ครั้นเมื่อทั้งสองนั่งรถมาถึงบ้านตระกูลหลี่ หลี่ฟางเซียนก็รีบเดินลงจากรถของหวังลู่เสียนในทันที
“เอ่อ ผมขอเข้าไปพบคุณอาทั้งสองหน่อยได้ไหม” หวังลู่เสียนพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าหลี่ฟางเซียนไม่ได้เชิญเขาเข้าไปในบ้าน
หลี่ฟางเซียนถึงกับชะงักนิ่งเมื่อรู้ว่าตัวเองเสียมารยาท เธอยิ้มน้อยๆ แก้เขิน
“เอ่อ ขอโทษด้วยฉันมัวแต่คิดอะไรเพลินๆ เลยลืมชวนคุณเข้าไปนั่งดื่มชาขอโทษด้วยค่ะที่ฉันเสียมารยาท”
เขายิ้มให้เธอก่อนจะเดินลงจากรถ
“แค่คุณคิดได้ผมก็ให้อภัยครับ” เขาบอกกับเธอก่อนจะหันไปมองบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า
“เฮ้อ นานแล้วนะที่ผมไม่ได้มาที่นี่เลยไปกันเถอะเข้าไปข้างในกัน”
เธอเหลือบมองหน้าเขาก่อนจะขมวดคิ้วขึ้นด้วยความงุนงง
“คุณทำยังกับเป็บ้านของคุณเลยนะคะ” เธอแสร้งพูดแหย่ขึ้น
เขาหันมายิ้มให้กับเธอ
“ผมก็อยากให้เป็อย่างนั้นนะแต่ลูกสาวบ้านนี้กับไม่หันมามองผมเลย” เขาพูดเป็นัยๆ ราวกับมีบางอย่างแอบแฝงก่อนจะเดินข้าไปภายในบ้านของหลี่ฟางเซียนในทันที
เธอที่เอาแต่ยืนงงในคำตอบของเขา แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรเลยเถิดเพราะเธอคิดเพียงว่าคำพูดของเขาเป็เพียงเื่ล้อเล่นเพราะคนอย่างหวังลู่เสียนชายหนุ่มรูปหล่อแห่งตระกูลหวังมีหรือจะมาสนใจยัยอ้วนหน้าเกลียดอย่างเธอ คนอย่างเขาทั้งหล่อ รวยชาติตระกูลดี อีกทั้งยังมีการศึกษาสูงหญิงสาวตระกูลร่ำรวยหลายๆ ตระกูลต่างพากันเข้าหาไม่ขาดสาย แม้แต่เธอเองก็เคยเป็คนหนึ่งที่แอบหลงรักเขามาั้แ่วัยเด็กแต่เพราะรูปร่างที่ใหญ่โตจนหน้าเกลียดของเธอจึงไม่กล้าที่จะคิดเลยเถิด เธอรีบเดินตามเขาไปในทันที
ครั้นเมื่อคุณนายและเศรษฐีหลี่เห็นหวังลู่เสียนทั้งสองต่างก็ยิ้มด้วยความดีใจ
“คุณอาทั้งสองไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ” หวังลู่เสียนเอ่ยทักทั้งคู่อย่างมีมารยาท
“หลานลู่เสียน ตายจริงเวลาผ่านไปเร็วจริงๆ นะคะคุณพี่ดูสิหลานลู่เสียนที่เคยมาเที่ยวเล่นกับฟางเซียนที่บ้านของเราเมื่อครั้งที่ทั้งสองยังเป็เด็กๆ แต่ตอนนี้เติบใหญ่เป็ชายหนุ่มรูปร่างหล่อเหลาซะแล้ว” คุณนายหลี่พูดขึ้นด้วยความดีใจเมื่อได้พบหวังลู่เสียนอีกครั้ง
“จริงด้วยสิ นานแล้วที่ไม่ได้พบหลานลู่เสียน แล้วไปยังไงมายังไงถึงได้มาพร้อมกับฟางเซียนได้”
เขาหันไปมองหญิงสาวที่อยู่ด้านข้างก่อนจะยิ้มให้กับเธอ
“เผอิญผมไปเจอเธอที่ตลาดพอดีน่ะครับอีกอย่างผมก็อยากแวะมาเยี่ยมคุณอาทั้งสองด้วยเลยถือโอกาสรับเธอกลับมาพร้อมกัน”
“ดีเลยงั้นวันนี้คุณชายหวังก็อยู่ทานมื้อเที่ยงด้วยกันเลยนะอาจะสั่งให้สาวใช้จัดชุดอาหารไว้ให้เพิ่ม”
“ดีเลยครับ ผมก็อยากทานฝีมืออาหารที่บ้านหลี่อยู่เหมือนกันั้แ่ผมต้องเข้าไปเรียนที่เมืองหลวงผมก็ไม่มีโอกาสได้มาทานอาหารที่บ้านหลี่อีกเลย รู้สึกคิดถึงเป็ดผัดพริกขิงของคุณอาผู้หญิงมากเลยครับ”
“คุณเห็นแก่กินแบบนี้ไม่เปลี่ยนเลยนะค่ะ” หลี่ฟางเซียนแสร้งพูดแหย่ขึ้นอย่างติดตลก
เขายิ้มให้เธอปนขำเล็กๆ
“ผมไม่ได้คิดถึงแค่อาหารนะแต่ผมคิดถึงใครบางคนที่นี่ด้วย”
เธอพยักหน้าราวกับเข้าใจทั้งๆ ที่ก็ไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงใคร
คุณนายหลี่ยิ้มให้หวังลู่เสียน
“ได้เลยวันนี้อาจะทำเป็ดผัดพริกขิงให้หลานได้ชิมสุดฝีมือเลยจ๊ะ”
“ขอบคุณครับคุณอาหญิง”
“เอาล่ะฟางเซียนพ่อว่าลูกพาหวังลู่เสียนไปนั่งเล่นที่ศาลาริมน้ำก่อนเถอะเดี๋ยวคนใช้จัดโต๊ะอาหารเที่ยงเสร็จพ่อจะให้คนไปตาม นานแล้วที่คุณชายหวังไม่ได้มาที่นี่คงคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ”
“ได้ค่ะคุณพ่อ”
“หยุนหนิงเดี๋ยวเอาน้ำชากับของว่างยกไปให้คุณชายหวังกับคุณหนูฟางเซียนที่ศาลาริมน้ำด้วยนะ” คุณนายหลี่บอกกับสาวใช้
หลี่ฟางเซียนมองหน้าหวังลู่เสียนก่อนจะเดินนำเขาไปที่ศาลาริมน้ำในทันที
ครั้นเมื่อทั้งสองมาถึงที่ศาลาริมน้ำหวังลู่เสียนก็มองดูดอกบัวที่กำลังบานสะพรั่งอยู่กลางสระใหญ่พร้อมกับยิ้มออกมาราวกับกำลังนึกถึงอะไรอยู่
“คุณยิ้มทำไมกันคะ”
เขาหันมามองหน้าเธอก่อนจะนั่งลงข้างๆ
“ก็นึกถึงครั้งที่ผมพายเรือพาคุณไปเก็บดอกบัวน่ะสิ จำได้ว่าผมเด็ดดอกบัวให้คุณแล้วบอกคุณว่าถ้าเราทั้งคู่เติบใหญ่เราจะแต่งงานกัน”
เธอหัวเราะขำออกมาเบาๆ
“นั่นมันก็เป็แค่เื่เด็กๆ น่ะค่ะ ตอนนี้เราเติบใหญ่กันทั้งคู่ความคิดในวัยเด็กก็ย่อมเปลี่ยนไปจริงมั๊ยคะ คุณชายหวังลู่เสียนคนที่ดูเพรียบพร้อมไปซะทุกอย่างมีเหรอคะที่อยากจะแต่งงานกับหญิงอ้วนอย่างฉัน” เธอพูดขึ้นราวกับเห็นเป็เื่ตลก
เขาจ้องหน้าเธอด้วยใบหน้าที่ดูจริงจัง
“แล้วถ้าตอนนี้ผมก็ยังคิดเหมือนตอนเป็เด็กล่ะ”
เธอมองหน้าเขาก่อนจะยิ้มอย่างไม่อยากเชื่อ
“คุณเลิกล้อฉันเล่นซะทีเถอะถึงฉันจะอ้วนแต่ฉันก็มีสมองนะคะ” เธอพูดพร้อมกับจะลุกไปรินน้ำชาให้เขาแต่เพราะขาที่ระบมทำให้เธอรู้สึกปวดและล้มลง
หวังลู่เสียนรีบพยุงตัวเธอไว้ในทันที
“เป็อะไรมั๊ย”
เธอพยักหน้าก่อนจะนั่งลงช้าๆ
“ขาน่าจะระบบน่ะค่ะ เมื่อเช้าฉันอาจจะล้มกระแทกแรงไปหน่อยเพราะขนาดตัวที่ใหญ่ด้วยละมั๊งคะเลยทำให้ปวดมากกว่าปกติ”
เขารีบลงไปนั่งที่พื้นก่อนจะถือวิสาสะเปิดดูขาขอเธอ
“หวังลู่เสียนคุณจะทำอะไรนะ” เธอใเป็อย่างมากเมื่อเห็นเขาลดตัวนั่งลงที่พื้นเพื่อไปดูรอยซ้ำที่ขาของเธอ
เขาจ้องหน้าเธออย่างตำหนิ
“ขาบวมช้ำขนาดนี้ทำไมยังดื้อไม่ยอมไปหาหมออีกนะ”
เธอได้แต่ก้มหน้าต่ำลงอย่างสำนึกผิด
“ก็ฉันคิดว่าไม่เป็อะไรมากนี่คะ”
“นั่งรออยู่ตรงนี้นะเดี๋ยวผมมา” เขาพูดก่อนจะรีบเดินหายเข้าไปที่ตึกใหญ่ไม่นานนักเขาก็กลับมาพร้อมกับกระเป๋ายา
“คุณจะทำอะไรนะคะ”
เขามองหน้าเธอพร้อมกับย่อตัวลงนั่งข้างล่างก่อนจะจับขาเธอมาวางที่ขาของเขา
“หวังลู่เสียนไม่ต้องหรอกฉันทำเองได้”
“นั่งเฉยๆ เถอะน่า เขียวช้ำขนาดนี้เดี๋ยวก็ระบมไปกันใหญ่หรอก” เขาดุเธอก่อนจะค่อยๆ บรรจงทายาไปที่ขาของหญิงสาวอย่างเบามือ
หลี่ฟางเซียนมองท่าทางที่ดูใจดีนั่นของเขาก็อดที่จะใจเต้นแรงไม่ได้
ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนทำดีกับฉันแบบนี้เลยแม้แต่อดีตสามีอย่างกวงเฟยหลงก็ไม่เคย เฮ้อจะต้องตื่นเต้นทำไมกันเขาก็แค่ช่วยทายาไม่ได้มาขอแต่งงานซะหน่อยเลิกคิดไปไกลได้แล้วหลี่ฟางเซียนเอ๊ยหญิงหม้ายตัวอ้วนอย่างเราใครเขาจะแล
เขาเหลือบขึ้นมองหน้าเธออย่างเป็ห่วง
“ทายาบ่อยๆ เดี๋ยวก็คงหาย”
“ฉันว่าฉันคงต้องลดความอ้วนแล้วล่ะค่ะเพราะน้ำหนักตัวที่เยอะเลยทำให้เจ็บตัวง่าย”
เขาเผยยิ้มหวานให้กับเธอ
ขนาดหุ่นแบบนี้ยังน่ารักขนาดนี้ถ้าเธอผอมขึ้นมาจริงๆ เราจะมีหวังรึเปล่าน๊ะ
“หวังลู่เสียนคุณยิ้มอะไรคะ”
เขาสะดุ้งราวกับรู้สึกตัวเมื่อได้ยินเธอเอ่ยถาม
“อ่อ ปะป่าวนี่ อื้มเดี๋ยวผมเก็บยาใส่กล่องก่อนดีกว่า”
เธอทำหน้างุนงงเล็กน้อยก่อนจะก้มมองที่รอยช้ำที่ขาของตัวเอง