“คุณหนูของพวกเ้าชอบอ่านหนังสือประเภทใดหรือข้าจะได้ช่วยเลือกให้ถูกใจ”เถ้าแก่ร้านมองจากการแต่งกายของสาวใช้ก็รู้ว่าต้องมาจากจวนร่ำรวยเสื้อผ้าถึงได้ดูมีคุณภาพกว่าสาวใช้ทั่วไป
“คุณหนูของพวกเราอ่านได้หมดแหละเถ้าแก่เลือกมาเถิด”หยวนโย่วถิงตอบเสร็จก็ทิ้งอาลี่ไว้กับเถ้าแก่ร้านแล้วทำเป็เดินเลือกหนังสือต่อค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆ อย่างแเีแต่หญิงสาวกลับไม่รู้ว่าดวงตาที่จ้องหนังสืออยู่นั้นกำลังลอบมองมาทางนางด้วยเช่นกัน
“เอ แถวนี้จะมีหนังสือที่คุณหนูชอบบ้างไหมนา โอ๊ะอันนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน” ลองหยิบขึ้นมาเปิดดูสองสามครั้งแล้วก็เลือกดูหนังสือต่อครั้นหางหาก็ยังเห็นว่าเขายังยืนอยู่ที่เดิม
หยวนโย่วถิงที่กำลังจะเดินเข้าไปใกล้ให้มากกว่านี้กลับต้องชะงักไปเพราะสบเข้ากับดวงตาที่อยู่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากเงินนั้นเข้าพอดีไม่คิดว่าเขาจะมองอยู่ทำให้รู้สึกในิดหน่อย
“คุณหนูของเ้าสนใจหนังสือประเภทไหนล่ะ?” น้ำเสียงทุ้มนุ่มรื่นหูดังขึ้นริมฝีปากคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“คุณชายจะช่วยแนะนำให้หรือเ้าคะ?” หยวนโย่วถิงแววตาเป็ประกายขึ้นทันทีคิดไม่ผิดจริงๆเขาช่างมีจิตใจดีงามยิ่งนักช่วยเหลือผู้อื่นจนติดเป็นิสัยแล้วกระมังจนนางรู้สึกภาคภูมิใจราวกับเป็มารดาเขาเสียอย่างนั้นเล่า
“หากคุณหนูของเ้าไม่รักเกียจ” เข่อเทียนเล่อเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ไม่เลยเ้าค่ะ ไม่รังเกียจสักกะนิดเดียวเ้าค่ะ!” นางจะกล้ารังเกียจสิ่งของที่ผู้มีพระคุณเลือกให้ได้อย่างไร
เหมือนกับว่าหยวนโย่วถิงตอบได้ถูกใจชายหนุ่ม หนังสือหลายเล่มถูกส่งมาให้ส่วนนางก็คอยหอบหนังสือเดินตามเขาต้อยๆราวกับเป็สาวใช้สกุลเข่อไปแล้ว
ไม่นานหยวนโย่วถิงก็ได้หนังสือมาถือสิบกว่าเล่ม
“หวังว่าคุณหนูของเ้าจะชอบ”สายตาจ้องมองไปที่หนังสือหลายเล่มจากนั้นก็ทำท่าจะผละออกไป
“ดะ เดี๋ยวก่อนเ้าค่ะหากมีโอกาสคุณหนูของบ่าวอยากตอบแทนความช่วยเหลือของคุณชายจะได้หรือไม่เ้าคะ”นางให้อาลี่ผลัดหน้าให้หนากว่าปกติทั้งยังเติมกระและไฝเข้าไปอีกต่อไปหากพบหน้ากันอีกเขาก็คงดูไม่ออกแน่ถึงตอนนั้นนางก็จะใช้สถานะคุณหนูหยวนในการตอบแทนบุญคุณ
“คุณหนูของเ้าคือใครหรือ?”
“บ่าวเป็คนของจวนสกุลหยวนเ้าค่ะ”บุตรสาวของสกุลหยวนมีอยู่ผู้เดียว
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว”เข่อเทียนเล่อพูดจบก็เดินออกจากร้านไปพอเข้ามานั่งในรถม้าได้แล้วก็พึมพำขึ้นมาว่า“หยวนโย่วถิง”
หยวนโย่วถิงยืนมองจนกระทั่งเขาเดินออกจากร้านไป
“อาถิงพวกเรากลับกันเถอะนี่ก็ออกมานานแล้วเดี๋ยวคุณหนูจะว่าเอาได้นะ”อาลี่ที่ยืนดูอยู่ห่างๆ เมื่อเห็นว่าเข่อเทียนเล่อเดินออกไปแล้วจึงได้เดินเข้ามาหาคุณหนูของตนเมื่อครู่ตอนที่คนผู้นั้นเดินผ่านนางถึงกับกลั้นหายใจก้มหน้ามองพื้นอย่างหวาดกลัวคุณหนูของนางนี่กระไรยืนคุยได้เป็นานสองนาน
“อื้อ”หยวนโย่วถิงเมื่อบรรลุเป้าหมายก็รู้สึกอารมณ์ดีเป็อย่างมากไม่งอแงงทำตามที่อาลี่อย่างว่าง่ายอย่างน้อยนางก็รู้แล้วว่าเขามาซื้อหนังสือที่ร้านนี้หากแวะเวียนมาบ่อยหน่อยก็คงได้มีโอกาสพูดคุยกันอีกแน่ๆ
กลับมาถึงจวนก็เป็มื้อเที่ยงพอดีกินข้าวเสร็จนางก็ไปอยู่พูดคุยกับท่านแม่อีกเล็กน้อยแล้วหลังจากนั้นก็กลับมางีบหลับกลางวันสักตื่นครั้นตอนไปพบท่านแม่ก็ยังทำท่าคล้ายว่าจะไม่สบายด้วยเพื่อให้แเีจนท่านแม่ต้องสั่งว่าวันสองวันนี้ไม่ให้ออกจากเรือนไปเที่ยวเล่นที่ไหนอีก
และสุดท้ายหยวนโย่วถิงก็ไม่ได้ไปงานเลี้ยงวันเกิดของฮูหยินเฒ่าสกุลอวี้จริงๆด้วยลูกไม้แพรวพราวของนางทำให้สามารถเอาตัวรอดมาได้
หลังจากที่พบกับเข่อเทียนเล่อวันนั้นนางก็ออกไปร้านหนังสือสองวันครั้งบ้างสามวันครั้งบ้างแต่ก็ไม่มีโอกาสได้พบกับเขาอีกวันนี้จึงได้ออกมาดื่มชาที่ร้านประจำนั่งชิดริมหน้าต่างเหม่อมองออกไปด้านนอกพลันนั้นก็เห็นรถม้าสกุลเข่อไม่เพียงเท่านั้นกลับมีรถม้าอีกคันที่ตามหลังมาด้วยน่ะสิ
พอรถม้าของสกุลเข่อหยุดที่หน้าโรงน้ำชารถม้าคันนั้นก็หยุดตามผู้ที่ลงมาจากรถม้าสกุลเข่อก็คือเข่อเทียนเล่อส่วนรถม้าอีกคันกลับเป็หญิงสาวผู้หนึ่งพวกเขาสองคนเดินเข้ามาด้านในพร้อมกัน
หญิงสาวผู้นั้นคือใครกัน?คนรักของเขาอย่างนั้นหรือ? ไหนอาลี่บอกว่าไม่มีคุณหนูคนไหนกล้าเข้าใกล้เขาเลยไง
“อาลี่หญิงสาวผู้นั้นคือใคร?”
“เอ่อบ่าวก็ไม่รู้เหมือนกันเ้าค่ะ”
“ไม่มีอยู่ในรายงานของอาชิวก็หมายความว่าไม่ใช่เื่ทั่วๆไปงั้นก็แสดงว่านางเพิ่งจะปรากฏตัวที่นี่อย่างนั้นหรือ?” ทำอย่างไรถึงจะรู้ว่าหญิงสาวผู้นั้นเป็ใครจะทำอย่างไรดี
แล้วสองคนนั้นก็เลือกนั่งโต๊ะที่อยู่ในสายตาของนางพอดีหญิงสาวผู้นั้นดูเหมือนจะไม่หวาดกลัวเข่อเทียนเล่อสักนิดทั้งยังดูจะสนิทสนมกันด้วย
“ท่านน้าสบายดีหรือไม่?”เข่อเทียนเล่อรินชาใส่ถ้วยให้ของเขาและของหญิงสาวพลางเอ่ยถาม
“สบายดีเ้าค่ะท่านแม่ยังฝากของมาให้พี่เทียนเล่อตั้งหลายอย่างแน่ะ”หย่าอวี่หนิงญาติผู้น้องของเข่อเทียนเล่อ
มารดาของนางเป็น้องสาวของบิดาของเข่อเทียนเล่อที่ติดตามสามีไปอยู่ทางเหนือนานๆครั้งจะมีโอกาสได้มาเยี่ยมครอบครัวที่เมืองหลวงทว่า่นี้ต้องคอยดูแลลูกชายคนเล็กจึงให้บุตรสาวมาเพียงผู้เดียว
“เช่นนั้นก็ฝากขอบคุณท่านน้าด้วย”เข่อเทียนเล่อยกชาขึ้นจิบแต่กลับรู้สึกมีคนจ้องมองอยู่ตลอดเวลาความรู้สึกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมานานมากแล้วั้แ่ที่มีคนอยากพิสูจน์รอยแผลเป็บนใบหน้าทว่าวันนี้กลับรู้สึกได้ชัดเจน
พลันนั้นหางตาก็เหลือบไปเห็นใบหน้าที่เพิ่งจะเจอกันเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเพียงแต่วันนี้ไม่ได้ปลอมตัวเป็สาวใช้แล้วไม่รู้ว่านางมีจุดประสงค์อะไรถึงได้เข้าหาเขาหรือจะบอกว่านางไม่รู้จักเขาก็คงจะไม่ใช่เพราะมีเพียงคุณชายสกุลเข่อเท่านั้นที่สวมหน้ากากเป็ตัวประหลาดเพียงหนึ่งเดียวของเมืองหลวง
แต่ก็น่าแปลกใจเพราะยามนั้นเขาไม่เห็นแววตารังเกียจหรือหวาดกลัวสักนิดดวงตาของนางทอประกายวิบวับสดใสแฝงได้ด้วยความยินดีอยู่หลายส่วนท่าทางเช่นนั้นทำให้เขาอดจะสงสัยไม่ได้
“คะคุณหนูท่านเลิกจ้องเช่นนี้เถอะนะเ้าคะท่าทางของท่านเหมือนกำลังจะเข้าไปหาเื่พวกเขาเลย”อาลี่เห็นท่าทางของคุณหนูแล้วก็ปวดใจเล่นจ้องมองกันขนาดนี้ไม่กลัวฝ่ายตรงข้ามเขาจะรู้ตัวบ้างหรืออย่างไร
“ข้าดูเป็เช่นนั้นหรืออะแฮ่ม เช่นนี้เล่าดูดีขึ้นหรือไม่”หยวนโย่วถิงถูกอาลี่พูดเช่นนั้นก็รีบปรับเปลี่ยนท่าทางใหม่ยกยิ้มเล็กน้อยมือวางทับกันไว้บนหน้าตักดูงดงามเรียบร้อยราวกับเป็คุณหนูที่ได้รับการอบรมมาอย่างดีเมื่อครู่นางสนใจมากไปหน่อยจึงเผลอทำกิริยาไม่เหมาะสม
“ถิงถิงเ้าหายดีแล้วหรือ?” หญิงสาวหน้าตาน่ารักผู้หนึ่งเดินเข้ามาทักทายใบหน้าอ่อนหวานเอ่ยถามอย่างเป็ห่วงไป๋หวงลู่สหายสนิทของนางเองเมื่อชาติก่อนพวกนางแต่งงานแล้วต่างก็แยกย้ายไม่ค่อยได้พบกันและไม่นานไป๋หวงลู่ก็ต้องติดตามสามีไปอยู่ต่างเมืองอีก
“มองหน้าข้าแบบนั้นหมายความว่าอย่างไรเ้ายังไม่หายดีสินะแล้วออกมาเที่ยวเล่นแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกันทำไมไม่รักษาตัวให้หายดีก่อนเล่า”ไป๋หวงลู่เห็นใบหน้าของสหายเหม่อลอยก็คิดว่าอีกฝ่ายยังไม่หายดีเมื่อไม่กี่วันก่อนนางพบกับหยวนฮูหยินที่งานเลี้ยงวันเกิดของฮูหยินเฒ่าสกุลอวี้จึงได้รู้ว่าหยวนโย่วถิงป่วย
“ข้าไม่ได้เป็อะไรแล้ว”น้ำเสียงอ่อนโยนที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของสหายรักทำให้หยวนโย่วถิงรู้สึกอบอุ่นในหัวใจยิ่งนัก
“แล้วทำไมวันนี้ออกมาถึงไม่ชวนข้าล่ะ?”ไป๋หวงลู่เห็นว่าสหายไม่มีสิ่งใดผิดปกติอีกจึงนั่งลงรินชาให้ตนเองโดยไม่ต้องขออนุญาต
“นี่ลู่ลู่เ้ารู้จักสตรีชุดขาวผู้นั้นหรือไม่แต่ว่าเ้าค่อยๆหันไปมองนะอย่าให้พวกเขารู้ตัวเด็ดขาด” หยวนโยว่ถิงสะกิดแขนของไป๋หวงลู่เบาๆ ให้หันไปดูสตรีคนที่นั่งอยู่กับเข่อเทียนเล่อ
ไป๋หวงลู่ทำตามอย่างเชื่อฟังค่อยๆ หันกลับไปมองคล้ายกับว่ากวาดตามองรอบๆอย่างเป็ธรรมชาติเื่พวกนี้นางทำบ่อยจนชินเสียแล้ว
“มะไม่รู้จักนะ ทำไมหรือ?” พอเห็นว่าสตรีผู้นั้นนั่งร่วมโต๊ะอยู่กับใครไป๋หวงลู่ก็แทบจะหันกลับมาทันทีใบหน้าพลันเปลี่ยนเป็ลนลานด้วยความใ
“ข้าก็แค่แปลกใจก่อนหน้านี้มิใช่ว่าไม่มีใครกล้าเข้าใกล้คุณชายเข่อสักกะคนแล้วจู่ๆสตรีผู้นั้นก็โผล่มาไม่หวาดกลัวทั้งยังดูสนิทสนมกันอีกแบบนี้ไม่เรียกว่าแปลกได้หรือ?”
“สตรีผู้นั้นไม่แปลกหรอกหากว่าพวกเขาเป็ญาติกันหรือรู้จักกันมาก่อนแต่ที่แปลกคือเ้าต่างหากทำไมถึงได้สนใจพวกเขานักเล่า”
อาลี่ที่ยืนอยู่ด้านข้างก็แอบพยักหน้าอยู่ในใจเช่นกัน่นี้นางรู้สึกว่าคุณหนูให้ความสนใจกับคุณชายเข่อเป็พิเศษทั้งให้อาชิวไปสืบหาข้อมูลทั้งยังแอบตามไปร้านขายหนังสืออีกท่าทางของคุณหนูก็ไม่ได้หวาดกลัวด้วยเื่นี้สิถึงจะเป็เื่แปลกของจริง
“แล้วทำไมข้าจะสนใจเข้าไม่ได้เล่าก็ข้าชอบเขานี่”
“แค่กๆ เ้า... เ้าว่าอะไรนะ!?” ไป๋หวงลู่กำลังดื่มชาพอได้ยินคำตอบของสหายถึงกับใสำลักไอหน้าแดงก่ำเมื่อครู่นางได้ยินผิดไปใช่หรือไม่
“แค่กๆ” ในขณะคนที่นั่งอยู่อีกโต๊ะก็สำลักน้ำชาไปด้วยเหมือนกัน
“ต้องใขนาดนั้นเชียวหรือ ข้าก็แค่บอกว่าชอบคุณชายเข่อ”นางไม่ได้แสดงท่าทางประหลาดเสียหน่อยเหตุใดต้องใเกินจริงขนาดนั้นด้วยเล่า
“เ้า เ้ายังไม่หายป่วยแน่ๆ เลยกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะนะ” ต้องใช่แน่ๆท่านน้าบอกว่าถิงถิงไม่สบายนี่ก็คงจะยังไม่หายดีถึงได้พูดจาเลอะเลือนเช่นนี้คุณชายเข่อหาใช่คุณชายทั่วไปเสียที่ไหนใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากนั่นไม่ว่าอย่างไรก็ทำใจยอมรับได้ยากจริงๆ