเรือิญญา เหยียนิไห่สวมชุดคลุมสีเทาเข้ม รูปร่างสูงโปร่ง ผมขาวประบ่า
“ศิษย์น้องเล็ก ่นี้สำนักวุ่นวายไปทั่วเพราะเื่ของเ้า ต่างก็พากันตามหาหมอที่มีชื่อเสียงมากมาย แต่พอบอกอาการของเ้าไป ไม่มีหมอคนไหนกล้ารับปาก ทุกคนต่างก็คิดว่าไร้ความหวัง”
เหยียนิไห่ยืนเคียงข้างเฉินชิงหยวน พลางใช้ม่านลึกลับปกป้องเฉินชิงหยวนไว้
“ศิษย์พี่ต้องลำบากใจแล้ว” เฉินชิงหยวนรับรู้เื่ราวเหล่านี้ และจดจำไว้ในใจ
“อื้ม!” เยี่ยนิไห่ถอนหายใจเบา ๆ พลางกล่าวอย่างซาบซึ้ง “ยามนั้นเ้ามีบารมีไร้ผู้เทียบเทียม ชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วแดนเป่ยหวง บัดนี้กลับต้องมาพบชะตากรรมเช่นนี้ หากรู้ล่วงหน้า ต่อให้พวกข้าต้องมัดตัวเ้าไว้ ก็จะไม่ยอมให้เ้าไปแดนต้องห้ามเทียนหยวนเด็ดขาด”
“ศิษย์พี่เยี่ยนไม่ต้องกังวลใจ นี่อาจเป็ชะตาชีวิตของข้า!”
ประสบการณ์ในแดนต้องห้ามเทียนหยวน เฉินชิงหยวนไม่อาจบอกใครได้ เพื่อป้องกันมิให้เกิดภัยใหญ่หลวง อีกทั้งบางเื่ก็ดีที่สุดหากมีเพียงตนเองรู้เท่านั้น
ไม่นานนัก เรือรบของสำนักเสวียนชิงก็มาถึงสำนักหยก์แล้ว
มองออกไปเห็นเรือวิเศษและสมบัติล้ำค่าต่าง ๆ จอดเต็มท้องฟ้า พร้อมธงประจำสำนักและตระกูลต่าง ๆ โบกสะบัดอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา
สำนักหยก์ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาที่ปกคลุมด้วยหมอกควัน ต้นไม้โบราณขนาดใหญ่หยั่งรากลึกลงในหินผา ชูยอดทะลุเมฆา บดบังแสงตะวัน
ที่ตีนเขามีสัตว์วิเศษร่างกำยำแข็งแกร่งยืนเรียงราย ัเขียวขนาดมหึมาบินวนอยู่บนฟ้า นกั์ที่มีเปลวไฟลุกโชนอยู่บนตัว ม้าขาวที่มีปีกและอื่น ๆ อีกมากมาย
เหลือเวลาอีกเพียงสามเดือนกว่า ๆ ก็จะถึงวันที่ทั้งสองสำนักจะเชื่อมสัมพันธ์ด้วยการแต่งงานแล้ว
ตัวแทนจากสำนักและตระกูลต่าง ๆ บางส่วนสามารถเข้าไปในสำนักหยก์ได้ทันที หรือบางส่วนก็รออยู่ในเรือรบและสมบัติวิเศษของตนเองก่อน
“ศิษย์น้องเล็ก พวกเราค่อย ๆ รออยู่ที่นี่ก่อนเถิด รอจนถึงเวลาแล้วค่อยเข้าไปก็ได้”
เหยี่ยนิไห่ตั้งใจจะพักอยู่ในเรือชั่วคราว เพื่อเห็นแก่อารมณ์ของเฉินชิงหยวน
“ศิษย์พี่เยี่ยน พวกเราเข้ามาในอาณาเขตของสำนักหยก์แล้ว ในฐานะตัวแทนของสำนักเสวียนชิง หากท่านไม่ออกไปคงจะไม่ค่อยเหมาะสมกับกฎนัก ท่านไปทักทายบรรดานิกายต่าง ๆ เถิด ข้าคนเดียวไม่เป็ไร”
เฉินชิงหยวนไม่อยากให้เหยี่ยนิไห่ลำบากใจ
“ไม่เหมาะสม!”
เรือิญญาอยู่ที่นี่ ใครก็มองเห็นได้ หากเหยียนิไห่ไม่ปรากฏตัวตลอด ในสายตาคนนอกอาจดูเป็การวางท่าไปหน่อย อาจกระทบต่อหน้าตาสำนัก
“ไม่เป็ไร ข้ามีขอบเขตน่า ท่านวางใจได้!” เฉินชิงหยวนส่งสายตาให้ความมั่นใจแก่เหยียนิไห่
ครุ่นคิดอยู่นาน เหยียนิไห่พยักหน้าตกลง “ดีละ ่เวลานี้เ้าก็อยู่ในห้องเรือ อย่าออกไปข้างนอก”
“อื้ม” เฉินชิงหยวนมองตามเหยียนิไห่จากไป
ถึงแม้สำนักเสวียนชิงจะไม่ใช่สำนักธรรมดา ก็ยังจำเป็ต้องรักษาความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มอำนาจชั้นนำมากมาย พยายามอย่าได้ล่วงเกิน
ดังนั้น ครั้งนี้แม้จะเป็พิธีแต่งงานระหว่างสองนิกายคือหยก์กับตำหนักบูรพาสุขแต่ก็ทำให้ฝ่ายต่าง ๆ มารวมตัวกัน แลกเปลี่ยนกัน ผูกไมตรีที่ดีต่อกัน
ไม่กี่ยามผ่านไป ทันใดนั้นก็มีคนเข้ามาใกล้เรือิญญาของสำนักเสวียนชิง ทั้งยังมีเสียงดังขึ้นว่า “เฉินชิงหยวน เ้ากล้ามาร่วมงานอภิเษกสมรสสองนิกายด้วยหรือ ไม่กลัวเสียหน้าหรือไร?”
ฟังน้ำเสียงนี้ มีความเยาะเย้ยอยู่ ดูท่าคงตั้งใจมาหัวเราะเยาะเฉินชิงหยวน