จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ
พวกนกกระจิบกำลังกินผลไม้ที่ฉันแบ่งให้ มันคาบชิ้นเล็กๆ ไว้ในปาก กางปีกบินไปบนต้นไม้ให้ลูกๆ ของมันได้กินด้วย
บ้านปูนชั้นเดียว หลังกะทัดรัดสำหรับครอบครัวเล็กๆ แถวปลายเขาทางใต้ของออสเตรเลีย ชุมชนห่างไกลเมือง ไม่เป็นที่เตะตาของใคร
วิวภูเขา ที่มีน้ำตกขนาดเล็กไหลลงมา ทุ่งหญ้าโอบอ้อม ลมพัดผ่านผิวเย็นสบาย กลิ่นหอมจากดอกไม้นานาพรรณหน้าบ้านที่ฉันบรรจงปลูกด้วยความรักโชยเข้าจมูก
‘ความสงบ ที่ฉันเคยวาดฝัน และไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้พบเจอ’
ฉันค่อยๆ ยิ้มออกมากับภาพธรรมชาติตรงหน้า กี่ปีแล้วนะที่ฉันไม่ได้ยิ้ม มันแทบจะลืมวิธียิ้มไปแล้ว
“แพรวพราว มานั่งตากแดดอีกแล้ว”
เอ็มม่า เพื่อนบ้านที่อายุไล่เลี่ยกับฉันเอ่ยแซวติเบาๆ ผ่านรั้วปูนที่สูงแค่เมตรเดียว เธอเป็นหม้ายสาวเหมือนกับฉัน ต่างกันแค่ฉันเป็นเรื่องแต่ง ส่วนเธอถูกสามีนอกใจ จึงเอาเงินฟ้องหย่ามาซื้อบ้านห่างไกลเมืองแบบนี้
“ก็แดดตอนเย็นมันอุ่นนี่ อีกอย่างฉันชอบดูนกบินกลับรังน่ะค่ะ” ฉันบอกเธอ แล้วยิ้มหวานให้
“ยังแพ้ท้องอยู่ เดี๋ยวก็เป็นลมไปหรอก”
‘ท้อง’ ทันทีที่ได้ยินคำนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าก็หายไปทันที
ฉันหนีออกมาจากนรกนั่นได้ 2 เดือนกว่าแล้ว โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าแบกก้อนเลือดก้อนเนื้อของเขามาด้วย อาจเพราะมั่นใจว่าฝังยาคุมแล้ว บวกกับความวุ่นวายของชีวิต เลยไม่สังเกตุว่าร่างกายมีบางอย่างแปลกไป
ตอนแรกคิดว่าคงเป็นเพราะไม่ชินกับสภาพอากาศ และความเครียดสะสมจากเรื่องที่หนีมา ทำให้ฉันอารมณ์แปรปรวน ไปจนถึงอาการเวียนหัว อาเจียน อยากกินอาหารแปลกๆ ฉันมารู้ตัวเพราะเอมม่าทักแซว จนเริ่มกลัวเลยไปหาซื้อที่ตรวจครรภ์มา
และผลออกมาว่า ฉันท้อง จริงๆ
โชคดีที่เอมม่าเชื่อว่าสามี (ที่ไร้ตัวตน) ฝากไข่ไว้ก่อนเสีย และปลอบใจว่าพระเจ้าเมตตามอบลูก ไว้เป็นตัวแทนของเขา พร้อมกับสัญญาว่าจะช่วยเลี้ยงเอง
ฉันปฏิเสธความคิดตัวเองไม่ได้เลย ว่าไม่อยากให้ลูกของเขามาเกิดในท้องฉัน แต่ถึงอย่างนั้นจะบอกให้ฉันฆ่าเด็กที่ไม่รู้เรื่องราวในท้องตัวเอง ก็คงทำไม่ลง สุดท้ายฉันเลยตัดสินใจเก็บเด็กไว้ เพราะด้วยเงินที่คุณอูโก้ใส่บัญชีไว้ให้ ก็มากพอที่จะเลี้ยงสองชีวิตให้สุขสบาย
จะว่าไป… ตั้งแต่จากกันที่ท่าเรือ คุณอูโก้ก็ไม่ติดต่อ หรือส่งข่าวคราวอะไรมาเลย ฉันทั้งกังวล กลัวและเป็นห่วงว่าเขาหนีไปได้เช่นกันใช่ไหม สบายดีรึเปล่า ตอนนี้อยู่ที่ไหน
ฉันทำได้ดีที่สุดแค่สวดมนต์ภาวนาให้เขาอยู่รอดปลอดภัย และกำลังยิ้มอยู่ที่ไหนสักแห่ง
‘ …หวังว่าเขาจะจำสัญญาที่รับปากกับฉันไว้ได้’
ก็อกๆๆ
“หืมม เอมม่าหรอ”
ฉันพึมพำ พลางวางรีโมททีวีเดินไปส่องตาแมว ด้วยความมืดและแสงไฟดวงน้อยที่หน้าประตู ทันทีที่เห็นเป็นเงาสูงคุ้นๆ ของผู้ชาย ฉันดีใจจนยิ้มแก้มปริ
แกร้ก
“คุณอูกะ….!!! อึก”
ชายร่างสูงถอดหมวกแก๊ปออก เผยเส้นผมสีทองสะดุดตา ในชุดสูทเสื้อเชิ๊ตสีดำเปิดโชว์รอยสักที่หน้าอก เขาค่อยๆ ยกยิ้มมุมปากที่หน้าประตู ชูปืนขึ้นจ่อที่หน้าฉันและก้าวเข้ามาช้าๆ ฉันถอยหลังหนีด้วยความกลัว สองขาสั่นจนแทบจะทรงตัวไว้ไม่อยู่
“เสียใจด้วยนะ ฉันไม่ใช่คนที่เธออยากเจอ”
เสียงเย็นยะเยือกของเขาเอ่ยเบาๆ แต่มันกลับดังราวกับถูกตะโกนเข้ามาในหู ฉันอ้อนวอนภาวนา อยากให้ภาพตรงหน้าเป็นเพียงแค่ฝันร้าย ฉันจุกแน่นกลางอก หายใจติดๆ ขัดๆ เหมือนคนจะขาดใจตาย
‘เขามาที่นี่ได้ยังไง?!’
“ไม่ได้เจอกันเกือบสามเดือนเลยนะ ใบหวาน … คิดถึงฉันหรือเปล่า”
“ทะ ทำไมคุณ ..”
“จะให้ฉันย้ำอีกกี่ครั้ง ว่าเธอไม่มีวันหนีจากฉันไปได้”
“ฮึก …ได้โปรด ปล่อยฉันไปเถอะนะ” เสียงแหบสั่นเอ่ยอ้อนวอนทั้งน้ำตา
“หึๆ ปล่อยงั้นหรอ? ฉันเคยบอกเธอแล้วนิ ว่ามีเพียงศพเท่านั้นที่จะออกจากดิอาโบลิกไปได้ และคนทรยศอย่างเธอ ต้องกลับไปรับโทษ”
“ฉันไม่ใช่คนของดิอาโบลิก…ฮึก ”
“แต่เธอเป็นสมบัติของฉัน !!”
เขาตะหวาดเสียงดัง เดินปรี่เข้ามากระชากเธอเข้าสู่อ้อมแขน มือหนากกกอดเอวบางไว้แน่น ใช้ปืนจี้ที่ขมับเพื่อพร้อมลั่นไกดับลมหายใจของเธอ
“ฮึก ปล่อยฉันไปได้แล้ว! ฉันชดใช้ให้คุณมามากพอแล้ว ฮืออ ฉันไม่อยากตกนรกอย่างนั้นอีก”
“นรกงั้นหรอ”
“ฮืออออ”
“เธอกล้าเรียกที่ซุกหัวนอน ที่กิน ที่อยู่อย่างสบายนั่นว่านรกงั้นหรอ”
“ใช่ มันคือนรก !”
“…”
“ฉันไม่เคยกินอิ่มเลยสักมื้อ ไม่เคยนอนหลับเลยสักวัน แม้แต่ความสุขก็ไม่เคยมีเลยสักนาที!”
“....”
“ฉันไม่ต้องการชีวิตแบบนั้น ไม่อยากกลับไปอีกแล้ว ฮือออ”
เขาปล่อยเอวบางออก ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว แขนยาวยกขึ้นจ่อปากกระบอกปืนที่ใบหน้าฉัน
“ถ้าไม่อยากกลับ ก็ตายไปซะ..ใบหวาน”
ปั้ง !!!
ตุ้บ !
ร่างบางทรุดลงกับพื้น ด้วยสติเหม่อลอย หูทั้งสองข้างอื้ออึงจากเสียงปืนที่เฉี่ยวใบหน้าไปเพียงนิดเดียว เขายังยืนอยู่ที่เดิม ในท่วงท่าที่ยกปืนขึ้นเพื่อยิงเธอ
‘แล้วทำไมเขาถึงจงใจที่จะไม่ยิงที่หัวฉันโดยตรง’
เขากัดฟันกรอด จนเส้นเลือดขึ้นขมับ นัยย์ตาแดงฉานของเขาจดจ้องด้วยความโกธรและพร้อมจะฆ่าเหยื่ออย่างฉัน
“น่าเสียดาย ที่ไอ้อูโก้สละชีวิตมันเพื่อปกป้องผู้หญิงไร้ค่าอย่างเธอ”
“!!!!”
“แต่สุดท้ายสิ่งที่มันพยายามปกป้องก็สูญเปล่า”
“มะ หมายความว่าไง คุณอูโก้…” ฉันถามตะกุกตะกัก หวั่นใจกับคำของเขา
“หึ..”
“มะ ไม่ ! ไม่จริง! คุณ ฮึก คุณทำอะไรเขา!”
“ฮ่าๆ ใบหวาน เธอคิดว่าใครผิดล่ะ ฉันที่เป็นคนฆ่า หรือเธอ ..ที่เป็นคนทำให้มันถูกฆ่า”
“กรี้ดดดด ฮือ ไอ้ชั่ว ฉันเกลียดคุณ ฮือออออ” ฉันกรีดร้องจนแทบสิ้นสติ
“อย่าปากดีสามหาวมาด่าฉัน! ฉันเป็นนายของเธอ เป็นคนให้ชีวิตเธอ และเป็นผัวคนเดียวของเธอ”
“คุณไม่ใช่นายฉัน ก็แค่คนชั่ว แค่ฝันร้าย และฉันจะเป็นอิสระจากคุณให้ได้”
“อิสระงั้นหรอ”
“ฮึก..”
“อยากไปจากฉันมากสินะ”
“.....”
โคร้มมมม
เพล้ง!
“กรี้ดดดดดดด”